My impetuous fan fictions collection.medusawrites
Exhausted
  • เหนื่อย.

    วังจั๋วเฉิงล้มตัวลงที่โซฟาทันทีที่กลับถึงห้อง โยนกระเป๋าลงที่พื้น ถอดรองเท้าทิ้งอย่างไม่แยแสว่ามันจะถูกเหวี่ยงไปที่ไหน รู้แต่เขาจะได้นอนสักทีในที่สุด เสียงเปิดสวิตช์ไฟดังขึ้น แต่วังจั๋วเฉิงก็เหนื่อยเกินกว่าจะลืมตา หรือลุกขึ้นมาทักทายบุคคลที่คาดว่าจะรอเขาอยู่ในห้องมาสักพัก

    "ง่วงก็ไปนอนดีๆสิครับ มานอนอะไรตรงนี้?"

    ยังไม่ทันที่วังจั๋วเฉิงจะได้ตอบอะไร เจ้าของเสียงดุเมื่อครู่ก็เข้ามาหาใกล้วังจั๋วเฉิง พลางถอดเสื้อโค๊ทและผ้าพันคอให้

    "ควานเกอ..."

    ควานเกอ หรือ หลิวไห่ควาน ช้อนอุ้มเด็กน้อยขี้เซาตรงหน้าขึ้นอย่างง่ายดาย วังจั๋วเฉิงไม่มีท่าทีอิดออด เลื่อนแขนไปคล้องคอคนอุ้มไว้อย่างเคยชิน กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ได้จากคนในอ้อมแขนทำให้หลิวไห่ควานเอ่ยปากถาม 

    "ดื่มมาหรอ หืม?"

    "นิดหน่อยครับ"

    "อาบน้ำก่อนไหม แล้วค่อยนอนทีเดียว?"

    "ผมง่วงมาก"

    เจ้าตัวไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมาตอบเขาด้วยซ้ำ หลิวไห่ควานวางวังจั๋วเฉิงลงบนเตียง ก่อนจะจัดท่าให้คนอายุน้อยกว่านอนในอ้อมกอดของตัวเองอย่างสบายที่สุด

    "ยอมให้แค่คืนนี้นะครับ"

    "อืม..."

    คนอายุน้อยกว่าไม่พูดอะไรอีก ซุกหน้าเข้ากับคนที่กำลังนอนกอดเขาอยู่อย่างออดอ้อน เขาเหนื่อยมากจากซ้อมติดต่อกันเกือบ 12 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงคอมเมนต์หลังซ้อมวันนี้ ผู้กำกับบอกเขาว่าเขากดดันตัวเองมากเกินไป ทำให้ไม่เป็นตัวละคร

    "ควานเกอ..."

    อยู่ๆคนในอ้อมกอดของหลิวไห่ควานก็เอ่ยขึ้น โดยที่ไม่ได้ผละออกจากอ้อมอกของเขา

    "วันนี้ผมทำได้ไม่ดีเลย"

    "ก็เลยไปดื่มมาหรอ?"

    "อืม"

    "วันนี้ไม่ดี พรุ่งนี้ก็เอาใหม่"

    หลิวไห่ควานกอดปลอบคนในอ้อมแขน รู้ว่าคนตรงหน้ามีความสุขทุกครั้งที่ได้แสดงละคร ถึงแม้ว่าอยากจะเห็นแก่ตัวไม่ให้คนในอ้อมกอดรับงานมากแค่ไหน เพราะความเหนื่อยทั้งกายและใจในการแสดงอย่างเช่นตอนนี้ แต่หลิวไห่ควานจะไม่มีทางพรากความสุขไปจากวังจั๋วเฉิง

    "เหนื่อยก็นอนเถอะ"

    วังจั๋วเฉิงอยากจะอ้อนควานเกอของเขาต่ออีกนิด อยากได้กำลังใจจากคนที่กำลังกอดเขาไว้ แต่ฝืนสู้ความง่วงและความเหนื่อยล้าไม่ไหวแล้ว นักแสดงอย่างเขาก็ทำได้แค่เพียงทำเต็มที่ในทุกๆวัน ก็เพียงเท่านั้นแหละมั้ง 

    "ฝันดีนะครับ เฉิงจื่อ"




    .




