My impetuous fan fictions collection.medusawrites
Chengzi's day
  • ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!

    เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือของเจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มที่โผล่เพียงแค่หน้าผากออกมาจากผ้านวมผืนใหญ่ ดังขึ้นอย่างที่ดังเป็นประจำในทุกวัน เพื่อบอกให้เจ้าของห้องที่กำลังนอนอยู่นั้นรู้ว่าเขาจะต้องตื่นขึ้นมาแล้วอย่างไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือแม้แต่วันเกิดของเขาในวันนี้เองก็ตาม วังจั๋วเฉิงอิดออดอีกเล็กน้อย ก่อนจะยอมลุกขึ้นมานั่งบนเตียง กอดตัวเองกับผ้านวมแสนอุ่นเอาไว้แน่นอย่างไม่อยากแย่งจากกันเร็วเกินไปนัก หายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทำใจปล่อยผ้านวมและลงจากเตียงแสนรักในที่สุด ลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่กำลังส่งเสียงร้องจากบนโต๊ะทำงานมากดปิดการเตือนปลุกที่แสนจะน่ารำคาญ 

    'Happy Birthday นะครับน้องรัก อย่ามัวแต่ขลุกอยู่ที่บ้าน เราควรฉลองนะวันนี้! ไว้พี่กลับไปแล้วจะพาไปเลี้ยงหม้อไฟอย่างที่นายอยากทาน รอก่อนนะ'

    นอกจากกดปิดนาฬิกาปลุกแล้ว วังจั๋วเฉิงยังได้รับข้อความวันเกิดจากพี่ชายไม่แท้แต่ก็สนิทกันราวกับมีสายเลือดเดียวกันที่ถูกส่งมาในเวลา 00.00 น. พอดีอย่างตั้งใจ บุคคลที่ยังคงตำแหน่งคนอวยพรคนแรกของเขามาตลอด 10 ปีเต็มอย่างเซียวจ้าน ข้อความจากคนที่เรียกได้ว่าเป็นพี่ชายไม่ได้ทำให้วังจั๋วเฉิงตื่นเต้นในวันเกิดของตัวเองมากขึ้นแต่อย่างใด ปกติในวันเกิดของเขานอกจากเซียวจ้านและเพื่อนๆของเซียวจ้านที่มักจะเป็นธุระจัดงานวันเกิดให้เกือบทุกปีแล้ว วังจั๋วเฉิงก็ไม่ได้ฉลองอะไรกับใครที่ไหน เนื่องจากไม่ได้สุงสิงและสนิทกับใครมากนัก ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสมัยเรียนหรือเพื่อนร่วมงาน เมื่อตัดสินใจเปิดบ้านหลังเล็กๆของตัวเองให้เป็น Bed and breakfast จำนวนเพียงพอที่จะรับคนมาพักได้ราวๆ 4-5 คนต่อคืนอย่างไม่ลำบากอะไร ถึงจะไม่ลำบาก แต่ก็ไม่ว่างพอที่จะออกไปไหน หรือทำอะไรนอกเหนือจากอยู่ที่บ้าน ต้อนรับคนที่มาพัก และจัดการบ้านของตัวเองให้เป็นที่พักที่น่าประทับใจสำหรับเหล่าผู้พักอาศัยชั่วคราวเหล่านี้

    ติ้ง!

    ขนมปังเด้งออกจากเครื่องปิ้งขนมปังดึงความสนใจของวังจั๋วเฉิงกลับมาในสิ่งที่ต้องทำตรงหน้าอีกครั้ง เขาหยิบขนมปังที่ถูกปิ้งจนเกือบจะเกรียมออกมาจากเครื่องปิ้ง เอามีดขูดๆตรงที่เกรียมเกินจนไหม้ออก ก่อนจะอ้าปากงับขนมปังเปล่าๆด้วยความเคยชิน วังจั๋วเฉิงไม่ได้ชอบกินโทสต์เปล่าๆอย่างที่กำลังกินอยู่ เขาเพียงแค่ขี้เกียจหยิบและจัดแจงมื้อเช้าของเขาให้น่ากินมากกว่านี้ เป็นเพราะว่าเขาต้องคอยดูแลแขกที่มาพักที่ Bed and breakfast ของตัวเองอยู่ตลอดเวลา จนไม่อยากจะดูแลตัวเองไปมากเกินกว่าความจำเป็น

    "โทสต์หอมจังเลยครับ"

