My impetuous fan fictions collection.medusawrites
Tearing Up II
  • หงุดหงิด.

    วังจั๋วเฉิงมองไปที่หน้าจอแท๊ปเล็ตที่กำลังฉายให้เห็นใบหน้าของคนที่เขาคุ้นเคยกำลังให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ริมฝีปากของหลิวไห่ควานยกยิ้มให้นักข่าวอย่างมีมารยาท หากแต่ดวงตากลับไม่มีแม้แต่ความอ่อนโยนให้เห็นแม้แต่เพียงเสี้ยววินาที วังจั๋วเฉิงไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร เขากำลังหงุดหงิด งุ่นง่าน ริมฝีปากบางถูกเม้มแน่นขึ้น เมื่อได้ยินและเห็นสัมภาษณ์ของหลิวไห่ควานจากหน้าจอสี่เหลี่ยม 

    'คุณหลิวจะเข้ามาเล่นการเมืองเต็มตัวเลยรึเปล่าคะ?'

    'เป็นไปตามที่พรรคแถลงครับ ผมเป็นแค่ที่ปรึกษาด้านนโยบายเพียงชั่วคราวเท่านั้น'

    'แล้วธุรกิจพันธุ์ม้าล่ะครับ?'

    'ช่วงนี้ก็อาจจะต้องพักไปก่อน ตามกฎหมายครับ'

    'ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ของคุณกับคุณวังจั๋วเฉิงเป็นความจริงไหมคะ?'

    'ข่าวลือ?'

    เสียงดุของหลิวไห่ควานที่ย้อนถามนักข่าว นักข่าวสาวเลิ่กลั่ก แต่ยังไม่ทันที่จะได้แก้คำถามของตัวเอง หลิวไห่ควานก็เอ่ยเสียงเรียบ

    'ผมไม่เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นจริงว่าเป็นข่าวลือหรอกนะครับ...'

    เกิดเสียงเซ็งแซ่ขึ้นในหมู่นักข่าว เสียงคีย์บอร์ดของเหล่านักข่าวถูกพิมพ์ดังขึ้นรัวๆ หลิวไห่ควานคาดไว้อยู่แล้วว่าจะต้องถูกถามเรื่องวังจั๋วเฉิง และที่เขาก้าวเข้ามาอยู่ในสปอตไลท์ก็เพื่อต้องการปกป้องคนรัก ฉะนั้นใครหรืออะไรก็ตามที่ทำให้คนรักของเขาไม่สบายใจ ไม่มีความสุข เขาจะขยี้ให้แหลก ไม่ไว้หน้าอะไรทั้งนั้น และทางเดียวที่เขาจะทำได้ ก็คือเพิ่มอำนาจเสียงของเขาให้มากขึ้น

    'ความสัมพันธ์ของผมกับคุณวังจั๋วเฉิงเป็นเรื่องส่วนตัว ผมเข้าใจครับว่าคุณวังจั๋วเฉิงเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าใครจะละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของเขาได้ ทางผมและสตูดิโอของคุณวังจั๋วเฉิงจะไม่ปล่อยให้เกิดการกระทำที่ไม่เคารพสิทธิส่วนบุคคลเหล่านี้ขึ้นอีก ถ้ายังมีการกระทำเช่นนี้ต่อ จะมีการดำเนินการตามกฎหมายแน่นอนครับ...'

    วังจั๋วเฉิงรู้ว่าคนรักเป็นคนเด็ดขาด แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นเอ่ยปากขู่เหล่านักข่าวด้วยตัวเองแบบนี้ ทั้งๆที่อยากจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองแท้ๆ เหตุการณ์ที่เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะวังจั๋วเฉิงและสตูดิโอเลี่ยงการยืนยันเรื่องความสัมพันธ์ของเขาและหลิวไห่ควานอย่างสุดความสามารถ เนื่องจากกระแสเรื่องการเมืองและธุรกิจของหลิวไห่ควาน และก็เป็นหลิวไห่ควานเองที่หมดความอดทน จนต้องลงมาปกป้องวังจั๋วเฉิงด้วยตัวเอง  เขาเองก็อยากจะเป็นฝ่ายปกป้องหลิวไห่ควานบ้าง แต่ก็ทำไม่ได้เลย ความรู้สึกอ่อนแอเหล่านี้ทำให้วังจั๋วเฉิงหงุดหงิด จนอยากจะเกรี้ยวราดใส่ใครสักคน ถึงแม้จะรู้ว่าคนที่สมควรโดนเกรี้ยวกราดใส่มากที่สุดในตอนนี้ก็คือตัวเองนั่นแหละ 



