exhibisyeonyaothluck
PRODUCE48 : ความพยายามไม่ทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ



  • เมื่อวันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 61 ที่ผ่านมา สำหรับเราถือว่าเป็นวันสำคัญวันนึงที่จำแม่นกว่าเดดไลน์ส่งการบ้านซะอีก วันนั้นตอนเย็นเรามีประชุมงานคณะ แต่พอเพื่อนในฝ่ายบอกว่าขอเลื่อนมาเป็นช่วงเที่ยง ในใจคืออย่างโล่ง เพราะจะได้ไม่ต้องแอบดูสตรีมตอนทำงาน ฮ่าาาา ทำไมมันถึงสำคัญขนาดนั้น ก็เพราะมันเป็นบทสรุปรายการโทรทัศน์ชื่อดังในซีรีย์ ‘Produce’ สัญชาติเกาหลีใต้อย่าง ‘Produce 48’ ที่คราวนี้ไม่ได้มีเพียงเด็กฝึกหัดเกาหลีใต้ชื่อไม่เกินสี่พยางค์แล้ว แต่มีเด็กฝึกหัดสัญชาติญี่ปุ่นจากวง 48 Groups เข้าร่วมรายการเกือบครึ่งของทั้งหมด





    “โลกของ Produce เข้าได้แต่ออกไม่ได้”





    เราเป็นคนที่ดู Produce ทุกซีซั่น ทั้งที่ก่อนรายการก็รู้อยู่แก่ใจว่าตอนจบต้องเจ็บปวดมากแน่ๆ แต่เรามันคนเจ็บไม่จำนี่เนอะ ถึงตั้งตารอดูรายการนี้ตั้งแต่ยังไม่ออกอากาศ ทั้งคลิปเอยอะไรเอยที่รายการส่งออกมาโปรโมต ตามดูสดทุกตอนมาจนถึงรอบสุดท้าย รู้ไหมว่ารายการนี้เปลี่ยนทัศนคติเราไปมากเลยทีเดียว





    “ความสวยงามของ Produce ไม่ใช่จุดหมาย แต่เป็นระหว่างทางต่างหาก”





    ‘ไอดอลญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องร้องเต้นเป๊ะ’ ‘ไอดอลญี่ปุ่นใช้เสน่ห์มากกว่า? ละเอาอะไรมาวัดอะว่าจะมีเสน่ห์จริงๆ?’ ‘เพลงญี่ปุ่นไม่เห็นเพราะเลย’ ‘เอเคบีคนเยอะชิบหายจำเข้าไปได้ไงวะ’ และอีกมากมายที่แค่พูดว่าเอเคบีโฟร์ตี้เอต เราก็พร้อมจะส่ายหัวให้ทันทียกเว้นเพลงคุกกี้เสี่ยงทาย เรารู้จักแค่ชื่อวงกับชื่อเมมเบอร์บางคนที่เห็นผ่านๆ มาบ้าง รู้เพราะรู้จักจาก BNK48 อีกที รู้ถึงระบบวงน่าปวดหัว พอจะรู้จักหน้าตาหลังจาก Mnet ดึง AKB48 มาร่วมแสดงกับวงรุกกี้เคป็อบบนเวทีใน MAMA 2017 งานประกาศรางวัลปลายปีที่ญี่ปุ่น เรายอมรับเลยว่ามีอคติเพราะติดตามไอดอลฝั่งเคป็อบมาตลอด ไม่เคยเข้าถึงไอดอลเจป็อบเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งเพลง แฟชั่น ภาษา พูดตรงๆ ก็ทุกอย่างอะ (ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าคอนเซปไอดอลเกาหลีมันก็ยืมมาจากญี่ปุ่นแท้ๆ) แต่พอตั้งแต่ดูคลิปเล่นเกม Hidden Box ความกลัวแบบเรียลๆ ของเด็กญี่ปุ่นทำให้เรายิ้มจนปวดแก้ม บางคนก็ทำให้หัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง มันเหมือนตีหัวให้เราเปลี่ยนความคิดต้นย่อหน้าทั้งหมดเพื่อเปิดใจรับอะไรใหม่ๆ ในทันที แบบ “เห้ย เห้ย เห้ย เอาแล้วว่ะ มันก็ไม่แย่ขนาดนั้นนี่นา สนุกแน่รายการนี้”




