My impetuous fan fictions collection.medusawrites
Tearing Up I
  • ดุจัง.

    หลิวไห่ควานมองคนที่กำลังตอบคำถามนักข่าวตาไม่กะพริบจากในรถตู้ที่ติดฟิล์มดำทึบจนคนด้านนอกไม่มีทางที่จะเห็นเขา คนตาคมพยายามจะตัดบทในทุกคำถามที่ได้รับ แต่เหล่านักข่าวก็ยังไม่หยุดถามง่ายๆ

    'ผมขอไม่ตอบคำถามนี้นะครับ'

    'เรื่องนี้เป็นไปตามที่ทางสตูดิโอแถลงไปครับ'

    'ครับ'

    'ผมไม่ทราบครับ'

    'ขอตัวก่อนนะครับ'

    นักแสดง นักร้อง และไอดอลชื่อดัง วังจั๋วเฉิง ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณว่าเขาจะจบการสัมภาษณ์กับเหล่านักข่าวในวันนี้แล้ว เจ้าตัวเดินตามผู้จัดการและบอดี้การ์ดหลังจากที่จบการสัมภาษณ์ ถึงแม้นักข่าวจะพยายามเบียดกรูเข้ามาและยังคงถามคำถามอย่างไม่ยอมเลิกรา แต่บอดี้การ์ดของสตูดิโอก็สามารถกันฝูงชนให้เขาได้อย่างดี

    'คุณจั๋วเฉิงมีความสัมพันธ์อะไรกับคุณหลิวคะ?'

    'จริงรึเปล่าคะ ที่สัปดาห์ที่แล้วเทกองละคร เพราะคุณหลิวไห่ควาน?"

    'มีข่าวว่าคุณจั๋วเฉิงกำลังวางแผนรีไทร์จากวงการหรอครับ?'

    'ภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่คุณวังรับ ได้รับเงินทุนการสร้างจากพรรคการเมืองรึเปล่าคะ?'

    'คุณจั๋วเฉิงครับ/คะๆๆๆๆๆ...'

    วังจั๋วเฉิงก้าวขาเดินให้เร็วขึ้น ทำอย่างไรก็ไม่ชินกับการโดนรุมแบบนี้ เขากำมือแน่น กลั้นหายใจ วังจั๋วเฉิงอยู่ในวังวนการเป็นคนที่มีชื่อเสียงมานานมากพอที่จะเข้าใจว่าการที่จะอยู่รอดในวงการมายา การมีคนตามส่งผลดีต่อตัวเขาในฐานะทรัพย์สินของสตูดิโอมากกว่าไม่มีคนรู้จัก และเขาก็ยอมรับข้อแลกเปลี่ยนต่างๆที่เขาต้องแลก แต่ก็มีเพียงเรื่องเดียวที่เขากลัว และตอนนี้วังจั๋วเฉิงกำลังเผชิญหน้ากับมันอยู่ 

    "ขอโทษนะครับ ขอทางด้วย"

    ผู้จัดการและบอดี้การ์ดพยายามดันนักข่าวที่รุมล้อมเข้ามา เพื่อให้วังจั๋วเฉิงออกจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัย วังจั๋วเฉิงหันมาโค้งศีรษะเล็กน้อยให้เหล่านักข่าวอีกครั้งตามมารยาท ก่อนจะก้าวขึ้นรถตู้โดยไม่สนใจสิ่งรอบตัวอีก 



    ทันทีที่รถตู้เคลื่อนตัว วังจั๋วเฉิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันมาเกรี้ยวกราดใส่คนที่นั่งเงียบอยู่ในรถตั้งแต่เขาขึ้นมา คนที่เขาไม่ได้อยากให้มาอยู่ตรงนี้ เจ้าของชื่อที่กำลังถูก search หามากพอๆกับชื่อของเขาในตอนนี้ หลิวไห่ควาน 

    "มาทำไม?"

