ไดอารี่ของฉันhui
ไม่เห็นด้วยกับการประท้วงทำลาย
  • เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล ต่อข่าวสารที่ได้รับ จากกรณีการประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมในอเมริกา " Black Lives Matter " ที่ลุกลาม และ ยืดเยื้อ จนไม่รู้ว่า ต้องการอะไรกันแน่

    อเมริกา เลิกทาสมาสองร้อยปีแล้วนะ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 1862 แต่ทำไมพวกเขาถึงยังรู้สึกว่าตนเองเหมือนทาสอยู่ มาเรียกร้องความยุติธรรมอะไร ที่ผ่านมา 200 ปี ถ้าบอกว่าชีวิตคนดำไม่เคยมีค่า นั่นก็เป็นการลดเกียรติตนเอง เพราะชีัวิตทุกคนมีค่าอยู่แล้ว ไม่ว่าขาวหรือดำ จะบอกว่าตำรวจไม่เคยให้ความยุติธรรม นั่นก็เพราะคนดำทำผิดกฎหมายบ่อยครั้งและมากกว่า 

    การเหยียดผิว มันเป็นปัญหาฝังรากลึกมานาน การประท้วงแค่ช่วงเวลาหนึ่ง มันแก้สันดานคนไม่ได้ เพราะนิสัยคนอเมริกันก็เป็นแบบนี้แหละ แก้ได้แค่กฎหมายที่จะคุ้มครองมากขึ้น ( แต่ก็ยังไม่เห็นรัฐบาล ตอบรับการทำให้ชีวิตคนดำดีขึ้นเช่นกัน ) ปัญหาส่วนหนึ่ง น่าจะมาจาก ช่วงที่ บารัค โอบามา เป็นประธานาธิบดี ให้สวัสดิการกับ ประกันสุขภาพถ้วนหน้า "Obamacare" กับ ชาวอเมริกัน ทำให้คนยากจนเข้าถึงการรักษามากขึ้น เพราะค่ารักษาพยาบาลแพงมากจนบางคนก็จ่ายไม่ไหว  

    แต่พอถึงรัฐบาล ดอนัลด์ ทร้มป์ ได้ยกเลิก Obamacare ไป และกีดกัน ชาวต่างชาติ หรือ ต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในอเมริกา ไม่ให้มาแย่งงานคนอเมริกา เห็นได้จากการสร้างกำแพงเขตชายแดน เพื่อป้องกัน ชาวเม็กซิโก ลักลอบเข้ามาทำงาน ตามนโยบาย "อเมริกา เฟิร์ส"  ทำให้พอเกิดโรคระบาด ก็ทำให้ชาวอเมริกันบางคนที่ตายจากไวรัสโคโรนา เนื่องจากเข้าไม่ถึงการรักษา หรือ รอการรักษาที่นานเกินไป ซึ่งเหตุผลที่รอนาน ก็เนื่องจาก เป็นบุคคลชั้น 2 ชาวต่างชาติ ที่เข้าไปทำงานอเมริกาแบบไม่ถูกกฎหมาย หรือ คนดำที่ยากจน ที่ถูกเลือกปฎิบัติ ญาติพี่น้องที่ยังอยู่ ย่อมมีความเสียใจ ที่คนที่ตนรักจากไป  ทั้งที่ควรจะได้รับการรักษาที่ดีกว่านี้ แต่พวกเขาก็อาจจะต้องรอคิวนานจนตายก่อนถึงมือหมอ  เพียงเพราะเขาจน หรือเขาจะมองตนเอง เป็นเพราะเขาผิวดำก็ได้ จึงถูกเลือกปฎิบัติ


    กรณีของ จอร์จ ฟลอยด์ คนดำที่ถูกตำรวจ กดคอนาน 8 นาทีจนทำให้ จอร์จ ฟลอยด์เสียชีวิต เป็นการกระทำเกินเหตุจริง  แต่สิ่งที่ผู้ประท้วงเรียกร้อง ทำลายข้าวของ ก็เป็นการกระทำที่เกินเหตุยิ่งกว่า 

