(ฟิคแปล) Touch (Only) Me Baby (taemark)ppan_19
Touch (Only) Me Baby

  • Title : Touch (Only) Me Baby

    Author : Springschwolie (bangtan7s)

    Original : https://archiveofourown.org/works/15547014

    Translated : ppan๑๙

    note : สวัสดีค่ะ ผแผนค่ะ /ไหว้ /หลังจากบ่นมาสักพัก ในที่สุดก็ได้ตัดสินใจหยิบฟิคที่อยากแปลออกมาแปลสักทีค่ะ เฮ้ออออ ชอบมากๆๆๆๆๆ เลยล่ะค่ะฟิคแทมัคเรื่องนี้ อ่านง่าย น่ารัก คิกคักๆๆ เรื่องกุ๊กกิ๊กของพ่อกับน้องม้าค เขาเขียนออกมาได้น่ารักมากจริงๆ ค่ะ แล้วเราก็จะชอบขายให้ทุกคนที่บังเอิญผ่านมาเจอทวิตเตอร์เรา แง5555 มันดีมากจริงๆ ค่ะ อยากให้ทุกคนที่ชอบแทมัคได้อ่าน เป็นฟิคที่เลอค่ามาก หนำซ้ำยังเขียนมาจากโมเม้นต์แทมัคที่เป็นที่ตราตรึงใจมากที่สุดของเรา คือ โมเม้นต์เซอร์ไพร์สวันเกิดน้องม้าคค่ะ ToT ))))))) อ๊า นั่นมันสเตจบอกรักแฟนไม่ใช่รึไงงงงง เป็นโมเม้นต์ที่canonมากค่ะ หนำซ้ำยังเป็นฟิคตีมเพลงTouch (me/ซับหัวตา) แค่คอนเสปต์ก็กินขาดแร้วค่ะ ปั้ดโธ่เว้ย แทมัคจงเจริญ

    ปล. พยายามเกลาภาษาอย่างหนักหน่วงมากเลยค่ะ เพราะนี่เป็นงานแรกหลังจากไม่ได้แปลนานหลายเดือน.. สนิมเกรอะมากๆ หากใครอ่านแล้วรู้สึกตะขิดตะขวงใจต้องขออภัยด้วยนะคะ จะพัฒนาตัวเองต่อไปค่ะ ;; v ;; )๗

    ปลล. บางจุดเราเคาะเว้นspaceเอาไว้ในword แต่พอเอามาลงในนี้แล้วบางสเปสจะหายล่ะค่ะ.. เพราะงั้นถ้าตรงไหนเว้นวรรคแปลกๆ ก็มีสาเหตุมาจากตรงนี้นะคะ /ลูบหน้า

    ปลลล. สุดท้ายนี้ก็ เอนจอยรีดดิ้งกันนะคะทุกคน ด้วยรักและแทมัคค่ะ 





    Touch (Only) Me Baby

    Author : Springschwolie (bangtan7s)

    Original : https://archiveofourown.org/works/15547014



               สองวันก่อนจะถึงวันขึ้นแสดง จนแล้วจนรอดแทยงก็ยังทำป้ายไม่เสร็จ ,ความเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์ในตัวเขามันกำลังตำหนิและโห่ร้องใส่งานที่ยังทำไม่เสร็จสักทีชิ้นนี้เพราะเขาเอาแต่เลื่อนแล้วเลื่อนอีกชายหนุ่มทำเป็นไม่สนใจเสียงนั้น เช่นเดียวกับที่ที่เขาไม่สนใจจอห์นนี่เพื่อนร่วมห้องของเขาผู้กำลังมีความสุขเสียเหลือเกินกับการได้มองดูเขากำลังสติแตก— กล่าวถึงเพื่อนที่รักของเขาแล้ว,ในขณะที่แทยงกำลังประสบวิกฤตหน้าสิ่วหน้าขวาน ฟันขบกัดเล็บกึกๆสายตามุ่งเป้าความสนใจทั้งหมดไปยังแผ่นกระดาษบนโต๊ะทำงานของตนจอห์นนี่ก็กำลังเพลิดเพลินกับยามเย็นแสนสงบรมรื่นภายในหอพักนอนอ่านโพสต์และนานาทวีตจากแฟนคลับผู้น่ารัก

     

              “มันต้องไม่ชัดเจนจนเกินไป”แทยงพูดย้ำ น้ำเสียงเริ่มกล่าวอย่างสงบในตอนแรก “แต่มันก็ต้องสื่อถึงเรื่องส่วนตัว!!!”และตรงนี้เองที่เขาระเบิดเสียงสื่อถึงความสิ้นหวังออกมาอย่างแรงจนจอห์นนี่หลุดหัวเราะก๊ากมันตลกมาก ก็โอเคถ้าเขาจะหัวเราะท้องคัดท้องแข็งกับตัวเองตราบใดที่เขาไม่เข้ามารบกวนสติเส้นบางที่ใกล้ขาดผึงของแทยงชายหนุ่มผู้เคร่งเครียดจึงอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงตักเตือนไปเพื่อรักษาสติตนให้สงบ

     

              “ขอล่ะถ้าไม่คิดจะช่วยกันก็เงียบหน่อยได้มั้ย?

     

              เออจ้า ,จอห์นนี่ตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินเข้าไปส่องดูแผ่นกระดาษสีขาวขนาดA4มีตัวอักษรบรรจงเขียนไว้ว่า 마크야 생축” (Mark-ya Happy Bday) และตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเล็กที่เขียนแปลไว้ข้างๆ ว่า “Happy birthday”  เขียนไว้ลวกๆ อันมาจากความคิดล่าสุด “สำหรับฉันฉันว่ามันดูดีพอแล้วนะ-- เออทำไมไม่ลองวาดรูปแตงโมชิ้นเล็กๆ ลงไปล่ะ”

     

              เออจริง แทยงยอมรับว่านั่นเป็นความคิดที่ดีเลยทีเดียวเพราะเด็กคนนั้นมีความรักอันยิ่งใหญ่และไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้ต่อผลไม้พันธ์นี้ถ้าแทยงจะนึกอิจฉาผลไม้สักชนิด มันก็คงจะเป็นไอ้แตงโมนี่ล่ะ  มาร์คมองไอ้ผลไม้ลูกนี้ราวกับมองสิ่งศักดิ์สิทธิ์,แต่ลีแทยงไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นหรอก อิจฉาน่ะเหรอ เหอะ ไม่ซะล่ะมันดูไม่เข้ากับตัวเขาเสียเลย—

     

              “โอออ้ พวกแฟนๆกำลังสงสัยกันล่ะว่าในดงฮยอกจะจูบมาร์คเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดหรือเปล่า55555

     

              โอเคถ้าไอ้เปลวเพลิงแห่งความอึดอัดที่ลุกโชนสุมอกกับความร้อนเดือดปุดปะทุในท้องตอนนี้ไม่เรียกว่าอิจฉาหรือว่าหึงแล้ว—แทยงมักจะยอมรับอย่างรวดเร็วเวลาที่ตนทำผิดพลาด ---ดังนั้นชายหนุ่มจึงหันมองหาจอห์นนี่เร็วๆ ส่งสายตาบอกให้เขาหุบปากเพราะชายหนุ่มไม่อาจทนฟังอะไรพวกนี้ได้ ยิ่งมันเป็นสิ่งที่มาจากเหล่ากลุ่มคนที่เขารักด้วยแล้ว—เหล่าชีจือนีของเขา ,จอห์นนี่มองเพื่อนร่วมห้องด้วยสายตาสงสัย แทยงหันตัวกลับไปแก้มเห่อร้อนด้วยความละอาย

     

              ชายหนุ่มรู้ว่าที่มันผิดตามหลักการแล้วเขาไม่ควรจะรู้สึกหึง ไม่ควร!มาร์คกับดงฮยอกเป็นแค่เพื่อนสนิทกัน แล้วพวกเขายังโตมาด้วยกันทั้งสองคนเป็นเหมือนพี่น้อง! แทยงไม่ใช่คนประเภทที่จะล๊อคความรักของตนให้กับคนคนเดียวแล้วบังคับให้ตัดความสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างสิ้นเชิงนั่นคงจะโหดร้ายรุนแรงไม่เหมาะสมและขัดกับศีลธรรมในหัวใจของเขา— แทยงรู้เป็นอย่างดีแต่กระนั้น ทุกวันนี้เขายังคงมีปัญหากับการแสดงออกภายนอก และการจัดการความรู้สึกขัดแย้งภายในอันทำเอาเขาหายใจไม่ออกราวกับว่ามันจะลากร่างไร้ชีวิตของเขาลงหลุมอย่างไร้วันกลับเลยทีเดียว

     

              เขาคือลีดเดอร์เขาคือพี่ชายที่แสนดี ชายหนุ่มบอกตนเองเช่นนี้ซ้ำๆ ราวกับมันเป็นมนต์คาถาและตัวเขาก็พยายามร่ายมนต์นี้ตลอดเวลา— เป๊าะ – แท่งดินสอสีที่เขาใช้ขีดลากวาดเส้นสามเหลี่ยมของชิ้นแตงโมถูกบีบหักคามือขณะที่สมองเขากำลังคิดหมกมุ่นสุดกู่ชายหนุ่มพยายามบอกตนให้กลับมาตั้งสติและใจเย็นลงแต่เห็นชัดว่ามันไม่เป็นผล ,จอห์นนี่ส่งเสียงร้องโว้วว ก่อนจะใช้ขายาวๆ ทั้งสองข้างวิ่งแจ้นลงมาจากเตียง

     

              “แฟนๆ แค่คิดว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากๆ น่ะมันไม่มีอะไรที่นายต้องเป็นห่วงนะเว้ย” จอห์นนี่อยากจะเติมต่อท้ายว่า นายเองก็รู้อยู่แล้วแต่เขาเลือกที่จะตบบ่าของแทยงเงียบๆ แทน หวังว่าจะช่วยทำให้ชายหนุ่มอุ่นใจขึ้นแทยงน่ะฉลาด และตอนนี้เขาก็เปลี่ยนไปใช้ปากกามาร์คเกอร์แทน อย่างน้อยมันก็คงจะไม่ถูกหักโดยฝ่ามืออันสั่นเทานั่นหรอก

     

              “เขาดูสนิทสนมกับแฮชาน..”มากกว่าฉัน? สิ่งที่เขาสงสัยอยู่ตรงนี้ แต่แทยงกลับไม่พูดมันออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำเพราะไม่เพียงแต่มันจะทำให้ชายหนุ่มรู้สึกละอายแก่ใจกับตนเองแล้วมันยังทำเขาไม่กล้าเงยขึ้นไปสู้หน้ากับจอห์นนี่ในตอนนี้ได้เลย

     