    เสียงและสายตาดุหันมาสบตากับหลิวไห่ควาน แม้ว่าหลิวไห่ควานจะชอบตาดุๆ เสียงคมๆของอีกฝ่ายจนอยากจะฟัดแก้มให้จมด้วยความหมั่นเขี้ยว แต่ถ้ายื่นหน้าเข้าไปหาตอนนี้ก็คงไม่แคล้วโดนมือแมว (?) ตะปบกลับมาแน่ๆ 

    "บอกแล้วว่าไม่มีอะไร จะตามมาทำไม? แล้วนี่หนีงานมาอีกแล้วหรอ?"

    หลิวไห่ควานกำลังประมวลผลว่าคนที่กำลังสบตาเขาอยู่กำลังอยู่ในอารมณ์ไหน ทำไงได้ เขาไม่อยากทำให้เฉิงเฉิงของเขาอารมณ์ไม่ดีไปมากกว่านี้นี่นา แต่ยังไม่ทันที่หลิวไห่ควานจะได้เอ่ยปาก จูจ้านจิ่น ผู้จัดการส่วนตัวของวังจั๋วเฉิงก็แหวใส่เด็กในสังกัดของตนก่อน เมื่อคิดว่าวังจั๋วเฉิงกำลังทำเกินกว่าเหตุ 

    "นี่จั๋วเฉิง คุณไห่ควานเขาแค่อยากมา..."

    "พี่ก็ด้วย ไปอนุญาตให้เขามาทำไม? ผมบอกแล้วไม่ใช่หรอว่าจัดการเองได้..."

    ยังไม่ทันที่จูจ้านจิ่นจะได้ช่วยหลิวไห่ควานจากการโดนวังจั๋วเฉิงดุ ก็เป็นวังจั๋วเฉิงเองนั่นแหละที่เถียงผู้จัดการของตัวเองขึ้นมา จนหลิวไห่ควานต้องเอ่ยเสียงออดอ้อนแทรกเข้ามาให้เจ้าแมวน้อยของเขาหยุดแยกเขี้ยวขู่ผู้จัดการของตัวเองสักที 

    "เฉิงเฉิงอย่าว่าคุณจูเลยนะครับ พี่ขอมาเอง คุณจูไม่รู้เรื่องสักนิด"

    "ถ้าพี่จ้านจิ่นไม่รู้เรื่อง ก็ต้องเป็นพี่อี้โจวที่ปล่อยให้พี่มา..."

    "อาเฉิงอ่า พี่ก็ไม่รู้เรื่องนะครับ"

    หวังอี้โจว หัวหน้าทีมบอดี้การ์ดของวังจั๋วเฉิงรีบตอบขึ้นมาเสียงอ่อน ขัดกับหน้าตาและท่าทางที่ดุเข้มเหมาะกับหน้าที่บอดี้การ์ดของตนอย่างมาก พร้อมกับโบกมือปฏิเสธทั้งสองข้างอย่างเอาเป็นเอาตาย 

    วังจั๋วเฉิงยังมองทุกคนด้วยแววตาโกรธเกรี้ยว พยายามจะหาคนที่ปล่อยให้หลิวไห่ควานมาในวันนี้ เพื่อระบายความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นจากข่าวมากมาย จนทำให้สตูดิโอของเขาต้องให้เขาออกมาให้สัมภาษณ์ในวันนี้

    "พอแล้วครับ ไม่โกรธแล้วนะ ทุกคนเป็นห่วงเฉิงเฉิงกันทั้งนั้น"

    "แต่ถ้ามีคนเห็น..."