    ถ้าตำรวจทำเกินกว่าเหตุ แล้วไปลดงบประมาณ ไปให้ตำรวจทำรุนแรงน้อยลงกับผู้ต้องหา หรือคนร้าย มันจะเป็นการทำให้คนกล้ากระทำผิดมากขึ้นหรือเปล่า  เพราะตำรวจไม่กล้าทำรุนแรง กลัวคนร้ายตาย ตำรวจจะตกงาน คือ ตำรวจก็ยังสำคัญอยู่นะ ไปลดตำรวจลง ไปลดหน้าที่หรือบทบาทลงก็ไม่ได้ ไปลดเงินเดือนก็ไม่ดี  คือ ตำรวจทำผิดแค่คนเดียว ทำให้ตำรวจทั้งประเทศเดือดร้อน มันก็เสียหายเช่นกัน  ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการลงโทษตำรวจอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง 




    แล้วกรณีที่การประท้วงลุกลามไปถึงอังกฤษ ต้นกำเนิด แห่งการล่าอานานิคม รวมถึงการค้าทาส ฉันก็แปลกใจว่า พวกเขาเป็นคนขาว จะประท้วงเพื่อคนดำทำไม  แต่ลึกๆที่แฝงอยู่ในอังกฤษ ก็คือ พลเมืองชั้น 2 ที่ไม่พอใจเช่นกัน พวกเขาเป็นต่างชาติที่ทำงานในอังกฤษ อยู่ในอังกฤษ ที่ไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาล เช่นเดียวกับคนในประเทศ ที่เป็นคนอังกฤษ 

    ถ้าเทียบกับเมืองไทย ก็เหมือนแรงงานต่างด้าว พม่า ลาว ที่มาอยู่เมืองไทย จนกลายเป็นคนไทย ก็ยังทำงานระดับล่าง และเป็นพลเมืองชั้น 2 เช่นกัน ไม่ได้รับการสวัสดิการการคุ้มครองเท่ากับคนไทย  คนที่ขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานเท่านั้น ที่ได้รับประกันสุขภาพ ที่ตนเองเป็นคนจ่าย ต้องเสียภาษีให้รัฐบาล ถึงได้รับการรักษาตามประกันทีทำไว้   ส่วนพวกหนี้ หรือลักลอบเข้ามา ก็ไม่ได้รับการดูแลเช่นกัน มันไม่ได้ต่างกันเลย  แต่เหมือนทางยุโรป  เขาจะไม่พอใจมากกว่า 

    การไปทำลาย อุนสาวรีย์ พ่อค้าทาส "เอ็ดเวิร์ต โคลส์ตัน" ในยุคสมัย คศ.ที่17 ที่ตายไป 300 ปีแล้ว มาบอกว่าเขาผิด เป็นผู้ที่ทำให้ทาสตาย หรือนำคนดำไปสู่การเป็นทาส  ถามหน่อย มันได้ประโยชน์อะไร ในเมื่อเราเปลี่ยนแปลงอดีตก็ไม่ได้ จะทำลายประวัติศาสตร์ เปลี่ยนจากผู้ที่เคยเป็นผู้ดี ให้กลายเป็นผู้ร้าย เพียงชั่วข้ามคืน มันก็กระไรอยู่ 

    อนุสาวรีย์ เป็นสมบัติชาติ และสร้างจากเงินภาษี การทำลาย ก็ต้องใช้งบประมาณ ในการซ่อมบำรุง ให้คืนสภาพอีกครั้ง  ผู้ประท้วงเอาแค่ความสะใจ แต่ทำอะไรกับอดีตไม่ได้ ไปย้อนประวัติศาสตร์ให้ยุติการค้าทาสก็ไม่ได้  เป็นการทำลายข้าวของให้เสียหายเท่านั้น 

    อย่าลืมว่า นั่นคือ บรรพบุรุษตนเองนะ คนอังกฤษ เอามาหยามเกียรติ ย่ำยี เพื่อยกย่องคนที่ต่างสีผิวทำไม  เหตุการณ์ในวันนั้น เขาไม่ผิด แล้ววันนี้ผ่านมา 300 ปี พึ่งมาบอกว่าเขาผิดงั้นหรอ มันคนละยุคสมัยกันนะ 