    เราพอจะรู้ธรรมชาติของเด็กฝึกเกาหลีมาบ้างจากการดูสองซีซั่นแรก ก็ตามทำนองของเด็กที่มีแพสชั่น มีความตั้งใจสูง ฟาดกันออกสื่อแบบไม่มีใครน้อยหน้าใครแต่ก็ไม่ถึงขั้นทะเลาะ บางครั้งก็ประนีประนอมได้ไม่ให้ผิดใจกัน เรารู้ถึงระบบรายการว่าเดี๋ยวมันจะทำอย่างนั้น เดี๋ยวจังหวะตรงนี้มันจะขยี้อย่างนี้ ซึ่งถือว่าช่องฉลาดจริงๆ ที่ดึงเกิร์ลกรุ๊ปแถวหน้าของญี่ปุ่นมาร่วมงานได้ แต่มันก็ทำให้เราสงสัยว่าเด็กจากชาติศัตรูมาเหยียบถึงถิ่น รายการมันจะไปในทิศทางไหนนะ  




    พอรายการออกอากาศ ดูแล้วมันก็แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยด้วยซ้ำ แต่เหมือนกับอาหารจานเดิม ที่เปลี่ยนเครื่องเคียงทำให้มันน่าสนใจขึ้นนั่นแหละ ถ้าข้าวยังเป็นเมนูเดิม มีกิมจิเคียง เราก็คงมีซุปมิโซะแถมมาด้วยล่ะมั้ง ไอ้ความไม่เข้ากัน ความงงๆ เนี่ยมันเป็นเสน่ห์ของรายการนี้เลย ทั้งกำแพงด้านภาษา พื้นฐานการฝึกสอนที่มีมาไม่เท่ากัน คาแรกเตอร์ที่หลากหลาย ทุกอย่างผสมรวมกันจากความงงในคำแรกกลายเป็นรสชาติอร่อยติดปลายลิ้นถึงจะกลืนลงไปแล้วก็เถอะ




    จากที่เคยคิดว่า ไอดอลญี่ปุ่นโดยเฉพาะเอเคบีเนี่ยดูทำอะไรไม่เป็นเล้ย เต้นก็ไม่พร้อมกัน เพอฟอร์แมนซ์ไม่สวยแบบเกาหลี บางคนอยู่บนเวทีเกือบสิบปีก็ไม่เห็นจะมีอะไรโดดเด่นเลย เรียกได้ว่าอคติเต็มที่ พออีพีแรกออกมา เอ้า เด็กมันก็รู้นะว่าพื้นฐานไอดอลของทั้งสองประเทศไม่เท่ากันถึงขนาด มิยาวากิ ซากุระ ไอดอลตัวท็อปจาก HKT48 ยังพูดเองเลยว่าตัวเองเดบิวต์มาแล้วเจ็ดปี ความสามารถยังไม่เท่าเด็กฝึกเกาหลีที่ฝึกมาปีเดียวเลยด้วยซ้ำ




    ทีนี้ ความอ่อนด๋อยที่เราแปะหน้าผากให้เด็กญี่ปุ่นทุกคนกลายเป็นแรงผลักดันชั้นดีเลยทีเดียว มันทำให้เราคิดว่า ถ้าเด็กฝึกเกาหลีทุ่มเทแค่ไหน เด็กญี่ปุ่นต้องทำมากกว่านั้น เพราะนี่เป็นรายการผลิตไอดอลแบบเกาหลี จะเมมเบอร์ระดับเอสหรือระดับแซ็ดก็ต้องมาเริ่มใหม่จากศูนย์ในต่างถิ่นด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีแล้วเซ็มไปคนไหน มีแต่ฉันกับเธอ มีแค่โอเน่ซังหรือออนนี่ ถ้าเธอเต้นไม่ได้ ร้องไม่ดี ทำทีมพัง ก็โดนด่าเหมือนกันหมดนั่นแหละ แถมยังโดนช่องขยี้อีกเหมือนกัน ความสนุกมันอยู่ตรงที่เราได้ดูพัฒนาการของเด็กฝึกทั้งสองชาติ การปรับตัวเข้าหากัน ความเซอไพรส์ที่เคยสบประมาทเด็กจากเกาะญี่ปุ่นไว้เยอะ การดิ้นรนจนสุดความสามารถ พูดเกาหลีไม่ได้เหรอ แต่สุดท้ายต้องร้องได้นะ เต้นไม่ได้เหรอ แต่ดูโชว์แล้วกลับไม่ขัดตาเลย ร้องไม่ดีเหรอ อ้าว ก็เห็นไฮโน้ตได้หลายคน กลมกลืนไปกับเด็กเกาหลีได้ดีเชียว พอคิดว่ากว่าที่ทุกคนจะมาแสดงให้เราดูต้องซ้อมกันหนักแค่ไหน ตรงนี้ก็น่าเอาใจช่วย และเราเริ่มมองเห็นเสน่ห์อย่างที่คนอื่นพูดกันแล้ว ของเด็กทั้งสองชาติเลย ทีแรกเรานึกภาพไม่ออกเลยว่าไอดอลญี่ปุ่นถูกจับยัดความเป็นเกาหลีจ๋าจะออกมาเป็นยังไง แต่สี่เดือนผ่านไปเราก็เข้าใจแจ่มแจ้ง





