My impetuous fan fictions collection.medusawrites
Tearing Up III
  • เขิน. ทำตัวไม่ถูก.

    มีเพียงไม่กี่เรื่องที่วังจั๋วเฉิงไม่รู้ว่าจะ react กับสถานการณ์อย่างไร สถานการณ์ในตอนนี้ก็เป็นหนึ่งในเรื่องเหล่านั้น วังจั๋วเฉิงกำลังถูกประคบประหงมจากคุณแม่ของคนรัก หลี่เหมยฮวา อดีตนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติคนสวย ด้วยวัย 50 ปลายไม่ได้ทำให้ความสวยของหลี่เหมยฮวาลดลงแม้แต่น้อย กลับกันกลับเต็มไปด้วยความสง่างามที่มีแต่มากขึ้นเรื่อยๆ ถึงเจ้าตัวจะมีดวงตาเรียวเฉียบ จึงทำให้ดูดุและเด็ดเดี่ยว แต่ด้วยสายตาที่เป็นมิตร และรอยยิ้มที่สามารถสัมผัสได้จากดวงตาคู่เรียว ทำให้ใครๆก็อยากจะผูกมิตรด้วย เว้นก็แต่วังจั๋วเฉิงที่ยังคงทำตัวไม่ถูกกับความใจดีที่อีกฝ่ายมีให้เสมอมา ตั้งแต่หลิวไห่ควานพาไปแนะนำให้รู้จักในฐานะคนรักเมื่อตอนที่ตกลงคบกันแรกๆ จนมาถึงตอนนี้ เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบทศวรรษ แต่วังจั๋วเฉิงก็ยังทำตัวไม่ถูกอยู่ดี และยิ่งทำตัวไม่ถูกไปกันใหญ่ เมื่อตอนนี้หลี่เหมยฮวากำลังเมินลูกชายสุดที่รักของตัวเอง ไม่พูดด้วย ไม่มองหน้า หลังจากที่หลิวไห่ควานปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านนโยบายให้กับพรรคของหลิวเหวียนหยาง ตามที่คุณแม่อย่างหลี่เหมยฮวาเรียกร้อง

    "น้องเฉิงทานเยอะๆ อยากทานอะไรอีกรึเปล่าคะ?"

    ไม่พูดเปล่า หลี่เหมยฮวาคีบแก้มปลานึ่งซีอิ๊วใส่ชามข้าวให้เขา ก่อนจะหันไปคีบผักผัดมาให้ด้วย วังจั๋วเฉิงส่ายหน้า เขาไม่อยากทานอะไรบนโต๊ะอีกแล้ว

    "ขอบคุณครับ ผมอิ่มแล้วครับ คุณน้า..."

    วังจั๋วเฉิงยกมือปิดปากตัวเองทันทีที่เผลอหลุดเรียกคุณแม่ของหลิวไห่ควานว่า คุณน้า ซึ่งถือเป็นคำต้องห้ามสำหรับผู้หญิงตรงหน้า วังจั๋วเฉิงหันไปมองหน้าคนรักอย่างตกใจ หลิวไห่ควานกลั้นยิ้ม เอ็นดูคนรักของตัวเองเหลือเกิน

    "คุณน้าอีกแล้ว! เมื่อไหร่น้องเฉิงจะยอมเรียกหม่าม้าว่าหม่าม้า..."

    หลี่เหมยฮวาหันมองมองลูกชายตัวดีของตัวเองด้วยหางตา ก่อนจะพูดต่อ

    "บางทีตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไปหม่าม้าอาจจะมีแค่น้องเฉิงเป็นลูกคนเดียวแล้วก็ได้ เพราะตาควานคงจะไม่ถือว่าหม่าม้าเป็นแม่แล้ว"

    "หม่าม้า..."

