My impetuous fan fictions collection.medusawrites
Emptiness
  • ว่างเปล่า.

    หลิวไห่ควาน นักสืบหนุ่มไฟแรงแห่งสถานีตำรวจฮ่องกง มองแฟ้มหลักฐานในมือด้วยความเหนื่อยล้า เขาโยนแฟ้มลงบนโต๊ะ หันกลับมาเพ่งที่บอร์ดหลักฐานที่เต็มไปด้วยภาพของผู้เสียหาย และข้อสันนิษฐานต่างๆในคดีที่ทีมของเขากำลังสืบสวนอยู่ ถึงแม้คดีฆาตกรรมต่อเนื่องเหล่านี้จะยังมีเรื่องให้คิดอีกมาก แต่หัวสมองของหลิวไห่ควานตอนนี้มีแต่ความว่างเปล่า สาเหตุหลักก็มาจากข้อความและสายที่ไม่ได้รับจากคนๆเดียวที่เขาเพิ่งเห็นการแจ้งเตือนเมื่อได้ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์อีกครั้งในรอบหลายวัน

    'ควานเกอ อยู่ไหนแล้ว? ผมจะถึงแล้วนะ'

    'ควานเกอ ทำไมไม่รับโทรศัพท์? เป็นอะไรรึเปล่าครับ? เห็นข้อความแล้วตอบผมหน่อยนะ'

    และข้อความอีกมากมายจากคนรักของเขา วังจั๋วเฉิง เขาเลื่อนหน้าจอจนมาถึงข้อความสุดท้ายที่เห็นอีกกี่รอบก็ยังใจหาย รู้สึกเหมือนตัวเองต้องกลั้นหายใจเมื่อเห็นข้อความนี้อีกครั้ง

    'ผมไม่รอแล้ว'

    รู้ตัวว่าเป็นคนผิดเต็มๆที่ลืมนัดวันครบรอบ แม้จะทำงานจนลืมวันลืมคืน แต่ก็ยังปิดคดีไม่ได้ ทั้งๆที่ตั้งใจไว้ว่าจะปิดคดีให้ได้ก่อนนัดสำคัญแท้ๆ

    "เป็นอะไรไอ้ควาน? หน้างี้บูดเป็นตูด"

    หวังอี้โจว เพื่อนร่วมงานที่ควบตำแหน่งเพื่อนสนิทของเขาพูด พร้อมกับเดินเข้ามาหยิบแฟ้มหลักฐานบนโต๊ะของหลิวไห่ควานไปดู 

    "ลอยไปถึงไหนแล้วครับ? กลับมาก่อน ไห่ควาน"

    จูจ้านจิ่น เพื่อนร่วมงานอีกคนของหลิวไห่ควานดีดนิ้วตรงหน้าเขา เพื่อเรียกสติ หลิวไห่ควานจับโทรศัพท์ในมือแน่น ไม่รู้ว่าควรจะต้องทำอะไรก่อน ใจนึงก็อยากจะรีบกลับไปหาคนรัก แต่หน้าที่ที่ต้องทำก็ค้ำคออยู่ตรงหน้า 

    "เหนื่อยโว้ย ไอ้คนร้ายก็ไม่โผล่หัวออกมาสักที"

    หวังอี้โจวโยนแฟ้มคืนบนโต๊ะของหลิวไห่ควาน พร้อมกับทิ้งตัวลงเก้าอี้ โต๊ะข้างๆเพื่อนของเขา ก่อนจะหันไปมองบอร์ดหลักฐาน

    "แต่ถ้าเขาออกมาจริงๆ นั่นหมายถึงคนร้ายก่อเหตุอีก ต้องมีผู้เสียหาย ผมไม่แน่ใจว่านั่นเป็นความคิดที่ดีเท่าไหร่หรอกนะ คุณนักสืบทั้งหลาย"