    “เด็กญี่ปุ่นไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่ไม่เคยทำต่างหาก”





    ‘ความพยายามไม่เคยทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ (จากเพลง Shonichi - BNK48)’  สำหรับเราแล้ว ความพยายามในตัวของมันไม่ทำร้ายใคร เพียงแต่ความหวัง ความคาดหวังต่างหากที่ทำ การที่ใครไม่ได้เดบิวต์ไม่ใช่ว่าไม่พยายาม แต่ความหวังที่อยากจะไปนั่งบนบัลลังก์สิบสองที่นั่งนั่นแหละที่ทำให้เจ็บปวด




    ลองดูความพยายามที่ทำมาหลายเดือนซะก่อนสิ จุดหมายของความพยายามแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะมาเพื่อพยายามฝึกฝนให้เก่งขึ้น บางคนอาจมาพยายามเพื่อเดบิวต์ให้ได้ บางคนอาจมาพยายามแค่หาประสบการณ์ใหม่ๆ หรือบางคนอาจพยายามเพื่อเปลี่ยนชีวิต แต่จุดสำคัญของรายการนี้ ความพยายามไม่ใช่แค่เพื่อได้รับรางวัลใหญ่ เด็กฝึกทุกคนพยายามฝึกเพื่อให้ตัวเองเก่งขึ้น ทั้งร้องเต้น ทั้งเสน่ห์ ภาษา ถึงความพยายามจะไม่พาให้ได้เดบิวต์ดั่งฝัน แต่ถ้าหากระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาทำให้ความสามารถดีขึ้นได้ นั่นก็ประสบความสำเร็จในการพยายามแล้วไม่ใช่เหรอ?




    เราอยากพูดถึงซากุระเป็นพิเศษ เพราะรายการให้ซีนเธอเยอะเป็นพิเศษ มันเลยทำให้เราเห็นความพยายามของเธอมากเป็นพิเศษด้วยเหมือนกัน จากคนที่ร้องเสียงแปร่งๆ หลงๆ ตอนคัดเกรด แววตาแข็งๆ ท่าเวฟตัวก็ดูยึกยือ เวลาสัมภาษณ์ก็ชอบร้องไห้ เจ็บใจเพราะไม่ถูกยอมรับ เด็กผู้หญิงที่เอาแต่บอกว่าตัวเองไม่มีความมั่นใจหรือแพสชั่นใหม่ๆ เลย ดังนั้นจุดหมายที่แท้จริงของเธออาจเป็นการค้นหาความมั่นใจก็ได้ การได้เดบิวต์คงเป็นแค่กำไรด้วยซ้ำ การที่เธอเป็นเมมเบอร์ชื่อดังในวง ไม่ต้องเสี่ยงลำบากไปทำอะไรพิสดารก็อยู่ได้สบาย แต่พอออกจากเซฟโซนแล้วช่างน่านับถือจริงๆ เพราะพอเวทีสุดท้ายที่ซากุระได้แสดงให้ดู เราก็รู้ซึ้งถึงประโยคที่ว่า ‘ความพยายามไม่เคยทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ’ เพราะท่าทางแบบนั้น รอยยิ้ม แววตา ท่าเต้นที่แข็งแรงขึ้น การร้องเต็มเสียง ทุกอย่างที่เป็นมิยาวากิซังในวันนี้ทำให้เรายิ้มตาม...ซากุระได้พยายามมาจนพบความมั่นใจของเธอแล้วล่ะ