    หลิวไห่ควานเอ่ยเสียงอ่อน พลางหันไปส่งสายตาขอความเห็นใจจากผู้เป็นแม่ เล่นใหญ่สมเป็นหม่าม้าของเขาจริงๆ

    "เฮอะ ไม่ต้องมาพูด ถ้าจะไม่ลาออกก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว หม่าม้าไม่อยากฟัง"

    เพราะกลัวว่าตัวเองจะใจอ่อนให้กับลูกชายสุดที่รัก หลี่เหมยฮวาจึงไม่อยากได้ยินเหตุผลอะไรทั้งนั้นที่ทำให้ลูกชายตัดสินใจจะเข้าไปมีส่วนกับพรรคที่เป็นของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของเขา หลี่เหมยฮวายอมรับว่าเธอในตอนนี้ไม่เหมือนกับตัวเธอเมื่อ 30 ปีก่อนตอนที่เธอยื่นคำขาดกับหลิวเหวียนหยาง เมื่ออีกฝ่ายตัดสินใจจะสร้างพรรคการเมืองและทำในสิ่งที่เขาเชื่อมั่น แต่สิ่งเดียวที่ทำให้เธอตัดสินใจทำทุกอย่างไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบันก็คือ หลิวไห่ควาน ลูกชายของเธอ 

    "ผมไปเอาผลไม้มาให้ดีกว่า พี่กับ...หม่าม้า คุยกันดีๆนะครับ"

    วังจั๋วเฉิงสู้กับความเขินของตัวเอง เรียกอีกฝ่ายว่าหม่าม้า ก่อนจะรีบเอาตัวเองออกจากสถานการณ์ตรงหน้า เปิดโอกาสให้คุณแม่และลูกชายได้คุยกัน



    "หม่าม้าครับ..."

    หลิวไห่ควานเข้าไปนั่งข้างๆคุณแม่ของเขา ยื่นมือออกไปจับมือของคุณแม่อย่างจริงใจ รู้ว่าสิ่งที่ตนทำ ทำให้คุณแม่เป็นห่วงและไม่สบายใจ เขารู้ว่าคุณแม่เลิกกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของเขาเพราะอะไรและรู้ว่าเกมการเมืองอันตรายอย่างไร หากแต่เวลานี้เขามีคนสำคัญที่ต้องปกป้อง ถ้ามีอะไรที่เขาจะทำเพื่อวังจั๋วเฉิงได้ เขาจะทำ หลี่เหมยฮวามองที่ลูกชาย ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ว่าเพราะอะไรหลิวไห่ควานถึงยอมออกหน้า ออกสื่อ ลงไปทำงานกับหลิวเหวียนหยาง เพราะเธอเองก็รู้ว่าอำนาจเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะปกป้องคนที่ลูกชายของเธอรักได้ หลี่เหมยฮวาถอนหายใจ รู้ว่าคงไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนการตัดสินใจของหลิวไห่ควานในครั้งนี้ได้

    "คิดดีแล้วใช่ไหม?"

    "ครับ"

    "หม่าม้าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ควานตัดสินใจ..."

    หลี่เหมยฮวาบีบมือของลูกชายแน่น ไม่ว่าอย่างไรก็ทำใจโกรธลูกชายไม่ลง ถึงจะไม่พอใจนิดหน่อย (?) จนบ้านแทบแตกเมื่อเจอหน้าลูกชายตัวดี 

    "ควานรู้ใช่ไหมว่ามันจะยาก? ยังมีคนในสังคมอีกมากที่ยังไม่ยอมรับ..."

    "ผมไม่ได้สนใจว่าใครจะยอมรับหรือไม่ยอมรับอะไร ผมแค่อยากปกป้องคนของผม"

    "แต่เมื่อควานลงมาในสปอตไลท์เรื่องของลูกกับน้องเฉิงจะไม่เป็นเพียงแค่เรื่องของพวกลูกอีกต่อไป..."

    "ผมเข้าใจครับ"

    "พ่อของควานไม่ใช่คนเดียวที่จะช่วยควานกับน้องเฉิง ถ้ามีอะไรที่อยากให้หม่าม้าช่วยก็บอก เข้าใจไหม?"

    หลิวไห่ควานพยักหน้ารับสิ่งที่คุณแม่ของเขาพูด  และก็เป็นคุณแม่หลี่เหมยฮวาที่ยอมก่อน ปล่อยมือ ก่อนจะคว้าลูกชายมากอด

    "ห้ามทำอะไรเสี่ยงๆ หม่าม้าขอห้ามเด็ดขาดเลยนะควาน..."