    "ไม่มีครับ พี่นั่งอยู่ในนี้ไม่ได้ออกไปไหน ไม่มีใครเห็นแน่นอน เลิกกังวลได้แล้ว"

    หลิวไห่ควานอยากจะยกคนตรงหน้ามานั่งบนตัก พร้อมกับคลอเคลียไม่ห่างไปไหน แต่ตอนนี้มีคนอื่นอยู่บนรถด้วย ถ้าเขาทำอย่างนั้น แมวของเขาตัวนี้จะต้องเขินจนพาลโกรธกันต่อแน่นอน หลิวไห่ควานจึงทำได้เพียงแค่เอียงหัวไปหา และซบลงที่ไหล่ของวังจั๋วเฉิงอย่างออดอ้อน 

    วังจั๋วเฉิงถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะหลับตาด้วยความเหนื่อยล้า ปล่อยให้หลิวไห่ควานอ้อนไปโดยไม่ได้ผลักออก ทำไมจะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าและทุกคนในรถเป็นห่วงเขามากแค่ไหน แต่เขาก็เป็นห่วงคนตรงหน้ามากเช่นกัน เขาทำให้หลิวไห่ควานกลายเป็น hot search ในชั่วข้ามคืน เพียงเพราะอีกฝ่ายมีรูปไปเดตกับเขาหลายต่อหลายครั้ง แล้วไหนจะเรื่องธุรกิจของหลิวไห่ควานอีก  ประจวบเหมาะกับตอนนี้เป็นช่วงใกล้เลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หลิวไห่ควานที่เป็นลูกนอกสมรสของตัวเต็งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีสมัยหน้าจากพรรคหัวก้าวหน้าของประเทศ จึงถูกขุดคุ้ยประวัติจนทำให้เกิดเป็นกระแสมากมาย ทั้งต่อตัววังจั๋วเฉิง ต่อพรรคการเมืองของคุณพ่อหลิวไห่ควาน และต่อตัวของหลิวไห่ควานเอง ถึงแม้ว่าหลิวไห่ควานจะไม่ได้กังวลใจ เพราะไม่ได้ให้ความสนใจกับเกมการเมืองของผู้เป็นพ่อแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การใช้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปทันทีที่เขาเป็นข่าวกับวังจั๋วเฉิง 

    เพราะรู้ว่าหลิวไห่ควานไม่ชอบเป็นคนมีชื่อเสียง ไม่ชอบชีวิตที่มีคนติดตาม ตลอดเวลาที่คบกันมาตั้งแต่วังจั๋วเฉิงยังไม่เข้าวงการจนถึงตอนนี้ ก็เป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้ว วังจั๋วเฉิงจึงไม่เคยเปิดเผยความสัมพันธ์ส่วนตัวของเขากับใคร นอกจากคนในครอบครัว ไม่เคยมีข่าวเรื่องส่วนตัวของเขาเลยสักนิดตลอดเวลาที่ทำงานอยู่ในวงการ การคบกันของวังจั๋วเฉิงกับหลิวไห่ควานจึงเป็นไปอย่างเรียบง่ายและส่วนตัวอย่างที่พวกเขาอยากให้เป็น การคบกันของพวกเขาเคยง่ายกว่านี้มากเมื่อยังเป็นแค่รุ่นพี่-รุ่นน้องในมหาวิทยาลัย จนกระทั่งเรียนจบ วังจั๋วเฉิงเดบิวต์เข้าวงการบันเทิง หลิวไห่ควานไปเรียนต่อต่างประเทศ ถึงแม้ว่าจะอยู่กันคนละประเทศ แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ไม่เคยห่างกันเลย พวกเขาผลัดกันบินไป-มา จนแทบจะเจอหน้ากันมากกว่าตอนที่วังจั๋วเฉิงเดบิวต์เข้าวงการใหม่ๆซะอีก แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด เมื่อซีรีย์ที่วังจั๋วเฉิงแสดง กลายเป็นซีรีย์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดแห่งปี ข่าวของวังจั๋วเฉิงจึงเป็นสิ่งที่ขายได้ ทำให้นักข่าวและปาปารัซซี่ได้ภาพที่เขากำลังเดตกับหลิวไห่ควาน ถึงแม้ว่าทั้งสองจะระวังตัวมากแค่ไหนก็ตาม เมื่อใบหน้าและชื่อของหลิวไห่ควานถูกเปิดเผย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการยืนยันในความสัมพันธ์ของทั้งคู่จากสตูดิโอของวังจั๋วเฉิง หรือวังจั๋วเฉิงเอง แต่ก็ทำให้มีการขุดคุ้ยประวัติของหลิวไห่ควานกันอย่างกว้างขวาง และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่หลิวไห่ควานกลับมารับช่วงต่อธุรกิจซื้อขายพันธุ์ม้าของตระกูลฝั่งคุณแม่ของเขา จึงทำให้ชื่อหลิวไห่ควานปรากฎอยู่ในวงการธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และบวกกับการเมืองที่กำลังเข้มข้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจจากฝั่งอนุรักษ์นิยม มาเป็นฝั่งหัวก้าวหน้า หลิวไห่ควานซึ่งเป็นลูกนอกสมรสของตัวเต็งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ยิ่งทำให้ข่าวของวังจั๋วเฉิงกับหลิวไห่ควานขายได้มากขึ้นไปอีก

