fromJapan พาเที่ยว 47 จังหวัดแห่งแดนอาทิตย์อุทัยfromjapan.th
จังหวัดชิมาเนะ เพชรที่ซุกซ่อนในวงการท่องเที่ยวญี่ปุ่น
  • ถ้าเอ่ยชื่อ 'จังหวัดชิมาเนะ (Shimane)' ก็คงจะมีหลายคนที่แอบรู้สึกคุ้นหู แต่อาจไม่รู้ว่าจังหวัดนี้อยู่ตรงส่วนไหนของญี่ปุ่น หรือบางคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อจังหวัดนี้มาก่อน แต่รู้หรือเปล่าว่า 'จังหวัดชิมาเนะ' นี่แหละที่เปรียบเสมือนเพชรที่ซุกซ่อนอยู่ในวงการสถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่น!

    จังหวัดชิมาเนะ ตั้งอยู่ในภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku) และอยู่ติดกับจังหวัดฮิโรชิม่า ถ้าว่ากันด้วยเรื่องความหนาแน่นของประชากร จังหวัดชิมาเนะก็ถือว่าเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีประชากรเกือบจะน้อยที่สุดในญี่ปุ่น

    แต่ถ้าจะว่ากันด้วยเรื่องประวัติศาสตร์ในช่วงประมาณสองหรือสามพันปีก่อน ซึ่งญี่ปุ่นยังเป็นแคว้นโบราณของชนเผ่าต่างๆ จังหวัดชิมาเนะเองก็เคยเป็นที่อยู่อาศัยของ ‘เผ่าอิซุโมะ’ หนึ่งในเผ่าที่มีอำนาจมากในช่วงนั้น แต่ท้ายที่สุดชนเผ่าดังกล่าวก็ยอมศิโรราบให้กับเผ่ายามาโตะ ซึ่งหลักฐานของตำนานหรือประวัติศาสตร์นี้มีบันทึกไว้อย่างละเอียดในพงศาวดารโบราณญี่ปุ่น หรือโคจิกิ

    เกียวโตก็เกียวโตเถอะ นครพันปีหรือจะสู้ชิมาเนะที่มีมาก่อนญี่ปุ่นจะเป็นญี่ปุ่นเสียอีก!

    พอพูดถึงความเก่าแก่หรือความขลังของจังหวัดชิมาเนะ แน่นอนว่าจะขาดการกล่าวถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่แห่งนี้ไปได้อย่างไร สำหรับสาวโสดทั้งหลายที่ได้มาเยือนชิมาเนะ อยากบอกว่าคุณมาถูกที่แล้ว! เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ใจดีกับคนโสดที่อยู่ในโหมดอยากมีคู่มาก 555 ด้วยเหตุนี้เอง จังหวัดชิมาเนะจึงเป็นสถานที่ในดวงใจของคนที่อยากสละโสด

    นอกจากนี้ จังหวัดชิมาเนะยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปมากมาย และที่สำคัญคือคนน้อยมากกกก ถ้าใครอยากได้รูปสวยๆแบบไม่ติดนักท่องเที่ยว ชิมาเนะตอบโจทย์คุณได้!

     

    สถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัดชิมาเนะ

    ชิมาเนะเป็นจังหวัดที่อาจจะเดินทางลำบากสักเล็กน้อย หากโดยสารรถไฟชินคันเซ็นสายโทไคโดซันโย (Tokaido Sanyo) ให้เปลี่ยนเป็นรถด่วนพิเศษที่โอคายามะ โดยใช้เวลาเดินทางดังนี้

    • จากโตเกียว 6 ชั่วโมง 36 นาที
    • จากนาโกย่า 4 ชั่วโมง 18 นาที
    • จากโอซาก้า 3 ชั่วโมง 40 นาที

    สำหรับวิธีการเดินทางในชิมาเนะของคนที่จะเที่ยวโซนมัตสึเอะ อิซุโมะ แนะนำให้ซื้อตั๋วรถสำหรับนักท่องเที่ยวแบบ 3 วัน ราคา 1,500 เยน ซึ่งเป็นตั๋วที่ใช้ในการเที่ยวจุดยอดฮิต เช่น ปราสาทมัตสึเอะ ศาลเจ้ามิอิซุโมะ ฯลฯ ได้ด้วย

    รายละเอียด >>> Click Link!

    ต่อจากนี้เราจะเริ่มแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งชอปปิ้งในชิมาเนะกันเลยนะครับ

     

    Power Spot จุดขอพรด้านต่างๆ

    1. ศาลเจ้าอิซุโมะ (Izumo Taisha Shrine)

    ศาลเจ้าอิซุโมะ (Izumo Taisha) เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น อาจจะมีอายุมากกว่าศาลเจ้าอิเสะเสียอีก เพราะศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1744 เพื่อเป็นที่ประดิษฐานของ ‘เทพโอคุนินูชิ’ ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักและสายสัมพันธ์ ส่วนอาคารของศาลเจ้าที่เห็นอยู่เป็นการสร้างแบบไทฉะสึคุริ ปัจจุบันศาลเจ้าอิซุโมะได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

    ในทุกๆปี ศาลเจ้าอิซุโมะจะมีการจัดเทศกาลคามิอาริไซ (神在祭) ซึ่งช่วงจัดเทศกาลจะอยู่ตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 17 เดือนตุลาคม ตามปฏิทินจันทรคติ (แต่ถ้านับตามแบบสุริยคติ หรือตามแบบปัจจุบัน ก็จะตรงกับเดือนพฤศจิกายน) ตามตำนานบอกว่าเทศกาลคามิอาริไซเป็นช่วงเวลาที่เทพเจ้าชินโตจากศาลเจ้าทั่วประเทศจะมาชุมนุมกันที่ศาลเจ้าอิซุโมะเป็นเวลา 7 วัน เพื่อหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทุกสรรพสิ่ง ซึ่งรวมไปถึงการจับคู่ชายหญิงด้วย และนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ศาลเจ้าอิซุโมะโด่งดังเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องการขอพรด้านความรัก

    ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ศาลเจ้าอิซุโมะยังเป็นจุดชมซากุระที่สวยงามอีกด้วย

    และนี่ก็คือความสวยงามของหาดอินาเสะที่อยู่ไม่ไกลจากตัวศาลเจ้านัก ใช้เวลาเดินไปแค่ 10 นาทีเท่านั้น

    ส่วนถนนหน้าศาลเจ้า ซึ่งมีของกินกับที่ชอปปิ้งเพียบ เตรียมทรัพย์ของคุณมาให้ดีๆล่ะ!

    อ่านบทความเจาะลึกเรื่องศาลเจ้าอิซุโมะได้ที่นี่ >> ได้เวลาลงจากคาน บอกลาความนก! เมื่อเทพเจ้ามาช่วยหาเนื้อคู่ให้ที่ ‘ศาลเจ้าอิซุโมะ’ ศาลเจ้าสุดปังด้านความรักความสัมพันธ์

    ข้อมูลเกี่ยวกับศาลเจ้าอิซุโมะ (Izumo Taisha Shrine)

    วิธีเดินทาง

    • หากเดินทางจากเมืองมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ ให้ขึ้นรถบัสจากสถานี Matsue ไปที่ป้าย Matsue Shinjiko Onsen (ใช้เวลา 15 นาที ค่าโดยสาร 210 เยน) จากนั้นนั่งรถไฟไปลงที่สถานี Izumo Taisha Mae (ใช้เวลา 63 นาที ค่าโดยสาร 820 เยน อาจมีการเปลี่ยนขบวนรถกลางทาง) และเดินอีก 4 นาที
    • สำหรับผู้ที่จะใช้รถไฟสาย JR ให้นั่งรถไฟจากสถานี Matsue ไปลงที่สถานี Izumoshi (ใช้เวลา 46 นาที ค่าโดยสาร 590 เยน) จากนั้นนั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Seimon Mae (ใช้เวลา 33 นาที ค่าโดยสาร 500 เยน) แล้วเดินอีก 1 นาที

    ที่อยู่

    • Izumo Shrine 195, Tsukizuki, Taishacho, Izumo City, Shimane 699-0701, Japan
    • โทร : 0853-53-3100

    เวลาทำการ

    • ศาลเจ้าเปิดให้เข้าสักการะทุกวัน เวลา 6.30 - 20.00 น.

