ไดอารี่ของฉันhui
การเว้นระยะห่างทางสังคม(ทำได้จริงหรอ)
  • การเว้นระยะห่างทางสังคม เป็นข้อควรกระทำ เพื่อลดความเสี่ยงในการการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า รวมถึงการล้างมือบ่อย การฆ่าเชื้อด้วย แอลกอฮอล์  และการสวมหน้ากากอนามัย 

    แต่ในทางปฎิบัติ บางอย่างมันก็ทำไม่ได้ดั่งที่แพทย์แนะนำ เพราะช่วงนี้ก็มีข่าว เช่น  ร้านอาหารให้นั่งโต๊ะละคน ตอนมาก็มาด้วยกัน นั่งรถคันเดียวกัน เดินมาพร้อมกัน แต่ตอนกินข้าว ต้องนั่งคนละโต๊ะห่างกัน กินเสร็จแล้ว ก็กลับมาเดินด้วยกันต่อ นั่งรถคันเดียวกันเหมือนเดิม กลับบ้านพร้อมกัน แล้วเราจะนั่งโต๊ะคนละตัวเพื่ออะไร  

    หรือ การนั่งรถเมล์ ที่มีคนเริ่มบ่นว่า ที่นั่งก็ว่าง แต่นั่งไม่ได้ เพราะเขาเอาเชือกมากั้นเอาไว้ไม่ให้นั่ง แต่คนยืนเบียดกันเต็มรถเลย  แล้วการเว้นที่นั่ง มันได้ประโยชน์อะไร เพราะคนขึ้นรถมา ไม่มีที่นั่งก็ต้องยืน แล้วรถก็ยังรับคนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเต็มคันรถ มันห่างกันตรงไหน

    ที่มันทำไม่ได้ เพราะร้านอาหาร เขาเป็นร้านบิวอิน หรือ ออกแบบตกแต่งมาให้นั่งรวมกัน จะแยกพื้นที่ส่วนตัวไม่ได้ จะแต่งร้านใหม่ ก็ลำบาก ต้องลงทุนอีกเยอะ จึีงเลือกที่จะปฎิบัติแบบนั่งแยกเดี่ยวดีกว่า  เรียกว่าร้านค้าได้ทำตามกฎหมาย และ กระแสสังคมแล้ว  ถ้าเกิดมีใครติดเชื้อขึ้นมา ถือว่าไม่ใช่ความผิดของร้านอาหาร ที่ให้คนนั่งแออัดกัน เขาได้แยกโต๊ะ ตามคำสั่งรัฐบาลแล้ว  ทั้งที่การทำแบบนี้ มันขาดทุนและถือว่า เป็นการพื้นที่เปลืองมาก ทำให้รับลูกค้าได้น้อยลง แต่ก็จำใจยอมรับทำตามคำสั่ง 

    รถขนส่งสาธารณะ ก็ได้ทำตามคำสั่งรัฐบาลแล้ว ให้นั่งที่เว้นที่ ให้คนยืนห่างกัน แต่คนใช้รถ ทุกคนต้องการรีบไป รถมาก็ขึ้น และเมื่อคนมารวมกันมากๆ มันก็ไม่อาจจะเว้นระยะห่างกันได้ เพราะพื้นที่ในรถมีจำกัด จะรอคันถัดไป ก็ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ เดี๋ยวไปทำงานสายกันพอดี 

    คือ คนเราก็ยังเยอะอยู่เท่าเดิม จะให้ใช้พื้นที่ต่อคนมากกว่าเดิม ทั้งที่พื้นที่มีจำกัด บางทีมันก็ทำไม่ได้ 

    อย่างห้างก็น่าเห็นใจ ขาดรายได้ไปเป็นเดือน ค่าใช้จ่ายก็มี รัฐก็ไม่ได้ช่วยอะไร แถมมีคำสั่งให้ทำโน้นนี่นั่น มาตราฐานออกมามากมาย ต้องลงทุนเพิ่ม ทั้งๆที่จำกัดลูกค้าคนเดินให้น้อย เรียกว่า ขาดทุนเห็นๆ แต่ก็ต้องทำ 