    จี้หลี่ นักอาชญวิทยา ที่ทางการจ้างมาเป็นพิเศษเพื่อคดีนี้เอ่ย จี้หลี่นั่งอยู่ที่โต๊ะตรงข้ามจากหลิวไห่ควาน คุณนักอาชญวิทยายกสายตาจากคอมพิวเตอร์ขึ้นมามองไปที่นักสืบฝั่งตรงข้าม ที่ดูท่าจะไม่ได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องเอาซะเลย 

    "แต่มันก็ยังน่าโมโหอยู่ดี แม่ง ไม่ทิ้งหลักฐานอะไรไว้เลย"

    "ผมจะกลับไปที่นิติเวชอีกรอบ จะลองไปคุยกับคุณหมอเซียวดู เผื่อมีอะไรที่พวกเราพลาดไป"

    จูจ้านจิ่นหยิบโทรศัพท์และเสื้อโค๊ท แต่ยังไม่ทันที่จะได้ออก หวังอี้โจวก็ลุกพรวดจากเก้าอี้ของตัวเอง คว้าแจ็คเก็ตรีบตามออกมาด้วย

    "รอด้วยสิคุณคู่หู ไปนะอาหลี่ ไอ้ควาน"

    เมื่อจูจ้านจิ่นและหวังอี้โจวออกไป ทั้งห้องสืบสวนก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง จี้หลี่มองหลิวไห่ควานด้วยความสงสัย นักสืบหนุ่มฝั่งตรงข้ามไม่เคยเงียบขนาดนี้มาก่อน เจ้าตัวคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพื่อนร่วมงานของเขาออกจากห้องไปแล้ว

    "คุณหลิว"

    ไร้ปฏิกิริยาตอบรับจากคนตรงหน้า จีหลี่เปล่งเสียงเรียกให้ดังขึ้น 

    "คุณหลิวไห่ควาน!"

    "คะ...ครับ ว่าไงอาหลี่?"

    นักสืบหนุ่มเงยหน้ามองนักอาชญวิทยาที่นั่งตรงข้าม ด้วยนิสัยขี้เล่นและไม่ถือตัวของจี้หลี่ ก็พลางทำให้คนอายุมากกว่าอย่างหลิวไห่ควานและคนอื่นๆในทีมเอ็นดูเหมือนน้องชายได้ไม่ยาก แต่ตอนนี้เจ้าน้องชายคนนี้กำลังมองคนที่อายุมากกว่าด้วยแววตากังวลจนเจ้าตัวรู้สึกได้

    "คุณหลิวไปพักก่อนได้นะ เดี่ยวผมจัดการหลักฐานพวกนี้ไปไว้บนบอร์ดเอง พอคุณหวังกับคุณจูกลับมา พวกเราค่อยประชุมพร้อมกันอีกที"

    หลิวไห่ควานอึกอัก ไม่รู้ว่าควรจะต้องทำอะไร แต่หลิวไห่ควานไม่มีโอกาสได้คิดอะไรอีก เมื่อมีสายมาแจ้งว่าพบศพปริศนาอีกครั้ง

    'พบศพชายนิรนาม สูงประมาณ 180 เซนติเมตร บริเวณอ่าววิคตอเรีย...'

    แค่ได้ยินจากสายว่าบริเวณที่พบศพคือบริเวณอ่าววิคตอเรีย สถานที่ที่เป็นที่นัดพบกันประจำของเขาและคนรัก นักสืบหนุ่มก็กดโทรศัพท์อย่างไม่ได้คิด พร้อมกับพุ่งออกไปที่สถานที่เกิดเหตุ จี้หลี่แทบจะต้องวิ่งตามหลิวไห่ควานเพื่อตามให้ทัน




    .




    ว่างเปล่า.

    ปลายสายยังไม่มีใครรับ ยิ่งทำให้จิตใจของหลิวไห่ควานว้าวุ่นมากขึ้น จนอยากจะทิ้งหน้าที่แล้วขับรถไปหาคนรักที่บ้าน ให้เห็นด้วยตาตัวเองว่าคนรักของเขาไม่เป็นอะไร ถึงแม้จะโทรศัพท์อยู่ แต่สองขาของหลิวไห่ควานก็ก้าวไปที่สถานที่เกิดเหตุอย่างไม่รั้งรอ 

    (ยังมีชีวิตอยู่หรอครับ?)