    ใจจริงเราอยากพูดถึงเด็กๆ อีกหลายคนที่มีความพยายามมากมายไม่ต่างกัน เพียงแต่จุดหมายของความพยายามที่พวกเขาต้องการมันไม่สำเร็จ อย่าง อี กาอึน, ทาเคะอุจิ มิยุ, มิยาซากิ มิโฮะ หรือคนอื่นๆ ที่ไม่ได้พูดถึง คนที่เดิมพันชีวิตตัวเอง เทจนหมดหน้าตักแต่กลับไม่ได้รางวัลที่ฝันถึง แต่เราเชื่อว่าความพยายามครั้งนี้ไม่สูญเปล่า อย่างน้อยที่สุด ทุกคนก็ได้ค้นพบข้อดีข้อเสีย จุดเด่นและจุดด้อยของตัวเอง เพื่อนำไปพัฒนาในการพยายามครั้งต่อไป โพรดิวซ์โฟร์ตี้เอตไม่ได้เป็นจุดจบ แต่เป็นจุดเปลี่ยนผันต่างหาก




    ถึงจะมีบางคอมเมนต์ที่ติบ้าง วิจารณ์แบบปกติหรือเกินเบอร์ ใดๆ ก็ตามเราคิดว่าความผิดพลาดเป็นบทเรียนที่ดีนะ ทุกคนที่มาร่วมรายการนี้ อย่างน้อยก็ต้องเสียน้ำตากันคนละหยด ได้บาดแผลกลับไปกันคนละที่ แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับมันไม่ถึงกับเป็นพิษร้ายซะทีเดียว บางเรื่องมันก็สอนให้เด็กๆ ได้รู้จักข้อผิดพลาด จดจำ แล้วหาทางแก้ไขในแบบของตัวเอง 



    ซีซั่นนี้ไม่ค่อยมีดราม่าอะไรหนักๆ หรอกเท่าที่เห็น ถ้าไม่นับเรื่องที่คนอื่นจับผิด เราคิดว่าเรื่องของ ฮอ ยุนจิน กับ ยาบุกิ นาโกะ ตอนชิงเมนโวคอลทีมในรอบโพสิชั่นแบทเทิลคือกรณีศึกษาที่ดีเลย ถึงมันจะดูเป็นดราม่าไร้สาระก็เถอะ แต่มันก็สอนให้รู้จักการทำงานเป็นทีม การโหวต (คือการขอร้องเพลงใหม่หลังจากที่เพื่อนโหวตไปแล้ว มันดูเหมือนไม่ยอมรับเสียงโหวต ถ้าให้โหวตใหม่ ด้วยความที่คนญี่ปุ่นขี้เกรงใจ ก็คงเปลี่ยนมาเลือกยุนจินหรือเปล่า ซึ่งพอเปลี่ยนผลนาโกะจะรู้สึกยังไง เราว่านาโกะก็แก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้เหมาะสมแล้วที่ยอมยกตำแหน่งเมนโวคอลให้ ถ้าปล่อยไปเราว่ามันจะแย่กว่านี้อีก) เราว่าคิรินจังก็คงรู้แล้วล่ะว่าต้องปรับปรุงอะไร แต่ตอนนี้ภาวนาแค่เนติเซ็นไม่ผูกใจเจ็บก็พอ จบแล้วก็แล้วกันไปเห๊อะ