    หลิวไห่ควานโค้งให้บรรดานักข่าวตามมารยาท อนุญาตให้มีการถ่ายรูปอีกเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากสถานที่ให้สัมภาษณ์ ซึ่งก็คือห้อง Press conference ตึกพรรคการเมืองของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของเขา ถึงแม้ว่าจะมีสายเลือดเดียวกัน แต่หลิวไห่ควานเติบโตมากับการเลี้ยงดูจากครอบครัวคุณแม่เพียงฝ่ายเดียว ความผูกพันที่มีกับพ่อจึงมีเพียงแค่แซ่นามสกุลเดียวกันเท่านั้น 

    "แกน่าจะพูดเรื่องพรรคและนโยบายให้มากกว่านี้อีกหน่อย..."

    บุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดของหลิวไห่ควาน หลิวเหวียนหยาง พูดขึ้น เมื่อลูกชายเดินกลับเข้ามาในห้องรับรองเพื่อขอบคุณทีมงานและคนในพรรค

    "คุณรู้อยู่แล้วว่าทำไมผมถึงยอมรับข้อเสนอของคุณ"

    "ไห่ควาน..."

    "ผมจะทำตามข้อตกลงอย่างดีที่สุด คุณหลิวไม่ต้องเป็นห่วง"

    หลิวไห่ควานโค้งให้ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อเล็กน้อยตามมารยาท ไม่อยากจะสนทนาต่อแม้แต่น้อย แต่ด้วยมารยาททางสังคม เขาจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ พยายามจะสุภาพกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดเท่าที่จะทำได้ 

    "เราต่างคนต่างอยู่เหมือนเดิมเถอะครับ ถ้ามีอะไรจะต้องติดต่อผม ก็ติดต่อผ่านคุณเซียวมาก็แล้วกันครับ" 

    "อย่าประมาท ต้องระวังตัวไว้ เด็กของแกด้วย ยิ่งอยู่ในแสงสว่างมากเท่าไหร่ อันตรายก็ยิ่งมากขึ้น..."

    "ขอบคุณครับ ผมจะจำไว้"

    หลิวไห่ควานเดินออกจากห้องไป หลิวเหวียนหยางมองตามจนแผ่นหลังของลูกชายลับสายตา ถึงแม้จะไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดู แต่ยังไงหลิวไห่ควานก็ถือเป็นสายเลือดของตระกูลหลิวของเขา หลิวเหวียนหยางไม่มีบุตรสืบสกุล ไม่มีครอบครัว เขาไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยลืมรักแรกและรักเดียวของตัวเองได้ แม่ของหลิวไห่ควาน หลี่เหมยฮวา ผู้ที่ยื่นคำขาดว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก ถ้าหลิวเหวียนหยางตัดสินใจเล่นการเมือง ซึ่งหลี่เหมยฮวาก็ทำอย่างที่ว่าไว้จริงๆ ถ้าวันนั้นหลิวเหวียนหยางเลือกที่จะไม่เดินเข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างที่ใจใฝ่ฝัน บางทีเขาก็อาจจะมีโอกาสได้เป็นคุณพ่อของหลิวไห่ควาน เป็นสามีของหลี่เหมยฮวา คนที่เขารัก ก็เป็นได้ล่ะมั้ง

    "คุณเซียว ผมฝากไห่ควานด้วยนะ"

    หลิวเหวียนหยางเอ่ยปากกับมือขวาของหลิวไห่ควานที่กำลังจะเดินตามนายของตัวเองออกไป เซียวจ้านพยักหน้ารับคนอาวุโสกว่า ก่อนจะเดินตามนายตัวเองออกไป