    มาตราการ ลงทะเบียน "ไทยชนะ" ที่ 7-11 ก็ไม่รู้ว่าทำเพื่ออะไร พนักงานเขาก็มีน้อยอยู่แล้ว 3 คน 7-11 ก็ใช้งานพนักงานหนักมากนะ ทั้่งที่ลูกค้าเยอะ คนหนึ่งต้องคอยไปยืนวัดอุณหภูมิร่างกาย กดเจลล้างมือ เรียกลูกค้าลงทะเบียนไทยชนะ ทั้งที่ในร้านคนก็เยอะมาก คนหนึ่งก็ต้องไปส่งอาหารข้างนอก เหลือในร้านคนเดียว ทั้งชงน้ำ ทั้งคิดเงิน ทั้งอบขนมปัง ไส้กรอก ใช้คนได้โหดมาก ไม่รู้ว่าเพิ่มงานมาให้ทำไมอีกยุ่งยาก เอากลับไปช่วยคิดตังค์เถอะ จะได้ลดการยืนรอคิวให้เร็วขึ้น   แต่ไม่ทำก็ไม่ได้ มาตราการเยอะเกิน

    ฉันลงทะเบียนไทยชนะเสร็จ มีข้อความsmsชวนเล่นพนันเข้ามาทันที  ทำให้ไม่มั่นใจเลยว่า ไทยชนะ มันปลอดภัยดีไหม  โชคดี ที่รอบ 2-3 ที่ไปเดิน 7-11 เขาให้เขียนชื่อ กับเบอร์โทร แทน  รู้สึกว่าปลอดภัยกว่าลงทะเบียนไทยชนะอีกนะ  

    มันยุ่งยากไปไหม ทีต้องมาทำอะไรมากมาย คือ ทุกคนมี google maps เพียงแต่บางคนไม่เคยใช้ บางคนใช้ไม่เป็น และอีกหลายคนอาจจะไม่รู้ตัวว่า google maps มันจดการเดินทางให้เราตลอดเวลาเลยนะ ว่าเราไปไหนมาบ้าง อยู่ที่ไหนตอนกี่โมง  ความจำดี และ รู้ดีกว่าเราอีกนะ ว่าเราเดินทางกี่นาที  เดินทางด้วยวิธีไหน อยู่ที่นั่นนานกี่ชั่วโมง ถ่ายรูปอะไรไว้  ถ้าอยากรู้ว่าไปไหนบ้างในแต่ละวัน สืบประวัติย้อนหลังได้จากทามไลน์ของเราเลยนะ เป็นปีๆ ก็ย้อนกลับไปดูได้  ขึ้นแผนที่เดินทางให้ดูยังได้เลย  ถ้าหมออยากรู้ว่าไปไหนบ้าง กลัวเราจำไม่ได้ เรียกข้อมูล google maps เช็คทามไลน์ได้เลย ทำรายละเอียด ได้ดีกว่า ไทยชนะ แน่นอน  

    แต่ถ้าใครที่โทรศัพท์ไม่เป็นส่วนตัว กลัวแม่ กลัวแฟนเช็คประวัติย้อนหลัง ว่าไปไหนมา ก็ควรจะปิดเน็ต หรือ ปิดการทำงานของgoogle maps หรือ ปิดทามไลน์ของตนเองซะ เพื่อให้กูเกิ้ลไม่บันทึกประวัติของเราในเวลานั้น



    ฉันเห็นร้านเกมส์อื่น เขาเริ่มโพสต์ในเฟสแล้วนะ  ว่าได้มีการทำฉากกั้นระหว่างโต๊ะ โดยใช้ฟิวเจอร์บอร์ด กับ ท่อประปา เป็นการลงทุนราคาประหยัด เพื่อให้เกิดการเว้นระยะห่าง หรือการกั้น ระหว่างผู้เล่น ทำฉากคล้ายๆพวกร้านอาหาร  เป็นไอเดียที่ดี  แต่ฉันดูแล้ว ไร้ประโยชน์  ฉากกั้นบนโต๊ะ แต่คนเล่นอยู่บนเก้าอี้ ที่ไม่ได้กั้นอะไร ก็นั่งห่างกันเท่าเดิม แต่มีฉากกั้นจอเอาไว้เฉยๆ   แต่ก็ถือว่า ร้านได้ทำตามการป้องกันแล้วนะ ทำตามรัฐบอกแล้ว