    ค่าเข้าชม

    • ไม่มีค่าเข้าชม

    เว็บไซต์


    2. ศาลเจ้ามิโฮะ (Miho Shrine)

    ศาลเจ้ามิโฮะตั้งอยู่ในเมืองมิโฮะโนะเซกิ เป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงในเรื่องโชคลาภ ค้าขาย และการงาน อาคารที่เห็นอยู่นี้คืออาคารหลักซึ่งสร้างขึ้นในปี 1813 และเป็นสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณแบบไทฉะสึคุริ นอกจากนี้ตัวอาคารดังกล่าวยังได้รับตำแหน่งมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติของญี่ปุ่นอีกด้วย

    ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของศาลเจ้าแห่งนี้คือความเกี่ยวโยงกันกับศาลเจ้าอิซุโมะ ว่ากันว่าเทพเจ้าที่สถิตอยู่ ณ ศาลเจ้าแห่งนี้มีความสัมพันธ์กับเทพเจ้าของศาลเจ้าอิซุโมะ โดยองค์หนึ่งเป็นภริยาและอีกองค์เป็นลูก ดังนั้นหากใครมีโอกาสได้มาสักการะศาลเจ้าแห่งนี้ เราขอแนะนำให้ไปต่อที่ศาลเจ้าอิซุโมะ เพราะจะทำให้คำขอพรเรื่องความรักของคุณมีพลังและทรงอานุภาพมากขึ้น เอาง่ายๆ ว่าศาลเจ้าสองแห่งนี้เป็นเหมือนเซ็ตสถานที่เที่ยวบอกลาคาน บอกลาความนกเลยทีเดียว

    อ่านบทความเจาะลึกเรื่องศาลเจ้ามิโฮะได้ที่นี่ >> ไหว้สักการะศาลเจ้ามิโฮะ ชมนกนานาพันธุ์ที่สวนนกมัตสึเอะ เที่ยวปราสาทมัตสึเอะ

    ข้อมูลเกี่ยวกับศาลเจ้ามิโฮะ (Miho Shrine)

    วิธีเดินทาง

    • หากเดินทางจากเมืองมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ ให้ขึ้นรถบัสจากสถานี Matsue (松江駅) ไปลงที่ป้าย Mihosakiterminal (美保関ターミナル) (ใช้เวลา 35 นาที ค่าโดยสาร 690 เยน) ตารางเวลาโปรดดูจาก Click Link! และจากป้าย Mihosakiterminal (美保関ターミナル) ให้นั่ง community bus ไปลงที่ป้าย Mihojinja Iriguchi (美保神社 入口) (ใช้เวลา 28 นาที ค่าโดยสาร 200 เยน) แล้วเดินอีก 2 นาที ตารางเวลาโปรดดูจาก Click Link!

    ที่อยู่

    • Miho Shrine 608 Mihoseki, Mihoseki-cho, Matsue-shi, Shimane 690-1501, Japan
    • โทร : 0852-73-0506

    เวลาทำการ

    • ศาลเจ้าเปิดให้เข้าสักการะทุกวัน ตลอดเวลา
    • สำนักงานศาลเจ้า เปิดทำการทุกวัน ในเวลา 8.30 - 17.00 น.

    ค่าเข้าชม

    • ไม่มีค่าเข้าชม

    เว็บไซต์


    3. ศาลเจ้ายาเอกาคิ (Yaekaki Shrine)

    ศาลเจ้ายาเอกาคิ เป็นที่พำนักแห่งใหม่หลังจากเทพแห่งทะเลและพายุ ‘สุซาโนโอะ’ แต่งงานกับเทพแห่งการเกษตรและการถือกำเนิด 'คุชินาดะฮิเมะ' และตำนานนี้เองที่ชาวญี่ปุ่นถือว่า ‘เป็นการแต่งงานครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศ’

    แม้ความดังของศาลเจ้ายาเอกาคิจะไม่เท่าศาลเจ้าอิซุโมะ แต่ไฮไลต์สุดปังที่ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้กลายเป็นที่ที่ใครๆก็ต้องไปคือ ‘เซียมซีกระดาษลอยน้ำ’

    วิธีการเสี่ยงเซียมซีน้ำนั้นง่ายมาก เพียงซื้อกระดาษมา 1 แผ่นแล้วไปไหว้ศาลเจ้าเล็กๆที่ตั้งอยู่ด้านหลัง จากนั้นให้นำกระดาษทำนายวางลงไปในบ่อน้ำ พร้อมกับวางเหรียญ 10 เยนหรือเหรียญ 100 เยนลงบนกระดาษ หากกระดาษจมลงเร็ว (ไม่เกิน 15 นาที) แสดงว่าเราจะได้พบเนื้อคู่เร็ว หากจมลงช้า (ประมาณ 30 นาที) แสดงว่าเราจะได้เจอเนื้อคู่ช้า

    นอกจากนี้ ถ้ากระดาษจมลงใกล้กับจุดที่เริ่มลอย หมายความว่าจะได้พบรักกับคนใกล้ตัว แต่ถ้าลอยออกไปไกลแล้วค่อยจม ก็หมายความว่าจะได้พบรักกับคนที่อยู่ห่างไกล (เช่น ชาวต่างชาติ)

    นอกจากนี้หากมีตัวซาลาแมนเดอร์ (salamander) โผล่มาใกล้กับกระดาษ แสดงว่างานแต่งของเราจะดีเป็นพิเศษ

    แต่ถ้า 30 นาทีผ่านไปแล้วกระดาษยังไม่ยอมจม กระดาษขาด หรือเหรียญจมแต่กระดาษยังลอยอยู่ บอกได้คำเดียวว่าตัวใครตัวมันนะครับ ตอนที่ไปผมเห็นกระดาษที่ลอยน้ำและไม่ยอมจมเยอะมากซะด้วยสิ T^T

    ข้อมูลเกี่ยวกับศาลเจ้ายาเอกาคิ (Yaekaki Shrine)

    วิธีเดินทาง

    • หากเดินทางจากเมืองมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ ให้ขึ้นรถบัสจากสถานี Matsue ไปที่ Yaegakijinja Mae (ใช้เวลา 20 นาที ค่าโดยสาร 250 เยน) และเดินอีก 2 นาที

    ที่อยู่

    • Yaegaki Shrine 227 Sakusacho, Matsue, Shimane 690-0035
    • โทร : 0852-21-1148

    เวลาทำการ

    • ศาลเจ้าเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 9.00 - 17.00 น.