    "เฉิงเฉิง"

    หลิวไห่ควานส่งเสียงเรียกคนใจลอยที่กำลังหั่นเมล่อนอย่างไม่มีสติ ดวงตาไม่มองเมล่อนที่กำลังหั่นอยู่เลยด้วยซ้ำ ด้วยความเป็นห่วงกลัวว่ามีดจะบาดมือเข้า หลิวไห่ควานเลยคว้าข้อมือของวังจั๋วเฉิงเอาไว้ด้วย

    "ใจลอยไปถึงไหนแล้วครับ?"

    วังจั๋วเฉิงสะดุ้งเล็กๆ แต่ก็ทำเป็นนิ่งไว้ กลัวอีกฝ่ายจะดุ ก่อนจะขืนมือออกมาหั่นเมล่อนต่อ

    "ดีกับคุณน้ารึยัง?"

    "ไม่เรียกหม่าม้าแล้วหรอครับ?"

    คนตัวสูงแหย่ วังจั๋วเฉิงหน้ามู่ด้วยความไม่พอใจคนขี้แกล้ง หลิวไห่ควานเห็นคนรักหน้าหงึ จึงเลิกแกล้ง

    "พี่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกับหม่าม้าสักหน่อย"

    "ผมหมายถึงคุยกันดีๆแล้วใช่ไหม?"

    "คุยดีๆแน่นอนอยู่แล้วครับ ไม่ต้องห่วง ใครจะทำอะไรหม่าม้าพี่ได้ มีแต่พี่ที่โดนหม่าม้าเมินใส่"

    "แล้วทำไมพี่ไม่บอกคุณน้าก่อนว่าจะเข้าไปทำงานกับคุณหลิว..."

    "บอกก่อนแล้วจะได้ไปทำหรอครับ?"

    หลิวไห่ควานพูดติดตลก ไม่อยากให้คนตรงหน้าเป็นกังวล

    "พี่เนี่ยนะ...ถ้าวันไหนคุณน้าโกรธขึ้นมาจริงๆ ผมไม่ช่วยนะ ผมจะเข้าข้างคุณน้า"

    "ได้ไงกัน? ถ้าเฉิงเฉิงไม่เข้าข้างพี่ พี่ก็แย่สิ...แค่นี้หม่าม้าก็รักเฉิงเฉิงมากกว่าพี่แล้ว..."

    "พูดไปเรื่อย"

    วังจั๋วเฉิงตัดบท พร้อมกับป้อนเมล่อนที่ปอกแล้วให้หลิวไห่ควานถึงปาก ไม่อยากได้ยินคนตัวสูงพูดสิ่งที่ทำให้เขาเขินอีก ก่อนจะยกจานที่ปอกแล้วกลับเข้าไปที่โต๊ะอาหาร โดยไม่สนใจหลิวไห่ควานที่กำลังเคี้ยวเมล่อนชิ้นใหญ่ที่อีกฝ่ายป้อนมาให้อย่างทุลักทุเลเล็กน้อย เพราะขนาดของเจ้าเมล่อนที่วังจั๋วเฉิงป้อน  

    "เขินใหญ่แล้วนั่น น่ารักจริงๆเลยนะเฉิงเฉิง"




    .




    ทำตัวไม่ถูก.

    วันนี้วังจั๋วเฉิงมีงานอีเวนท์แบรนด์เครื่องสำอางที่เขาเป็น Brand ambassador อยู่ อีเวนท์วันนี้เป็นงานเปิดตัวเครื่องสำอาง collection ใหม่ เข้ากับช่วงเทศกาล นอกจากจะมีการสัมภาษณ์นิดหน่อย ยังมีการสาธิตการแต่งหน้า และมีการสุ่ม lucky fans ขึ้นมาแต่งหน้ากับเขาบนเวทีอีกด้วย วังจั๋วเฉิงนั่งอยู่บนเก้าอี้แต่งหน้าบนเวที กำลังเป็นแบบให้ช่างแต่งหน้าของทางแบรนด์แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอาง collection ใหม่อยู่ ถึงแม้ว่าโทนของ collection ใหม่จะเป็นสีแดงเข้ม และวังจั๋วเฉิงเป็นผู้ชาย แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปแล้ว ผู้ชายจะแต่งหน้าก็ไม่ผิดแผกอะไร ตาคมๆถูกทาด้วย eyeshadow สีแดง ทั้งบนเปลือกตาและขอบตาล่าง ก่อนจะทำให้คมขึ้นด้วย eyeliner สีน้ำตาลแดง ปิดท้ายด้วย lipstick สีแดงเฉดเข้มกว่าที่ตาเล็กน้อย ด้วยเครื่องหน้าของวังจั๋วเฉิงและผิวขาวของเจ้าตัว เมื่อแต่งหน้าเสร็จก็ดูสว่างขึ้นไปอีก เมื่อถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง ช่างแต่งหน้าของแบรนด์ออกปากชมไม่หยุดตั้งแต่เริ่มแต่งจนเสร็จ