    ฉันคงไม่ลงทุนขนาดนั้น เพราะขาดรายได้ แล้วจะให้มาลงทุนอะไรเพิ่มอีก คงไม่ไหว  จะให้นั่งตัวเว้นตัว ก็กระไรอยู่  ปรกติก็มีแค่ 11 ตัว จะให้เหลือแค่ 6 ตัวใช้งานได้  รายได้มันคงไม่พอกิน เดี๋ยวนี้ก็ใช่ว่าลูกค้าร้านเกมส์จะมากมาย มีเหลือแค่ไม่กี่คน  มาพร้อมกัน ไม่ได้เล่นพร้อมกัน ก็ไปหมดพร้อมกัน ไม่เล่น

    ฉันใช้เวลาดึงโต๊ะให้ห่างกันแทน  แต่ด้วยพื้นที่จำกัด ก็คงห่างกันเป็นเมตรไม่ได้  ด้วยความจำกัดของพื้นที่ จึงดึงโต๊ะห่างได้แค่ 30 ซม. เก้าอี้ห่างกันประมาณ 60 ซม. คนนั่งเล่น น่าจะห่างกันได้ประมาณ 80 ซม. จากการคำนวนดูคราวๆนะ ห่างกันได้มากสุดแค่นี้ 80 ซม. ไม่ถึง 1 เมตร 

    ถือว่าเป็นการทำ การเว้นระยะห่างทางสังคมในร้านเกมส์แล้ว ได้ทำตามข้อกำหนดรัฐบาลแล้ว แม้จะไม่มาก แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำ  ส่วนข้อปฎิบัติอื่น ก็ได้เตรียม น้ำยาฆ่าเชื้อโรค เอาไว้ฉีดพ้นเก้าอี้ที่ลูกค้านั่ง เมื่อลูกค้าลุกไป ก็ฆ่าเชื้อทุกครั้ง ส่วนเม้าท์ คียร์บอร์ด คงทำความสะอาดทุกครั้งตามไม่ไหว ไม่กล้าฉีดน้ำยาลงไป ใช้วิธีเช็ดความสะอาดปรกติ วันละ 1 ครั้ง  ให้ลูกค้า ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อนเล่นแทน และคงต้องติดป้ายประกาศว่าให้ สวมหน้ากากอนามัย ขณะเล่นเกมส์ทุกครั้ง   ส่วนลูกค้าจะได้ทำได้ครบตามขั้นตอน หรือ ทำตามที่บอกหรือเปล่า อันนี้ต้องรอดูตอนที่รัฐประกาศให้เปิดดำเนินกิจการได้ 

    ปรกติเด็กเล่นเกมส์จะเสียงดังมาก ไม่ตะโกนมันไม่สนุกหรือไงไม่รู้ มันต้องคุย ต้องด่ากันด้วยนะ การห้ามส่งเสียงดัง หรือห้ามคุย เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย  การให้นั่งห่างกัน การที่ต้องใส่หน้ากาก ไม่รู้ว่า มันจะมีผล ทำให้เด็กคุยน้อยลง หรือว่า ตะโกนเสียงดังขึ้น ก็ไม่รู้  เพราะขนาดนั่งติดกัน ยังตะโกนคุยกันเลย แล้วนั่งห่างกัน จะตะโกนเสียงดังขึ้นหรือเปล่าไม่รู้ หรือเงียบลง หรือเหมือนเดิม ไม่แตกต่าง ยังเดาไม่ถูก ต้องรอให้เปิดร้านดูก่อน ว่าผลจะเป็นอย่างไร

    ตอนนี้ก็ต้องเตรียมทำป้ายประกาศ  เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนเปิดร้านอีกครั้ง  ถือว่า ร้านค้าได้ทำตามรัฐกำหนดแล้ว  ส่วนผลจะได้ตามที่ต้องการหรือเปล่า อันนี้ตอบยาก   แต่เดาได้ว่า ไม่ได้ผล เด็กก็คือเด็ก เล่นกันเหมือนเดิม ห่างกันแป๊บเดียว ก็ตัวติดกันแล้ว ห้ามได้แป๊บเดียว



      
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in