              จอห์นนี่เดาะลิ้นพลางนึกสงสัยว่าทำไมแทยงถึงได้คิดมากเป็นจริงเป็นจังกับเรื่องนี้นักสิ่งพวกนี้ที่แฟนคลับทำขึ้นมา ทุกสินค้า แฟนฟิค รูปภาพ และวิดีโอสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเรื่องธรรมดาตามอินเตอร์เน็ต ก็ตามโดยทั่วไปเรื่องจิ๊บจ๊อยไร้แก่นสารเพื่อความบันเทิงใจเหล่านั้น—ไม่มีอะไรมาอธิบายได้เหมือนกันว่าทำไมผู้คนถึงได้ทำสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจังกันนักและส่วนใหญ่พวกมันก็ไม่ควรค่าแก่การใส่ใจ แม้แต่พวกแฟนคลับยังรู้เรื่องนี้ดีเลย,ครึ่งต่อครึ่งของสิ่งที่จอห์นนี่อ่านก็ล้วนแต่เป็นมุกตลกไร้พิษภัย อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้เป็นคนที่เดทกับคนในวงเพราะงั้นเขาเลยมีมุมมองด้านนี้ต่างจากคนอื่นอยู่แล้ว,จอห์นนี่อยากที่จะเห็นอกเห็นใจแทยงนะ—อาจจะ แค่อาจจะอยากแหละ คำพูดที่แฟนๆที่รักกล่าวด้วยเจตนาร้ายเป็นศูนย์เหล่านั้นกลับมีพลังที่จะโจมตีหัวใจของคุณลีดเดอร์อย่างจังหนำซ้ำยังทำเขาเจ็บเหลือทน เพราะจริงแล้วมันไม่มีอันตรายอะไรเกิดขึ้นเพราะแทยงรู้ว่าตัวเขาไม่ควรจะรู้สึกเจ็บ— แต่เขาก็เจ็บ และเขายังไม่มีคำอธิบายหรือคำแก้ตัวที่จะช่วยอธิบายว่าทำไม ;แค่ว่าเรื่องนี้มันส่งผลกระทบต่อเขา และมันทำเขารู้สึกผิดหวังเหลือเกิน

     

              “ฉันไม่รู้ว่าจะตอบอะไรนายว่ะ”จอห์นนี่ยักไหล่ ด้วยความซื่อสัตย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามเท่าไหร่เขาก็ไม่อาจจะเข้าใจสถานการณ์ที่คุณลีดเดอร์กำลังเผชิญอยู่ได้ แทยงไหล่ลู่ลงตามคำตอบของจอห์นนี่อย่างน้อยการที่เขาได้พูดกับใครสักคนมันก็พอจะช่วยแบ่งเบาอารมณ์ของเขาได้บ้าง

     

              “ฉันแค่หวังว่านี่จะไปได้สวยนะ”แทยงพึมพำดูพึงพอใจกับงานฝีมือของตนก่อนจะพับครึ่งมันอย่างเรียบร้อยเพื่อให้ใส่ลงกระเป๋าอย่างพอดีโดยไม่เกิดรอยยับมันเป็นการเซอร์ไพร์สเพราะงั้นเขาจึงไม่อยากให้มาร์คบังเอิญเดินเข้ามาในห้องแล้วบังเอิญเห็นสิ่งนี้วางเด่นหราอยู่, ชายหนุ่มตบกระเป่าตนสองสามทีขอให้ตนโชคดีพลางคาดหวังว่าเขาจะสามารถกู้เรือที่กำลังจมอยู่ภายใต้มหาสมุทรสีเขียวนีออนได้หรือไม่ [1]

     

     

    ------------------------------------------------------------------------------

     

              เขากำลังมีชีวิตกำลังหายใจ กำลังเดินดำเนินอย่างขัดแย้ง,บางครั้งเขาส่งเสียงเอ็นดูขณะพบมาร์คและดงฮยอกนอนกอดกันกลมบนโซฟาผล็อยหลับไปหลังจากเล่นมาริโอ้คาร์ทในตอนตีสอง แม้ว่าเขาจะออกคำสั่งกำชับนักหนาว่าให้เล่นแล้วเข้านอนก่อนเที่ยงคืน—แม้จะผิดคำสัญญาแต่ก็ถูกยกโทษให้อย่างง่ายดายเมื่อทั้งสองตื่นขึ้นแล้วส่งสายตาลูกหมามายังเขาและดงฮยอกส่งเสียงร้องอ้อแอ้ ฮยองงงอวาาาเค้ายักเตงน้าาา ด้วยเสียงหวานปานน้ำตาลที่สี่ออกเทฟอันสูงเกินไป

     

              แต่ในบางครั้ง,เขากลับไม่อาจทนเพียงแค่ดงฮยองมองไปยังมาร์ค โดยในทางที่กลับกันนี้ มันช่างบ้าบอสิ้นดี—เพราะแทยงไม่อาจทำตัวแบบนี้ได้ไม่สมควรเลย เขารู้ว่ามันไม่มีเหตุผลเลยที่เขาทำตัวราวกับคนอารมณ์ร้อนแต่สาบานได้ว่าเขาแทบจะหลุดคำรามเมื่อดงฮยอกพยายามจะจูบมาร์คที่ต้นคอ ขณะที่พวกเขากำลังถ่ายทอดสดวีไลฟ์,หลังจากนั้นแจฮยอนต้องดึงเขาหลบกล้องไปเตือนให้ทำตัวให้เหมาะสมหน่อยรวมทั้งเรื่องการจูบ(หรือทำท่าจูบ) ให้พี่แทอิลหลายต่อหลายครั้งเพื่อให้มาร์คเห็นและรู้สึกอึดอัดทั้งหมดนี้ไม่สมกับเป็นลีดเดอร์ ไม่ใช่พฤติกรรมของลีดเดอร์เลย,เมื่อแจฮยอนเอ่ยขึ้นถึงเรื่องเหล่านั้น แทยงหน้าซีดลงแล้วกำมือตนแน่น “ฉันรู้”นั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไมมันถึงเป็นเรื่องแย่

     

              บางทีถ้าแทยงรวบรวมความกล้าอย่างจริงๆจังๆ ที่จะไปนั่งลงข้างมาร์คแล้วพูดกับเด็กหนุ่มถึงเรื่องนี้แฟนหนุ่มผู้น่ารักและแสนคิดบวกของเขาคนนี้อาจจะสามารถคิดหาวิธีแก้ไขอะไรบางอย่างในปัญหานี้ก็ได้แต่แทยงไม่อาจที่จะคิดถึงไอเดียนี้ได้เกินสองวิ แล้วเขาก็เก็บมันลงที่เดิม—เขาพบว่ามันช่างน่าอายที่ ลีแทยง ผู้ที่ความกดดันในการถ่ายMVเดบิวท์ไม่อาจทำลายความมั่นใจของตัวเขาได้ ผู้ดูแลรุกกี้และเมมเบอร์ที่เดบิวท์แล้วทั้งสิบเจ็ดคนผู้มีความสามารถล้นเหลือทั้งเต้นทั้งแรปและดึงดูดผู้ชมนับพันๆ คนได้อยู่หมัด,ลีแทยงคนนั้นบัดนี้กำลังเสียหลักอย่างช้าๆ โดยฝีมือเมมเบอร์สองคน เมมเบอร์สองคนที่เขาควรแนะนำและให้ความช่วยเหลือเมมเบอร์สองคนที่เอาเขาเป็นแบบอย่าง บางทีอาจจะมากกว่าเมมเบอร์คนอื่นด้วยซ้ำ ,เมมเบอร์ทั้งสองคนของเขา

     

              “อ๊าก”แทยงโยนโทรศัพท์ทิ้งลงบนเตียงและหมุนเก้าอี่ที่ตนนั่ง หลังจากที่ดูคลิปแนะนำของยูทูปที่โผล่เข้ามาบนหน้าฟีด--รวมทุกช็อตทีแฮชานพยายามจะจูบมาร์ค #Markhyuck’

     

              นั่นแหละสิ่งที่จอห์นนี่พูดมันส่งผลบางอย่างต่อตัวเขาเพราะแทยงไม่อาจคุมตัวเองได้เมื่อกดเข้าดูแฟนวิดีโอแม้เขาจะรู้ว่าผลลัพธ์ว่าสุดท้ายแล้วจะได้มาแต่ความหงุดหงิดที่กำจัดไม่ได้ แม้สิ่งที่เขาตั้งใจดูอย่างมากตลอดเวลาที่นั่งดูนั้นคือภาพที่มาร์คพยายามที่จะปฏิเสธและหลีกเลี่ยงจูบเหล่านั้นแต่กระนั้น หนึ่งคลิปที่ส่งผลต่อเส้นประสาทความหงุดหงิดของเขาโดยตรงเมื่อถึงตอนวิดีโอที่พวกเขาทำMVCommentary ของ Touch,แทยงยังจำความเจ็บปวดในวันนั้นได้เป็นอย่างดี มันเจ็บเมื่อเขานึกถึงมันเพราะในวันนั้นเขาไม่อาจจะทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้เลยได้แต่นั่งมองพวกเขาสองคนตรงนั้น

     

              เขาเคยขอให้มาร์คนั่งข้างเขาสำหรับการทำคอมเม้นต์คราวหน้าครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้ทำแบบนั้นด้วยกันมันก็นานมากแล้ว อย่างไรก็ตามมาร์คกลับไม่เต็มใจที่จะทำอย่างนั้นเท่าไหร่นัก—ตรงนั้นเองที่ทำเอาแทยงรู้สึกเจ็บที่หัวใจนิดหน่อยเพราะเขาไม่อาจจะเข้าใจได้ว่าทำไม—แทยงไม่ได้ขอให้มาร์คจูบหรือหอมเขาต่อหน้ากล้องฉายบนทีวีเพียงแค่ขอให้นั่งด้วยกันกับเขาเท่านั้น,เขารู้ว่าเขาควรจะขอบคุณเพราะมาร์คเข้าใจเรื่องงงานและสถานการณ์เป็นไอดอลของพวกเขาในเกาหลีและเขารู้ว่าควรทำตามที่มาร์คบอกเพื่อปกปิดความสัมพันธ์ของพวกเขาจากสายตาของสังคมถึงอย่างนั้นแม้จากการเรียนรู้ทั้งหมดนี้เพื่อย้ำเตือนถึงสิ่งเรื่องอุกอาจที่อาจเกิดขึ้น,แต่ในความเป็นจริงมันต่างจากสิ่งที่คาดการณ์ไว้หลายอย่างแทยงแทบจากอยากกรีดร้องตะโกนบอกโลกทั้งใบว่ามาร์คเป็นของเขา และเขาหวังลึกๆว่าจะมีใครสักคนมองออก หวังว่าจะมีคนที่ชอบพวกเขาสองคน ช่วยสนับสนุนและชอบคู่ของพวกเขาอยู่เหมือนกัน ,เมื่อไหร่ที่มาร์คมีตำแหน่งยืนทำงานที่ตรงข้ามกันกับเขาเมื่อตอนนั้นเอง เสมือนว่าจุดเรคคอร์ดวิดีโอจุดแดงใหญ่ๆนั้นจะโยนเข้ามาโดนเขาอย่างแรง แรงยิ่งกว่าที่เขาคิด --- วันนั้นก็เช่นนั้น

