DIARYt.
DIARY 002 : WFH = Work From Head office
  • ขณะที่หลายบริษัท ให้พนักงาน WFH ในช่วงนี้
    เพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า

    แต่บริษัทของนี่คือยังไม่มีวี่แววใดๆ
    ว่าจะได้ Work From Home กับเขาสักที
    ถึงแม้จะแอบดีใจ ที่เห็นถนนโล่งได้มากขนาดนี้ก็ตาม
    แอบจึ๊กแค่ตรง เรือข้ามฟากวิ่งแค่ลำเดียว
    ปกติจะวิ่งสวนกัน ไป - กลับ

    เศร้าใจมากเด้อ

    นี่แอบนึกถึง สมัยอยู่ปี 1-2
    ไปรับสอนพิเศษอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง
    น้องชื่อ 'การ์ตูน'
    อารมณ์เหมือนไม่ใช่แค่สอนพิเศษน่ะ
    เหมือนไปเฝ้าลูกเขาด้วยแหละ เหอะๆๆๆ

    แล้วพอถึงช่วงปิดเทอมจะขึ้นปี 3 ก็ได้ไปช่วยงานที่บริษัทของแม่เด็ก
    บริษัทอยู่ตรง RCA การเดินทาง คือ รถเมล์ 4 ต่อ
    ในตำแหน่งที่ติ๊ต่างได้ว่าเป็น ผู้ช่วยเลขา

    ความบันเทิงบังเกิดขึ้น ในศุกร์ๆหนึ่ง
    วันศุกร์แห่งชาติ วันศุกร์สิ้นเดือน วันศุกร์วินาศสันตะโร

    มันเป็นวันศุกร์ที่ฝนตั้งท่าจะตก ท้องฟ้าหม่นๆ
    เราเลยซื้อข้าวกล่องไปด้วย ไว้กินตอนกลางวัน
    เหมือนลางร้ายปรากฏตรงที่
    9 โมงแล้ว แต่โซนที่เรานั่งคือเงียบปิ๊บ

    เจ้านายไม่เข้า ไม่เจ็บเท่าเลขาก็ลา
    เพื่อนก็ไม่มา อยู่อย่างคนเหงาๆ

    ทำงานงกๆ ตั้งแต่เช้า นั่งจัดเอกสารต่างๆนานา
    รับโทรศัพท์ลูกค้า ตอบคำถามล้านแปด
    จัดการเรื่องเงินๆทองๆ ตามเรื่องเอกสารลูกค้า
    เดินวุ่นทั้งวัน

    ไหนๆก็ซื้อข้าวมาแล้ว น่าจะเหลือเวลาพักเยอะ
    เลยตั้งใจจะรีบเคลียร์งานจะได้กลับบ้านเร็วๆ

    ปรากฏ 4 โมงเกือบ 5 โมง
    ลูกค้าโทรมา พร้อมเรื่องราวใหญ่โต
    เรื่องที่ยังไม่ได้รับเช็คเคลมเลย
    กว่าเรื่องนี้จะจบ โทรหาเจ้านายเสร็จ คือ 5 โมงกว่าแล้วเด้อ

    ยืนรอรถเมล์ประมาณ 3 ชาติครึ่ง เพื่อจะไปเพชรราม่า
    รถติดชนิดที่ว่า ติดเผื่อถนนทุกสายบนโลกใบนี้
    กว่าจะได้ขึ้นรถเมล์ คือ 6 โมงกว่า
    แต่โชคดีที่รถเมล์ไม่แน่น นั่งเซ็งแมวอยู่บนรถเมล์
    กว่าจะถึงเพชรราม่า คือ 2 ทุ่มจร้าาาา (ติดห่านนนอะไรขนาดนั้น)

    ด่านต่อไปต้องนั่งรถเมล์ต่อจากเพชรราม่าขึ้นด่วน

    รถเมล์จากอนุสาวรีย์ชัยฯอะแกกกกกกกกกก

    รถไม่มี มีทีก็แน่น คนที่ยังไม่ได้ขึ้นคืออย่างหนอน

    แล้วฉากเรียกน้ำตาก็มา
    เมื่อรถเมล์มาจอดที่ป้าย พร้อมกับฝนโปรยเบาๆ
    ด้วยความมีมารยาทดีงาม จึงต่อแถวจะขึ้นรถเมล์
    และมั่นใจมากเว่อร์ ว่าต้องได้กลับบ้าน

    จังหวะที่มือกำลังเอื้อมไปคว้าราวตรงประตู
    ที่ว่างตรงนั้น ต้องเป็นของฉัน
    .
    .
    .
    อินี่ก็โดนมนุษย์ป้าเบียดกระเด็น
    แล้วนางก็แทรกตัวจะปีนขึ้นรถ
    ป้าหันมามองนิดนึง แบบนิดนึงจริงๆ

    "ป้าาาา หนูก็อยากกลับบ้านเหมือนกันนะ"
    พูดด้วยเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ น้ำตาหยดแหมะ

    แต่ป้าก็ไม่ได้เหลียวแลอะไรฉันเลย
    และนี่ก็ไม่ได้ขึ้นรถคันนั้นด้วย
    ตอนนั้นจะดราม่ากลางป้ายรถเมล์เพื่ออะไรก็ไม่รู้?

    เดชะบุญ หลังจากรถคันนั้น ก็มีรถเสริมมาอีก 2 คัน
    สมน้ำหน้าอิป้า รถคันแกมันเบียดเสียดยัดเยียด

    ที่นึกเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะนึกถึงความยากลำบาก
    ในการดำรงชีวิตในประเทศไทย
    เราทุกคนควรมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี่หรือเปล่า

    และพอมีเหตุการณ์โรคระบาดก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่า
    ประเทศไทยนี่ อิหยังวะ

    ฉันมาทำอะไรที่นี่ก่อน เอาดีๆ

    แล้วคำพูดประเภทที่ว่า 'ถ้าไม่พอใจก็ไปอยู่ที่อื่นสิ'
    คือ ต้องไปนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนะ
    ถ้าคุณภาพชีวิตแกจะดีขึ้นกว่าปัจจุบัน
    แกจะไม่อยากได้หรอ

    ถ้าทุกวันนี้แกสบายดีแล้ว ไม่อยากสบายกว่านี้
    แล้วเผื่อแผ่ความสบายให้คนอื่นหรอ

    ในขณะที่หวังให้ Work from Home สักที
    ก็คงต้องทนทำใจ Work from Head office ไปก่อนแหละเด้อ

    และหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในเร็ววัน
    "ขอให้พระคุ้มครองแก" (อินเนอร์เต้ยพูดกับต้า)

    ขอเดชะบุญหนุนนำตัวเองให้แคล้วคลาด
    (ดีไม่ดี ตายเพราะโควิด19 ก่อนจะรู้ตัวว่าเป็นโควิด19 ด้วยซ้ำ ชีวิตมันเศร้า)

    03302020











Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in