    อีกดราม่านึงคือตอนชิงเมนโวคอลระหว่างมิยุกับ พัค แฮยุน ตอนรอบไฟนอลเพลง We Together เนี่ย เสียงแตกไปเยอะเลยมีทั้งว่ามิยุว่าทำอะไรเกินตัว ไฮโน้ตไม่ถึงทีมจะพังเอา กับว่าแฮยุนเรื่องไม่แบ่งเมนโวคอลให้คนอื่นบ้าง ตัวเองก็ร้องเยอะมาทุกรอบแล้ว ส่วนตัวเราโนคอมเมนต์กับที่ว่าเรื่องทัศนคติของเด็กๆ นะ เราว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิดอะ แฮยุนจะผิดหวังที่โดนแย่งท่อนก็ได้นี่ มิยุที่คอยซัพพอร์ตข้างหลังมาตลอดอยากจะอยู่ในสปอตไลต์บ้างก็ไม่เห็นเป็นไร แต่เราไม่เห็นด้วยกับคอมเมนต์ที่บอกว่ามิยุทำเพลงพัง เพราะพอเราฟังทั้งออดิโอ ทั้งไลฟ์ ท่อนไฮโน้ตเจ้าปัญหามันก็ไม่ได้แย่เลยนะ โอเค ที่พอฟังแล้วมันก็ไม่ใช่ไฮโน้ตอะ เหมือนแค่ร้องเปลี่ยนคีย์เฉยๆ แต่ถามว่าถึงขนาดฟังไม่ได้เลยเหรอ? ก็ไม่หนิ เราว่าเสียงประมาณนี้ก็โอเคแล้ว ถ้าให้ขึ้นสูงกว่านี้ ลากยาวกว่านี้ มันไม่เข้ากับเพลงอะ เพราะท่อนต่อไปมันเป็นเบรกดาวน์ที่ปล่อยให้เซนเตอร์อย่าง อี แชยอนเต้นโซโล่ ถึงเพลงนี้อาจจะไม่เพอเฟ็ค แต่ก็ถือว่าดีแล้ว อย่าไปบ่นเด็กมากเลย ตัวเราโฟกัสที่ภาพรวมเพลงมากกว่า เราว่ามิยุก็รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป รู้ว่าร้องไม่ถึง แต่บาดแผลครั้งนี้ก็เป็นบทเรียนแล้วล่ะ




    นอกจากเรื่องความพยายามที่เห็นเด่นชัดที่สุด เรื่องบทเรียนที่สอนให้เด็กฝึกระวังตัวกันมากขึ้น ก็ต้องเป็นเรื่องมิตรภาพที่น่าประทับใจไม่แพ้ซีซั่นก่อนที่แม้แต่กำแพงภาษาก็ขวางกั้นไว้ไม่ได้ เห็นได้ชัดจากโมเมนต์น่ารักๆ ในรายการ แม้แต่การพูดถึงกันหลังไมค์ก็ตาม เราที่เฝ้าตามติดหน้าจอมาตลอดก็อดใจหายไม่ได้ที่พอคิดว่าเป็นตอนสุดท้ายที่จะเห็นเด็กๆ ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน อีกแค่วันเดียวก็ต้องแยกย้ายจากกันแล้ว ไม่ใช่แค่อยู่คนละบริษัท แต่คนละประเทศเลยนะ แต่ในขณะที่เศร้า เราก็มีความสุขไปพร้อมๆ กันด้วย




    เพราะมิตรภาพที่สั่งสมบ่มเพาะมาตั้งสิบสองตอนได้เบ่งบานและหอมหวานดีเหลือเกิน มันปรากฏให้เห็นในการแสดงทั้งสามโชว์ก่อนประกาศผลผู้ชนะ เป็นการแสดงที่ใช้คำว่า ‘อย่างกับอยู่วงเดียวกัน’ ได้ดีที่สุด มันดูเป็นทีมมากขึ้น ไม่ได้ตัวใครตัวมันเหมือนแบทเทิลรอบก่อนๆ ไม่มีความเงอะงะเขินอาย เลิกเกร็งใส่กัน ไม่มีความคิดที่ว่านี่คือเด็กเกาหลี นั่นเด็กญี่ปุ่น ไม่มีแล้ว เรามองทุกคนเป็นสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปวงนึงเท่านั้น ด้วยการแสดงที่เข้ากันอย่างเป็นธรรมชาติ รวมกับบทเพลงที่ความหมายลึกซึ้งแถมยังเพราะติดหู ยิ่งทำให้รู้สึกแสนเสียดายกว่าเดิม อีกนานเลยแหละที่เราจะดูคลิปการแสดงต่อไป ฮ่าาา