             

              “มานี่สิคร้าบ”เมื่อดงฮยอก—ผู้ไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกจ้องด้วยแววตาอาฆาตจากแทยงและได้ทำสัญญากับมาร์คไว้แล้วว่าจะเป็นบัดดี้นั่งข้างกันดึงแขนมาร์คให้ลงนั่งลงที่เก้าอี้ข้างตัวเขา ,แทยงผู้โกรธกริ้วหายใจออกมาอย่างแรงช้าๆ คิดดีเข้าไว้ ทำใจให้เบาเข้าไว้ นายจะคิดร้ายกับดงฮยอกไม่ได้นายรักเด็กนั่น เขาเป็นเด็กน้อยของนาย นายเป็นคนเลี้ยงเขามากับมือ ใจเย็นเข้าไว้แทยงพึมพำความคิดของตนออกมาบ้าง แต่โชคดีที่คนนั่งข้างเขาคือซือเฉิงในตอนนี้แม้ซือเฉิงสามารถฟังและพูดเกาหลีได้อย่างแตกฉานแต่เขาก็สุภาพและเคารพตัวแทยงมากพอที่จะทำเป็นเหมือนกับว่าเขาไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอะไรอยู่ซือเฉิงรู้ได้ทันทีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นเขาจึงขออนุญาตแทยงให้ตนนั่งที่เก้าอี้ถัดจากมาร์ค—พวกเขาทั้งสองไม่ได้อยู่บนจอเดียวกัน และพวกเขาก็ไม่ได้นั่งใกล้ชิดกันขนาดนั้นแทยงจึงบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร

     

              เพราะงั้นแล้วเขาจึงรู้สึกเจ็บปวดเมื่อพบว่าสิ่งที่ดำเนินไม่เป็นไปดังคาด,เมื่อดงฮยอกโน้มตัวเข้าไปจะสาธิตถึง จูบของพวกเขาในMV มาร์คกระทุ้งศอกใส่เป็นการเตือนพอเป็นพิธีใบหน้าของเด็กหนุ่มค่อยๆ เปลี่ยนไปแสดงออกถึงอาการกระวนกระวายไม่ชอบใจแทยงจ้องมองจอมอนิเตอร์ด้วยความรู้สึกกระอั่กกระอ่วนมีรอยยิ้มติดอยู่บนใบหน้าแต่ดวงตาเขากลับไม่รู้ว่าควรจะไปโฟกัสอยู่ที่จุดไหนดีภาพสีตรงหน้ากลายเป็นภาพเบลอสาบานได้ว่าในตอนนั้นภาพตรงหน้าเขาเห็นสีแดงชัดเจนยิ่งกว่าทุกสิ่ง

     

    ---และแล้วก็กลับมายังตัวเขาที่จุดปัจจุบัน ตัวเขาผู้แสนขลาดเขลาคิดว่าการดูวิดีโอนั้นในตอนนี้จะทำให้อะไรๆ ดีขึ้น แต่ผลที่ออกมาคือไม่ใช่เลย,ความอิจฉาในวันนั้น ความหึงความอิจฉาที่เดือดปะทุในวันนั้นใบหน้าบูดบึ้งไม่สบอารมณ์ ทุกสิ่งมันชัดเจนเด่นหราอยู่บนหน้าของเขา

     

              “นายควรนอนได้แล้วนะ” จอห์นนี่ชี้ไปที่นาฬิกาเตือนแทยงว่าพรุ่งนี้เป็นวันสำคัญ ,แทยงหยิบโทรศัพท์มาพิมพ์ทวีตข้อความวันเกิดเก็บเอาไว้สั้นๆไม่มีนัยยะสำคัญเป็นพิเศษ (เป็นแบบที่มาร์คน่าจะพอใจ)และเขาก็ควรกำจัดวิดีโอดังกล่าวที่ช่วยสุมไฟให้ความคิดบ้าคลั่งของเขาออกไปอย่าให้มันมามีความหมายอะไรมากเกินไป-- อย่างไรก็ตาม จอห์นนี่รู้ดีเขารู้ดีว่าคนที่กระวนกระวายว้าวุ่นใจไม่ได้มีเพียงแค่แทยง,แต่มาร์คเองก็เหมือนกัน พวกเขาอยู่ด้วยกันตอนที่มาร์คดูวิดีโอนั้นซ้ำไปซ้ำมา ครุ่นคิดว่าถ้าเขาฟังเสียงบางส่วนพลาดไปแต่ก็ไม่เลย เขาตั้งใจฟัง—แล้วพบว่าเขาไม่เคยได้ยินน้ำเสียงรีบร้อนของแทยงเช่นที่กำลังได้ยินมาก่อน

     

              “นี่พี่เขาโกรธผมหรือเปล่า? มาร์คถามอย่างสับสนงุนงงขณะที่ช่วงฉันรักนายกำลังจะจบลงเมื่อเมมเบอร์คนอื่นหันไปอ้อร้อใส่กันบ้างเหมือนที่ดงฮยอกทำใส่เขาแทยงก็พุ่งเข้ามาพูดหัวข้อถัดไปทันทีทันควันแถมถือบทสคริปต์อย่างจริงจังราวต้องการรักษาระเบียบ

     

              จอห์นยิ้มตามประสาผู้ที่รู้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างขณะยีผมของมาร์ค“หน่า เดี๋ยวนายก็รู้” รอจนถึงพรุ่งนี้ก่อนนะเจ้าหนู จอห์นนี่หวังว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้จะถูกแก้ไขโดยเร็วเพื่อที่เขาจะไม่ต้องมาทนเห็น 1)โทรศัพท์ของแทยงถูกทารุณกรรม 2)แทยงดึงทึ้งผมตัวเองจนล้านโล่งเตียนก่อนที่เขาจะอายุยี่สิบสาม และ 3)สายตาเคืองใจและกังวลของมาร์คที่จ้องมองแทยงอย่างไม่เข้าใจว่าเขาไปทำอะไรผิดมา,ข้อผิดพลาดจุดเดียวในความสัมพันธ์ของทั้งสองคนในตอนนี้คือการไม่ยอมมาพูดถึงปัญหาใหญ่ที่กำลังเกิดกันเสียทีมีช้างตัวใหญ่เบิ้มอยู่ในห้อง “พี่มั่นใจว่าหลังจากพรุ่งนี้เดี๋ยวอะไรๆมันก็ดีขึ้น” จอห์นนี่กระซิบ ช่วยสร้างความงุนงงให้มาร์ค

     

    ------------------------------------------------------------------------------

     

              แทยงกำลังกังวลเขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน— การเล่นนอกสคริปต์---ไม่บอกเมเนเจอร์และขอคำอนุญาตจากผู้จัดการบริหาร SMแต่เขารู้ดีว่าตนเป็นหน้าเป็นตาและช่วยสร้างเงินตราสร้างชื่อเสียงให้SM มากพอที่จะไม่ถูกไล่ออกชัวร์ๆเพราะฉะนั้นแล้วไม่ว่าอะไรที่กำลังจะต่อจากนี้ เขาจะต้องทำให้มันเป็นการแสดง Touchที่ดีที่สุด ไม่สิ ให้มันเป็นการแสดงที่ดีที่สุดเท่าที่ NCT เคยทำมา ห้าวินาทีที่เขากับมาร์คอยู่ตรงจุดเซ็นเตอร์จะต้องกลายเป็นตำนานแทยงหวังว่าผู้คนจะสามารถเก็บภาพนี้ได้จากทุกมุม เพราะเขาต้องการ gifs โพสต์ รูปภาพ เหล่านี้ให้กระจายไปทั่วทุกที่ บนทุกเว็บไซต์ทั่วทุกการค้นหา ทั่วทุกบล็อกที่มีตัวตน ,และที่เขาหวังมากที่สุดเขาหวังว่ามาร์คจะเซอร์ไพร์ส แน่นอนว่าต้องในทางที่ดี,ชายหนุ่มสอดป้ายลงกางเกงแนบไว้บริเวณเข็มขัดขอบคุณสไตล์ลิสที่ให้ตนใส่เสื้อสีขาวเพราะทำให้ป้ายดูกลมกลืนไปกับตัวเขา,ในที่สุดแทยงก็พาตนมาอยู่บนเวทีเพลงแล้วเพลงเล่าเล่นผ่านไปขณะที่เขาขยับร่างกายไปตามความคุ้นชินวิสัยทัศน์แทบจะเบลอไปหมดในแต่ละจังหวะที่เคลื่อนไหว ทุกลมหายใจเข้าออกในตอนที่ท่อนเริ่มของ Touch ดังขึ้นในที่สุดแทยงสะบัดความกระวนกระวายออกไปจากตนได้ในชั่วขณะหนึ่ง นาทีแรกของเพลงนั้นช่วงหนึ่งนาทีแรกของเพลงที่เขาได้ยินมันเล่นนับร้อยๆ ครั้งกำลังผสมผสานปนในหัวดนตรีจะเป็นตัวนำบอกว่าเขาจะดึงป้ายออกมาตอนไหนอย่างแนบเนียน เชื่องช้าแต่ทันใจ ---ในจังหวะสุดท้าย เมื่อเขายืนมองไลน์เต้นตรงหน้ากำลังเต้นท่าน่ารักๆ อยู่นั้นก็มีความมั่นใจว่าควรจะทำหรือไม่ผุดเข้ามาขณะยิ้มท่ามกลางเสียงร้องตามจังหวะดนตรีหวาน“na na na na na na~” ชายหนุ่มส่งเสียงร้องในใจดังๆ กับตัวเองตะโกนบอกให้เขาทำมัน แล้วดึงแผ่นป้ายออกมา ,แทยงคิดว่าตนเห็นใบหน้างุนงงของแฟนข้างล่างสองสามคน ก่อนจะส่งเสียงกรี๊ดพวกเขาต้องกำลังสงสัยแน่ๆ ว่านี่ชายหนุ่มกำลังจะทำอะไร ,แทยงยิ้มกว้างมากขึ้น,เมมเบอร์คนอื่นเข้ามาล้อมเป็นวงกลมรอบตัวจุดเซ็นเตอร์ ขณะที่เขาโชว์แผ่นป้ายนี้อย่างภาคภูมิใจต่อหน้าแฟนคลับที่กำลังกรีดร้องนับพัน

     