    เสียงทุ้มนุ่มมาพร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าของเสียง ชายร่างสูงโปร่ง ดวงตาเรียวสีน้ำตาลเข้มท่าทางใจดี จมูกโด่งกับริมฝีปากบาง แค่เครื่องหน้าก็ทำให้เขาคนนี้กลายเป็นคนที่ทุกคนอยากจะเข้าหาอยู่แล้ว แต่พระเจ้ายังเข้าข้างเขา ด้วยการให้เขาเป็นคนเสียงเพราะน่าฟังอีก ถ้าไม่เรียกว่าลำเอียง ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรได้อีก นอกจากคำว่าความเพอร์เฟค ไม่มีที่ติ สำหรับนิยามของคนตรงหน้าวังจั๋วเฉิง แขกประจำของ Bed and breakfast และหนึ่งในเพื่อนสนิทของเซียวจ้าน คุณนักเขียนลึกลับ หลิวไห่ควาน คนนี้ที่กำลังหยิบขนมปังที่ปิ้งแล้วอีกแผ่นบนจานตรงหน้าของวังจั๋วเฉิงกัดเข้าปากไปอย่างหน้าตาเฉย

    "ทำไมพี่ไม่ไปปิ้งเองครับ? มาแย่งของผมทำไม?"

    คุณเจ้าของ Bed and breakfast ที่ปกติไม่เคยจะแยกเขี้ยวเสียงแข็งใส่คนที่มาพัก แต่พอเป็นคนตรงหน้า วังจั๋วเฉิงก็อดไม่ได้ที่จะเสียงแข็งใส่ เวลาอีกคนทำตัวสนิทสนมกับเขาและแสดงความเอ็นดูตนไปเสียหมดทุกอย่างเสมอเวลาที่อยู่ด้วยกัน

    "อย่าเพิ่งหน้าบูดสิครับ เฉิงจื่อ พี่ไปปิ้งให้ใหม่ก็ได้..."

    "ผมไม่ได้หน้าบูด"

    "คิ้วขมวดขนาดนี้ ยังไม่เรียกหน้าบูดอีกหรอครับ?"

    คนอายุมากกว่าเดินไปหยิบขนมปังเข้าเครื่องปิ้งขนมปังไปด้วยระหว่างเอ่ยปากเถียงกับวังจั๋วเฉิงที่กำลังหงุดหงิดที่อีกคนหยิบโทสต์ไหม้ๆของเขาไปกินโดยไม่ได้ขอก่อน

    "ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่าผมหน้าบูดรึเปล่าครับ? พี่มาแย่งโทสต์ของผมไป ตัวเองก็ไม่ได้ชอบกินแบบเกรียมๆสักหน่อย"

    "เราก็ไม่ได้ชอบนี่"

    ติ๊ง!

    ไม่มีใครพูดหรือเถียงอะไรกันต่อ จนกระทั่งขนมปังที่หลิวไห่ควานปิ้งเพิ่มเสร็จและเด้งขึ้นมาจากเครื่องปิ้งขนมปัง คนตัวสูงเดินไปเปิดตู้เย็นด้วยความเคยชิน ราวกับเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ ก่อนจะหยิบเนย นูเทลล่า แยมราสพ์เบอร์รี่ เนยถั่ว มายองเนส ออกมากองที่โต๊ะอาหาร

    "วันนี้อยากกินอะไรครับ?"

    หลิวไห่ควานนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามกับคนอายุน้อยกว่า พร้อมกับชี้นิ้วไปมาคอยดูปฏิกิริยาจากคนตรงหน้า วังจั๋วเฉิงกลอกตาด้วยความเบื่อหน่าย เขาล่ะเบื่อความใจดี ความขี้เล่นของคนอายุมากกว่าคนนี้เสียเหลือเกิน ก่อนจะจำใจเอ่ยปากออกมาในที่สุด เพื่อหยุดให้อีกฝ่ายขยับมือชี้เดาไปมาสักที

    "พี่อยากกินอะไรก็ทาอันนั้น"

    "จะให้พี่เลือกได้ยังไงล่ะครับ? พี่จะทำให้เรากิน เร็ว พี่จะทาให้"

    "อะไรก็ได้"

    "ยังอีกครับ พี่ถามว่าเฉิงจื่ออยากทานขนมปังกับอะไร?"

    "มายองเนส"

    "ก็แค่นั้นแหละครับ"

    ทันทีที่คนอายุน้อยกว่าตอบ หลิวไห่ควานก็เปิดกระปุกมายองเนส หยิบมีดมาปาดมายองเนสลงบนโทสต์ที่ถูกปิ้งออกมาด้วยความร้อนที่พอดีอย่างสวยงาม ก่อนจะยื่นให้คนตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้างดงามของเขา วังจั๋วเฉิงรับโทสต์ที่ถูกทาด้วยมายองเนสเข้าปากในทันทีด้วยความเอร็ดอร่อย

    "เย็นนี้พี่จะกลับมากินข้าวเย็นด้วย ทำเผื่อพี่ด้วยนะครับ"