    แสงแดดและกลิ่นเบคอนทำให้คนที่กำลังนอนหลับอย่างวังจั๋วเฉิงตื่นลุกขึ้นจากเตียงได้อย่างไม่ยาก แต่เดี๋ยวก่อน แสงแดดงั้นหรอ?! วังจั๋วเฉิงตื่นขึ้นอย่างเต็มตา เขาควรจะต้องอยู่โรงละครตั้งแต่ 7 โมงเช้า สำหรับ technical rehearsal แดดจ้าขนาดนี้ ตอนนี้เขาต้องสายแล้วแน่ๆ 

    "สายแล้วๆๆๆๆๆๆ"

    วังจั๋วเฉิงรีบจัดการตัวเอง พลางมองหาโทรศัพท์ของเขาไปทั่ว เพื่อที่จะได้โทรไปขอโทษ stage manager ก่อนจะร้องถามอีกคนในห้อง

    "ควานเกอเห็นโทรศัพท์ผมไหม?"

    "อยู่นี่ วันนี้ช่วงเช้าเราไม่ต้องเข้าซ้อม เกอจัดการให้แล้ว"

    ควานเกอที่กำลังทอดเบคอนอยู่หน้าเตาตอบ พร้อมกับยื่นโทรศัพท์คืนวังจั๋วเฉิงที่ตอนนี้กำลังเรียบเรียงความรู้สึกตัวเองอยู่ เขาไม่ดีใจสักนิดที่อีกฝ่ายลาซ้อมให้เขา กลับกันเขากลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่เข้าใจเขาเลย

    "เฉิงจื่อ"

    หลิวไห่ควานสัมผัสความเงียบตรงหน้าได้ วังจั๋วเฉิงกำลังไม่พอใจ เขาปิดเตา ก่อนจะหันไปคุยกับวังจั๋วเฉิง หากแต่คนอายุน้อยกว่ากลับเป็นคนทำลายความเงียบนี้ลงก่อน

    "ทำไมเกอทำแบบนี้?"

    "เกอทำอะไรครับ?"

    "แคนเซิลซ้อมของผม"

    "ก็เรายังไม่ตื่น..."

    "ไม่ตื่นก็ปลุกผมสิ ไม่ใช่มาแคนเซิลซ้อมของผมแบบนี้!"

    วังจั๋วเฉิงเถียงเสียงแข็ง จนแทบจะตะโกนใส่คนตรงหน้าโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาหงุดหงิดทั้งจากความเหนื่อยล้าของร่างกาย ทั้งจิตใจที่ว้าวุ่นเรื่องการแสดง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนตรงหน้าที่จัดการอะไรๆในชีวิตโดยที่เขาไม่เคยร้องขอ 

    "อาเฉิง เกอ..."

    "ไว้ค่อยคุยกันเถอะครับ ตอนนี้ผมจะรีบไปซ้อม"

    "คุยกันก่อนนะ"

    "ผมไม่ว่าง ถ้าเกอทำอาหารเสร็จแล้ว ผมฝากล็อคห้องด้วยก็แล้วกัน"

    วังจั๋งเฉิงคว้าเสื้อโค๊ท ผ้าพันคอ กระเป๋าก่อนจะออกจากห้องไป




    .




    "ทุกคนพัก 10 นาที"

    อยู่ๆผู้กำกับก็ขอพักซ้อมขึ้นมากลางคัน stage managers เข้ามาเคลียร์เวที นักแสดงต่างกำลังจะแยกย้ายไปพัก

    "มาริอุส ผมขอคุยกับคุณหน่อย"

    มาริอุส คือบทที่วังจั๋วเฉิงเล่น บทของเด็กหนุ่มที่พลุ่งพล่านในวัยเยาว์และความรัก ซึ่งแตกต่างจากวังจั๋วเฉิงตอนนี้เหลือเกิน วังจั๋วเฉิงคว้าขวดน้ำ ก่อนจะเดินตามผู้กำกับออกไป

    "คุณเป็นอะไรรึเปล่า?"

    "ผมโอเคครับ"

    "เห็นเมื่อเช้าสเตจบอกว่าคุณลาป่วย..."