    "คิดถึงจังเลยครับ เฉิงเฉิง"

    หลิวไห่ควานตรงเข้าไปกอดคนรักทันทีที่ถึงฟาร์มม้าของตน ช่วงนี้วังจั๋วเฉิงย้ายมาอยู่ที่ฟาร์มม้านอกเมืองของเขาชั่วคราว เพื่อหนีกองทัพนักข่าวและปาปารัซซี่ แต่ถึงจะย้ายมาอยู่นอกเมืองหลวง วังจั๋วเฉิงยังคงทำงานทุกวัน โดยไหว้วานให้ทีมงานมารับ-ส่งเขาที่นี่ ถึงแม้จะยากขึ้นนิดหน่อยในการใช้ชีวิต แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ทำงาน และคาดว่าหลังจากนี้นักข่าวและปาปารัซซี่น่าจะน้อยลง หลังจากที่หลิวไห่ควานเอ่ยปากขู่ไปตอนให้สัมภาษณ์ 

    "ไม่ต้องมากอด"

    วังจั๋วเฉิงศอกคนรัก ขืนตัวไม่ยอมให้กอด ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ต้องคุยกับคนรักของเขาให้รู้เรื่อง ช่วงนี้หลิวไห่ควานหายไปทีหลายๆวัน วังจั๋วเฉิงคิดว่าคนรักคงจะทำงานหนัก จึงไม่ได้เอะใจอะไร แต่การให้สัมภาษณ์เมื่อเช้าที่ผู้จัดการส่วนตัวส่งมาให้เขาดู ทำให้เขาตกใจไม่น้อยที่หลิวไห่ควานออกมาให้สัมภาษณ์ แต่แล้วก็ต้องตกใจมากขึ้นไปอีก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไปให้สัมภาษณ์ที่พรรคการเมืองของผู้เป็นพ่อ นี่คนรักของเขากำลังทำอะไรกันแน่? 

    "พี่เหนื่อยมากเลย อยากได้กำลังใจจากเฉิงเฉิงที่สุด..."

    "พี่ควาน..."

    ชื่อที่ไม่ค่อยยอมเรียก ถูกเอ่ยจากปากของวังจั๋วเฉิง นั่นทำให้หลิวไห่ควานรู้ว่าตัวเองใกล้ชะตาขาดแล้ว วังจั๋วเฉิงจะยอมเรียกชื่อของเขาก็ต่อเมื่อต้องการจะคุยกับเขาอย่างจริงจัง หรือออดอ้อน ซึ่งไม่ค่อยเกิดขึ้นจนสามารถนับครั้งได้ตั้งแต่คบกันมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ตัดออดอ้อนออกไปก่อน ท่าทางเขาจะเอาตัวรอดยากแล้วรอบนี้ หลิวไห่ควานเอ้ย

    "เฉิงเฉิง..."

    "กำลังทำอะไรอยู่?

    "กอดเฉิงเฉิง"

    หลิวไห่ควานพูดพร้อมกับกอดคนรัก ไม่อยากให้วังจั๋วเฉิงต้องกังวลใจอะไรเลย ถึงแม้จะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่หลิวไห่ควานก็จะพยายามอย่างสุดความสามารถ

    "พี่ควาน"

    เสียงเรียกชื่ออีกครั้ง แม้รอบนี้เสียงจะแข็งขึ้นเล็กน้อย เพราะคนที่กำลังถูกกอดน่าจะเริ่มโกรธเล็กๆแล้ว หลิวไห่ควานถอนหายใจ ผละออกจากอ้อมกอดแต่ไม่ได้ถอยไปไหน ท่าทางคงจะต้องบอก ไม่งั้นเดี๋ยวก็คิดเผื่อ คิดแทนเขาอีก เก่งนักล่ะ เรื่องคิดแทนเขาเนี่ย เฉิงเฉิง

    "พี่ไปเป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายให้พรรคของคุณหลิวเหวียนหยางชั่วคราว"

    "พี่กำลังจะเล่นการเมืองหรอ?"