              มาร์คดูจะไม่ได้สังเกตว่าเกิดอะไรขึ้นจนกระทั่งเด็กหนุ่มร้องท่อนของตนเดินเข้ามาหาเขา แทยงจึงหมุนตัวไปเข้าไปหา ,โจมตีจังๆ ,ดวงตาเบิกกว้างขึ้นฝ่ามือวางทาบหน้าอกแล้ววางประกบกันราวจะปรบมือก่อนจะปล่อยลงข้างตัวรอยยิ้มสับสนราวกับลูกหมาน้อย ,แทยงอดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่นๆให้ความสำเร็จและตบบ่าตนเองในใจ--- มาร์คดูน่ารักมากเสียจนจะสรรหาคำไหนมาบรรยายได้และที่สำคัญมากที่สุดคือ เด็กหนุ่มดูมีความสุข สว่างสดใสจากนั้นแทยงจึงขยับเข้าไปวางพาดแขนตนบนไหล่ของอีกคนเพลงพาร์ทนี้เป็นช่วงโปรดของเขาทั้งเนื้อร้องและท่าเต้น--ขอขอบคุณสวรรค์ที่ให้พวกเขาทั้งสองเป็นแรปเปอร์ และพาร์ทของพวกเขาช่างหลากหลาย –ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะจ้องมองไปยังมาร์คขณะตนกำลังชูนิ้วมาร์คมองกลับมาชั่วครู่หนึ่ง ส่งคำขอบคุณผ่านสายตาคู่นั้น ก่อนที่พวกเขาจะผละออกจากกันเมื่อท่อนร้องบีทตกลงส่งให้แทอิลต่อแทยงกัดริมฝีปากตนย้ำๆ มันเจ็บจากการที่ยิ้มมากเกิน และเพราะมาร์คช่างน่าดูจริงๆตอนที่เขาตื่นตาตื่นใจ เมื่อเด็กหนุ่มเคียงข้างเขาบนเวทีมีความสุขมากเท่าที่ควรจะเป็น ทำสิ่งที่รักไปพร้อมๆ กับคนที่เขารัก อาตัวตนของเขาช่างส่องสว่างสดใส

             

     มาร์คอดไม่ได้ที่จะแอบลองมองไปที่แทยงเร็วๆหลายๆ ครั้งหลังจากนั้น ยังคงไม่อาจเชื่อได้ว่าชายหนุ่มทำอะไรลงไป—ทำอะไรลงไปให้กับเขา ในวันพิเศษของเขา ---แม้ว่าร่างกายจะเต้นขยับไปตามจังหวะเพลงร่างขยับไปทางหนึ่ง ศีรษะเขาก็หันไปหาอีกทางอยู่ได้ เอาแต่จ้องมองไปยังแทยงราวต้องการส่งคำว่า ผมรักคุณไปยังอีกคนด้วยดวงตาสีน้ำตาลกลมโต ,แทยงโยนป้ายนั้นออกจากมือ ปลิวไปไกลและมาร์คก็คงจะหลุดขำออกมาเมื่อเห็นมันปลิวขึ้นฟ้าไปถ้าไม่ใช่เพราะว่าตนกำลังติดไมค์คอยถ่ายทอดทุกเสียงที่เกิดขึ้นจากปากเขา,ท่ามกลางเสียงร้องของแฟนคลับเสียงเพลงที่เล่นให้ร่างกายขยับไปตามดังเคยเช่นทุกครั้งเสียงของบรรดาเมมเบอร์ที่ดังอยู่ข้างหูจากอินเอียร์— แทยงยังคงหาวิธีบอกบางสิ่งบางอย่างให้เด็กหนุ่มรับรู้ได้ด้วยสักวิถีทางของเขามาร์คสัมผัสถึงความสุขมันในตัวเขามันมากมายเสียจนรู้สึกว่าตนกำลังล่องลอยมากมายเสียจนทำเอาเขาเชื่อว่าจะไม่สามารถหล่นลงมาอีกเลย อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เด็กหนุ่มยังไม่อยากจะลงมาจากมันอย่างแน่นอน

     

              ถึงจะคิดอย่างนั้น,สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นเสมอ มาร์คก้าวลงจากเวทีเสียงความวุ่นวายและความกังวลทั้งหมดล้วนถูกทิ้งไว้ข้างหลังถึงคราวที่จะละของขวัญแสนวิเศษที่ได้รับเมื่อครู่ไป “มาร์ค”ดงฮยอกคว้าแขนเขาไว้ขณะพาเดินนำไปยังห้องเบื้องหลังเวที “ไปดูการแสดงตัวอื่นกันเหอะ”

     

              “เดี๋ยวเอาไว้ก่อนนะ”มาร์คผละแขนตนออกจากการฝ่ามือของดงฮยอก ยกมันขึ้นโบกไปมาให้อีกฝ่าย“ฉันต้องไปหาใครคนนึงก่อน!

     

              เป็นไปดังคาดมาร์คไม่ได้ใช้เวลานานนักในการตามหาตัวแทยง พวกเขามาพบกันในสถานที่นัดพบโปรดตามตกลงกันไว้สำหรับทุกงานแสดงห้องน้ำสำหรับเบื้องหลังที่หลังเวที

     

              “เฮ้ ~ ฮยอง ~ มาร์คร้องเรียกแทยงหันมองเขาขณะที่พยายามดึงหน้านิ่ง ซึ่งสามารถทำได้แค่สามวินาทีเท่านั้นเองเพราะมาร์คทำท่าอยากจะโดดใส่ตัวเขาแทบแย่ “มานี่เลยย!” มาร์คกึ่งขำกึ่งลากชายหนุ่มเข้ามาในอ้อมกอดของตนแล้วส่งเสียงหัวเราะอู้อี้อย่างพึงพอใจขณะถูหน้าไปมาบนลำคอของอีกคน

     

              “ขอบคุณนะครับ”มาร์คกระซิบ น้ำเสียงแผ่วลงเมื่อนึกถึงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

     

              “อ้า~ มันไม่เท่าไหร่หรอก~ เพื่อมาร์คแล้วพี่ทำอะไรได้มากกว่านี้อีกตั้งเยอะ ” แทยงถอนหายใจปล่อยกายตนให้เหลวฝังลงไปในอ้อมกอดของเด็กหนุ่มแม้ว่าความร้อนและหยาดเหงื่อจะไหลเสียจนเสื้อผ้าเปียกเหงื่อบัดนี้ชายหนุ่มกำลังทำตัวหวานหวานหวานเป็นพิเศษมากกว่าปกติเสียอีก และมาร์คก็ไม่หลุดบ่นอะไรเพราะเมื่อไหร่กันล่ะที่แฟนหนุ่มที่ดีจะยอมยินดีฟังคำพูดแสนเลี่ยนระเบิดได้อีก ถ้าไม่ใช่วันพิเศษของเขา

     

              “พี่ยังสามารถทำอะไรให้ผมได้อีกเหรอ?” เด็กหนุ่มกำลังมีแววตาซุกซนในดวงตากลมโตของเขาขณะที่ผละออกจากอ้อมกอดแล้วจดจ้องมองใบหน้าหล่อได้รูปของแฟนหนุ่มอันบัดนี้ดูหล่อคมจนสุดจะสรรหาคำมาชมได้แม้ว่าเมคอัพบางส่วนจะเลือนไปบ้างแล้วก็ตาม

     

              “ฮืม?” แทยงดันร่างมาร์คชิดติดผนังพลางเอื้อมมือไปบีบบั้นท้ายเด็กหนุ่มเบาๆ“แล้วหนูอยากให้พี่ทำอะไรให้อีกล่ะ คุณเจ้าของวันเกิด”

     

              มาร์คทำท่าตกใจถ้าหากว่านี้เป็นคอนเสิร์ตของ NCT บางทีเหล่าเมมเบอร์ก็จะรู้กันเองว่าไม่ควรจะไปหาพวกเขาได้ที่ไหนแต่ในตอนนี้ที่นี่คนอื่นอยู่ด้วยเยอะแยะ “ดูถึงเนื้อถึงตัวจังนะครับต่อหน้าคนเยอะแยะแบบนั้น ผมรู้สึกเสี่ยงเหมือนกันนะ หื้ม?

     

              “อืม~”แทยงผละออกจากตัวอีกคนแล้วทำท่าเหยียดคลายกล้ามเนื้ออย่างเป็นธรรมชาติไม่สะดุดตาใครเมื่อสตาฟคนหนึ่งเดินเข้ามาชายคนนั้นไม่ได้เหลือบมองพวกเขาแม้แต่นิด จนกระทั่งเดินไปสุดทางเดินที่ห้องสุดท้ายชายหนุ่มยกยิ้มขณะเคลื่อนตัวกลับเข้าไปใกล้,ริมฝีปากแทบจะแนบชิดติดใบหูนุ่มของเด็กหนุ่ม เขาเป่าลมใส่มันเบาๆทำเอามาร์คตัวสั่นระริก “ทำท่าตกใจให้พี่ดูหน่อยสิครับ ได้มั้ยเอ่ยเด็กน้อยมันน่ารักมากๆ เลยล่ะ”

     

              มาร์คพยักหน้า ทำหน้าตกใจ โอเค แทยงโน้ตเอาไว้ในใจโลกนี้คงจะสดใสถ้าหากมาร์คลีได้เดินเส้นทางนักแสดง

     

     

     

     

     

     

              ในอันที่จริงแล้วมาร์คไม่ได้ แสดงด้วยซ้ำตอนที่จู่ๆ พี่แทยงก็มอบดอกไม้ให้เขาถือเอาไว้ ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างทันใดนี่ค่อนข้างจะเป็นสัญญาณอันแสนชัดเจน ชายหนุ่มมอบสัญลักษณ์แห่งความรักให้เขาพลางเมินเฉยต่อชัตเตอร์นับร้อยที่หันมุมกล้องมาฉลาดมาก ลีแทยงฉลาดแยบลจริงๆ ถัดจากนั้นชายหนุ่มเริ่มโน้มตัวลง กางแขนออกมาร์คครุ่นคิดเพียงชั่วครู่นึงก่อนที่เขาจะปล่อยร่างกายไปตามที่ต้องการตามที่เคยทำมาอยู่เสมอ เคลื่อนร่างกายเข้าหาบ่ากว้างของแทยง รอครู่หนึ่งแล้วก็แผ่นหลังแกร่งนั้น , เมื่อไหร่ก็ตามหลังจากที่พวกเขาฝึกซ้อมจนเหนื่อยแต่มาร์คอยากกินไอศครีมจากร้านสะดวกซื้อตรงหัวมุมพี่แทยงจะไม่พูดกล่าวอะไรมากความ แต่จะให้มาร์คขึ้นขี่หลังเขาไปที่นั่นเสมอ—ความเคยชินช่างน่ากลัวนัก ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัว มาร์คก็ถูกอุ้มขึ้นหลังของพี่แทยงเสียแล้วขณะที่ในมือนึงมีดอกกุหลาบสี่ดอกกำเอาไว้แขนอีกข้างก็กอดเกาะกุมรอบไหล่กว้างของชายหนุ่ม,ถ้าบอกใครสักคนว่านี่เป็นซีนหนึ่งจากหนังโรแมนติกสักเรื่องก็คงมีคนเชื่อด้วยแสงสีแฟลชมากมายที่สะท้อนกระทบในดวงตา และเสียงแห่งความสุขมากมายรอบตัวเขามาร์คเป็นสุขอย่างยิ่งขณะที่พี่แทยงกำลังอุ้มเขาไปมา