    "คุณจั๋วเฉิง stylish มาก เข้ากับสีแดงของ collection นี้สุดๆ ลุคนี้แต่งตามไม่ยากเลยนะคะ ทุกอย่างมีอยู่ใน palette อยู่แล้ว แค่ลอง mix and match รับรองว่าสนุกแน่ๆค่ะ"

    เสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดแสดงความเห็นด้วยกับสิ่งที่ช่างแต่งหน้าของทางแบรนด์เอ่ยดังขึ้นไม่หยุด วังจั๋วเฉิงพยักหน้าขอบคุณทุกคน 

    "เอาล่ะค่ะ แล้วก็ได้เวลาของ lucky fans ที่จะได้ขึ้นมาแต่งหน้ากับคุณจั๋วเฉิงของเราแล้วนะคะ ขอเชิญทุกคนขึ้นมาบนเวทีเลยค่า..."

    พิธีกรประกาศชื่อของ lucky fans ทั้ง 3 คน ให้ขึ้นมาบนเวที เสียงกรี๊ดยังคงดังอย่างต่อเนื่อง วังจั๋วเฉิงยิ้มให้แฟนๆตามมารยาท แต่จังหวะที่กำลังทักทาย lucky fans ทั้ง 3 คน อยู่ๆก็มีชายชุดดำวิ่งฝ่าการ์ดขึ้นมาบนเวที เมื่อขึ้นมาบนเวที ตรงเข้าประจันหน้ากับวังจั๋วเฉิง พร้อมกับปาไข่พุ่งเป้าไปที่วังจั๋วเฉิงเต็มๆ เขายืนนิ่ง ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ไข่ที่ถูกปาออกมาจึงโดนเข้าที่ตัวเขาเต็มๆหลายฟอง เสียงกรี๊ดดังขึ้นอย่างไม่หยุด ทั้งด้วยความตกใจคนที่อยู่บนเวทีที่วิ่งหนีด้วยความตื่นตระหนกและความตกใจของแฟนๆที่อยู่ด้านล่างเวทีต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเวที 

    "อาเฉิง!"

    แต่ก่อนที่ความวุ่นวายจะควบคุมไม่ได้ หวังอี้โจว บอดี้การ์ดและทีมบอดี้การ์ดของวังจั๋วเฉิงก็เข้าชาร์จวังจั๋วเฉิงได้ก่อน พร้อมกับรีบพาวังจั๋วเฉิงออกจากเวทีทันที พลางกับกำชับให้จับตัวผู้ก่อเหตุไว้ด้วย



    "จั๋วเฉิงไม่เป็นไรแน่นะ? จะไปโรงพยาบาลไหม?"

    จูจ้านจิ่นถามย้ำเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ตั้งแต่ออกจากอีเวนท์มา รู้สึกผิดจนไม่รู้จะทำยังไง เหตุการณ์วันนี้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลย และตอนนี้ยังไม่รู้ด้วยว่าสาเหตุของผู้กระทำคืออะไร ยิ่งทำให้จูจ้านจิ่นวิตกกังวลมากขึ้น 

    "ผมไม่เป็นไร ผมอยากกลับไปพัก..."

    พูดจบก็ปิดตาอย่างเหนื่อยล้า เป็นการปิดบทสนทนาที่แม้ไม่ต้องบอกจูจ้านจิ่นก็รู้ เหตุการณ์ครั้งนี้นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่วังจั๋วเฉิงอยู่ในวงการ จูจ้านจิ่นรู้ว่าวังจั๋วเฉิงไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่เจ้าตัวแสดงออก ตอนที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นถ้าไม่ได้หวังอี้โจวพุ่งเข้าไปชาร์จไว้ เด็กคนนี้ก็คงจะยืนเป็นเป้านิ่งต่อไปเรื่อยๆ เขาได้แต่หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับวังจั๋วเฉิงอีก



    "เฉิงเฉิง!"