    ส่วนตัวเราชอบทั้งสามเพลงในรอบไฟนอลมากกกกเลย เด็กฝึกหลายคนดูพัฒนาจากรอบคัดเกรดอย่างเห็นได้ชัด ความเจป็อบผสมรวมกับเคป็อบอย่างดี ทั้งเสียงร้อง ท่าเต้น ยิ่งได้อ่านเนื้อเพลงที่ฝังซับภาษาอังกฤษไว้ในคลิปก็ยิ่งประทับใจ ดูเหมือนเราจะชอบที่สุดในบรรดาทุกซีซั่นแล้วด้วย เพราะนอกจากมันจะเป็นเพลงแทนใจแฟนคลับแล้วมันยังร้องโดยเด็กโพรดิวซ์โฟร์ตี้เอต เพื่อเด็กโพรดิวซ์โฟร์ตี้เอตด้วยกันที่แท้จริง คือร้องให้กำลังใจกันเองนั่นแหละค่ะ



    อ้อ ขอพูดถึงเซนเตอร์ทั้งสองเพลงแดนซ์แบบยาวๆ หน่อย พอได้ดูโชว์แล้วเรานึกไม่ออกเลยว่าถ้าเป็นคนอื่นเป็นเซนเตอร์ที่ไม่ใช่แชยอน หรือชเว เยนาจะเป็นยังไง จากที่ทั้งคู่ไม่เคยเป็นเซนเตอร์ในเพลงรอบไหนมาก่อน พอได้เป็นรอบสุดท้ายคือไชน์มากกกกกก เหมาะมาก ดีจังที่คราวนี้เลือกคนถูกเพลงแล้ว ฮ่าาา อาการยักหัวไปทางซ้ายเฟียซๆ สามทีของน้องหมวยเยนาคือจริตจก้านน่าหยิกมาก ชอบ ส่วนไลน์เต้นคมๆ กับใบหน้าติดยิ้มน่ารักๆ ของแชยอนก็เหมาะกับเพลงมากเหมือนกัน ทั้งคู่ทำดีมากเลย ชื่นชม ถ้าคนอื่นได้เป็นอาจจะดีเหมือนกัน แต่อาจจะไม่เหมาะเท่าสองคนนี้ก็ได้



    พอได้ดูการแสดงกับอ่านเนื้อแล้ว มันก็ตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก เหมือนเห็นลูกสาวโตเข้าม.ปลายแล้วอะไรแบบนั้นเลย 






    앞으로 잘 부탁해 (We Together)



    ถ้าฉันพูดแสดงความรู้สึกออกไป สายลมก็อาจพัดพามันล่องลอยแสนไกล

    ถ้าหากเราต้องบอกลากัน มันก็ยากเหลือเกินที่ต้องเอ่ยคำนั้น


    การเผชิญหน้ากับประตูที่นำไปสู่โลกอันแสนกว้างใหญ่และไร้จุดสิ้นสุด

    เธอทำให้ฉันรู้สึกพิเศษมากๆ เลยแหละ นางฟ้าของฉัน

    ฉันจะเติมเต็มฝ่ามือทั้งสองของเธอด้วยความกล้าหาญของฉันเองนะ


    ดังนั้นทุกๆ วันที่มันดำเนินไปซ้ำๆ จึงกลายเป็นวันพิเศษ

    เราไม่มีทางรู้หรอกว่าอะไรจะรออยู่ในวันพรุ่งนี้

    ฉันอยากให้เธอรู้จักตัวตนที่แท้จริงของฉัน

    ดังนั้น ช่วยอยู่ด้วยกันนับจากนี้ไปเถอะนะ


    แม้แต่รูปวาดเล่นๆ ไม่มีความหมายพิเศษในใจของฉัน 

    ยังกลายเป็นความฝันได้หากเธอมองมันดีๆ

    การเดินตามหลังฉันก้าวหนึ่ง มันทำให้รู้สึกเหงาน้อยลงนะ


    ถึงแม้ตอนที่ฉันล้มลงหรือเหนื่อยแทบขาดใจ

    ถ้ามันจะทำให้เธอมีความสุข 

    ฉันก็จะเติมเต็มมือคู่นั้นของเธอด้วยความกล้าหาญของฉันเอง


    เมื่อไหร่ที่พวกเรารู้สึกเศร้า ก็เข้ามาหากันเถอะ

    มาให้กำลังใจกัน แล้วกอดกันไว้

    ช่วยปกป้องหัวใจของกันและกัน, เสมอไปเลยนะ


    โลกของเราน่ะเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน

    ดวงตาของฉันเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ

    เราไม่มีทางรู้หรอกว่าอะไรจะรออยู่ในวันพรุ่งนี้

    ฉันอยากให้เธอรู้จักตัวตนที่แท้จริงของฉัน

    ดังนั้น ช่วยอยู่ด้วยกันนับจากนี้ไปเถอะนะ


    จะพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้

    อยากเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของฉันให้เธอรับรู้

    เพราะฉะนั้น ช่วยอยู่กับฉันจากนี้ต่อไปนะ







    好きになっちゃうだろう? / 반해버리잖아? (Crush On You)