     

              หลังจากความเหน็ดเหนื่อยจากการแสดงตลอดทั้งสามเพลงและการเปิดเผยสิ่งที่พวกเขาต้องการจะสื่อออกมาทั้งหมด ด้วยความเกรงกลัวว่าเหล่าเมเนเจอร์มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ทั้งหมด—แทยงปล่อยร่างน้อยของมาร์คลง ก่อนโผเข้าหาร่างที่ยืนอย่างมั่นคงนั้นแล้วรับดอกกุหลาบกลับมา เผื่อเอาไว้ว่าคนจะมองมาอย่างเข้าใจผิด(ซึ่งอันที่จริงเป็นทางที่ถูกแล้วตามที่เห็น) ค่ำคืนดำเนินถึงตอนจบเช่นนั้นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจคอยอยู่เคียงข้าง ระวังทุกการสัมผัสทุกการแตะต้องและหยาดเหงื่อที่ไหลรินตลอดเวลา,วันนี้เป็นดังเช่นหลายร้อยวันและหลายร้อยการแสดงที่ผ่านมาแต่มันได้เกิดสิ่งสำคัญบางอย่างที่จะถูกปักเอาไว้ในหัวใจของเขาทั้งสองแทยงรู้สึกขอบคุณวันที่สองสิงหาคม วันที่ให้กำเนิดมาร์คลีมินฮยองของเขา,มาร์ครู้สึกขอบคุณที่เขาได้ใช้เวลาในวันนี้ร่วมกับใครคนหนึ่งผู้ทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเขาได้กลายเป็นศูนย์กลางของจักรวาลนี้เสมือนว่าเขาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในโลกเพียงสิ่งเดียวแม้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะห่อล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย ทั้งร้องทั้งเต้นโลดโผนไปมาในคอนเสิร์ต เขาทั้งสองยังหายใจร่วมกัน ในสถานที่เดียวกันนี้ร่วมฉลองวันเกิดสุดพิเศษ

     



     

    ------------------------------------------------------------------------------




     

              จอห์นนี่ได้เห็นว่าเหตุการณ์ทั้งหมดจบลงด้วยดีด้วยสองตาของเขาเองสองคนนั้นทั้งหวานเลี่ยนทั้งกอดกันกลมขณะนั่งรถตู้กลับหอ พูดตรงๆเลยนะว่าชวนเหม็นเบื่อความรักจอห์นนี่บอกพวกเขาว่าถ้าทั้งสองคนไม่ยอมอดทนรอจนกว่าจะถึงหอพักล่ะก็เขานี่แหละจะนั่งลงแล้วสาธยายโชว์สารคดีเกี่ยวกับมารยาทในพื้นที่สาธารณะให้สองคนนั้นฟังเอง,แทยงทำเป็นไม่สนใจเขาและเอาแต่ส่งสายตาให้หรือไม่ก็ขยิบตารับแววตาหวานชื่นจากมาร์คผู้ทำเป็นเหมือนว่ากำลังสนใจโทรศัพท์เสียเหลือเกิน

     

              “แล้วนายสนใจจะอธิบายให้ฉันฟังหน่อยไหมว่าไหงตอนนี้นายถึงทำท่าอึมครึมเบื่อโลก— แบบนายจะทำท่าแบบนี้เฉพาะเวลาที่นายอารมณ์เสียไม่ใช่รึไง?

     

              แทยงเพ่งสายตาใส่อีกคน และถ้าสายตาสามรถฆ่าคนได้ ขณะนี้จอห์นนี่คงล้มลงไปนอนบนพื้นแล้วเรียบร้อยแต่แน่ล่ะว่ามันทำไม่ได้ และไม่ว่าบรรยากาศ กูกำลังจะกลับไปซังกะตายอีกครั้งอย่ามาจับตัวกูนั้นจะส่งสัญญาณบอกจอห์นนี่ให้ถอยห่างออกมาจากพายุสนามอารมณ์เขาก็ยังคงพยายามจะไขปริศนาว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนร่วมห้องเจ้าอารมณ์ของคนเขาและหวังจะช่วยปลดปล่อยชายคนนี้ออกช่วงสุขภาพจิตตึงเครียด

     

              “ดูคอมเม้นต์พวกนี้สิ”ในที่สุดแทยงก็ยอมโพล่งออกมา ยอมแพ้ให้กับแววตาดื้อรั้นของจอห์นนี่เป็นอันทำให้จอห์นนี่เลิกคิ้วและละสายตาออกจากดวงตาที่จ้องเขม็งแข่งกันเพื่อโชว์ความตั้งใจเมื่อครู่เขาคงได้เรียนรู้มาจากสักที่ในอาณาจักรสัตว์ขณะพยายามเรียนรู้เรื่องการส่งเสียงร้องของนกแก้วป่า

     

              จอห์นนี่เลื่อนนิ้วโป้งผ่านเนื้อหาตรงหน้าสองสามเรื่องในที่สุดก็พบแก่นสารสำคัญว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นตรงหน้านี้นี่เป็นคลิปวิดีโอการแสดงที่เพิ่งผ่านมาของพวกเขา รวมถึง ตัดเอาแฟนแคมที่แทยงให้มาร์คขึ้นขี่หลังมันกำลังไต่ยอดวิวและยอดกดถูกใจอย่างช้าๆ ซึ่งเขาคิดว่าสิ่งนี้ควรจะทำให้คุณลีดเดอร์รู้สึกพึงพอใจไม่ใช่หรือไงจนกระทั่งเขาได้เห็นบรรดาคอมเม้นต์




     

              “โอ้ก้อดดด แทยงทำตัวน่ารักกับน้องชายมาร์คจังเลยยย”

              “อ๊าาาแทยงใจดีกับเมมเบอร์ของเค้ามากเลยอ่า”

              “ดูตอนที่เค้าลูบหัวมาร์คสิเหมือนพ่อกับลูกเลย”

              “ให้ขี่หลังเหรอ?อมก ระวังนะแฮชานนน ใครสักคนกำลังจะแย่งแฟนเธอ!

              “แทยงรักเมมเบอร์ของเขามากเลย!ฉันรักครอบครัวนี้จัง!





     

              “โอเคคคคคคคคคคค~~” จอห์นนี่พูดลากเสียงนี่มันแย่กว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก ด้วยความสัตย์จริงเลยว่าตอนนี้เขานึกไม่ออกเลยว่าตนจะทำอะไรได้ในตอนนั้นเองจึงตัดสินใจใช้ไอเดียที่สมเหตุสมผลที่สุดในตอนนี้ และตัดสินใจจะใช้มัน(แม้ว่าหลังจากนี้เขาสิทธิ์จะเสี่ยงถูกประหารเลยก็ตาม) “เดี๋ยว~~ชั้นกลับบบบบมาาาาา!

     

              “นั่นนายจะไปไหนน่ะ?!” แทยงร้องเสียงแหลม ,สอดนิ้วผ่านผมเปียกชุ่มของตน อาบน้ำเย็นอยู่นานแต่ก็ยังไม่ช่วยให้เขาเลิกคิดถึงมันไปได้ความร้อนเดือดระอุใต้ผิวหนังของเขายังคงปะทุอยู่จากความรู้สึกที่สุมอกตนในขณะนี้ชายหนุ่มคิดสงสัยว่าโทรศัพท์ของตนจะยังอยู่ดีหรือเปล่าหากถูกโยนใส่ผนังอีก ตอนนั้นเองที่ประตูห้องถูกเปิดและปิดออกในชั่วพริบตาหนึ่งแขนยาวสองข้างของเขาเหยียดออกไปทางผู้เข้ามาใหม่ มาร์คดูทีท่าว่าจะสับสนกว่าเดิม

     

              เด็กหนุ่มกระพริบตาปริบหนึ่งครั้ง สองครั้ง ก่อนจะเอียงคอสงสัยเพราะแทยงไม่ปริปากพูดอะไรสักอย่าง เขาเอาแต่มองมาที่มาร์คด้วยแววตากลวงโบ๋และสงสัยว่าวันนี้ซอยองโฮกลั่นแกล้งอะไรเขาอีกแล้ว

     

              “จอห์นนี่ฮยองบอกว่าพี่มีเรื่องบางอย่างจะพูดกับผมบางอย่างที่สำคัญมากๆ? เขาบอกว่าพี่กำลังหัวเสียเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?” คำพูดของมาร์คเป็นตัวช่วยสุมไฟในอกเพราะเด็กหนุ่มสังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไป ใช่ แน่นอน จอห์นนี่น่ะทำถูกแล้ว—ข้อนิ้วของแทยงขึ้นข้อขาวขณะกำไอโฟนในมือแน่น ท่อนแขนของเขาสั่นระริกมันไม่ใช่เพราะว่าแอร์หนาวเกินไป ; มาร์คไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาไม่สังเกตเห็นสิ่งเหล่านี้มาก่อนยิ่งทำให้เด็กหนุ่มสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นเพียงระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงกว่าที่ผ่านมานี้มาทำให้พี่แทยงโกรธถึงเพียงนี้บางที เพราะมาร์คไม่ได้เข้าไปอาบน้ำพร้อมกับเขาเหรอ? [2] 

              

                “ผมขอโทษนะฮะถ้าพี่อยากจะ..เอ่อ” แก้มมาร์คยังคงขึ้นสีแดงก่ำเห่อร้อนเพราะความเขิน แม้ว่าหลังจากสิ่งที่พวกเขาทำด้วยกันมาทั้งหมดจะค่อนข้างอย่างว่ามากพอขนาดทำให้เตนล์ฮยองถึงกับเลิกคิ้วก็ตามที [3] “ถ้าพี่อยากจะอาบน้ำด้วยกัน ,ผมต้องแข่งกับดงฮยอกเพื่อที่จะเอาห้องน้ำแล้วก็รีบแย่งใช้ ผมจะมาบอกนะฮะถ้าเกิดพี่อยากเข้ามาอาบด้วย”

     