    สมมติถ้าเป็นเมืองไทย  คือเราต้องไปเผาเมืองยางกุ้งในวันนี้ไหม เพราะพม่าเคยเผาเมืองกรุงศรีเมื่อสองร้อยปีที่แล้ว เอาคนไทยหรือชาวโยเดีย ไปเป็นทาสด้วยเช่นกัน เฉลยศึกชาวโยเดีย หรือคนกรุงศรี  ที่ขนกลับไปพม่าในวันนั้น ทุกวันนี้ก็กลายเป็นคนพม่าหมดแล้ว กลืนจนพูดไทยไม่ได้แล้ว  เขาต้องลุกขึ้นมาต่อต้านไหม   ประท้วงไหม ที่เอาพวกเขามาจากประเทศไทย

    มันนานเกินไปหรือเปล่าที่เราจะรื้อฟื้น  ที่เราพึ่งคิดจะมาแก้แค้น เหตุเพราะวันนี้พม่าแทบจะมาแย่งงานคนไทย  ยึดมหาชัยเป็นถิ่นตนไปแล้ว   มันก็ไม่ใช่ เหตุการณ์มันผ่านไปแล้ว คนพม่าในวันนี้ก็ไม่เหมือนคนพม่าในอดีต เราจะแค้นเคืองทำไม เราต้องไปตีเอามหาชัยคืนจากพม่าหรือเปล่า  มันก็ไม่ใช่





    หรือในอเมริกา การทำลายรูปปั้นของ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ผู้ค้นพบอเมริกา  ถ้าไม่มีเขาคนนี้ ก็ไม่มีประเทศอเมริกาในวันนี้เช่นกัน  อยู่ดีๆคนอเมริกา ก็มาทำลาย บรรพบุรุษตนเอง บอกว่าเขาเนี่ยแหละ คือผู้ที่สังขารหมู่ชาวพื้นเมือง คนอินเดีย  คือนั่นมันเมื่อ 5-6ร้อยปีที่แล้วหรือเปล่า  

    แล้วคนอเมริกาก็เชิดชู และภูมิใจกับ โคลัมบัสมาเป็นร้อยปี อยู่ดีๆวันนี้บอกว่าเขาผิด เกลียดเขา ต้องทำลาย เพื่อ?  มันแก้ไขอดีตได้หรือเปล่า  ถ้าไม่มีการค้าทาส จะมีคนอเมริกาเชื้อสายแอฟริกาในประเทศอเมริกาในวันนี้ไหม  ที่ออกมาประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรม 

    แล้วรัฐต้องนำเงินภาษีประชาชนกลับมาซ่อมบำรุงหรือเปล่า ที่ทำลายๆไป สุดท้ายก็เงินภาษีตนเองต้องเอากลับมาซ่อมแซมอยู่ดีนะ ไม่รู้เขาคิดกันยังไง 



    วันนี้คนเข้าข้าง จอร์จ ฟลอยด์ มากเกินไป ทั้งที่ไม่ได้รู้จักกันเลย ไม่รู้ว่าไปโกรธแค้นเคืองเพื่อเขาทำไม ถ้าการประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมในวันนี้สำเร็จ จะทำให้คนผิวดำ มีงานทำมากขึ้นไหม มีรายได้สูงกว่าคนขาวหรือเปล่า จะมีประธานาธิบดีคนใหม่ เป็นคนดำอีกหรือเปล่า คนดำจะครองอเมริกาแทนคนขาวหรือเปล่า โอกาสจะเป็นของคนดำมากขึ้นหรือเปล่า 

    มันต้องรอให้ ทรัมป์ พ้นจากตำแหน่งก่อนนะ  เพราะทรัมป์เอง ก็เป็นคนอเมริกันที่เหยียดสีผิว โดยแท้จริง เหยียดคนจีนหนักมากด้วย  จะมาบอกให้แก้ไข ยอมรับ นั้นเป็นไปไม่ได้ ด้วยนิสัยของทรัมป์ คงไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมาได้  ต้องรอประธานาธิบดีคนใหม่ มาแก้ไขให้ดีขึ้น หลังการเลือกตั้ง ปลายปีนี้ ( หวังว่า ทรัมป์จะไม่ได้อีกสมัยนะ ) 