    หลิวไห่ควานหยุดเดิน แทบจะลืมหายใจ เสียงโกรธที่ปลายสายทำให้หลิวไห่ควานโล่งอก ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้คนรักรับโทรศัพท์ของเขา

    (โทรมาทำไม?)

    หลิวไห่ควานไม่รู้จะตอบอะไร อยากจะขอโทษ อยากจะบอกรัก อยากจะเจอหน้าคนตัวเล็กของเขา 

    (ควานเกอ)

    เสียงเรียกอ่อนลง มาพร้อมกับเสียงถอนหายใจจากปลายสาย วังจั๋วเฉิง นักร้องโอเปร่าดาวรุ่ง คนรักของหลิวไห่ควานกรอกเสียงโกรธๆลงในโทรศัพท์ เขาไม่ได้โกรธที่หลิวไห่ควานลืมนัดวันครบรอบ เพราะรู้ว่าคนรักเป็นพวกบ้างาน และจะจมอยู่กับงานจนกว่าจะปิดคดีได้ แต่เขาโกรธที่อีกฝ่ายชอบปล่อยให้เขาเป็นห่วง ติดต่อไม่ได้ หลิวไห่ควานทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ งี่เง่าแบบที่ตัวเองไม่ชอบและไม่อยากเป็น

    "อาเฉิง..."

    (จะโทรมากวนกันหรอ? มีอะไรก็พูดสิครับ)

    "เกอ..."

    "คุณหลิวครับ เชิญทางนี้หน่อยครับ"

    เสียงเรียกของจี้หลี่ดังขึ้นมาขัด นักอาชญวิทยากำลังวิเคราะห์ศพตรงหน้า แต่ก็ต้องการความเห็นจากหลิวไห่ควานด้วย เนื่องจากสภาพศพดูจะคล้ายกับอีก 3 คดีก่อนหน้าที่พวกเขากำลังสืบสวนอยู่  

    (เกอไปทำงานเถอะ ผมจะนอนแล้ว)

    "ครับ..."

    (ดูแลตัวเองดีๆ)

    "อาเฉิงก็ด้วยนะ เกอขอโทษ..."

    (เดี๋ยวค่อยคุยกัน)

    วังจั๋วเฉิงพยายามจะตัดบทสนทนา เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อคนรักของตัวเองอีกครั้ง เขารู้ว่าคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่กำลังเกิดขึ้นคือสาเหตุที่ทำให้คนรักของเขาไม่มีเวลา แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ วังจั๋วเฉิงก็ยังไม่สามารถสลัดความเห็นแก่ตัวที่อยากให้คนรักอยู่กับเขา ไม่อยากให้คนรักต้องอยู่กับอันตรายตลอดเวลาไปได้

    "เกอรักอาเฉิงนะครับ"

    (รู้แล้ว เกอต้องพักด้วยนะ...)

    วังจั๋วเฉิงอยากจะบอกให้ควานเกอของเขากลับบ้าน กลับมาหาเขา แต่ก็ไม่กล้า

    "เดี๋ยวเจอกัน"

    (อืม เดี๋ยวเจอกัน)

    คำพูดติดปากนักสืบหนุ่มที่พูดเป็นประจำเวลาจะบอกลา แต่เป็นคำที่วังจั๋วเฉิงยึดเป็นสัญญาจากคนรักมาตลอด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวพวกเราก็จะได้เจอกัน วังจั๋วเฉิงกดตัดสายคนรัก หลิวไห่ควานกลับมาสนใจสถานการณ์ตรงหน้า เขาเดินเข้าไปในที่เกิดเหตุ จูจ้านจิ่นและหวังอี้โจวมาถึงที่เกิดเหตุแล้ว พร้อมกับคุณหมอเซียวจ้านที่กำลังคุยกับทีมนิติเวช

    "แม่ง ไอ้เวรนี่มันโผล่หัวกลับมาแล้วจริงๆ เหมือนเดิมเลยไหมรูปแบบการการฆาตกรรม?"