              พูดผิดประเด็นเสียแล้วในที่สุดโทรศัพท์ของแทยงก็พบจุดจบอย่างเป็นทางการ-- มันถูกกระแทกปะทะโต๊ะอย่างแรง“ทำไมถึงต้องเป็นมันตลอดเลยวะ?”แทยงพูดเสียงกระซิบ ,ไม่เหมือนเสียงกระซิบแบบเดียวกับที่เขาใช้กระซิบคำหวานและคำสร้างกำลังใจให้มาร์คระหว่างฝึกซ้อมครั้งนี้มันต่างออกไป เปรียบเสมือนน้ำเสียงที่ใช้ข่มขู่มาร์คต้องยับยั้งความกลัวที่โผล่เข้ามาในใจตนเอง  เพราะเขาไม่อยากจะทำร้ายพี่แทยงเด็กหนุ่มรู้ดีว่าพี่แทยงจะรู้สึกแย่เพียงใดหากเขารู้ตัวว่าเขากำลังทำให้มาร์คขวัญเสีย

     

              “ใครครับ?” มาร์คพยายามคุมให้น้ำเสียงของตนทั้งสงบนิ่งและมีสติเข้าไว้เขาไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับพี่แทยง แม้ว่ามันอาจจะจำเป็นต้องทำในบางจังหวะจนถึงตอนนี้ พวกเขาก็ผ่านปัญหาต่างๆ มาได้ด้วยดีโดยไม่มีการทะเลาะรุนแรงใดๆและมาร์คหวังว่าพวกเขาจะยังคงทำเช่นนั้นต่อไปได้เรื่อยๆเด็กหนุ่มไม่ชอบเวลาที่มีบรรยากาศเย็นยะเยือกระหว่างพวกเขา,ดูความโกรธที่กำลังเดือดปะทุโชติช่วงจากแววตาของพี่แทยงในตอนนี้มาร์คเชื่อว่ามันไม่ได้มาจากความโกรธที่ถูกสร้างเพียงภายในหนึ่งชั่วโมงกว่าที่ผ่านมาหรือจากวันนี้ทั้งวัน— จากการรู้จักและเข้าใจแฟนหนุ่มของตนพี่แทยงประสบปัญหาการนอนไม่พอเพราะนอนหลับไม่ลงหลายคืนมาแล้วด้วยปัญหาบางอย่าง

     

              “มาร์คคิดว่าเป็นใครล่ะ?” ชายหนุ่มพ่นลมหายใจแรง ,เดินเข้าไปใกล้อีกคน จอห์นนี่นั่งอยู่อีกฝั่งของประตูยกมือขึ้นประสานกันสวดขณะภาวนาขอให้ทั้งสองคนออกมาอย่างปลอดภัย ไร้รอยขีดข่วนถ้าได้เช่นนั้นแล้วเขาจะได้ไม่ถูกโดยองก่นด่าที่ตัวเขาเอาทั้งสองคนนี้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงอันตรายด้วยกัน

     

              “ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าพี่โกรธถ้าพี่ไม่บอกผมมาตรงๆอ่ะ!” มาร์คโพล่งออกไปในที่สุด ทลายบรรยากาศอึมครึมในตอนนี้เด็กหนุ่มรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวเอาเสียเลยกับสัมผัสประหลาดที่อบอวลไปทั่วห้องเขาไม่เคยรู้สึกถึงสัมผัสเช่นนี้รอบตัวพี่แทยงมาก่อนเลยทั้งรู้สึกถึงความไม่คุ้นชินและผิดแปลก— แทยงผงะไปเล็กน้อยจากการระเบิดของมาร์คแต่ขณะเดียวกัน มันก็ช่วยดึงความรู้สึกบางอย่างในตัวเขากลับมา ชายหนุ่มจึงค่อยๆถอยออกมา เว้นระยะปลอดภัยห่างเอาไว้

     

              “พี่ก็แค่รู้สึกหึงน่ะโอเคมั้ย?” แทยงแรปออกมาเร็วๆ และสัมผัสได้ถึงความโคตรงี่เง่าในทุกตัวอักษรที่ตนเพิ่งได้พูดออกมา

     

              “อะไรนะ?!” มาร์คถาม ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มดึงความกล้าออกมาจากร่างกายของพี่แทยงผู้กำลังจะเฉาตาย “พูดช้าๆ สิครับ”

              

               “พี่-ก็-แค่-รู้-สึก-หึง-น่ะ-โอ-เค-มั้ย?” แทยงกัดฟันพูดทุกคำที่เล็ดรอดออกจากฟันของเขา ,นั่นแหละ ,ในที่สุด ,แมวออกจากถุง ช้างออกจากห้อง ส่วนถั่วน่ะเหรอ? ถูกสาดเททิ้งออกจากกระป๋องแล้วกระจัดกระจายไปทั่วโต๊ะ—ในที่สุดทุกสิ่งทุกอย่างก็ถูกเผยออกมาและในตอนนี้มาร์คก็ควรจะหัวเราะข้อบกพร่องและอุปนิสัยอันพิลึกของเขาเด็กหนุ่มจะเย้ยหยันแล้วถามเขาว่านี่เขาเป็นลีดเดอร์แบบไหนกัน มาร์คควรจะเดินออกจากห้องไปและขอเลิกกับเขา—นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่แทยงคิดก่อนที่เข่าอันอ่อนแรงของเขาจะทรุดลงส่งให้เขาต้องพยุงตัวลงนั่งบนฟูกที่นอนสายตาเอาแต่จับจดจ้องไปที่พื้นอยากให้มันช่วยกลืนเขาลงไปไม่ให้เขาได้ขึ้นมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกเลย

     

              “มาร์คกับดงฮยอกน่ะจะใกล้ชิดสนิทสนมกันตลอดเวลาก็ได้แล้วก็ยังจะจับกัน กอดกัน จุ๊บกันได้อีก มีแต่คนชอบ! แต่พี่น่ะไม่อาจแม้แต่จะลูบหัวหนูโดยไม่ถูกมองว่าเป็นพ่อหนูได้ด้วยซ้ำ!!!” [4] ชายหนุ่มหลับตาแน่นก่อนจะยกมือขึ้นปิดใบหน้าบีบกดมันแน่นจนรู้สึกเจ็บและเห็นจุดขาวในความมืด วางข้อศอกบนหัวเข่าศีรษะหนักกดลงอยู่กับฝ่ามือ เขาไม่อาจจะเห็นหรือได้ยินเสียงของมาร์คและเขาไม่มีความกล้ามากพอที่จะเงยหน้ามองเพื่อเช็คว่าแฟนหนุ่มของตนยังอยู่ตรงนั้นอยู่ไหมด้วยซ้ำไป

     

              “อืม~” มาร์ค ,ผู้ซึ่งแทยงไม่รับรู้เลยว่าตอนนี้เขากำลังยิ้มกว้างอย่างน่ารัก เอาล่ะ ในที่สุดพี่แทยงก็ยอมรับเสียที แฟนหนุ่มของเขาโตเต็มที่แล้ว “ฮยองเป็นแด๊ดดี้ของผมไงครับ” [5]

     

              แทยงเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาสัมผัสได้ว่าโดนแสงแยงตาขณะเดียวกันชายหนุ่มก็พบว่าตนเผลอสำลักน้ำลายตัวเอง “เอ่อออเอิ่ออม ม-มาร์ค---อะ-ไรนะ?

     

              เด็กหนุ่มยื่นมือสัมผัสร่างอีกคนให้เขายอมเงยหน้าขึ้นมา ก่อนที่ร่างเล็กจะปีนขึ้นไปนั่งบนตักของชายหนุ่มเผชิญหน้ากับใบหน้าหล่อเหลาอันเต็มไปด้วยความสงสัยงุนงงดูซื่อบื้ออย่างน่าประทับใจต้นขาตวัดไปเกี่ยวรอบเอวเอาไว้ ขณะที่ยกแขนสองข้างไปวางบนบ่ากว้างก่อนจะบีบไหล่แกร่งอันตึงเครียดนั้นเบาๆ

     

              “ผมไม่สนมากนักหรอกว่าคนอื่นทั่วๆไปเขาจะคิดอะไรกัน พวกเขาไม่รู้นี่นา ความสัมพันธ์ของพวกเราก็ต้องเป็นเรื่องของเราสองคน เป็นความลับระหว่างเราสองคนด้วยเนอะ? ก็เลยทำให้มันสนุกเข้าไปอีก”มาร์คจิ้มจมูกของพี่แทยงขณะที่ตนพูดไปพลางยักคิ้ว รอดูท่าทางเห็นด้วยจากอีกฝ่าย

     

              แทยงไม่เคยมองเรื่องนี้ในแนวนั้นมาก่อนยอมรับเลยว่าเขาตกใจที่มาร์คคิดเช่นนั้น “มาร์คเนี่ยอินกับเรื่องการแอบคบกันจังเลยนะหื้ม?” เขาพูดออกมาในที่สุดก็เริ่มรู้สึกสงบและผ่อนคลายไปกับความอบอุ่นที่มาร์คมอบให้ชายหนุ่มเอื้อมแขนออกไปกอดรอบเอวอีกคนเร็วๆยังคงรู้สึกละอายในใจจึงเงยหน้าขึ้นมองหาความอบอุ่นจากใบหน้าแย้มยิ้มแสนอบอุ่นของเด็กหนุ่ม

     

              มาร์คเคลื่อนตัวเข้าไปให้หน้าผากตนสัมผัสกับของพี่แทยงก่อนจะพูดสิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มได้ตระหนักรู้ถึงความจริงที่ว่าแท้จริงแล้วอะไรคือสิ่งสำคัญไม่ใช่คอมเม้นต์ใต้วิดีโอของพวกเขา ไม่ใช่แฟนฟิค และไม่ใช่เธรดทวิตเตอร์ หากแต่ “ตราบใดที่พี่ตระหนักว่าผมเป็นของพี่และผมรู้ว่าพี่เป็นของผมเพียงคนเดียว เราก็มีความสุขด้วยกันได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งคนอื่นจริงมั้ยครับ?

     

              ชายหนุ่มคิดว่าตนรู้สึกโง่เขลาขึ้นมาเมื่อรู้ว่าตนได้ปล่อยให้อารมณ์เล็กๆน้อยๆ เหล่านั้นมามีอำนาจอยู่เหนือเหตุผล—แต่ทันทีที่มาร์คพูดออกมาเช่นนั้น ก็ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนคิดมันมลายหายไปอย่างไม่เคยเกิดขึ้นราวเป็นเรื่องโกหกเหมือนกองหิมะที่สลายหายไปเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึงเด็กหนุ่มคือผู้ทลายความกังวลทั้งสิ้นของเขา

     

              “งั้นแปลว่ามาร์คก็ยังคงจะทำตัวสนิทชิดเชื้อกับดงฮยอกต่อไปงั้นสินะ?” แทยงถามด้วยรอยยิ้ม เสมือนมันเป็นเรื่องตลก เป็นการแสดงออกอย่างดีว่าเขาเข้าใจและยอมรับมันได้แล้ว

     

              มาร์คยิ้มขณะมีรอยยิ้มซุกซนโชว์หราบนใบหน้า “อื้อแน่นอนครับ อีกอย่างนะ— มีเซ็กส์กันตอนพี่หึงน่ะมันเยี่ยมสุดๆไปเลย”



     

              .