    ค่าเข้าชม

    • ศาลเจ้า : ไม่มีค่าเข้าชม
    • หอสมบัติ : ผู้ใหญ่ 200 เยน / เด็กประถม 100 เยน / เด็กเล็ก เข้าชมฟรี

    เว็บไซต์


    4. ศาลเจ้าฮิโนมิซากิ (Hinomisaki Shrine)

    ศาลเจ้าฮิโนมิซากิ (Hinomisaki Shrine) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของปลายคาบสมุทรชิมาเนะ และด้วยความที่ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก หรือทิศที่ตรงข้ามกับพระอาทิตย์ขึ้น ชาวญี่ปุ่นจึงเชื่อว่าเทพที่สถิตอยู่ ณ ศาลเจ้าฮิโนมิซากิมีหน้าที่ปกป้องดูแลประเทศในเวลากลางคืน ซึ่งหน้าที่นี้ก็มีผู้ช่วยอย่างเทพประจำศาลเจ้าอิเสะคอยเข้ากะตอนกลางวันให้ และทุกคนคงจะเดากันได้ว่าทำไมต้องเป็นเทพจากศาลเจ้าแห่งนี้ นั่นก็เพราะศาลเจ้าอิเสะตั้งอยู่ในทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศที่พระอาทิตย์ขึ้นนั่นเอง

    นอกจากนี้ในฐานะ Power Spot ชื่อดัง ศาลเจ้าฮิโนมิซากิแห่งนี้เป็นที่เลื่องชื่อเรื่องการแก้ปีชงหรือแก้ดวงตกมาก ถ้ารู้สึกว่าชีวิตช่วงนี้ดูติดขัดไปหมด เหมือนมีผีร้ายมากล้ำกรายอย่างบอกไม่ถูก แนะนำว่าลองเดินทางไปขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จากที่นี่ช่วยได้นะ

    ข้อมูลเกี่ยวกับศาลเจ้าฮิโนมิซากิ (Hinomisaki Shrine)

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Izumo Taisha Mae ให้นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Hinomisaki (ใช้เวลา 26 นาที ค่าโดยสาร 560 เยน)

    ที่อยู่

    • Hinomisaki Shrine, 455 Taishacho Hinomisaki, Izumo, Shimane 699-0763
    • โทร : 0853-54-5261

    เวลาทำการ

    • ศาลเจ้าเปิดให้เข้าสักการะทุกวัน ตลอดเวลา

    ค่าเข้าชม

    • ไม่มีค่าเข้าชม

    เว็บไซต์

     

    ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

    1. ปราสาทมัตสึเอะ (Matsue Castle)

    'ปราสาทมัตสึเอะ' มีชื่อเล่นว่า 'ปราสาทดำ' ซึ่งตั้งตามโทนสีดำของปราสาท สร้างเสร็จในปี 1616 โดยไดเมียวโยชิฮารุ โฮริโอะ (Yoshiharu Horio) นอกจากนี้ยังเป็น 1 ใน 12 ปราสาทดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น หรือปราสาทที่เหลือรอดจากภัยธรรมชาติและสงคราม

    ปราสาทมัตสึเอะเป็นสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่ไม่ได้มีการจำลองหรือต่อเติมจากของเดิมแต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น ปราสาทมัตสึเอะก็เป็น 1 ใน 5 ปราสาทที่ได้ชื่อว่าเป็นสมบัติของชาติ ร่วมกับปราสาทฮิเมจิ ปราสาทมัตสึโมโตะ ปราสาทอินุยามะ และปราสาทฮิโกเนะ และยังเป็นจุดชมซากุระที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งของภูมิภาคชูโกกุด้วย

    นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีกิจกรรมอย่าง Matsue Musha Gyoretsu Warrior Parade (松江武者行列) ซึ่งจะจัดช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี สำหรับกิจกรรมนี้จะมีอาสาสมัครแต่งตัวเป็นซามูไรแล้วเดินพาเหรดไปทั่วเมือง โดยมีปลายทางเป็นปราสาทมัตสึเอะ ทำให้เราได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศย้อนยุคของเมืองอย่างเต็มที่

    รายละเอียดเพิ่มเติม > https://www.visit-matsue.com/calendar

    อ่านบทความเจาะลึกเรื่องปราสาทมัตสึเอะได้ที่นี่ > ชมขบวนพาเหรดซามูไรและดอกซากุระที่ปราสาทมัตสึเอะ

    ข้อมูลเกี่ยวกับปราสาทมัตสึเอะ (Matsue Castle)

    วิธีเดินทาง

    • หากเดินทางจากเมืองมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ ให้ขึ้นรถบัสจากสถานี Matsue ไปที่ป้าย Kokuho Matsuejo KenchoMae (国宝松江城県庁前) (ใช้เวลา 7 นาที ค่าโดยสาร 170 เยน) และเดินอีก 3 นาที

    ที่อยู่

    • Matsue Castle, 1-5 Tonomachi, Matsue City, Shimane 690-0887, Japan
    • โทร : 0852-21-4030

    เวลาทำการ

    • เดือนเมษายน - กันยายน : เปิดทำการทุกวัน เวลา 7.00 - 19.30 น.
    • เดือนตุลาคม - มีนาคม : เปิดทำการทุกวัน เวลา 8.30 - 17.00 น.

    ค่าเข้าชม

    • ค่าเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 340 เยน / เด็ก 140 เยน

    เว็บไซต์


    2. หมู่บ้านซามูไรมัตสึเอะ (Matsue Former Samurai District)

    https://www.matsue-bukeyashiki.jp/en/
    https://matsuetravelguide.files.wordpress.com/
    https://matsuetravelguide.wordpress.com

    หมู่บ้านซามูไรที่ตั้งอยู่ภายในคูเมืองปราสาทมัตสึเอะ จัดว่าเป็นโบราณสถานที่เก่าแก่ของญี่ปุ่น

    ณ สถานที่แห่งนี้มีสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงอย่างอาคารมัตสึเอะ บูเกะยาชิกิ (Matsue Buke Yashiki) ซึ่งบ้านพักของตระกูลซามูไรที่เคยมีชื่อเสียงในอดีต 

    นอกจากนี้ยังมีบ้านพักของแล็ฟคาดิโอ เฮิร์น (Lafcadio Hearn’s Residence) นักเขียนชาวตะวันตกคนแรกที่เข้ามาพักในญี่ปุ่นอีกด้วย

    ข้อมูลเกี่ยวกับหมู่บ้านซามูไรมัตสึเอะ (Matsue Former Samurai District)

    วิธีเดินทาง

    • หากเดินทางจากเมืองมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ ให้ขึ้นรถบัสจากสถานี Matsue ไปที่ป้าย Shiomi Nawate (塩見縄手) (ใช้เวลา 11 นาที ค่าโดยสาร 200 เยน) และเดินอีก 4 นาที

    ที่อยู่

    • Matsue Former Samurai District 1206-2 ,Hanyuu, Yatsuka-cho, Matsue, Shimane, Japan 690-1492
    • โทร : 0852-21-4030

    เวลาทำการ

    • เดือนเมษายน - กันยายน : เปิดทำการทุกวัน เวลา 8.30 - 18.30 น.
    • เดือนตุลาคม - มีนาคม : เปิดทำการทุกวัน เวลา 8.30 - 17.00 น.