    ถ้าโลกเปลี่ยนแปลงจริง ยอมรับความเท่าเทียมในเรื่องสีผิว เชื้อชาติจริง  เจ้าของประเทศกับผู้อาศัยที่เป็นคนชาติอื่น ไม่ว่าจะเข้ามาถูกกฎหมาย หรือผิดกฎหมาย แต่อยู่ในประเทศเดียวกัน ต้องได้รับความเป็นธรรมเท่ากัน  นั่นแปลว่า ต่างชาติ แย่งงานคนท้องถิ่นได้  คนต่างชาติมีสิทธิ์ในกฎหมายต่างๆเท่ากับคนท้องถิ่นได้  คนผิวเหลืองจะได้รับสิทธิประโยชน์ โดยที่ไม่ต้องออกแรงประท้วงใดๆเลย 

    อย่าลืมว่าในอเมริกา ไม่ได้มีแค่คนขาวกับคนดำ ยังมีคนผิวเหลือหรือคนเอเชีย คนจีน อยู่เยอะมากเช่นกัน รวมถึงคนลาตินอเมริกา ที่มาจากเม็กซิโก และเป็นพลเมืองชั้นสอง ที่ไม่ได้ัรับสิทธิ์บางประการเช่นเดียวกับคนขาว หรือคนท้องถิ่น จะได้รับสิทธิประโยชน์นี้ด้วยเช่นกัน 

    คนดำเป็นคนท้องถิ่นจริง ส่วนใหญ่ยังคงเป็นคนจน และ ผู้ใช้แรงงานจำนวนมาก ที่ต้องพึ่งพาสวัสดิการรัฐ ทุกวันนี้บางคนอยู่ได้ เพราะรัฐให้ความช่วยเหลือ แต่ก็ยังรู้สึกว่า รัฐไม่ค่อยเห็นหัวเท่าไหร่ ยังช่วยเหลือไม่พอ ยังทำกับเขาเหมือนไม่ใช่คน  ทั้งที่อเมริกาเลิกทาสไปนานแล้วก็ตาม แต่การเหยียดสีผิว ความเป็นทาส เหมือนไม่เคยจางหายไปจากคนในชาติ เพราะมันฝังรากลึกอยู่ในประวัติศาสตร์ แก้ประวัติศาสตร์ก็ไม่ได้ จะทำลายประวัติศาสตร์ก็ไม่ควร  จะแก้ให้สิทธิมนุษยชนเท่าเทียมกัน ก็เป็นเรื่องยาก  


    การประท้วงครั้งนี้ มันจะแก้สันดานคนได้หรอ จะแก้นิสัยคนที่ชอบเหยียดคนอื่นได้หรอ  ในทางปฎิบัติ มันไม่น่าจะทำได้ คนมันชอบเหยียดคนอื่น มันแก้นิสัยไม่หายหรอกนะ  แต่ถ้าสำเร็จ การเหยียดคนอื่น หรือปฎิบัติกับคนอื่นไม่เป็นธรรม  ก็น่าจะมีกฎหมายออกมารองรับ ลงโทษผู้กระทำผิดได้  แค่ช่วยปรามไม่ให้การแสดงออกชัดเจน หรือโจ้งแจ้ง  ลดการดูถูกซึ่งหน้า รวมถึง ฟ้องร้องเอาผิดกับคนที่กระทำให้โทษหนักขึ้นได้ แค่นั้นเอง  รวมถึงการเลือกปฎิบัติ ที่เหมือนเป็นการดูถูกคนอื่น หรือ ไม่ให้เกียรติคนที่ต่ำกว่า ก็สามารถฟ้องร้องได้ ตามกฎหมาย  


    ก็ต้องดูต่อไปว่า ผลจะออกมาเป็นอย่างไร  รวมถึงใครจะทำให้การประท้วงยุติลงมาได้  คืนความเป็นธรรมแบบไหน ที่คนดำต้องการ 





    และหวังว่าการประท้วงจะไม่ลุกลามมาไทย ไม่มาเป็นกระแสในประเทศไทย  ไม่มีเหตุให้ฮิตตามเขา คนไทยเลิกทาสมาร้อยกว่าปีแล้วเช่นกัน เราไม่มีทาสแล้วในวันนี้ 