    เสียงเรียกดังขึ้นทันทีที่วังจั๋วเฉิงถึงฟาร์ม มาพร้อมกับการปรากฎตัวของเจ้าของเสียงที่รีบวิ่งออกมาที่รถตู้ที่มาส่งวังจั๋วเฉิง

    "เป็นอะไรรึเปล่า?"

    เป็น เป็นแน่ๆ สีหน้าของวังจั๋วเฉิงดูไม่ดีเลย หลิวไห่ควานยื่นมือออกจะไปรับคนรักของเขา วังจั๋วเฉิงถอยตัวกลับด้วยความตกใจ ลมหายใจของหลิวไห่ควานกระตุก เมื่อเห็นคนรักของตัวเองกลัวขนาดนี้ 

    "เฉิงเฉิง พี่..."

    "ผมเหนื่อย..."

    วังจั๋วเฉิงก็ตกใจตัวเองอยู่ไม่น้อยที่ถอยหลังหนีมือของหลิวไห่ควานอัตโนมัติ เขาไม่ได้ตั้งใจ แต่ร่างกายมันถอยไปเอง เห็นสีหน้าเรียบเฉยของคนรักตรงหน้าทำให้เขาใจเสียขึ้นไปอีก จึงตัดบทเดินเข้าไปในบ้านโดยไม่ได้ลาใครทั้งสิ้น

    "จั๋วเฉิงคงจะตกใจ ผมจะโทรมาถามเรื่อยๆ ถ้ามีอะไรก็ติดต่อมาได้ตลอดเลยนะครับ คุณไห่ควาน"

    จูจ้านจิ่นมองมาที่หลิวไห่ควานด้วยความกังวล 

    "ครับ ถ้าเรื่องเหตุการณ์วันนี้คืบหน้ายังไง ผมฝากคุณจ้านจิ่นฝากเรื่องไว้ที่คุณเซียวทีนะครับ ผมจะจัดการให้จบทีเดียว"

    "ได้ครับ คุณไห่ควาน"



    ก๊อก ก๊อก

    หลิวไห่ควานเคาะประตูห้องนอนของวั๋งจั๋วเฉิงที่เขามานอนด้วยทุกคืนถ้ากลับมาที่ฟาร์ม แต่ไม่ใช่วันนี้ที่คนรักของเขากำลังตื่นกลัว หลิวไห่ควานไม่กล้าแม้แต่จะเปิดประตูเข้าไปก่อน ถ้าคนในห้องไม่อนุญาต

    "พี่เองครับ เฉิงเฉิง พี่เข้าไปได้รึเปล่า?"

    ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ หลิวไห่ควานจึงเคาะประตูอีกครั้ง 

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก

    "เฉิงเฉิง..."

    ด้วยความกังวล หลิวไห่ควานจึงเปิดประตูเข้าไปในที่สุด คนรักกำลังนอนอยู่บนเตียง กอดผ้านวมไว้แน่น ท่าทางจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาเข้ามาในห้อง

    "เฉิงเฉิงครับ..."

    หลิวไห่ควานแตะต้นแขนคนรักเบาๆ อีกฝ่ายหันหนีแต่ไม่ได้ลืมตาตื่น หลิวไห่ควานเอะใจ เลยตัดสินใจแตะที่หน้าผากของวังจั๋วเฉิง ทันทีที่หลังมือแตะที่หน้าผาก ความร้อนที่ตนสัมผัสได้จากหน้าผากของอีกฝ่ายก็ทำให้หลิวไห่ควานกังวลหนักขึ้นไปอีก หยิบโทรศัพท์กดโทรหาคนสนิทของตนทันที

    "คุณเซียวครับ ตามหมอมาที่ฟาร์มให้ผมหน่อย จั๋วเฉิงไม่สบาย..."



    'อาการไม่น่าเป็นห่วงครับ ไม่เป็นอะไรมาก น่าจะเป็นที่สภาพจิตใจมากกว่า ผมจะให้ยาไว้เผื่อ ถ้านอนไม่ได้ หรือกังวลมากค่อยทานนะครับ...'