    ค่าเข้าชม

    • Matsue Buke Yashiki
      • ค่าเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติ 155 เยน
    • Lafcadio Hearn’s Residence
      • ส่วนของพิพิธภัณฑ์ 205 เยน
      • ตั๋วชุด (Matsue Buke Yashiki, Lafcadio Hearn’s Residence, ปราสาทมัตสึเอะ) 1,100 เยน

    เว็บไซต์


    3. เหมืองเงินอิวามิ (Iwami Silver Mine)

    เหมืองเงินอิวามิ (Iwami Silver Mine) ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 16 ถึง 20 โดย 1 ใน 3 ของปริมาณแร่เงินชั้นดีของโลกเป็นผลผลิตมาจากเหมืองเงินแห่งนี้ จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการส่งออกแร่เงินมีผลต่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในตอนนั้น

    แม้ปัจจุบันเหมืองจะปิดไปแล้ว แต่ยูเนสโกก็ยังเห็นว่าหลักฐานที่แสดงถึงความรุ่งเรืองของเหมืองแร่อิวามิ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางหรือเมืองเหมืองแร่นั้น ต่างก็มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ควรแก่การได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

    ที่นี่จะมีโซนย่อยต่างๆอยู่พอประมาณ โดยโซนย่อยแรกคืออุโมงค์เหมือง (ในอดีตเหมืองแห่งนี้มีอุโมงค์ที่ใช้สำหรับขุดหาแร่เงินราว 600 แห่งด้วยกัน และคนญี่ปุ่นก็เรียกอุโมงค์เหล่านี้ว่า ‘มาบู’)

    เดินออกมาอีกหน่อยก็จะเจอวัดรากังจิ (Rakanji Temple)

    เมื่อหมดจากโซนเหมืองและวัดก็จะเข้าสู่โซนเมืองเก่า ซึ่งบางสถานที่ได้เปิดให้เข้าเยี่ยมชมได้ เช่น House of Kumagai Family

    ข้อมูลเกี่ยวกับเหมืองเงินอิวามิ (Iwami Silver Mine)

    วิธีเดินทาง

    • การจะเข้าไปโซนเหมืองและโซนวัด ไม่สามารถใช้รถได้ เราจะต้องนั่งรถบัสไปลงตรงป้ายที่ใกล้ที่สุดคือป้าย Omori bus stop (จากสถานี Odashi ใช้เวลา 30 นาที ค่าโดยสาร 760 เยน) หลังจากนี้ ถ้าเราจะเดินไปถึงเหมือง จะใช้เวลาเดิน 45 นาที (ไม่แนะนำเลย) ควรเช่าจักรยานดีกว่า (เอาแบบไม่เหนื่อยมากจะมีจักรยานไฟฟ้าซึ่งช่วยให้ปั่นขึ้นเนินได้ง่ายขึ้น บอกไว้ก่อนเลยว่าเนินเยอะมาก)
    • สำหรับจุดเริ่มต้นของการเดินทางนั้น เราจะต้องเริ่มจากสถานี Odashi ซึ่งถ้าเราเริ่มการเดินทางจาก Matsue ให้ขึ้นรถไฟ JR (รถด่วนพิเศษ ใช้เวลา 45 นาที ค่าโดยสาร 3,000 เยน / รถธรรมดา ใช้เวลา 90 นาที ค่าโดยสาร 1,170 เยน / JR Pass ครอบคลุมค่ารถไฟ)
    • แต่ถ้าเริ่มการเดินทางจาก Izumo ให้ขึ้นรถไฟ JR (รถด่วนพิเศษ ใช้เวลา 24 นาที ค่าโดยสาร 1,680 เยน / รถธรรมดา ใช้เวลา 40 นาที ค่าโดยสาร 590 เยน / JR Pass ครอบคลุมค่ารถไฟ)

    ที่อยู่

    • Iwami Ginzan, Silver Mine 1597-3 Omoricho,Ota City,Shimane Prefecture,694-0305
      • โทร : 0854-89-0183 
      • แฟ็กซ์ : 0854-89-0089
    • Rakanji Temple, 804 Omoricho, Oda, Shimane 694-0305
      • โทร : 0854-89-0005
    • House of the Kumagai Family, 63  Omoricho, Oda 694-0305 Shimane Prefecture
      • โทร : 0854-89-9003

    เวลาทำการ

    • เหมืองเปิดให้เข้าชม ทุกวัน เวลา 9:00 - 17:00 น. (เปิดถึง 16:00 น. ในช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์) (หยุดช่วงวันปีใหม่)
    • วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8:00 - 17:00 น.
    • บ้าน Kumagai Family เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 9:30 - 17:00 น. (หยุดทุกวันอังคารสุดท้ายของเดือน)

    ค่าเข้าชม

    • ค่าเข้าชมเหมือง 200 เยน
    • ค่าเข้าชมวัด 500 เยน
    • ค่าเข้าชมบ้าน Kumagai Family : ผู้ใหญ่ 300 เยน / เด็กมัธยม เข้าชมฟรี

    เว็บไซต์


    4. สึวาโนะ (Tsuwano)

    เมืองสึวาโนะ (Tsuwano City) จังหวัดชิมาเนะ ได้รับการขนานนามว่าเป็น 'ลิตเติ้ลเกียวโตแห่งชิมาเนะ' สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของบรรยากาศแบบย้อนยุคจากสถาปัตยกรรมโบราณที่เรียงรายตามแนวถนน อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่มากมาย

    Yangxiong / Shutterstock

    เช่น ศาลเจ้าไทโคดานิอินาริ (Taikodani Inari Shrine) ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ศาลเจ้าสายเทพอินาริที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น!

    ส่วนที่นี่คือซากปราสาทสึวาโนะ (Tsuwano Jo Site) สถานที่แห่งนี้มีวิวสวยๆให้เราไปเก็บบรรยากาศกันด้วย

    ข้อมูลเกี่ยวกับสึวาโนะ (Tsuwano)

    วิธีเดินทาง

    • Tsuwano Honmachi Dori
      • เดินจากสถานี Tsuwano ประมาณ 5 นาที
    • Taikodani Inari Shrine
      • เดินจากสถานี Tsuwano ประมาณ 15 นาทีจะถึงเชิงเขา และเดินอีก 15 นาทีเพื่อไปถึงตัวอาคารหลัก
      • เดินจากสถานี Tsuwano ประมาณ 30 นาทีจะถึงจุดขึ้นลิฟต์

    ที่อยู่

    • Tsuwano Honmachi Dori Ushiroda, Tsuwano, Kanoashi-gun, Shimane 699-5605 / Taikodani Inari Shrine, 409 Ushiroda, Tsuwano, Kanoashi District, Shimane 699-5605
      • โทร : 0856-72-0219
    • Tsuwano Castle Ruins 477-20 Ushiroda, 津和野町 Tsuwano, Kanoashi District, Shimane 699-5605
      • โทร : 0856-72-0376

    เวลาทำการ

    • โซนเมืองเก่า เปิดให้บริการทุกวัน โดยร้านค้าต่างๆจะเปิดในช่วงเวลา 10.00 - 17.00 น. เป็นส่วนใหญ่
    • ศาลเจ้าเปิดให้สักการะทุกวัน ตลอดเวลา
    • ซากปราสาท เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตลอดเวลา (ลิฟต์เพื่อขึ้นไปชม เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 9:00 - 16:30 น. และปิดให้บริการในเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์)

    ค่าเข้าชม

    • โซนเมืองเก่า : ไม่มีค่าเข้าชม
    • ศาลเจ้า : ไม่มีค่าเข้าชม
    • ซากปราสาทมีค่าลิฟต์ (ไป-กลับ) : 700 เยน

    เว็บไซต์


    5. ประภาคารฮิโนมิซากิ (Hinomisaki Lighthouse)