    หวังอี้โจวมองศพผู้เสียหายด้วยความโกรธเกรี้ยว อยากจะจับตัวฆาตกรให้ได้ใจจะขาด ยังไม่ทันที่จะได้คุยกับคุณหมอเซียวจ้านเรื่องคดีเพิ่ม สายตรวจก็โทรมาหาแจ้งว่าพบศพผู้เสียหายคนนี้ ทำให้หวังอี้โจวและจูจ้านจิ่นที่เพิ่งจะออกไปที่แผนกนิติเวช วกรถกลับไปที่สถานที่เกิดเหตุทันที

    "ครับ ผู้เสียหายเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจเหมือนกับอีก 3 คดีที่เรากำลังสืบสวนอยู่"

    จี้หลี่อัพเดตสิ่งที่ตัวเองรู้ให้คนในทีมฟัง 

    "ถ้างั้นคงต้องให้นิติเวชคอนเฟิร์มสาเหตุและช่วงเวลาที่เสียชีวิตก่อน"

    หลิวไห่ควานนึกทบทวนอย่างใจเย็น ก่อนจะกระจายหน้าที่กันไปสืบสวน

    "อี้โจว นายกับจ้านจิ่นไปตรวจสอบเรื่องกล้องวงจรปิด สมมติฐานการเกิดเหตุคร่าวๆ จี้หลี่กับผมจะไปเอารายงานจากนิติเวช กับประวัติของผู้เสียชีวิต แล้วกลับไปประชุมกันที่สถานี"

    "ได้ครับ"

    จูจ้านจิ่นรับคำ ยอมรับเลยว่าหนักใจ นี่มันคดีที่ 4 แล้วในรอบ 2 เดือน ยังไม่มีหลักฐานมากพอจะชี้ตัวได้แม้แต่ผู้ต้องสงสัยด้วยซ้ำ

    "เออ ไห่ควาน อย่าลืมโทรหาน้องจั๋วเฉิงด้วยนะ เมื่อวานน้องโทรมาหาฉัน ตกใจแทบแย่ นึกว่าใครเป็นอะไร"

    หวังอี้โจวเกือบจะลืมบอกเพื่อนสนิท เรื่องสายที่เขาได้รับเมื่อคืนก่อน น้องวังจั๋วเฉิงคนนั้นเข้าใจเพื่อนเขามากเหลือเกิน ไม่ว่าหลิวไห่ควานจะหายไปนานแค่ไหนเวลาทำงาน วังจั๋วเฉิงไม่เคยโกรธหลิวไห่ควานจริงๆจังๆซะที เขาละอยากให้น้องวังจั๋วเฉิงโกรธไห่ควานให้มันมีสติกว่านี้บ้าง จะได้รู้สักทีว่าเจ้าตัวเป็นที่รักและสำคัญกับคนอื่นขนาดไหน  

    "อืม ขอบใจ"

    "อย่าลอยให้มันมากนัก คนเค้าเป็นห่วง..."

    "รู้ ไม่ได้ตั้งใจ"

    "กลับไปนอนที่บ้านบ้างนะครับ อย่างน้อยๆจะได้ตั้งสติ จะได้พักจริงๆจังๆ"

    จูจ้านจิ่นรู้ว่าหลิวไห่ควานไม่ได้กลับบ้านมาสักพัก เพราะกองเสื้อผ้าที่อยู่ที่สถานี เพื่อนร่วมงานของเขาคนนี้เป็นคนไฟแรง เวลาโฟกัสความสนใจทั้งหมดไปที่การสืบสวนคดี เขาก็จะไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นรอบข้าง จนทำให้เพื่อนร่วมงานอย่างเขาอดเป็นห่วงไม่ได้ 

    "จริงๆคุณหลิวกลับไปพักได้เลยครับ เดี๋ยวผมไปเอารายงานที่นิติเวชเอง แล้วพรุ่งนี้เราค่อยประชุมกันที่สถานี"