    ตอนที่เธอพยายามอย่างหนัก แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นดั่งหวัง

    เธอดูอารมณ์เสียมากเลย แล้วฉันจะพูดอะไรกับเธอดี?


    ความฝันมันไม่ได้เป็นจริงง่ายขนาดนั้น ใครๆ ก็รู้

    เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะเช็ดเหงื่อตัวเองออกด้วยซ้ำ

    จนกระทั่งเมื่อวาน ที่อันดับของเธออยู่ข้างล่างฉัน

    แต่ตอนนี้กลับขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้ว


    ตอนเห็นเธอร้องไห้แบบนั้น มันทำให้ฉันตกหลุมรักเธอ

    การที่เธอพยายามและทุ่มเททั้งกายและใจน่ะงดงามเสมอเลย

    อยากสนับสนุนเธอต่อไปจัง

    I’m on your side (ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอ)

    ละสายตาจากเธอไม่ได้เลยล่ะ

    ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอเอง สู้ต่อไปนะ!


    ตอนไม่มีสายตาของใครจับจ้อง เธอเอาแต่ตำหนิตัวเอง

    แต่เธอก็พยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว

    ไม่ว่าฉันจะพูดอะไรเพื่อปลอบโยน

    เธอก็คงตอบมาว่า ‘ผลลัพธ์คือทุกอย่าง’ ใช่ไหมล่ะ?


    ยิ่งค้นพบว่าเธอช่างมีค่าแค่ไหน ฉันก็ยิ่งตกหลุมรักเธอยิ่งกว่าเดิม

    ฉันแค่อยากอยู่ตรงนั้นเพื่อเธอ เพื่อให้หนทางแสนลำบากนั้นดีขึ้นยังไงล่ะ

    Never give up! (ไม่มีทางยอมแพ้หรอก)

    ยังมีพรุ่งนี้เสมอ เธอทำได้อยู่แล้ว

    อย่ายอมแพ้นะ นี่มันแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง


    จากพรุ่งนี้เป็นต้นไป เธอจะเปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่

    ได้โปรดเข้มแข็งเอาไว้


    ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอเอง

    สู้ต่อไปนะ!






    꿈을 꾸는 동안 (In Our Dreams)



    ฉันหลงทางอยู่ในป่าลึกเพียงลำพัง จากนั้นเมื่อหยุดเดินและหันกลับไป

    ฉันกลัวที่มันเหมือนยิ่งห่างไกลออกมาทุกที

    ทันใดนั้นที่แสงแดดอันอบอุ่นส่องประกายในหัวใจ

    เธอนั่นเองที่อยู่ตรงนั้น


    บางครั้งมันแสนลำบากและเหนื่อยยาก

    แต่ฉันจะไม่ยอมแพ้...เพื่อเธอ


    ได้โปรดจำไว้นะ เพื่อนรัก

    ในความฝัน พวกเราจะเดินทางไปแห่งหนได้ก็ได้ดั่งใจ

    ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอ หลับตาแล้วฟังมันอย่างตั้งใจถึงช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันนะ


    เมื่อฉันออกมาจากพงไพรมืดทึบสำเร็จ และยืนอยู่บนยอดเขา

    กระทั่งฉันเพิ่งรู้ว่าตัวเองยืนอยู่ที่ไหน

    ฉันเดินทางมาไกลจริงๆ กังวลมากเหลือเกิน

    เมื่อเพิ่งรู้ว่าทุกอย่างที่ทำมันไร้ประโยชน์


    ช่วงเวลาซึ่งเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ยากลำบากเกินบรรยาย

    ราวกับเป็นดอกไม้ที่ต้องมีชีวิตรอดในฤดูหนาว


    น้ำตาของช่วงชีวิตหนึ่ง…

    ฉันเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟาย แต่มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันทนไม่ไหว