    ประภาคารสีขาวตั้งตระหง่านตัดกับสีท้องฟ้า และน่านน้ำที่กว้างสุดลูกหูลูกตา คือประภาคารที่มีความสูงถึง 43 เมตร และเป็นประภาคารที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น

    บนจุดชมวิวของประภาคารแห่งนี้สร้างด้วยการนำหินมาวางเรียงซ้อนกัน และแน่นอนว่าทัศนียภาพที่จะได้สัมผัสจากการชมวิวครั้งนี้บอกได้เลยว่าคุ้มค่า คุ้มเวลามากจริงๆ

    ข้อมูลเกี่ยวกับประภาคารฮิโนมิซากิ (Hinomisaki Lighthouse)

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Izumo Taisha Mae นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Hinomisaki Light House (ใช้เวลา 29 นาที ค่าโดยสาร 560 เยน)

    ที่อยู่

    • Izumo Hinomisaki Lighthouse 1478 Taishachō Hinomisaki, Izumo-shi, Shimane 699-0763, Japan
    • โทร : 0853-54-5341

    เวลาทำการ

    • เปิดทุกวัน เวลา 9.00 - 16.30 น.

    ค่าเข้าชม

    • ไม่มีค่าเข้าชม

    เว็บไซต์

     

    ตะลุยพิพิธภัณฑ์

    1. พิพิธภัณฑ์ศิลปะอาดาจิ (Adachi Musuem of Art)

    https://japanrailandtravel.com
    https://www.adachi-museum.or.jp

    พิพิธภัณฑ์ศิลปะอาดาจิ (Adachi Museum of Art) ก่อตั้งขึ้นในปี 1970 โดยนักธุรกิจท้องถิ่นที่ชื่อว่า ‘เซ็นโกะ อาดาจิ’

    พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เก็บรักษาภาพวาดของญี่ปุ่นรวมถึงภาพวาดชิ้นเอกของ 'โยโกยามะ ไทคัง' ผู้สร้างศิลปะญี่ปุ่นสมัยใหม่, 'ซากากิบาระ ชิโฮ', งานศิลปะจากเซรามิกโดย 'คิตาโอจิ โรซันจิ' และศิลปินท้องถิ่น 'คาไว คังจิโร่' โดยรายการที่จัดแสดงจะเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละฤดูกาลหรือ 4 ครั้งต่อปีนั่นเอง

    แต่ทีเด็ดสุดของที่นี่อาจจะไม่ใช่งานแสดงภาพศิลปะ แต่เป็นเจ้าสวนญี่ปุ่นที่ชนะเลิศการประกวดสวนญี่ปุ่นมาตลอดตั้งแต่ปี 2003 ซึ่งก็ไม่ได้ชนะบ่อยเท่าไหร่หรอกนะ แค่ 16 ครั้งซ้อนเอ๊งงง!

    ไม่เพียงเท่านั้นนะ แม้แต่ Michelin เองก็ยกให้พิพิธภัณฑ์อาวาจิเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับสามดาวเชียวนะ! (ก็คือระดับสูงสุดนั่นเอง)

    อ่านบทความอื่นๆเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะอาดาจิ > ชมงานศิลปะและสวนญี่ปุ่นที่สวยที่สุด ณ Adachi Museum of Art

    ข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะอาดาจิ (Adachi Musuem of Art)

    วิธีเดินทาง

    • หากเดินทางจากเมืองมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ ให้ขึ้นรถไฟจากสถานี Matsue ไปลงที่สถานี Yasugi (ใช้เวลา 20 นาที ค่าโดยสาร 410 เยน) และจากสถานี Yasugi สามารถขึ้นรถบัสฟรีเพื่อไปพิพิธภัณฑ์ได้ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที (รอบรถให้ดูจากเว็บไซต์)

    ที่อยู่

    • Adachi Museum of Art, 320 Furukawa-cho, Yasugi, Shimane, 692-0064
    • โทร : 0854-28-7111
    • แฟ็กซ์ : 0854-28-6733

    เวลาทำการ

    • เปิดทำการทุกวัน เวลา 9.30 - 17.30 น. (เปิดถึง 17.00 น. ในเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม)

    ค่าเข้าชม

    • ผู้ใหญ่ 2,300 เยน
    • นักศึกษา 1,800 เยน
    • นักเรียนมัธยมปลาย 1,000 เยน
    • นักเรียนมัธยมต้นและนักเรียนประถม 500 เยน

    เว็บไซต์


    2. พิพิธภัณฑ์ศิลปะชิมาเนะ (Shimane Art Museum)

    https://www.houki-town.jp
    https://www.japanhoppers.com

    พิพิธภัณฑ์ศิลปะชิมาเนะ ตั้งอยู่ในเมืองมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1999 โดยเป็นผลงานการออกแบบของสถาปนิกชื่อดัง 'คิโยโนริ คิคุตาเกะ'

    ภายในพื้นที่ 12,500 ตารางเมตรนี้มีการแสดงภาพวาดมากมาย ทั้งที่เป็นแผ่นพับโมโมยามะที่แสดงให้เห็นถึงเรื่องราวในยุคเอโดะผ่านลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ หรือศิลปะจากทางตะวันตกอย่างภาพของ Jean Baptiste Camille Corot, Alfred Sisley, Claude Monet และ Paul Gauguin

    ข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะชิมาเนะ (Shimane Art Museum)

    วิธีเดินทาง

    • หากเดินทางจากเมืองมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ ให้ขึ้นรถบัสจากสถานี Matsue ไปลงที่ป้าย Prefectural Bijutsukanmae (ใช้เวลา 5 นาที ค่าโดยสาร 160 เยน)

    ที่อยู่

    • Shimane Prefectural Art Museum, 1-5 Sodeshicho, Matsue, Shimane 690-0049
    • โทร : 0852-55-4700

    เวลาทำการ

    • เปิดทำการทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร
    • เวลาทำการ 10.00 - 18.30 น. (ปิดทำการช่วงปีใหม่)

    ค่าเข้าชม

    • ค่าเข้าชม สำหรับคนต่างชาติ
      • Special exhibition : ผู้ใหญ่ 500 เยน / นักศึกษา 300 เยน / นักเรียนชั้นมัธยมลงไป 150 เยน
    • Museum Collection : ผู้ใหญ่ 150 เยน / นักศึกษา 100 เยน / นักเรียนชั้นมัธยมลงไป เข้าชมฟรี
      • Special exhibition และ Museum Collection : ผู้ใหญ่ 575 เยน / นักศึกษา 350 เยน / นักเรียนชั้นมัธยมลงไป 150 เยน

    เว็บไซต์


    3. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิมาเนะ (Shimane AQUAS Aquarium)

    https://www.sanin-tourism.com
    https://www.trekearth.com

    หนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคชูโกกุ (Chukoku Region) ที่นี่มีจุดขายคือเจ้าวาฬเบลูก้าที่แสนน่ารัก และแทงก์น้ำยาวที่มีปลาฉลามว่ายน้ำอยู่เต็มไปหมด

    ข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิมาเนะ (Shimane AQUAS Aquarium)

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Hashi เดิน 13 นาที

    ที่อยู่

    • Shimane AQUAS Aquarium, 1117-2 Kushirocho, Hamada, Shimane, 697-0004
    • โทร : 0855-28-3900

    เวลาทำการ

    • เปิดทำการทุกวัน เวลา 9.30 - 17.00 น. (เปิดถึง 18.00 น. ในฤดูร้อน) รายละเอียดดูได้ที่ > https://aquas.or.jp/en/information/