              .

              .

              .

              .

              .  

              ชายหนุ่มอ้าปากค้าง ส่วนมาร์คก็หัวเราะคิกคักก่อนจะยื่นนิ้วไปไล้สันกรามคมแล้วหยุดที่ใต้คางเพื่อดันให้เขาปิดปาก“ระวังหน่อยครับ แมลงวันจะบินเข้าปากแล้วน่ะ”

     

              หลังจากได้ฟังคอมเม้นต์ (ที่ไม่น่าตลกเลยแม้แต่นิดเดียว) แทยงยกตัวมาร์คออกจากตักเพื่อดันร่างเล็กให้นอนลงบนเตียงของเขากั้นร่างนั้นด้วยลำแขนแกร่งสองข้าง “นี่มาร์ครู้เรื่องนี้อยู่แล้วแถมยังทำให้พี่หึงเพราะมีเป้าหมายแอบแฝงอีกงั้นเหรอ?

     

              เด็กหนุ่มยักไหล่“ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกครับ แต่มีครั้งนึงมั้งที่พี่พูดถึงเรื่องที่ว่าผมถูกพวกเมมเบอร์แตะเนื้อต้องตัวมากเกินไป แล้วก็ตอนที่พี่คำรามแล้วก็ค่อนข้างรุนแรงบ่อยๆ ตอนมีเซ็กส์จนวันถัดมาผมแทบเดินไม่ได้—ผมก็แค่เอาสองเรื่องนี้มาผูกเข้าด้วยกันน่ะครับ”

     

              “พระเจ้า,” แทยงพึมพำออกมาก่อนที่เขาจะซ่อนใบหน้าเห่อร้อนของตนลงบนผ้าปูเตียง มาร์คหัวเราะพลางยื่นมือไปเล่นผมของอีกคน “แต่เฮ้ ผมเองก็มีตอนที่เป็นแบบพี่เหมือนกันแหละผมว่าคู่รักคนอื่นๆ เค้าก็คงมีเรื่องแบบนี้เป็นปกตินะ อย่างตอนนั้นที่จองอูฮยองกับพี่จีบกันออกวีไลฟ์ ,ผมก็ค่อนข้างหงุดหงิดเลยนะครับ”

     

              หือ เมื่อกล่าวขึ้นมาก็ทำให้แทยงคิดย้อนไปถึงตอนนั้นเองที่มาร์คดึงตัวเขาเข้าไปที่ห้องอัดเสียงซึ่งไร้ผู้คนก่อนบอกว่าครั้งนี้เขาจะเป็นฝ่ายนำ ตามปกติแล้วมาร์คเป็นคนประเภทจะยังไงก็ได้ประมาณว่าไปตามน้ำเลย แต่ตอนนั้นด้วยเหตุผลเคืองใจอะไรไม่ทราบที่ทำให้มาร์คดันเขานอนลงบนพื้นและแทนที่ปกติเด็กหนุ่มควรจะร้องเสียงครางไร้ยางอายกับร้องขอความอ่อนโยนจากตัวเขาเช่นทุกครั้งในตอนนั้นมาร์คกลับพูดอะไรสักอย่างที่ประมาณว่า พี่แทยงน่ะเป็นเด็กไม่ดี แล้วก็ยัง ไม่ควรจะได้ขึ้นคร่อมตัวเขา หรืออะไรสักอย่างที่มีใจความประมาณนี้มันค่อนข้างเป็นเหตุการณ์ที่เลือนรางเหลือเกินในความทรงจำของแทยง ไม่สามารถจำประโยคอะไรได้ชัดเจนเลย

     

              ทันใดนั้นเองไอเดียดีๆ บางอย่างก็ผุดขึ้นมาจากประสบการณ์วัยเยาว์ที่แทยงถูกสอนเกี่ยวกับเรื่องการใช้จุดอ่อนของตนให้เกิดประโยชน์,นำมันมาเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งใครก็ตามแต่ที่สอนเรื่องนี้ให้เขาควรถูกเรียกว่าอัจฉริยะดีๆ นี่เอง “พี่คิดว่าพี่ชอบมาร์คลีขี้หึงนะ บางทีคราวหน้าพี่จะลองจับมือจองอู ไม่ก็ลูบต้นขาแจฮยอนดูดีกว่า”

     

              ใบหน้าของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งตึงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วิก่อนจะผลักร่างที่คร่อมตนอยู่ออกไปให้ตนได้ลุกขึ้นนั่ง “จะอะไรนะครับ?” มาร์คพูดเสียงแข็ง ถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง แทยงเห็นได้ชัดเลยว่าเด็กน้อยของเขาไม่พอใจสุดๆ

     

              “หรือจะให้เตนล์ได้ลูบหัวพี่จริงๆ เลยตอนขึ้นแสดง Baby don’t stop , ให้เขาเกาคางพี่ด้วยดีไหม แฟนๆ ชอบนะ” แทยงยกยิ้ม

     

              “คนบ้า”มาร์คกล่าวเสียงแผ่ว ค่อนข้างตกใจที่พี่แทยงพลิกเกมมาเล่นเขาคืนได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ เอาล่ะงั้นเราสองคนก็มาเล่นเกมกัน “งั้นผมก็คิดว่าครั้งต่อไปดงฮยอกก็คงจะได้จูบสมใจจริงๆ เสียทีนะครับ”

     

              ประกายซุกซนในดวงตาคมของชายหนุ่มหม่นลงแทนที่ด้วยความไม่พึงพอใจอย่างรวดเร็ว แต่กระนั้นใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้ม “นี่คงจะสนุกน่าดู”มาร์คส่งยิ้มมุมปากกลับไปให้เขา “อา แน่นอนครับ เกมคนขี้หึง”

     

              “โอเคคุณเจ้าของวันเกิด” แทยงเคลื่อนตัวมาอย่างช้าๆ ขึ้นคร่อมเหนือตัวมาร์ค ผู้กลอกตาไปมาราวต้องการบอกว่าเอาสักทีเถอะ’ ขณะเดียวกันชายหนุ่มก็ค่อยๆถอดเสื้อยืดตนออก “วันนี้พี่ใช้พลังขี้หึงไปซะเยอะ รับรองว่าพุ่งนี้หนูเดินไม่ได้แน่นอน” เขากระซิบด้วยเสียงหื่นกระหายที่ข้างใบหูนิ่มก่อนจะกัดมัน มาร์คสะดุ้งด้วยทั้งอารมณ์ตกใจและความรู้สึกดี ,ชายหนุ่มรู้แนวทางของตนดี เริ่มที่เคลื่อนจูบลงอย่างเชื่องช้าที่กรามเป็นจูบเบาๆ กระนั้นกลับไม่ลังเลเลยที่จะกัดอย่างแรงลงบนต้นคอขาวอันเนียนนุ่มสวย เขารู้ว่าความเจ็บจะแสดงผ่านร่างกายที่สั่นเทาของมาร์ค แทยงสามารถสัมผัสได้เลยใต้ร่างของเขา  ,ก่อนผละออกมาและขยับตามความเคยชินที่ทำมาตลอดชายหนุ่มโยนเสื้อยืดสีขาวของมาร์คที่เพิ่งถอดออกมาลงบนพื้นอย่างรวดเร็ว— แล้วจ้องมองร่างตรงหน้าเขาให้ดวงตาได้เตร็ดเตร่ชื่นชมให้ทั่วเรือนร่างสีครีม แม้ว่าจะเคยทัศนามาแล้วนับร้อยๆครั้งก็ตาม

     

              “อ-อะไรล่ะครับ?” มาร์คหน้าแดงก่ำรู้สึกเขินอย่างช่วยไม่ได้ ,ปกติแทยงมักจะไม่มีการหยุดชะงักกลางคันทำอะไรอย่างการจดๆจ้องๆ เช่นนี้

     

              “เพราะว่าหนูสวยมากน่ะแหละครับ”

     

              มันก็แค่นั้นเอง แต่หลังได้ฟังมันกลับทำเอาความรู้สึกเขินของมาร์คพุ่งขึ้นอีกหลายระดับ ผนวกกับที่พี่แทยงพูดด้วยเสียงท่าทางแสนอ่อนโยนเช่นนั้น ซึ่งขัดกับอารมณ์ร้อนของเขาในวันนี้ทั้งวัน--- มาร์คว่าบางทีเขาต้องดึงอารมณ์เมื่อครู่นี้กลับคืนมา“อ้อ ใช่ครับ ลูคัสเองก็เคยชมว่าผมสวยเหมือนกัน”

     

              ในชั่วครู่เดียวนั้นเอง นิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มเลื่อนขึ้นไปยังหัวนมสีชมพูของร่างเล็กก่อนจะบี้มันด้วยความแรงที่ทำเอาเด็กหนุ่มเบ้หน้ ากัดริมฝีปากตนโดยอัตโนมัติ เพื่อกลั้นเสียงร้องดังที่จะหลุดมา ให้ตายสินี่อยู่ในหอพักนะ มาร์ครู้ดีว่าต้องเคารพการอยู่ร่วมกันหน่อย ซึ่งแทยงก็ขอชื่นชมความสามารถในการควบคุมตนเองที่มาร์คมี แต่เขาไม่

     

              “ตามใจจ้ะ อย่าส่งเสียงร้องออกมาจนกว่าพี่จะบอกว่าให้ทำได้นะ” ชายหนุ่มพูดสั่ง ไม่มีการต่อรองใดต่อจากนั้น ด้วยตัวมาร์คที่เป็นคนประเภทชอบความท้าทายเป็นการเดิมอยู่แล้ว ,เด็กหนุ่มทำสีหน้าบอกพี่แทยงว่า เอาเลย’….ก่อนที่จะต้องนึกเสียใจในทันทีที่พูดเช่นนั้น

     

              แทยงเริ่มที่เคลื่อนตัวเข้าไปจูบอย่างจริงจัง ลิ้นร้อนลากสัมผัสกันขณะที่เขาจูบซับเสียงครางแผ่วจากเด็กหนุ่ม มันแผ่วเบา แต่ก็นั่นแหละ— ชายหนุ่มผละตัวออกมา มาร์คส่งเสียงร้องน้อยๆ --- ไม่ได้ , “นั่นไม่ได้นะ” แทยงผละตัวออกจากมาร์คก่อนจะลงไปนั่งลงบนเตียงของตน ถอดกางเกงและบ็อกเซอร์ออกแล้วเตะพวกมันออกไปให้พ้นทาง ดวงตากลมโตของเด็กหนุ่มบัดนี้ทั้งพร่าและสับสน ขณะที่แทยงเผยแก่นกายของตน มันตั้งแข็งเต็มที่แล้ว ฝ่ามือแกร่งกำรอบมันอย่างช้าๆ

     

              “พี่ครับ?