    "วันนี้ไม่มีคิวงานอะไรแล้ว จะกลับบ้านเลยไหมจั๋วเฉิง?"

    จูจ้านจิ่นทำลายความเงียบบนรถ วังจั๋วเฉิงยังไม่ทันตอบ บอดี้การ์ดหวังอี้โจวก็ชิงพูดขึ้นก่อน

    "แต่ถ้ากลับไปบ้านนายตอนนี้นักข่าวต้องดักรออยู่ที่บ้านแน่ๆ ถ้ายังไงช่วงนี้ไปพักที่สตูดิโอก่อนดีไหม? อย่างน้อยๆก็จะได้ช่วยกันนักข่าวกับปาปารัซซี่ได้บ้าง"

    "ให้เฉิงเฉิงมาอยู่ที่คอนโดผมก็ได้ครับ คิดว่านักข่าวน่าจะยังตามไม่เจอ"

    เป็นหลิวไห่ควานที่เอ่ยปากก่อน วังจั๋วเฉิงกำลังจะแย้ง แต่ทั้งจูจ้านจิ่นและหวังอี้โจวก็เห็นด้วย ถ้าจะมีใครที่ดูแลวังจั๋วเฉิงได้ดีไปกว่าพวกเขา ก็เห็นจะมีแต่หลิวไห่ควานนี่แหละ

    "ช่วงนี้พี่คิดว่าจะแคนเซิลงานอีเวนท์ของจั๋วเฉิงทั้งหมด แล้วรอแค่เปิดกล้องหนังอย่างเดียว..."

    "จริงๆไม่ต้องแคนเซิลงานอีเวนท์ก็ได้ ผมไม่ติดอะไร..."

    "นักข่าวจะเข้ามารุมนายทุกงานแน่ๆ ขนาดแถลงข่าวสัมภาษณ์ของสตูดิโอวันนี้พวกนักข่าวยังเข้ามารุมนายได้เลย พี่กลัวว่าถ้าไปอีเวนท์จริงๆ แค่บอดี้การ์ดของสตูดิโอจะกันให้เราไม่ไหว แล้วไหนจะแฟนคลับนายอีก..."

    "แต่ผมไม่อยากแคนเซิลงาน..."

    วังจั๋วเฉิงพูดแทรกขึ้นมาเสียงแข็ง จูจ้านจิ่นมองมาที่เด็กในสังกัด เห็นแววตาดื้อแพ่งนั่นแล้วก็อยากจะตีให้สมกับความเกรี้ยวกราดของเจ้าตัวที่ไม่มีใครสามารถบังคับอะไรได้ 

    "ก็ได้ พี่จะยังไม่แคนเซิลให้ กลับไปคิดดูก่อนว่าเราจะไหวไหม โอเคไหมจั๋วเฉิง?"