    ค่าเข้าชม

    • ผู้ใหญ่ 1,550 เยน
    • เด็ก 500 เยน

    เว็บไซต์


    4. พิพิธภัณฑ์ดาบโอคุอิซุโมะ ทาตาระ (Okuizumo Tatara Sword Museum)

    https://www.kankou-shimane.com
    https://www.kankou-shimane.com
    https://www.japanvisitor.com

    สำหรับซามูไรแล้ว อาวุธคู่กายและจิตวิญญาณของพวกเขาคือ ดาบคาตานะ ซึ่งเป็นดาบที่ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามและความแข็งแกร่ง ถ้าใครมีโอกาสได้มาที่นี่ก็จะได้เรียนรู้ถึงความเป็นมาของการตีดาบซามูไร และได้เปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการทดลองตีดาบซามูไรด้วย

    ข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ดาบโอคุอิซุโมะ ทาตาระ (Okuizumo Tatara Sword Museum)

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Izumo Yokta เดิน16นาที

    ที่อยู่

    • Okuizumo Tatara Sword Museum 1380-1 Yokota, Okuizumo, Nita District, Shimane 699-1832
    • Phone 0854522770

    เวลาทำการ

    • เปิดทำการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ เวลา 10.00-17.00 (หยุดช่วงปีใหม่)

    ค่าเข้าชม

    • ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 520 เยน เด็ก 200 เยน (วันที่มีการสาธิต ผู้ใหญ่ 1250 เยน เด็ก 620 เยน)

    เว็บไซต์

     

    พักผ่อนหย่อนใจ

    1. สวนนกมัตสึเอะ (Matsue Vogel Park)

    สวนนกมัตสึเอะ (Matsue Vogel Park) จะว่าเป็นสวนออลอินวันใน 'จังหวัดชิมาเนะ' เลยก็ว่าได้ เพราะมีทั้งนกและดอกไม้หลากชนิดอยู่ในสถานที่เดียวกัน ที่สำคัญคือพื้นที่จัดแสดงอยู่ในเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในโลก! นอกจากจะได้ชมความงามของดอกไม้นานาพันธุ์แล้ว เรายังจะได้สัมผัสความน่ารักของเหล่านกด้วย ที่พิเศษสุดๆคือเราสามารถให้อาหารนกแบบใกล้ชิดได้ด้วยนะ

    ดีขนาดนี้สักวันต้องไปให้ได้แล้วไหมน๊า

    https://www.ichibata.co.jp
    https://japandeluxetours.com

    นอกจากนี้ สวนนกมัตสึเอะก็มีการแสดงนกต่างๆให้ชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเหยี่ยว นกฮูก หรือพาเหรดเพนกวินน้อยแสนน่ารัก

    ข้อมูลเกี่ยวกับสวนนกมัตสึเอะ (Matsue Vogel Park)

    วิธีเดินทาง

    • หากเดินทางจากเมืองมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ ให้ขึ้นรถบัสจากสถานี Matsue ไปลงที่ป้าย Matsue Shinjiko Onsen (ใช้เวลา 15 นาที ค่าโดยสาร 210 เยน) จากนั้นนั่งรถไฟไปลงที่สถานี Matsue Vogel Park (ใช้เวลา 16 นาที ค่าโดยสาร 420 เยน) และเดินอีก 2 นาที

    ที่อยู่

    • Matsue Vogel Park, 52 Ogakicho, Matsue City, Shimane 690-0263, Japan
    • โทร : 0852-88-9800

    เวลาทำการ

    • เปิดทำการทุกวัน เวลา 9.00 - 17.30 น. (เดือนเมษายน - กันยายน) และเวลา 9.00 - 17.00 น. (เดือนตุลาคม - มีนาคม)

    ค่าเข้าชม

    • สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 1,050 เยน / เด็ก 530 เยน

    เว็บไซต์


    2. สวนยูชิเอ็น (Yushien Garden)

    สวนยูชิเอ็นเป็นสวนที่ผู้เยี่ยมชมสามารถเพลิดเพลินไปกับดอกไม้ต่างๆได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เราจะได้เห็นดอกโบตั๋นที่มีถึงประมาณ 1,800,000 ดอก! (โอ้มายก็อด มันเยอะมาก!) ถ้าใครอยากจะไปสัมผัสของจริงกัน เราแนะนำให้ไปสักช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมนะ

    ใบไม้สีแดงสลับเหลืองในช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็สวยงามมากเช่นกัน

    ข้อมูลเกี่ยวกับสวนยูชิเอ็น (Yushien Garden)

    วิธีเดินทาง

    • หากเดินทางจากเมืองมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ ให้ขึ้นรถ Shuttle Bus จากสถานี Matsue ไปลงที่ป้าย Yushien (ใช้เวลา 25 นาที ค่าโดยสาร 730 เยน) และเดินอีก 3 นาที

    ที่อยู่

    • Yūshi-en, 1260-2 Yatsukacho Hanyu, Matsue, Shimane 690-1492
    • โทร : 0852-76-2255

    เวลาทำการ

    • เปิดทำการทุกวัน เวลา 9.00 - 17.00 น.

    ค่าเข้าชม

    • ผู้ใหญ่ 800 เยน
    • เด็ก 400 เยน

    เว็บไซต์


    3. ทะเลสาบชินจิ (Shinji Lake)

    เมืองมัตสึเอะ (Matsue) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดชิมาเนะ (Shimane) เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็น 'เมืองแห่งน้ำ' เพราะนอกจากจะอยู่ติดกับทะเลญี่ปุ่นแล้ว เมืองมัตสึเอะยังมีทะเลสาบทั้งสองขนาบข้าง คือทะเลสาบชินจิและทะเลสาบนากาอุมิ ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำทะเลสาบชินจิกัน

    ทะเลสาบชินจิ (Shinji Lake) เป็นทะเลสาบน้ำกร่อย มีพื้นที่ทั้งหมด 79 ตารางกิโลเมตร เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของญี่ปุ่น และ 40% ของหอยน้ำจืดในญี่ปุ่นก็มาจากที่นี่

    นอกจากนี้วิวพระอาทิตย์ตกดินของทะเลสาบชินจิยังติด 1 ใน 100 สถานที่ที่ได้ชื่อว่าวิวพระอาทิตย์ตกสวยงามที่สุดอีกด้วย ดังนั้นกิจกรรมที่ควรทำที่สุดเมื่อมาที่นี่ก็เห็นจะเป็นการนั่งเรือชมพระอาทิตย์ตกดินนี่แหละ รับรองว่าฟินมากแน่นอน

    อ่านบทความเจาะลึกเรื่องทะเลสาบชินจิได้ที่นี่ > ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกดินที่ทะเลสาบชินจิ

    ข้อมูลเกี่ยวกับทะเลสาบชินจิ (Shinji Lake)

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Matsue เดินประมาณ 10 นาที

    ที่อยู่

    • HAKUCHOU boat, 150-7 Higashiasahi-machi, Matsue-shi, Shimane, 690-0001
    • โทร : 0852-24-3218

    เวลาทำการ

    • เปิดทำการทุกวัน เวลา 9.30 - 17.00 น. (รอบเรือ โปรดดูรายละเอียดจากเว็บไซต์ด้านล่าง)

    ค่าเข้าชม

    • ค่าเรือสำหรับชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 1,000 เยน / เด็ก 500 เยน