    สิ่งที่คุณหมอบอกยิ่งทำให้หลิวไห่ควานโกรธ ถึงแม้สาเหตุของเหตุการณ์ในครั้งนี้จะยังไม่แน่ชัด แต่หลิวไห่ควานจะจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด ถ้าเป็น anti-fan เขาจะฟ้องให้หมด ทั้งคนก่อเหตุและผู้จัดงานอีเวนท์ แต่ถ้าเป็น hate-crime เขาก็จะใช้โอกาสที่เขามีชื่อเป็นที่ปรึกษาด้านนโนบายของพรรคหัวก้าวหน้า จัดการเรื่องนี้ให้จริงจัง ความคิดทั้งหลายถูกพับไป เมื่อวังจั๋วเฉิงเริ่มรู้สึกตัว

    "ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ไปตามหมอมาทำไม?"

    "ไม่เป็นไรอะไร ไข้สูงตั้งเท่าไหร่..."

    หลิวไห่ควานดึงแก้มคนรักเบาๆด้วยความหมั่นเขี้ยว วังจั๋วเฉิงลูบแก้มตัวเองป้อยๆ ไม่กล้าพูดอะไรอีก เขายังตกใจกับเหตุการณ์ที่งานอีเวนท์ บวกกับนอนไม่ค่อยหลับมาหลายคืน จะเป็นไข้ก็ไม่แปลกใจหรอก จะแปลกใจก็เรื่องที่คนข้างตัวของเขาไม่แม้แต่จะเอ่ยปากบ่นนี่แหละ คนอายุน้อยกว่าไม่มองหน้าหลิวไห่ควานด้วยซ้ำ สองมือจับผ้านวมไว้แน่น 

    "นอนไม่หลับมากี่คืนแล้ว?" 

    "ไม่รู้..."

    หลิวไห่ควานอยากจะตีคนรักที่แสนดื้อของตัวเองแรงๆ แต่เมื่อเห็นสายตาที่เป็นกังวลของวังจั๋วเฉิง จึงทำได้แค่ลงไปนอนที่เตียงด้วย ก่อนจะโอบคนรักเข้ามาในอ้อมกอด

    "มาพี่จะกล่อมเฉิงเฉิงนอนเอง"

    คนตัวสูงว่าพร้อมกับตบหลังคนรักเบาๆ ราวกับกำลังกล่อมเด็กน้อยนอน

    "พี่ควาน..."

    "หืม?"

    "ขอบคุณครับ"

    วังจั๋วเฉิงปล่อยมือจากผ้านวมมากอดคนรักของตัวเอง หันมาฝังหน้าของตัวเองกับอกกว้างของอีกฝ่าย ถึงแม้จะยังตกใจไม่หายกับเหตุการณ์ที่เจอในวันนี้ แต่แค่มีหลิวไห่ควานอยู่กับเขาข้างๆ วังจั๋วเฉิงก็รู้ว่าเขาจะไม่เป็นไร 

    "ถ้าจะขอบคุณจริงๆก็หันมามองหน้ากันหน่อยครับ เฉิงเฉิง"

    "ไม่เอา จะนอนแล้ว"

    วังจั๋วเฉิงซุกหน้าเข้าไปใกล้คนรักของตัวเองมากขึ้น ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาให้อีกฝ่ายล้อเขาหรอก เสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆ จากคนที่กำลังกอดเขาอยู่

    "พี่ไม่รังแกคนป่วยหรอก..."

    หลิวไห่ควานจูบหน้าผากของคนรัก กอดวังจั๋วเฉิงเข้ามาในอ้อมกอดของตัวเองให้แน่นขึ้น สัญญากับตัวเองอีกครั้งว่าจะดูแลคนในอ้อมกอดให้ดีมากกว่าเดิม 

    "ราตรีสวัสดิ์ครับ"

    วังจั๋วเฉิงเงยหน้าขึ้นมาจากอกของคนรัก ก่อนจะจุ๊บเบาๆที่ปลายคางของอีกฝ่าย พร้อมกับหลบเข้าไปซุกที่อกเหมือนเดิม หลังจากที่ได้เอ่ยราตรีสวัสดิ์กับคนรัก

    "ราตรีสวัสดิ์"




    .

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in