    วังจั๋วเฉิงพยักหน้ารับ ถึงแม้จะเป็นคนอารมณ์ร้อน ไม่กลัวใครหรืออะไรง่ายๆ แต่สิ่งเดียวที่วังจั๋วเฉิงกลัวคือที่แคบ ซึ่งอาการนี้มีเพียงวังจั๋วเฉิงเอง หลิวไห่ควาน และจูจ้านจิ่นเท่านั้นที่รู้ ยิ่งถ้าคนเข้ามาเบียด มารุมเขาเยอะๆ อาการกลัวที่แคบของเขาก็จะแสดงออกมา วังจั๋วเฉิงเผลอกำมือตัวเองแน่น จนหลิวไห่ควานที่นั่งอยู่ข้างๆรู้สึกได้ คว้ามือของวังจั๋วเฉิงไปจับไว้ เพื่อคลายความกังวลให้คนรักของเขา




    .




    ดุ.

    เมื่อถึงคอนโดมิเนียมของหลิวไห่ควาน พวกเขาก็เห็นบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจ เดินไปเดินมาแถวๆคอนโดฯ คิดว่าน่าจะเป็นพวกปาปารัซซี่ที่ได้รับการว่าจ้างมาให้เก็บภาพของหลิวไห่ควาน เมื่อเจอแบบนี้หลิวไห่ควานจึงออดอ้อน แกมบังคับให้วังจั๋วเฉิงไปอยู่กับเขาที่ฟาร์มม้าของตระกูลใกล้เมืองหลวง 

    "ไม่เอา ไม่ไป"

    "เฉิงเฉิงดื้อ"

    "ไม่ดื้อ"

    แน่นอนว่าวังจั๋วเฉิงปฏิเสธอยู่แล้ว เพราะไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้คนรักไปมากกว่านี้ แต่เป็นหลิวไห่ควานที่ไม่ยอมแพ้ จนต้องงัดร่างจริง (?) ของตัวเองขึ้นมาจนได้

    "จั๋วเฉิง"

    เสียงที่ปกติจะอ้อนวังจั๋วเฉิงอย่างอ่อนหวาน กลายเป็นเสียงที่เข้มขึ้นจนกลายเป็นเสียงติดดุ หลิวไห่ควานไม่ใช่คนใจดีอะไร เขาเป็นคนเอาจริงเอาจัง และซีเรียสกับทุกอย่างในชีวิต ทั้งการเลี้ยงดูและสังคม หล่อหลอมมาให้หลิวไห่ควานเป็นคนที่ต้องแข็งเพื่อความอยู่รอด จนได้มาเจอวังจั๋วเฉิงนี่แหละที่ทำให้เขาอ่อนลงบ้าง ฉะนั้นหลิวไห่ควานเวอร์ชันที่อยู่กับวังจั๋วเฉิง จึงเป็นเพียงแค่ด้านหนึ่งของเจ้าตัวเท่านั้น แต่มาตอนนี้เด็กน้อยของเขากำลังดื้อ และไม่น่ารักเอาซะเลย ทำให้หลิวไห่ควานที่อยากจะน่ารักกับคนรักตลอดเวลาถูกพับเก็บไปซะแล้ว 

    "จะเอายังไงครับ?"

    "แยกกันตรงนี้ พี่กลับขึ้นคอนโดไป ผมจะโทรเรียกพี่จ้านจิ่นกลับมารับ"

    "เรากำลังทำให้คนอื่นลำบาก..."