    เว็บไซต์


    4. ทามะซึคุริ ออนเซ็น (Tamatsukuri Onsen)

    ทามะซึคุริ ออนเซ็น (Tamatsukuri Onsen) คือบ่อน้ำร้อนที่มีชื่อเสียง อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านออนเซ็นแห่งแรกในจังหวัดชิมาเนะที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เพราะสร้างขึ้นตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 8 เลยทีเดียว

    https://www.booking.com

    นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงสถานที่แห่งนี้ครั้งแรกในหนังสือโบราณที่มีอายุมากกว่า 1,300 ปี และบันทึกเรื่องราวที่เกี่ยวกับตำนานเมืองอิซุโมะ (Izumo) มีบันทึกข้อความว่า “น้ำจากบ่อน้ำร้อนจะทำให้ผิวชุ่มชื้นเพียงแช่ในครั้งแรก และโรคภัยจะหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อแช่ซ้ำเป็นครั้งที่สอง” ผู้คนจึงมักเรียกบ่อน้ำร้อนแห่งนี้ว่า 'บ่อน้ำร้อนของเทพเจ้า' นอกจากนี้ออนเซ็นของที่นี่ยังได้ชื่อว่าเป็น ‘ออนเซ็นผิวสวย’ เพราะมีสารเคมีที่ช่วยลดริ้วรอยและความหย่อนยานของผิว

    เราขอแนะนำว่าให้มาช่วงต้นเมษายน เพราะเป็นช่วงที่ซากุระบานสะพรั่งเต็มไปหมด แถมคนน้อยด้วย ถ่ายรูปสวยแน่นอน

    นอกจากนี้ที่นี่ยังมีศาลเจ้าที่โด่งดังเรื่องความรักด้วย (อีกแล้ว 555)

    อ่านบทความเจาะลึกเรื่องทามะซึคุริ ออนเซ็นได้ที่นี่ > แช่ออนเซ็น สักการะเทพเจ้า และชมซากุระที่ทามะซึคุริ ออนเซ็น

    ข้อมูลเกี่ยวกับทามะซึคุริ ออนเซ็น (Tamatsukuri Onsen)

    วิธีเดินทาง

    • หากเดินทางจากเมืองมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ ให้ขึ้นรถบัสจากสถานี Matsue ไปลงที่ป้าย Himegamihiroba (ใช้เวลา 25 นาที ค่าโดยสาร 530 เยน) แล้วเดินต่ออีก 3 นาที
    • นั่งรถไฟจากสถานี Matsue ไปลงที่สถานี Tamatsukuri Onsen แล้วต่อรถบัสไปลงที่ป้าย Himegamihiroba ได้เช่นกัน (ถ้ามี JR PASS ไม่ต้องเสียค่ารถไฟเพิ่ม)

    ที่อยู่

    • Tamatsukuri Onsen, 32-7 tamatsukuri, tamayucho Matsue, Shimane 699-0201
    • โทร : 0852-62-0634

    เวลาทำการ

    • หมู่บ้านออนเซ็นเปิดให้บริการทุกวัน โดยร้านค้าต่างๆจะเปิดช่วง 10.00 - 17.00 น. เป็นส่วนใหญ่

    ค่าเข้าชม

    • ไม่มีค่าเข้าชม

    เว็บไซต์


    5. ยูโนะสึ ออนเซ็น (Yunotsu Onsen)

    https://travelguide.michelin.com

    ย่านยูโนะสึ ออนเซ็น (Yunotsu Onsen) เป็นส่วนย่อยหนึ่งของอิวามิ กิงซัง (Iwami Ginzan) ย่านออนเซ็นแห่งนี้ให้บรรยากาศแบบชนบทย้อนยุค และได้รับการแนะนำจาก Michelin Travel Star อีกด้วย

    เราขอแนะนำให้ลองไปใช้บริการห้องอาบน้ำ Motoyu Public Bath ซึ่งเป็นห้องอาบน้ำในย่านยูโนะสึ ออนเซ็นที่มีบรรยากาศเหมือนห้องอาบน้ำสมัยโบราณเป๊ะๆ รับรองว่าเราจะได้ซึมซับบรรยากาศยุคเก่าอย่างเต็มอิ่มแน่นอน

    ข้อมูลเกี่ยวกับยูโนะสึ ออนเซ็น (Yunotsu Onsen)

    วิธีเดินทาง

    • หากเดินทางจากเมืองมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ ให้ขึ้นรถไฟจากสถานี Matsue ไปลงที่สถานี Yunotsu (หากนั่งรถด่วนจะใช้เวลา 66 นาที ค่าโดยสาร 3,450 เยน / หากนั่งรถธรรมดาใช้เวลา 105 นาที ค่าโดยสาร 1,520 เยน) แล้วนั่งรถบัสเข้าไปในย่านออนเซ็น (ใช้เวลาประมาณ 4 นาที ค่าโดยสาร 140 เยน)

    ที่อยู่

    • Yunotsu Onsen Yunotsucho Yunotsu, Oda, Shimane 699-2501
    • โทร : 0855-65-2052

    เวลาทำการ

    • หมู่บ้านออนเซ็นเปิดให้บริการทุกวัน โดยร้านค้าต่างๆจะเปิดช่วง 10.00 - 17.00 น. เป็นส่วนใหญ่

    ค่าเข้าชม

    • ย่านออนเซ็นไม่มีค่าเข้าชม (แต่ออนเซ็นแต่ละที่จะมีค่าบริการราว 500 เยน)

    เว็บไซต์


    6. อิวามิคากุระ (Iwami Kagura)

    ละครโนะ ละครคาบุกิ หลบไป! เพราะการแสดงที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นคือ ‘ละครคากุระ’ นั่นเอง!

    ละครคากุระ เป็นละครที่มีจุดเชื่อมโยงกับลัทธิชินโตอันเป็นความเชื่อประจำท้องถิ่นของญี่ปุ่น แรกเริ่มเดิมทีละครคากุระมีเพื่อแสดงความเคารพและเอาใจเทพเจ้า โดยละครคากุระของอิวามิที่โด่งดังที่สุดเห็นจะเป็นการจำลองตำนานที่ 'สุซาโนโอะ' เทพแห่งสายลมปราบปีศาจ 'ยามาตะ โนะ โอโรจิ' หรือปีศาจงู 8 หัวเพื่อช่วยเจ้าหญิงคุชินาดะ

    เราสามารถรับชมละครคากุระได้ที่ศาลเจ้าทัตสึโนโกเซ็ง (Tatsuno-gozen Shrine) ซึ่งอยู่ในละแวกยูโนะสึ ออนเซ็น (Yunotsu Onsen)

    ข้อมูลเกี่ยวกับอิวามิคากุระ (Iwami Kagura)

    เว็บไซต์


    7. เกาะโอกิ (Oki Islands)

    เกาะโอกิตั้งอยู่ในทะเลญี่ปุ่น ห่างจากแหลมชิมาเนะไปทางทิศเหนือ 50 กิโลเมตร ที่นี่เป็นสถานที่แสนเพอร์เฟ็คสำหรับคนที่ต้องการหลบหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ ไปสัมผัสกับความสงบของธรรมชาติอันแสนสวยงามยามเดินลึกเข้าไปในป่า พร้อมกับชมทัศนียภาพที่แสนสบายตายามเดินเลียบไปตามชายหาด โดยเฉพาะธรณีสัณฐานที่สวยแปลกตาของแนวชายฝั่ง ซึ่งโดนกัดเซาะด้วยคลื่นและลม