    หลิวไห่ควานไม่รู้ว่าจะเริ่มบอกคนรักของตัวเองยังไง ไม่ให้เหตุผลที่เขาตัดสินใจเป็นเพราะคนตรงหน้า ถึงมันจะเป็นเพราะวังจั๋วเฉิงจริงๆ แต่เด็กดื้อของเขาไม่มีทางอยากให้ตัวเองเป็นสาเหตุให้เขาทำในสิ่งที่ไม่ชอบแน่นอน

    "ก็ไม่เชิง..."

    วังจั๋วเฉิงมองที่หลิวไห่ควาน ไม่พูดอะไร รอให้อีกฝ่ายอธิบายมาก่อน 

    "พี่ไปช่วยคุณหลิวก็เพราะพี่เองก็ได้ผลประโยชน์บางอย่างเหมือนกัน ก็เหมือนกับธุรกิจนั่นแหละครับ ตอนนี้พี่อยากจะลงทุนกับตรงนี้นิดหน่อย"

    "แต่พี่ไม่ชอบเป็นจุดสนใจ ไม่ชอบการเมือง แล้วทำไม..."

    "บางทีมันก็เลือกไม่ได้ขนาดนั้น จริงไหมครับเฉิงเฉิง?"

    "อือ"

    วังจั๋วเฉิงพยักหน้า หลิวไห่ควานยีผมคนรักด้วยความเอ็นดู เฉิงเฉิงของเขาน่ารักที่สุด แต่ยังไม่ทันจะได้ออดอ้อนอะไรเพิ่ม วังจั๋วเฉิงก็แหวขึ้นมา เพราะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองรู้เรื่องนี้ได้อย่างไรและตกใจแค่ไหนเมื่อรู้เรื่อง

    "แล้วทำไมไม่บอกกันก่อน?"

    "อย่าเพิ่งโกรธพี่ พี่รีบกลับมาบอกเลยนะครับ ใครจะไปคิดว่าเฉิงเฉิงจะได้ดูที่พี่สัมภาษณ์ด้วย ปกติเฉิงเฉิงไม่ดูข่าวนี่ครับ"

    "จริงนะ?"

    "ไม่เคยโกหกเฉิงเฉิงอยู่แล้วครับ"

    อาจจะมีบ้างที่บอกความจริงไม่หมด แต่ไม่เคยโกหกนะครับเฉิงเฉิง คิดเพียงเท่านั้น หลิวไห่ควานก็ตรงไปกอดคนรักอย่างออดอ้อน พาคนรักเดินเล่นในฟาร์มตอนเย็น แสงแดดกำลังจะลับฟ้า ลมเย็นๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแค่มีคนรักอยู่ข้างๆ ทุกอย่างก็โรแมนติกไปหมด ถ้าไม่ติดว่าใกล้เวลาอาหารเย็น หลิวไห่ควานคงจะพาซินต๋าออกมาวิ่งสักรอบสองรอบแล้ว

    "เหนื่อยไหม?"

    วังจั๋วเฉิงถามขึ้นระหว่างที่เดินเล่นอยู่กับคนรัก

    "ทำงานน่ะหรอครับ?"

    คนตัวเล็กกว่าส่ายหัวปฏิเสธ

    "ที่คบกับผม..."

    "เดี๋ยวก่อนนะ เกิดอะไรขึ้นครับเฉิงเฉิง? ทำไมถามพี่อย่างนี้?"

    หลิวไห่ควานหยุดเดิน คว้ามือคนรักมาจับไว้ วังจั๋วเฉิงไม่หลบสายตาของคนรักที่กำลังมองมาที่เขาด้วยความกังวล เพราะเขาเองก็ว้าวุ่นไม่แพ้กันว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้คนรักไม่สบายใจ

    "ไม่รักพี่แล้วหรอ?"

    "ไม่ใช่นะ!"

    วังจั๋วเฉิงแย้งขึ้นทันควัน กลัวคนรักจะเข้าใจผิด ไม่รักอะไรกันเล่า! แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้อธิบายอะไร หลิวไห่ควานก็ถามขึ้นมาก่อน 

    "ถ้างั้นเป็นอะไรครับ?"