    "เอาตามที่อาหลี่ว่าเถอะ ขอบใจมากนะอาหลี่ ถ้างั้นก็แยกย้าย กลับบ้านนะโว้ยไอ้ควาน อย่าให้เห็นไปโผล่ที่สถานีนะ ไม่งั้นฉันจะยุให้น้องจั๋วเฉิงไม่คุยด้วย"

     หลิวไห่ควานยังไม่ทันที่จะตอบจี้หลี่ หวังอี้โจวก็หยิบเอาจุดอ่อนของเพื่อนสนิทขึ้นมาขู่ รู้อยู่แล้วว่าวังจั๋วเฉิงคือคนสำคัญที่สุดของเพื่อน สิ่งที่เพื่อนของเขากลัวมีอยู่ไม่กี่อย่างหรอก และทุกสิ่งล้วนเกี่ยวพันกับวังจั๋วเฉิงทั้งนั้น 




    .




    ว่างเปล่า แต่...

    ห้องเงียบเชียบ หลิวไห่ควานไม่อยากแม้แต่จะเปิดไฟ กลัวจะรบกวนคนที่อยู่ในห้องนอน รองเท้ากระจัดกระจาย เคาท์เตอร์ห้องครัวมีข้าวและกับข้าวที่ถูกทานไปแล้ววางทิ้งไว้ แต่ยังไม่ได้เก็บ ครัวไม่ได้เนี้ยบ หรือเรียบร้อยเหมือนเวลาที่หลิวไห่ควานอยู่ เสื้อผ้าถูกโยนสั่วๆไปทั่ว ทำให้รู้เลยว่าคนที่อยู่ไม่ได้ดูแลตัวเองหรือบ้านเท่าไหร่ หลิวไห่ควานหยิบเสื้อมากองให้เป็นที่ แล้วก็มองเห็นกองเสื้อผ้าที่โซฟา แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นกองเสื้อผ้า กลับกลายเป็นคนรักของเขาแทน

    "อาเฉิง..."

    "หืม..."

    วังจั๋วเฉิงขยับหนีเสียงที่มารบกวนเขา โดยไม่ได้ลืมตาขึ้นมามอง

    "ต้าเฉิง..."

    หลิวไห่ควานขยับเข้าไปใกล้คนรักมากขึ้นจนห่างกันแค่เพียงลมหายใจ อยากจะแกล้ง แต่ก็ไม่อยากให้คนรักตื่น วังจั๋วเฉิงขยับหนีอีกครั้ง

    "เฉิงจื่อ..."

    ทนไม่ไหว หลิวไห่ควานจูบแก้มคนรักของเขาอย่างหมั่นเขี้ยว อดใจไม่ไหว คนรักของเขาก็น่ารักขนาดนี้ ทำไมเขาถึงไม่กลับบ้านมาเจอความรักของเขานะ วังจั๋วเฉิงลืมตาขึ้นเมื่อได้รับสัมผัสที่คุ้นเคย ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง จนสัมผัสที่เขาโหยหาแตะลงที่แก้มอีกครั้งเป็นการยืนยันว่าคนที่อยากให้อยู่ด้วยอยู่ตรงหน้าจริงๆ วังจั๋วเฉิงตื่นขึ้นเต็มตา แม้ริมฝีปากที่ปกติจะพูดอะไรร้ายๆซะส่วนใหญ่ตอนนี้กลับเงียบกริบ ความคิดถึงทำให้เขาอยากจะเอ่ยคำเห็นแก่ตัวรั้งคนสูงให้อยู่กับเขา น้ำตารื้นขึ้นในดวงตาทั้งสองข้าง 

    "ควานเกอ..."

    วังจั๋วเฉิงตรงเข้ากอดร่างสูงตรงหน้า วังจั๋วเฉิงไม่ใช่ผู้ชายตัวเล็ก เขาสูงถึง 183 เซนติเมตร แต่เมื่ออยู่ในอ้อมกอดของหลิวไห่ควาน เขาก็กลายร่างเป็นน้องน้อยของคนตรงหน้า หลิวไห่ควานอุ้มคนตัวเล็กของเขาขึ้นอย่างง่ายดาย ลุกขึ้นเดินตรงดิ่งไปที่ห้องนอน

    "ว่าไงครับ?"