    ด้วยสภาพอากาศอบอุ่นสลับเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะโอกิ พันธุ์แมกไม้ที่ขึ้นปกคลุมพื้นดินบนเกาะจึงมีเอกลักษณ์และน่าสนใจมาก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งที่น่าทำหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการพายเรือคายัค ดำน้ำ ตกปลา รวมทั้งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

    นอกจากนี้ ผู้คนในท้องที่ยังมีความกระตือรือร้นและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว แถมอาหารทะเลของเกาะโอกิก็สดอร่อยไม่แพ้ที่ไหนเลย

    ลองมาเปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการปั่นจักรยานรอบหมู่บ้านชาวประมง ร่วมงานเทศกาลพื้นบ้าน หรือเพลิดเพลินไปกับการชมพระอาทิตย์ตกดินดูสิ เราขอรับประกันว่าทุกๆกิจกรรมจะกลายเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจจนไม่อาจลืมได้เลยทีเดียว

    ข้อมูลเกี่ยวกับเกาะโอกิ (Oki Islands)

    วิธีเดินทาง

    • หากเดินทางจากเมืองมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ ให้ขึ้นรถบัสจากสถานี Matsue ไปลงที่ป้าย
    • เปลี่ยนรถกลางทางที่ป้าย Mihonoseki Terminal ใช้เวลารวม 55 นาที ค่าโดยสาร 970 เยน) แล้วนั่งเรือข้ามไปที่เกาะ ค่าเรือเริ่มที่ราว 3,000 เยน รายละเอียดดูที่ Click Link! ตารางเวลาดูที่ Click Link! (ในส่วนของการเดินทางบนเกาะ แนะนำให้เช่ารถ)

    ที่อยู่

    • Oki Islands (Saigo Port Ferry Terminal) Menukino 4-58 Nakamachi, Okinoshima, Oki District, Shimane 685-0013
    • โทร : 08512-2-2266

    เวลาทำการ

    • เกาะเปิดทุกวัน ตลอดเวลา

    ค่าเข้าชม

    • ไม่มีค่าเข้าชม

    เว็บไซต์

     

    อาหารท้องถิ่นประจำจังหวัดชิมาเนะ

    จังหวัดชิมาเนะ มีเสน่ห์ในเรื่องความเป็นมาและประวัติศาสตร์อันยาวนาน แต่ถ้าหากพูดถึงอาหารขึ้นชื่อของที่นี่แล้ว จะมีจานไหนที่เราต้องไปโดนบ้างนะ

    1. อิซุโมะโซบะ (Izumo Soba)

    อิซุโมะโซบะ (Izumo Soba) เป็นของกินขึ้นชื่อของละแวกอิซุโมะ ความพิเศษของอิซุโมะโซบะก็คือโซบะสีดำ ทานคู่กับซุปดาชิที่มีรสหวานเล็กน้อย โดยเฉพาะวาริโกะโซบะ (Wariko) ที่มีเอกลักษณ์พิเศษคือการใส่โซบะในถ้วย 3 ชั้น แล้วทานกับเครื่องเคียงอย่างมันโทโรโระบดหรือไข่ดิบ

    แม้ว่าเครื่องเคียงปกติของโซบะทั่วไปจะเป็นวาซาบิ แต่ที่นี่จะใส่หัวไชเท้าขูดกับพริกลงไปด้วย เรียกว่า 'โคโยโอะโระชิ' ทั้งนี้รสชาติหวานนิดๆของซุปดาชิก็เข้ากันได้ดีกับโคโยโอะโระชิที่มีรสเผ็ดหน่อยๆ อิซุโมะโซบะจึงเป็นอาหารจานเดียวที่ทานยังไงก็ไม่เบื่อเลย

    ร้านแนะนำคือ ร้านยาคุโมะ ซึ่งเป็นร้านโซบะเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1959 ร้านจะตั้งอยู่เยื้องกับด้านหลังของศาลเจ้าอิซุโมะ


    2. ปลาโดโจ (Dojo)

    https://www.kankou-shimane.com

    ปลาโดโจ เป็นปลาที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูงพอๆกับปลาไหล แถมที่ 'จังหวัดชิมาเนะ' เองก็เป็นแหล่งผลิตปลาโดโจที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น หากได้ไปเที่ยวชิมาเนะ เราอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองทานอาหารที่ทำจากปลาโดโจดูสักเมนู โดยเฉพาะนาเบะหรือหม้อไฟ ก็ถือเป็นของดีที่ควรค่าแก่การลิ้มลองเป็นอย่างยิ่ง


    3. เนื้อโอกิ (Oki beef)

    นอกจากจะเป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์สวยงามแล้ว เกาะโอกิยังเป็นบ้านของวัวโอกิด้วย เจ้าวัวพันธุ์ดังกล่าวนี้เป็นหนึ่งในวัวที่มีชื่อเสียงในการทำเนื้อวากิวเป็นอย่างมาก เอาล่ะ! ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวเกาะโอกิแล้ว ต้องไม่พลาดเนื้อวัวโอกิกันนะ!


    4. อูซุเมะเมชิ (Uzume – meshi)

    อูซุเมะเมชิ เป็นเมนูท้องถิ่นของเมืองสึวาโนะ (Tsuwano) ที่ดูเผินๆแล้วช่างละม้ายคล้ายกับข้าวต้มธรรมดาเสียจริง แต่ลองดูส่วนผสมที่สุดแสนอลังการงานสร้างนั่นก่อนสิ มีทั้งแครอท เห็ดชิตาเกะ เต้าหู้ ลูกชิ้นปลา มิทสึบะ สาหร่าย และวาซาบิ ยิ่งพอมีกลิ่นหอมของมิตสึบะมาเป็นตัวชูโรง เมนูนี้จึงอร่อยอย่างไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว นอกจากนี้ อูซุเมะเมชิยังเป็นเมนูที่ครบถ้วนด้วยคุณค่าทางสารอาหาร เห็นแบบนี้แล้วหลายๆคนคงตั้งใจว่าจะต้องไปลองให้ได้สักครั้งเลยใช่ไหมล่ะ!


    5. สาเกชิมาเนะ (Shimane Sake)

    แม้ว่าเราจะสามารถกินสาเกที่ไหนของญี่ปุ่นก็ได้ แต่ว่า 'จังหวัดชิมาเนะ' เป็นต้นกำเนิดของการทำสาเกเชียวนะ แล้วอย่างนี้จะให้ไม่ลองได้ยังไงกันล่ะ!

    ความสำคัญของสาเกต่อลัทธิชินโตนั้น นอกจากสาเกจะมีความเกี่ยวข้องกับเทศกาลคามิอาริซาอิแล้ว เครื่องดื่มนี้ก็ยังเชื่อมโยงกับตำนานเรื่องการปราบปีศาจงู 8 หัว 'ยามาตะ โนะ โอโรจิ' ด้วย เพราะตามตำนานนั้น เทพสุซาโนโอะปราบปีศาจงูตัวนี้ด้วยการมอมเหล้า!

    ความพิเศษของรสชาติสาเกชิมาเนะคือ ความจัดจ้านจนบาดคอ ใครไม่ใช่สายดื่มอาจจะต้องยั้งตัวเองนิดนึง เพราะดื่มไปสัก 2 - 3 ช็อตอาจจะร่วงได้เลย!

     

    ที่มา: รวมสถานที่ที่ต้องไปโดนสักครั้งใน ‘จังหวัดชิมาเนะ’

    ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจได้ที่: fromJapan.info

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in