    วังจั๋วเฉิงลังเล ไม่รู้จะเรียบเรียงความรู้สึกอย่างไร หงุดหงิด ว้าวุ่น งุ่นง่าน ความรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังจะไม่สบาย เพียงเพราะแค่ว่าเห็นว่าตัวเองช่วยอะไรคนรักไม่ได้เลย

    "ผมหงุดหงิด..."

    "หงุดหงิดพี่หรอ?"

    วังจั๋วเฉิงส่ายหน้า ก่อนจะทิ้งศีรษะลงที่ไหล่ของหลิวไห่ควาน พลางตอบเสียงอู้อี้ ไม่กล้าพูดกับหลิวไห่ควานต่อหน้า

    "ผมอยากปกป้องพี่บ้าง"

    ถึงจะเป็นเสียงที่เบาแค่ไหน แต่หลิวไห่ควานก็ได้ยินอย่างชัดเจน แค่ได้ยินว่าน้องอยากจะปกป้องเขา ใจก็ฟูจนเผลอยิ้มกว้างอย่างควบคุมไม่ได้ เฉิงเฉิงของเขาน่ารักที่สุดเลย

    "เฉิงเฉิง..."

    ด้วยเสียงเรียกจากคนรัก วังจั๋วเฉิงจึงผละออกจากไหล่ของคนรัก ถึงความรู้สึกหงุดหงิดจะยังไม่หายไปก็ตาม ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากถาม ริมฝีปากของคนรักประกบทาบลงกับริมฝีปากของเขา หลิวไห่ควานค่อยๆละเลียดริมฝีปากของคนรักอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะส่งสัมผัสเข้าไปหาออดอ้อน รสสัมผัสทั้งเอาใจ ทั้งเอาแต่ได้นิดหน่อย จนริมฝีปากวังจั๋วเฉิงช้ำจนขึ้นสี วังจั๋วเฉิงเองก็เงยหน้ารับสัมผัสจากคนรักอย่างเต็มใจ

    จุ๊บ

    ถึงจะถอนจูบแล้ว แต่หลิวไห่ควานก็ยังไม่วายจุ๊บบนริมฝีปากของวังจั๋วเฉิงอย่างรักใคร่ ก็ใครใช้ให้คนรักของเขาน่ารักขนาดนี้ 

    "แค่เฉิงเฉิงอยู่ข้างๆพี่อย่างนี้ เฉิงเฉิงก็ปกป้องพี่จากทุกอย่างแล้วครับ"

    วังจั๋วเฉิงตีต้นแขนของคนรักอย่างเขินอาย แต่ก็คว้ามือเขามาจับไว้ พูดบ้าอะไร แค่อยู่ข้างๆจะไปปกป้องอีกฝ่ายได้ยังไงกัน แต่กลับกลายเป็นว่าความรู้สึกไม่สบายใจที่เกิดขึ้นค่อยๆจางหายไป เพียงแค่อยู่กับหลิวไห่ควาน แล้วแบบนี้จะให้เขาไปไหนโดยไม่มีหลิวไห่ควานได้ยังไงกัน 




    .




    หงุดหงิดๆๆๆๆๆ.

    หลิวไห่ควานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับ เมื่อเห็นว่าปลายสายคือคุณแม่ของเขา โดยที่มืออีกข้างยังคงจูงมือคนรักเดินเล่นในฟาร์มอย่างสุขใจ

    "ว่าไงครับคุณนายหลี่?"

    หลิวไห่ควานทักทายคุณแม่ของเขาอย่างสนิทสนม 

    (หลิวไห่ควาน!!!!! ลูกไม่รักดี!!!! อยู่ที่ไหนฮะ?!!)

    "หม่าม้าครับ ตะโกนใส่ผมทำไม?"

    คนเป็นลูกแทบจะยกโทรศัพท์ออกห่างจากหูไม่ทันเสียงคนแม่ที่ตะโกนมาจากปลายสาย

    (ไปทำอะไรไว้ล่ะ? อยู่ที่ฟาร์มใช่ไหม? เดี๋ยวหม่าม้าจะไปหา!)




    .

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in