    "ฮึก..."

    "อาเฉิง..."

    หลิวไห่ควานวางวังจั๋วเฉิงลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล คนตัวเล็กคนยังไม่ยอมนอนแน่ๆถ้าไม่ได้คุยกับเขา ไม่ใช่วังจั๋วเฉิงคนเดียวที่เข้าใจหลิวไห่ควานมากกว่าใคร เป็นหลิวไห่ควานด้วยนั่นแหละที่เข้าใจวังจั๋วเฉิงดีกว่าใครเช่นกัน

    "คุยกันนะ"

    หลิวไห่ควานเริ่มบทสนทนาก่อน พลางนั่งลงข้างคนรักที่นอนมองเขาไม่ยอมพูดอะไร คงกำลังเรียบเรียงคำพูดในหัว แถมไม่ยอมกระพริบตาด้วยซ้ำ เพราะกลัวน้ำตาที่รื้นขึ้นมาจะไหล มือทั้งสองข้างจับมือนักสืบหนุ่มไว้แน่น

    "เกอขอโทษนะครับที่ลืมนัดวันครบรอบ แถมยังไม่รับโทรศัพท์ทำให้อาเฉิงเป็นห่วง"

    คำขอโทษอย่างจริงใจ ไม่มีคำแก้ตัวใดใดที่ออกจากปากของหลิวไห่ควานไม่ได้ทำให้คนรักของเขาปล่อยมือออกจากเขาแม้แต่น้อย วังจั๋วเฉิงไม่ได้โกรธคนตรงหน้าแล้ว เขาหายโกรธตั้งแต่รู้ว่าคนรักของเขาปลอดภัยจากการโทรไปหาหวังอี้โจว หากแต่เขาเป็นห่วง เป็นห่วงจนแทบจะบ้า สาเหตุที่ไม่ยอมมานอนที่เตียงก็เพราะที่ว่างบนเตียงทำให้เขานึกถึงอีกคนมากเกินไปจนนอนไม่หลับ 

    "ผมไม่ได้โกรธแล้วซะหน่อย..."  

    "เกอรู้ แต่เกอก็ยังอยากจะขอโทษอาเฉิงอยู่ดีที่ลืมวันนัดของเรา"

    หลิวไห่ควานพูดต่อ อยากจะนอนกอดให้หายคิดถึงจะแย่ แต่ก็อยากคุยกับคนรักให้เข้าใจก่อน

    "ไม่โกรธ แต่ก็ไม่ยอมนอนที่เตียงดีๆ บอกเกอได้ไหม เป็นอะไรครับ?"

    ถึงแม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วว่าคนตัวเล็กของเขาเป็นห่วงเขา ที่ว่างบนเตียงใหญ่คงทำให้อีกฝ่ายคิดถึงตนตลอดเวลา แต่ก็ยังอยากได้ยินจากปากของคนรักอยู่ดี

    "ไม่บอก ผมจะนอนแล้ว"

    วังจั๋วเฉิงปัดน้ำตาที่รื้นออกอย่างลวกๆ ปล่อยมือที่จับอยู่ หันตัวหนีสายตาของคนตรงหน้า หากแต่หลิวไห่ควานไม่ยอม เขาขืนคนตัวเล็กของเขาไม่ให้หันหนี 

    "เป็นห่วงจนแทบจะบ้า? ไม่ไปทำงานแล้วได้ไหม? อยู่กับผมนะ? ผมไม่อยากให้เกอไปทำงานแล้ว?"

    หลิวไห่ควานไล่พูดประโยคที่คิดว่าคนรักของเขาอยากพูดให้ตนฟังทีละประโยค

    "ก็รู้อยู่แล้วนี่ จะมาถามกันทำไม?"