    "ผมจัดการตัวเองได้ ไม่ต้องเป็นห่วง"

    วังจั๋วเฉิงใจหวิว เมื่อได้ยินคนรักต่อว่าว่าทำให้คนอื่นลำบาก วังจั๋วเฉิงไม่ใช่คนเข้มแข็งเหมือนอย่างที่เจ้าตัวแสดงออก กำแพงสูงชันที่ใช้ปกป้องตัวเองจากคนอื่นทำให้วังจั๋วเฉิงกลายเป็นคนปากไม่ตรงกับใจ ความอ่อนแอ อ่อนไหว ถูกฉาบด้วยฝีปากกล้าและแววตาคมกริบ ทำให้คนทั่วไปไม่กล้าเข้ามายุ่งกับเขา แต่ไม่ใช่กับหลิวไห่ควาน เขากลับคิดว่าตรงนี้เป็นเสน่ห์ที่ทำให้เขาอยากจะรู้จักวังจั๋วเฉิงมากในตอนแรก และเมื่อได้สัมผัสความน่ารัก อ่อนโยนของวังจั๋วเฉิง เขาก็ไปไหนได้อีกแล้ว ถ้าไม่มีคนคนนี้ 

    "จั๋วเฉิง มีอะไรไปคุยกันในรถ"

    "ไม่ไป พี่จะไปก็ไปคนเดียว ผม...อื้อ..."

    หลิวไห่ควานหมดความอดทนจะเถียงกับเด็กดื้อ เขาดึงอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ก่อนจะประกบริมฝีปากกับริมฝีปากของวังจั๋วเฉิง ไม่ยอมให้เด็กดื้อได้เถียงอะไรอีก วังจั๋วเฉิงพยายามจะดันเขาออก ทั้งตกใจกับสัมผัสที่ได้รับโดยที่ไม่ทันตั้งตัว และกลัวว่าจะมีปาปารัซซี่อยู่แถวนี้ จึงออกแรงผลักคนตัวสูงเต็มแรง แต่หลิวไห่ควานไม่สะทกสะท้าน วังจั๋วเฉิงปิดปากตัวเองแน่น ไม่ยอมให้สัมผัสจากหลิวไห่ควานแทรกเข้ามา เมื่อเห็นว่าคนของเขายังคงไม่ยอม หลิวไห่ควานจึงยอมถอนริมฝีปากออก เขาไม่ได้อยากรุนแรงกับคนรักของตัวเอง ก่อนจะพูดเบาๆที่ริมฝีปากของวังจั๋วเฉิง ด้วยน้ำเสียงที่กลับมาออดอ้อนคนรักอีกครั้ง

    "เราจะยืนจูบกันตรงนี้จนกว่านักข่าวกับปาปารัซซี่จะมาก็ได้นะครับ พี่ไม่ว่าอะไรหรอก"



    "ไม่พอใจอะไรพี่ครับ เฉิงเฉิง?"

    หลิวไห่ควานเอ่ยถามวังจั๋วเฉิงขณะขับรถ เมื่อหันไปเจอกับสีหน้ากังวลของคนที่นั่งเงียบมาตลอดทางข้างๆเขา 

    "รู้ตัวด้วยหรอ?"

    "รู้สิครับ ก็เฉิงเฉิงไม่พูดกับพี่เลย"

    วังจั๋วเฉิงมู่หน้าด้วยความหมั่นไส้คนที่กำลังขับรถ รู้อยู่แล้วว่าเขากำลังโมโหเพราะอะไร แต่ก็เอาแต่แกล้งแหย่อยู่ได้ เขารู้ว่าร่างน่ารักตัวน้อยของคนรัก เป็นเพียงแค่ด้านหนึ่งของหลิวไห่ควานเท่านั้น ด้านอื่นๆของคนรักจะแสดงตัวออกมาเมื่ออะไรไม่ได้ดังใจเจ้าตัวเขาก็แค่นั้น เขาไม่ชอบถูกบังคับ ยิ่งคนบังคับและดุเขามากเท่าไหร่ วังจั๋วเฉิงก็ยิ่งอยากจะพยศ แหกกฎมากขึ้นเท่านั้น คนตรงหน้าก็รู้ดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังจะชอบดุกันอยู่ดี 

    "ทำไมชอบดุ?"

    "ดุ? พี่เนี่ยนะ ดุ?"