    "ผมไม่เป็นไรจริงๆครับ ขอโทษด้วยที่ลากระทันหัน ทำให้ทุกคนต้องวุ่นวาย"

    "ไม่เป็นไรเลย วุ่นวายอะไรกัน"

    วังจั๋วเฉิงโค้งขอโทษ

    "วันนี้คุณกลับไปพักเถอะ จัดการตัวเองให้เรียบร้อย ถ้าเหนื่อยก็นอน หรือถ้ามีปัญหาอะไรก็จัดการให้เรียบร้อย..."

    "ผมไม่ได้..."

    "เชื่อผมเถอะ คุณไม่มีสมาธิที่จะเป็นมาริอุสหรอกวันนี้"

    "ขอโทษด้วยนะครับ"

    "จั๋วเฉิง นักแสดงที่ดีน่ะต้องซื่อสัตย์กับตัวเองนะ..."

    "ครับ"

    วังจั๋วเฉิงรับคำอย่างว่าง่าย เขาเหนื่อยมากจริงๆ เหนื่อยกายได้นอนพักก็คงจะดีขึ้น แต่เหนื่อยใจ...

    "อย่าใจร้ายกับตัวเองมากนักเลย"

    น้ำตารื้นขึ้นในดวงตาทั้งสองข้างของวังจั๋วเฉิง ผู้กำกับตรงหน้ามองทุกอย่างอย่างทะลุปรุโปร่ง แตะไหล่วังจั๋วเฉิงเบาๆอย่างให้กำลังใจ 




    .




    เหนื่อย.

    ห้องเงียบ ไร้ความรู้สึก และไร้ร่องรอยของคนใจดีที่คอยตามใจวังจั๋วเฉิงเสมออย่างหลิวไห่ควานอยู่ในห้องเลย วังจั๋วเฉิงโยนกระเป๋าทิ้ง ถอดรองเท้าอย่างส่งๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงโซฟาอีกเหมือนเคย ไม่มีเสียงของคนที่เคยรอเขาอยู่เสมอ ไม่ว่าเขาจะกลับดึกแค่ไหน หรือไม่เคยได้ใช้เวลาในวันหยุดร่วมกันเหมือนคู่รักทั่วไป เพราะตารางงานของเขา ความรู้สึกผิดกำลังกัดกินในใจ ไม่น่าเลย ไม่น่าทำตัวไม่ดีใส่ควานเกอเลย 

    "อาเฉิงทำไมวันนี้กลับเร็ว?"

    "ควานเกอ!"

    เสียงของหลิวไห่ควานที่ดังขึ้นทำให้วังจั๋วเฉิงกระโดดออกจากโซฟา พร้อมกับพุ่งตรงเข้าไปกอดหลิวไห่ควานอย่างแนบแน่น 

    "ฮึก...ขอโทษ...ผมขอโทษ..."

    วังจั๋วเฉิงละล่ำละลักขอโทษโดยไม่ยอมผละออกจากกอดแม้แต่น้อย วังจั๋วเฉิงกลัวจริงๆว่าควานเกอของเขาจะโกรธ ไม่อยากเห็นสายตานั้นของหลิวไห่ควาน 

    "อาเฉิงร้องไห้ทำไม?"

    "ฮือ..."

    วังจั๋วเฉิงไม่ตอบ เอาแต่ร้องไห้ หลิวไห่ควานทำอะไรไม่ได้ นอกจากจะปลอบคนอายุน้อยกว่า แต่ยิ่งปลอบเหมือนจะยิ่งห้ามน้ำตาให้หยุดไหลได้ยากขึ้น หลิวไห่ควานกอดวังจั๋วเฉิงไว้แน่น อยากจะบอกว่าไม่เคยโกรธคนในอ้อมแขนของตัวเองแม้แต่ครั้งเดียว แต่วังจั๋วเฉิงเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด ทำเอาหลิวไห่ควานใจเจ็บไปหมดแล้ว สัญญากับตัวเองในใจว่าจะไม่ทำให้วังจั๋วเฉิงร้องไห้อีก

    "เฉิงจื่อ..."