    พูดไปน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลพราก วังจั๋วเฉิงสะอื้นฮักอย่างน่าสงสาร ความรู้สึกผิดกัดกินจิตใจของคนขี้แกล้งอย่างหลิวไห่ควานอีกครั้ง เขายกคนที่กำลังนอนอยู่เข้ามาในอ้อมกอด ก่อนจะรีบเอ่ยขอโทษและโอบปลอบคนในอ้อมแขนเสียยกใหญ่

    "ไม่เอาแล้ว ไม่แหย่แล้ว เกอขอโทษ ไม่ร้องนะครับคนดี"

    "ฮึก...ควานเกอ..."

    วังจั๋วเฉิงกอดหลิวไห่ควานไว้แน่น แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยคำที่วนเวียนอยู่ในความคิดของตนอยู่ดี 

    "อยากพูดอะไรกับเกอก็พูด อย่าเก็บไปคิดคนเดียว เกอแค่ไม่อยากให้อาเฉิงเป็นห่วงเกอจนดูแลตัวเองไม่ดีแบบนี้"

    "ผมไม่อยาก...ฮึก...กลายเป็นคนงี่เง่า...ฮือ..."

    เสียงสะอื้นไปพูดไปดังขึ้นจากอกของหลิวไห่ควาน คนตัวเล็กตรงหน้าไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาคุยกับเขาด้วยซ้ำ

    "งี่เง่าอะไร หืม?"

    หลิวไห่ควานผละออกจากคนตัวเล็กของเขา ช้อนใบหน้าของคนที่กำลังซุกอยู่กับอก น้ำตาเปรอะเปื้อนไปทั่ว ดวงตาคู่สวยฉ่ำไปด้วยน้ำตาอย่างน่าเอ็นดู หลิวไห่ควานเช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือ

    "สำหรับเกอ ความรู้สึกของอาเฉิงไม่มีคำว่างี่เง่าเข้าใจไหมครับ? เกอออกจะดีใจที่เราเป็นห่วง มีแต่เกอที่ทำให้เราโกรธอยู่ตลอดเลย"

    "ก็ควานเกอทำงาน..."

    "ระหว่างงานกับอาเฉิง สิ่งที่สำคัญกับเกอที่สุดคืออาเฉิง"

    น้ำตาหยุดไหลเหมือนสั่งได้ วังจั๋วเฉิงสบตากับคนรักของเขาตาไม่กระพริบ วังจั๋วเฉิงรู้ว่าเขานั้นสำคัญกับคนตรงหน้า เพราะการกระทำและคำพูดที่แสดงออกไม่เคยน้อยลง ตั้งแต่เริ่มคบกันจนถึงตอนนี้ เป็นเวลากว่า 7 ปี แต่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าคนตรงหน้าจะพูดสิ่งนี้กับเขา 

    "ควานเกอก็สำคัญที่สุดสำหรับผม"

    คำรักที่ไม่มีคำว่ารักจากคนตรงหน้า ทำเอาหลิวไห่ควานอยากจะลอย เขาเองก็ไม่ได้เตรียมใจที่จะได้ยินคำรักจากคนตัวเล็กของเขาเช่นกัน เพราะเจ้าตัวเป็นคนขี้เขิน ถ้าไม่ใช่โอกาสพิเศษจริงๆ วังจั๋วเฉิงแทบจะไม่เคยบอกรักเขาเลยด้วยซ้ำ 

    "เกอรักอาเฉิง"

    วังจั๋วเฉิงส่งยิ้มกว้างให้หลิวไห่ควาน หัวใจของนักสืบหนุ่มทำงานหนักเกินไปแล้ว ใบหน้าของทั้งสองเลื่อนเข้าหากัน ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะสัมผัสกันอย่างแผ่วเบา สัมผัสหวานซึ้งค่อยๆหวาบหวามขึ้นเรื่อยๆ เมื่อนักสืบหนุ่มลุกล้ำเข้าไปในปากของอีกฝ่ายอย่างลืมตัว วังจั๋วเฉิงจับเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ความว่างเปล่าทั้งหมดหายออกไปจากจิตใจของทั้งสองคนเหมือนกับไม่เคยรู้สึกมาก่อน

    "ผมก็รักควานเกอครับ"




    .

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in