    แกล้งถามไปอย่างงั้นเอง หลิวไห่ควานรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นคนดุ แค่อยากรู้ว่าคนดื้อข้างๆจะคิดว่าเขาดุอะไรบ้าง

    "เฉิงเฉิงทำอะไรให้พี่ต้องดุล่ะครับ?"

    วังจั๋วเฉิงไม่อยากจะยอมรับว่าตัวเองดื้อ แต่พอนึกไปถึงคำว่ากล่าวของหลิวไห่ควานที่บอกว่าเขากำลังทำให้คนอื่นลำบาก เขาก็รู้สึกแย่เต็มทน ความเข้มแข็งที่มีไว้สำหรับตัวเองเริ่มจะใช้ไม่ได้ผล เมื่ออยู่กับคนรัก ถึงจะไม่อยากอ่อนแอให้ใครเห็น แต่เขารู้ว่าเขาจะไม่เป็นไร ถ้าอยู่กับหลิวไห่ควาน

    "ผม..."

    "ว่าไงหืม?"

    หลิวไห่ควานหันกลับมามองคนรักที่อยู่ๆก็เงียบลงอีกแล้ว ก่อนจะพบกับจุดอ่อนของตัวเอง น้ำตาของวังจั๋วเฉิง ตาย ตายแน่ๆ เขานี่ล่ะที่จะตาย ไม่น่าแกล้งแหย่น้องเลย รู้ทั้งรู้ว่าคนรักกำลังเครียดที่ตกเป็นข่าวจนทำให้ต้องจัดสัมภาษณ์วันนี้ ไหนจะเรื่องของเขาที่จั๋วเฉิงชอบคิดแทนไปอีก หลิวไห่ควานคว้ามือคนรักมาจับไว้แน่น ก่อนจะรีบขับรถให้ถึงที่หมายโดยเร็ว



    "จะไปหาซินต๋า เดี๋ยวมา"

    เด็กดื้อรีบลงจากรถทันทีที่รถจอดสนิท ไม่หันกลับมามองกันด้วยซ้ำ คงไม่อยากให้เห็นว่าร้องไห้ หลิวไห่ควานส่ายหัวให้กับความดื้อของคนรักที่รีบวิ่งออกไปหาม้าของเขาที่คอก หลิวไห่ควานค่อยๆเดินตามคนรักของตัวเองไปที่คอกม้า อยากให้จั๋วเฉิงได้ผ่อนคลายสักนิด เมื่อไปถึงคอกม้าก็ยืนรออยู่ด้านนอก ยืนฟังเด็กดื้อคุยกับม้าของเขาอย่างอ่อนโยน

    "ซินต๋าสบายดีไหม?"

    วังจั๋วเฉิงกำลังแปรงขนให้ม้าของหลิวไห่ควานในคอกม้าส่วนตัว คอกนี้คือคอกส่วนตัวของม้าที่หลิวไห่ควานเลี้ยงไว้ ตอนนี้เหลือเจ้าซินต๋าอยู่ที่นี่เพียงตัวเดียว วังจั๋วเฉิงแปรงขนไป คุยไป เขาคิดถึงซินต๋า แต่คิดถึงเจ้าของของมันมากกว่า ไม่มีครั้งไหนเลยที่วังจั๋วเฉิงมาหาซินต๋า โดยไม่มีหลิวไห่ควานมาด้วย แต่วันนี้เขารีบวิ่งออกมาก่อนคนเดียว เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นว่าเขาร้องไห้ 

    "เฉิงเหนื่อยมากเลย"

    เจ้าม้าหายใจแรงครั้งนึง สะบัดหัวไปมาอย่างน่ารัก คิดว่าคงอยากจะปลอบวังจั๋วเฉิง ที่แทนตัวเองอย่างน่ารักด้วยชื่อ เวลาคุยกับเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ 

    "เฉิงทำให้เจ้านายของซินต๋าลำบาก..."

    "พี่จ้านจิ่น พี่อี้โจว แล้วก็อีกหลายคนเลยด้วย..."