     
    วันที่ 15 มิ.ย.นี้ จะมีการปลดล็อค เฟส 4 เหมือนจะน่าดีใจ แต่ก็ยังมีผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเช่นกัน  ทำไมบางธุรกิจ ยังต้องปิดต่อ  คือ หมอป้องกันดีเกินเหตุหรือเปล่า  ไม่มีผู้ติดเชื้อแล้ว แต่จะมีผู้อดตายนะหมอ ไม่ต้องทำงาน ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องกินข้าว ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟนะ  รายจ่ายก็ยังมี แต่รายได้ไม่มีเกิน 3 เดือนนะ  ถ้าไม่ย้ายงานหนี้ ปิดกิจการไปก่อน ก็ต้องรอไส้แห้งต่อไป มันน่าเบื่อมาก 

    เดือนหน้า จะไม่มีเงินเยียวยา 5,000 บาทแล้วนะ ถ้าไม่ได้ทำงาน จะให้เหล่านี้ทำอย่างไร  ไม่รู้เอาร้านเกมส์ ไปรวมกับธุรกิจบันเทิงทำไม คอมพิวเตอร์มันปล่อยไวรัสได้หรือไง ถึงยังคงห้ามอยู่ 

    ตอนนี้ลูกค้าก็แทบจะหนีไปเล่นเกมส์ในโทรศัพท์หมดแล้ว ร้านเกมส์ก็ใกล้จะเจ๊งกันอยู่แล้ว มาสั่งปิดนานๆ เปิดมาไม่ต้องกลัวลูกค้าเต็มร้าน คนแออัดหรอก  มันมีคนเข้าร้านสักคนก็ดีใจตายแล้ว จะเหลือสักกี่คนที่ยังอยากเล่นเกมส์ตามร้านอยู่ถามหน่อย  มันไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย ไม่ได้แออัดเลย  แทบจะร้างอยู่แล้ว

    ใครจะชื่นชมรัฐบาลเก่ง เอาอยู่ก็ชื่นชมไป  แต่อย่าลืมว่า ยังมีคนต้องเห็นใจอยู่ด้วยเช่นกัน ชีวิตทุกคนยังต้องดำเนินต่อไป  ถ้าไวรัสไม่หมดชาตินี้ไม่ต้องทำงานหรือไง อยากรู้เหมือนกัน 



    บางทีก็ไม่รู้ว่า ชีวิต New Normal  มันเป็นชีวิตที่ถูกจำกัดเสรีภาพหรือเปล่า เหมือนทุกอย่างถูกบังคับให้ทำ มากกว่าสมัครใจทำ   การลงทะเบียนไทยชนะ ก็ไม่ค่อยเห็นด้วยนะ จะขึ้นลงรถเมล์ ทำไมต้องลงทะเบียน จะเข้า 7-11 ทำไมต้องลงทะเบียน วันๆไม่ต้องทำอะไร ลงทะเบียนทั้่งวัน   

    ทำไมเราต้องบอกรัฐบาลด้วยว่าเราจะไปไหน เราจะทำอะไร เราต้องรายงานตัวตลอด  การใช้ชีวิตทุกอย่างไทยชนะต้องรู้  เหมือนเสรีภาพเราหายไป  จะกินข้าวก็ต้องนั่งห่างๆ รัฐสั่งให้ทำก็ต้องทำ จะใชัชีวิตปรกติไม่ได้  ทำไมรัฐต้องควบคุมไปหมด  เรากลัวโรค หรือว่าเราโดนรัฐจำกัดเสรีภาพก็ไม่รู้   บางอย่างก็รู้สึกว่ามันมากเกินไป  ไม่ใช่การขอความร่วมมือ แต่เป็นการขู่บังคับ ไม่ทำผิดกฎหมาย เรายังอยู่ในประเทศประชาธิปไตยอยู่หรือเปล่าไม่รู้

    การจำกัดสิทธิเสรีภาพไม่ควรจะนานเกินไป เพราะมันทำให้คนอึดอัด และนำไปสู่การประท้วงได้  รัฐควรจะคืนเสรีภาพให้ประชาชนโดยเร็ว ก่อนที่ความอดทนจะหมด 





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in