    เธอคอยผลักดันและอยู่ที่นั่นกับฉันเสมอ

    จนฉันเดินทางมาไกลถึงขนาดนี้ได้ ขอบคุณนะ เพื่อนของฉัน


    แด่ เพื่อนรักของฉัน

    ในความฝันของพวกเรา แม้กาลเวลาจะผ่านพ้นไป

    เมื่อไหร่ที่คิดว่าเธอสูญเสียทุกอย่าง ได้โปรดจำไว้ว่าฉันอยู่ข้างๆ เธอ


    พวกเราจะอยู่ด้วยกันเหมือนวันที่ผ่านมา

    บอกลากันเป็นครั้งสุดท้าย ฉันจะรอเธอเพื่อพบกันใหม่ในวันที่ท้องฟ้าสดใสนั้นนะ


    พวกเราอยู่ในฝันเดียวกัน ออกเดินทางไปด้วยกัน

    ฉันจะไม่ท้อถอย

    ฉันดีใจจริงๆ ที่เราได้อยู่ด้วยกัน





    ******




    เนี่ย เนื้อเพลงดีจริงๆ นะ




    เพราะฉะนั้น ไม่ว่าความพยายามของแต่ละคนจะประสบผลสำเร็จหรือเปล่า แต่บนทางเดินที่เต็มไปด้วยขวากหนาม ยังมีเพื่อนที่คอยประคองไปด้วยกันจนถึงยอดเขาลูกนั้น อย่าหมดกำลังใจไปเลยนะ เพราะยังมีใครอีกหลายคนที่เอาใจช่วยอยู่ คนที่ได้เดบิวต์ ก็ต้องพยายามต่อไปไม่แพ้คนที่ตกรอบเช่นกัน ชีวิตคนเราก็แบบนี้แหละเนอะ




    ในความฝันเดียวกัน การเป็นไอดอลเหมือนกันถึงจะต่างชาติต่างภาษา การที่ต้องมอบความสุขให้คนอื่นแม้ตัวเองจะแอบไปร้องไห้หนักแค่ไหน คนที่เข้าใจกันและกันอย่างดีน่ะ ช่วยเก็บรักษาเขาไว้นานๆ นะ 




    การจากลาถึงจะเจ็บปวด แต่ลองคิดซะว่าเราแค่เดินอยู่บนละคนเส้นทางที่คู่ขนานกันไปในความฝันเดียวกัน ก่อนหน้านี้มีจุดที่เราได้มาพบ และได้อยู่ด้วยกัน มาจนถึงจุดที่ต้องแยกย้ายกันไป จุดๆ นั้นที่เพิ่งผ่านมาน่ะ...




    มันไม่ใช่จุดจบหรอก มันยังมีพรุ่งนี้เสมอ

    ไว้เริ่มต้นกันใหม่นะ :-)




    เราพูดได้เต็มปากว่าถอนตัวไม่ขึ้นจากรายการซีรีส์นี้สักทีเพราะมิตรภาพที่สวยงามระหว่างเด็กฝึก รวมถึงการเฝ้าดูการเติบโต เสียงหัวเราะเคล้าน้ำตา การได้มองเห็นมุมมองใหม่ๆ เปิดประสบการณ์ที่ไม่เคยรู้มาก่อน ในฐานะคนดู ความพยายามก็ไม่ทำร้ายเราเหมือนกัน ในเมื่อพยายามทำความรู้จัก พยายามหาข้อมูล พยายามเปิดใจแล้ว เราก็ได้ตกหลุมรักใครอีกหลายๆ คนจากรายการนี้ 




    หวังว่าเด็กฝึกทุกคนจะรับรู้ว่า ความพยายามของพวกคุณ เป็นพลังในการส่งต่อแรงใจแก่คนอีกมากมายนับไม่ถ้วน พวกคุณได้มอบทั้งความสุข ความอิ่มเอม แม้แต่ความคิดถึงให้พวกเราแล้ว ได้โปรดจงภูมิใจในความพยายามของตัวเองเถอะนะ 





    ได้โปรดรับรู้ไว้ ไม่ว่าจะเป็นที่คาบสมุทรเกาหลี บนเกาะญี่ปุ่น หรือส่วนไหนของโลกใบนี้ พวกคุณทุกคนก็จะเปล่งประกายในสายตาของใครบางคนเสมอ












    with love.
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in