     

              ชายหนุ่มหลับตาลงทำเป็นไม่สนใจมาร์คที่กำลังจ้องมองมา เช่นเดียวกันปากน้อยๆ ที่มากความต้องการนั้น “นะ..พี่ครับ.. ให้ผมทำให้พี่นะ.. นะ”

     

              “แต่หนูไม่ฟังพี่นี่ครับ”แทยงกล่าวหน้าตาเฉย บางครั้งเขาก็หัวดื้อรั้นและกวนประสาทเก่งมาก

     

              “ผมขอโทษขอยกเลิก ผมทำไม่ได้” มาร์คพูดเสียงแผ่วได้แต่หวังว่าพี่แทยงจะยอมอนุญาตให้เขาได้ทำสิ่งที่เขาต้องการ จึงโน้มก้มหัวลง—

     

              ชายหนุ่มคว้าคางของมาร์คเข้าหมับ ก่อนจะดึงให้เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองประสานตากับเขา ดวงตาคู่นั้นช่างเบลอและเลือนราง หยาดน้ำตาปริ่มริมขอบ ไม่มีอะไรฉายแวววับอยู่เลยนอกจากราคะ “ทำอะไรไม่ได้เหรอมาร์ค?

     

              “ผมทนเงียบไม่ได้หรอกเวลาที่พี่สัมผัสผม เพราะแม่งมันรู้สึกดีเกินไปอ่ะ!” มาร์คสารภาพด้วยเสียงอันดัง บางทีน่าจะดังมากพอที่ห้องอื่นๆ จะได้ยินเสียงพวกเขา ,แต่ใครสนกันล่ะ ,มาร์คคิดว่าตนรู้สึกปวดหนึบเพราะความคับแน่นในบ็อกเซอร์ตนและพี่แทยงก็อยู่ตรงนี้ ตรงหน้าเขา ,การไม่ได้สัมผัสเขามันทำมาร์ครู้สึกทรมานเจียนตาย

     

              “ดีมากๆ พวกเราควรจะซื่อตรงซึ่งกันและกันไว้เนาะ”แทยงยกยิ้มมุมปากพลางสอดเรียวนิ้วตนเข้าไปในปากของเด็กหนุ่ม “now suck,”--- มือข้างที่ว่างอยู่ก็ใช้ช่วยถอดเสื้อผ้าที่เหลืออยู่ของมาร์คออกขณะที่มาร์ควุ่นอยู่กับการวนลิ้นเลียและอมรอบนิ้วของชายหนุ่ม ,ไม่ช้านักเขาก็ถอนนิ้วออก ทันทีที่ดึงออกริมฝีปากฉ่ำที่อมรอบมันมีเสียง ป๊อป ดังเบาๆ และเพื่อไม่ให้เสียเวลามากกว่านี้แทยงสอดนิ้วเข้าในช่องทางนุ่มของเด็กหนุ่มต่อ มันดำเนินอย่างเชื่องช้าในช่วงแรกเพื่อให้มาร์คผู้สติหลุดไปได้รื่นรมย์กับสัมผัสนั้น ส่งเสียงร้องแหลมสูงแผ่วๆ และเสียงร้องครางที่ทั้งหมดนี้ฟังดูไม่เหมือนเสียงของตนเอาเสียเลย ,พี่แทยงหัวเราะขำ เพลิดเพลินไปกับความจริงที่ว่าตอนนี้มาร์คหมดท่าเพียงใด

     

              “พี่บอกว่าให้เราซื่อสัตย์ไงครับ”ชายหนุ่มสอดทั้งสามนิ้วเข้าไป มาร์คตอดรัดเขาแน่น “หนูต้องการอะไรครับ?

     

              มาร์คหอบหายใจแรงมือกำผ้าปูเตียงแน่น “please just fuck me,” เด็กหนุ่มแทบจะร้องไห้ออกมาเสียงแตกแหบพร่า มาร์คต้องการพี่แทยงมาก— มากเหลือเกิน “เอาผมแรงๆ ทำแรงๆ ให้ผมสติหลุดเสียจนจำไม่ได้แต่แต่ชื่อตัวเอง

     

              “แหม คุณเจ้าของวันเกิด” แทยงยกเรียวขาของมาร์คออกแล้วดึงร่างผอมให้สัมผัสแท่งแก่นกายแข็งของตน“ตามทุกอย่างที่หนูต้องการเลยครับ” เขาสอดมันเข้าไป ลึกจนถึงจุดหนึ่งพอสมควรแล้วจึงถอนออก มาร์คส่งเสียงร้องลั่นแม้ว่าจะพยายามกลั้นเสียงไว้เพียงใด ชายหนุ่มถอนแก่นกายออกเร็วขณะที่ฝ่ามือแกร่งจับเรียวขาสองข้างแยกออกกว้างแล้วกระแทกตัวกลับเข้าไปอย่างแรงในทีเดียว มาร์คอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงร้องครางเจ็บอย่างสุขสมออกมาและไม่ว่าเด็กหนุ่มจะพยายามกลั้นเสียงร้องเพียงใดก็ไม่อาจทำได้ ริมฝีปากฉ่ำได้แต่ร้องครางชื่อของพี่แทยงและร้อง “oh god,hyung. Please. Please!” ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนกำลังร้องขออะไรหลังจากที่เริ่มสติหลุดไปเพราะความสุขสม

     

              ทั่วทั้งหอพักในตอนนี้ต่างล้วนพร้อมใจกันให้ความสนใจในการมุ่งสติสมาธิ จดจ่อกับโทรศัพท์และหูฟังของตนเอง แน่นอนว่าเปิดระดับเสียงสูงสุด,จอห์นนี่เดินไปที่ห้องของโดยองก่อนจะขึ้นนอนบนเตียงมาร์คราวเป็นเตียงของตัวเอง เนื้อตัวสั่นเทานิดๆ กับความคิดที่ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในห้องของเขา— โดยอง หรือกล่าวคือคุณแม่ของวง บัดนี้มีความไม่พอใจประดับหราอยู่บนใบหน้าขณะวางหนังสือที่อ่านลงแล้วถอดที่อุดหูอันนึงออก

     

              “โดนไล่ออกมาเหรอ”

     

              “เรียกว่าฉันรีบแล่นปรื๊ดออกมาเมื่อสบโอกาสจะดีกว่า”

     

              จอห์นนี่ได้รู้มาบ้างและพอจะได้ค้นพบเรื่องแผนการที่จะทำให้ต่างฝ่ายต่างหึงกันของสองคนนั้นโดยใช้เมมเบอร์คนอื่นเป็นเครื่องมือในการดำเนินแผนเล็กๆ น้อยๆ ของพวกเขา “นี่เห็นพวกเราเป็นอะไรส่วนหนึ่งของเกมรึไง?” จอห์นนี่อุบอิบ ,โดยองเสียบที่อุดหูเข้าที่เดิม และพยายามจะไม่มองจอห์นนี่ด้วยแววตาที่บอกว่า นายมันไม่ไหวแล้ว’ 

     

              จอห์นนี่ได้ยินเสียงร้องครางหวานของมาร์ค ก่อนตามมาด้วย “อ๊าา พี่ครับ ตรงนั้น!”— ก่อนที่เขาจะดึงหมอนมาปิดหน้าตนเอง ร้องโอดครวญ สิ่งที่เขาต้องการก็แค่ขอความสงบจากเพื่อนร่วมห้องหัวร้อน ,แต่นี่ดูเหมือนว่าเขาคงจะไม่ได้รับความสงบไปอีกนานหลายคืน














    [1]  ตอนแปลว่าถึงตรงนี้สารภาพว่าเราแอบขำก๊ากเลยค่ะโถ่คุณคนเขียน โถ่พี่แทยง 555555555 แปลจากประโยค and wonders if he can salvage a sinking shipfrom the depths of a neon green ocean <<แทมัคคือ underrated ship จริงๆ ค่ะ 555555555โอ้ย น้ำตาไหล


    [2] แทยงฮยองเป็นแฟนเจ้าอารมณ์ดีจังนะคะ 5555พ่อเอ๊ย นี่ปกติพ่อหัวร้อนขนาดไหนกันเนี่ย

     

    [3]  Mark’scheeks still flush despite them having done many things that would make even Ten Hyung raise an eyebrow. << บ้าเอ๊ย ทำอะไรกันน่ะบ้าจริง แง5555เกลียดการบอกว่าทำเรื่องอย่างว่าประเภทที่ถ้าเตนล์ได้ยินคงเลิกคิ้ว อารมณ์แบบ really??555555555 ทำอะไรก๊านนนนนนนนน


    [4] “You and Donghyuck can be so close all the time, and be all kissy touchy feely. Everybody loves it! They think you two are married or something, but I can’t even pat your hair without being called your dad!” << เพราะพารากราฟนี้แหละค่ะ เราถึงได้ชอบฟิคเรื่องนี้มากๆ เลย 55555555 แบบว่าอ่านแล้วตบเข่าฉาด ใช่เล้ยยยยย พ่อออออออ TToTT )) ช้านเข้าใจพ่ออออออออ 555555555 โอ๊ยสงสารรรร โดนฟิลเตอร์พ่อลูกอ่ะแง5555555555 คิดดูดิแกกับแฟนอายุห่างกันสี่ปี แล้วคนก็ชอบมองว่าแกกับแฟนเป็นพ่อลูกกันอ่ะ555555555555 หัวใจพ่อ สงสาร ฮือ5555555 , คือชอบมากจริงๆ ค่ะ เป็นพาร์ทที่ตรงใจมาก

    [5] “You are my daddy.” <-- THIS. THIS S CANON

           พาร์ท [4] คือ พาร์ทที่ทำให้ตบเข่าฉาด แต่ [5] คือ ประโยคที่เราอ่านแล้วทำโทรศัพท์บินค่ะ 555555555555 โอ้วววววววววววววววโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย้าาาาาาาาาาากกกกกกกกกกกกกกไอ่ม้าาาาาาาาาคคคคคคคคคคคคคค โอ้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ยูอามายแดดดี๊ย /กรี๊ดแบบผีโดนน้ำมนต์ /โดนโฮลี่วอเตอร์สาดใส่


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Peaeye Morozco (@fb1572540026181)
ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านนะคะ แต่พ่อเนี่ยโอ้ยยยยยยย ดุจริ้ง ไม่เหมือนตอนจะเซอร์ไพส์น้องเลย
ppan_19 (@ppan_19)
@fb1572540026181 ค่าา ☺️☺️ แต่พ่อดุจริงค่ะ แฟนหนุ่มอารมณ์รว้อน 5555