    หลิวไห่ควานเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของวังจั๋วเฉิงให้อย่างอ่อนโยน วังจั๋วเฉิงสบสายตากับคนที่กำลังปลอบเขา ไม่มีสายตาของความโกรธในแววตาของหลิวไห่ควานแม้แต่น้อย

    "อย่าร้องไห้เลยนะ..."

    "ฮึก...เกอยกโทษให้ผมนะ"

    "ยกโทษอะไร หืม?"

    คนอายุน้อยกว่าเข้าใจไปแล้วว่าหลิวไห่ควานคงยังโกรธอยู่ น้ำตาที่เกือบจะหยุดไหล ก็รื้นขึ้นมาอีก หลิวไห่ควานรีบพูด กลัวว่าเด็กตรงหน้าที่ตัวเองปลอบจะร้องไห้อีก

    "ยกโทษอะไรกัน เกอไม่เคยโกรธเรา"

    "ควานเกอ..."

    วังจั๋วเฉิงซุกหน้ากลับไปในอ้อมกอดของคนโตกว่าอีกครั้งอย่างเขินอาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตา ขอโทษคนตรงหน้าอย่างจริงใจ

    "ผมขอโทษที่เมื่อเช้าขึ้นเสียงใส่เกอ"

    "เกอก็ขอโทษที่แคนเซิลซ้อมให้อาเฉิงโดยที่ไม่ได้ถามอาเฉิงก่อน" 

    วังจั๋วเฉิงจูบแก้มหลิวไห่ควานทั้งสองข้าง ก่อนจะจูบหน้าผาก จูบปลายจมูก จูบเปลือกตา พลางน้วยตัวเองในอ้อมกอดของหลิวไห่ควานเหมือนแมวที่กำลังอ้อนเจ้าของไม่มีผิด

    "ยกโทษให้ครับควานเกอ"

    "ไม่เอาจูบแบบนี้สิ"

    "แล้วจะเอา..."

    ยังไม่ทันจบประโยคหลิวไห่ควานก็กดริมฝีปากประกบลงบนริมฝีปากของคนตัวเล็กกว่าในอ้อมกอดอย่างแนบสนิท พลางส่งสัมผัสเข้าไปรุกล้ำอย่างอ่อนโยน กับวังจั๋วเฉิง หลิวไห่ควานแทบไม่กล้าขยี้ความต้องการของตัวเองกับคนตรงหน้า ทุกอย่างที่เขาทำ เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความรักอย่างสม่ำเสมอ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ถอนริมฝีปากออก คนอายุน้อยกว่าก็เอ่ยขึ้นโดยไม่ได้ผละออกจากริมฝีปากของอีกคนแม้แต่น้อย พร้อมกับแววตาที่ซุกซน และมือที่เลื่อนลงไปข้างล่าง

    "เฉิงจื่อ เล่นอะไรครับ? เรายังเหนื่อยอยู่..."

    วังจั๋วเฉิงไม่เปิดโอกาสให้คนตรงหน้าพูดอะไรอีก เอ่ยเสียง(ที่เหมือนจะ)ดุ

    "ผมจะกินควานเกอเป็นอาหารเย็น!"

    :-) 




    .




    เหนื่อย

    เมื่อม่านปิดลง เสียงปรบมือยังคงดังกระหึ่ม นักแสดงที่กำลังโค้งอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมากอดกัน ทีมงานส่งเสียงร้องแสดงความดีใจ การแสดงจบลงแล้ว วังจั๋วเฉิงยิ้มกว้างไม่หุบ เขารีบจ้ำออกจากเวที เพราะรู้ว่ามีคนกำลังจะมาหาเขา เมื่อมาถึงหลังเวที เจ้าของรอยยิ้มและดวงใจก็อยู่ตรงหน้า พร้อมกับช่อดอกไม้ช่อใหญ่ 

    "เก่งมากครับ เฉิงจื่อของเกอ"

    วังจั๋วเฉิงแทบจะกระโดดกอดทิ้งน้ำหนักลงที่คนตรงหน้า เมื่อผละออกจากกันก็รับดอกไม้ที่หลิวไห่ควานให้ไปถือ 

    "เหนื่อยรึเปล่า หืม ?"

    "เหนื่อยครับ แต่แค่มีเกออยู่ด้วยก็ไม่เป็นไรแล้ว"       




    .

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in