    วังจั๋วเฉิงหยุดแปรงขน น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้ว กำลังรื้นขึ้นอีกครั้ง แต่เขาจะฮึบ ไม่ร้องไห้กับซินต๋าหรอก เดี๋ยวซินต๋าเอาไปฟ้องเจ้านาย

    "ฮือ...เฉิงไม่อยากให้ใครลำบากเพราะเฉิงสักหน่อย...ฮึก..."

    เจ้าม้าแสนรู้สะบัดหัวไปมา พลางเอาจมูกมาดุนหน้าของวังจั๋วเฉิง เหมือนกับพยายามจะปลอบ เมื่อได้ร้องไห้จนพอใจแล้ว เจ้าตัวฮึบอีกครั้ง สูดหายใจเข้า พยายามกลั้นน้ำตาและเสียงสะอื้นของตัวเองอีกครั้ง

    "ซินต๋า ขอบคุณนะ"

    พูดจบก็ตบแผงคอเจ้าม้าอย่างเอ็นดู พร้อมกับกอดเจ้าม้าแสนรู้ เพื่อนรักของคนรัก และหันไปสัญญากับเจ้าม้าอย่างน่ารักว่าพรุ่งนี้เช้าจะเอาแครอทมาให้เป็นรางวัล วังจั๋วเฉิงเก็บแปรง ปิดไฟคอกม้า ล็อคคอกอย่างดี ทันทีที่เดินออกจากคอกม้าก็เห็นคนที่เขากำลังคิดถึงยืนยิ้มคอยอยู่ 

    "ชักอิจฉาซินต๋าแล้วนะ มีคนมากอดถึงที่แถมยังจะเอาแครอทมาให้อีก"

    "อยากเป็นม้าหรือไง?"

    "พี่อยากให้เฉิงเฉิงกอด"

    ไม่พูดเปล่า หลิวไห่ควานกางแขนทั้งสองข้างออกจนสุดแขน วังจั๋วเฉิงมองคนรักด้วยความอ่อนใจ รู้ว่าหลิวไห่ควานคงอยากจะอ้อนอีกตามเคย เพราะไม่อยากให้เขาไม่สบายใจ จึงเดินเข้าไปให้คนรักกอดอย่างว่าง่าย หลิวไห่ควานกอดวังจั๋วเฉิงไว้แน่น พลางระดมจูบเป็นว่าเล่น 

    "พอแล้ว อย่าแกล้งสิ"

    หลิวไห่ควานยังไม่หยุดแกล้งเด็กดื้อของเขา อยากจะฟัดให้แก้มช้ำเลย วังจั๋วเฉิงหัวเราะเพราะจั๊กจี้ที่ริมฝีปากของหลิวไห่ควานจูบไปทั่ว ก่อนจะหยุดหัวเราะเมื่อโทรศัพท์ของเขาสั่นจากเบอร์ของผู้จัดการส่วนตัวของเขา จูจ้านจิ่น วังจั๋วเฉิงกดรับโทรศัพท์ทันที

    "ว่าไงครับ?"

    (จั๋วเฉิง สำนักข่าว D ปล่อยรูปของนายกับคุณไห่ควานอีกแล้ว...)

    "รูปอะไรครับ?"

    น้ำเสียงที่ตึงเครียดทำให้หลิวไห่ควานหยุดแกล้ง พร้อมกับมองที่คนรัก เกิดเรื่องอีกแล้วสินะ

    (รูปวันนี้...)

    โทรศัพท์แทบจะหลุดจากมือของวังจั๋วเฉิง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เขากับหลิวไห่ควานจูบกันที่คอนโดฯของหลิวไห่ควาน แต่ก็ยังอยากจะถามผู้จัดการส่วนตัวเพื่อยืนยันความคิดของเขาก่อน

    "รูปอะไรครับพี่จ้านจิ่น?"

    (นายกับคุณไห่ควานจูบกัน...)




    .

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in