    ก่อนที่คนอายุน้อยกว่าจะได้เอ่ยปากอะไร คนตัวสูงก็ยกจานที่มีโทสต์ที่ทามายองเนสเอาไว้เรียบร้อยแล้วขึ้นจากโต๊ะ พร้อมกับยกมือลาคุณเจ้าของ Bed and breakfast ในทันที พลางรีบจ้ำเท้าเดินกลับขึ้นไปที่ห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่อยากได้ยินคำปฏิเสธของวังจั๋วเฉิงแต่อย่างใด



    ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

    วังจั๋วเฉิงปิดเตาแก๊สตามเสียงเตือนเวลาของนาฬิกาจับเวลาที่เขาตั้งเอาไว้ในมือถือ ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มกว่า วันเกิดของเขากำลังจะหมดลงไปอีกปี โดยที่ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากวันอื่นๆของปีสักเท่าไหร่ คนที่เอ่ยปากขอให้เขาทำข้าวเย็น แขกเพียงคนเดียวที่จะพักใน Bed and breakfast ของเขาในคืนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาที่บ้านแต่อย่างใด วังจั๋วเฉิงปิดฝาหม้อที่อุ่นแกงกะหรี่ที่ถูกอุ่นหลายต่อหลายรอบ เพราะทำเสร็จตั้งแต่เมื่อตอนเย็น เตรียมตัวจะไปอาบน้ำ เข้านอน ตามเวลาของตัวเอง

    ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง!

    ประตูบ้านถูกเปิดออกอย่างแรง จนผ่านไปหลายวินาทีกระดิ่งที่ติดไว้ที่ประตูก็ยังคงส่งเสียง วังจั๋วเฉิงเดินออกมาจากครัวเพื่อดูว่าใครมา แต่ก็คาดไว้อยู่แล้วก็คงจะเป็นเพื่อนของพี่ชายที่บอกกับเขาว่าจะกลับมาทานข้าวเย็นด้วยกันน่ะสิ จะเป็นใครไปได้อีก

    "เฉิงจื่อ..."

    หากแต่สภาพของคนตรงหน้ากลับไม่ได้เป็นอย่างที่วังจั๋วเฉิงคิด หลิวไห่ควานเปียกมะล่อกมะแล่กไปทั้งตัว มือข้างหนึ่งถือกล่องกระดาษเปียกๆ อีกข้างถือกระเป๋าเอกสารที่ก็เปียกเช่นเดียวกัน

    "Happy birthday นะครับ"

    หลิวไห่ควานยิ้มกว้างให้เจ้าของวันเกิดที่ยังคงยืนอึ้งกับสภาพของคนอายุมากกว่าตรงหน้า เมื่อเห็นว่าคนอายุน้อยกว่าไม่ตอบอะไร หลิวไห่ควานจึงคิดว่าตัวเองกลับมาไม่ทันวันเกิดของอีกฝ่ายแล้ว

    "พี่มาทันเที่ยงคืนรึเปล่าเนี่ย? ไม่ทันหรอ? แย่จริง โอยยยยยยยยยยยยย ไม่เป็นไร ฟ้ายังไม่สว่าง ถือว่ายังเป็นวันเกิดเฉิงจื่ออยู่นะครับ ใช่ไหมครับ? ใช้ไทม์โซนของประเทศอื่นก่อนได้ไหม? เฉิงจื่อ พี่..."

    "ไปทำอะไรมาครับ? ทำไมเปียกแบบนี้?"

    เจ้าของ bed and breakfast ยื่นผ้าขนหนูให้ พร้อมกับพูดแทรกคนตัวสูงกว่าที่ยังคงพล่ามเรื่องวันเกิดของเขาอยู่ หลิวไห่ควานวางกล่องกระดาษและกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนจะรับผ้าขนหนูมาเช็ดผมของตัวเอง พลางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น โดยไม่มีท่าทีหัวเสียแบบเมื่อครู่ที่คิดว่าจะมาอวยพรไม่ทันวันเกิดของคนอายุน้อยกว่าแม้แต่น้อย

    "พี่ไปนั่งเขียนอะไรนิดหน่อยๆที่ริมแม่น้ำ แล้วเผลอหลับครับ พอตื่นมาอีกทีก็มืดแล้ว ดีที่ว่าพี่จองเค้กเอาไว้ก่อนแล้ว แต่ยิ่งรีบพี่ก็ยิ่งสาย ตอนไปเอาเค้กเสร็จเรียบร้อยใกล้จะถึงบ้าน พี่กลัวเสียเวลาข้ามสะพานที่มีไฟเขียวไฟแดง พี่ก็เลยข้ามสะพานก้อนหินแทน..."

    พอถึงตรงนี้เสียงเล่าก็เบาลงหน่อยๆ 

    "แต่พี่ก้าวพลาด ตกน้ำ ทุกอย่างเปียกน้ำหมด ทั้งเค้ก ทั้งหนังสือที่พี่เขียนอยู่"

    ท่าทางหงอยๆจากคนตัวสูง เรียกรอยยิ้มบนหน้าของวังจั๋วเฉิงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่อีกฝ่ายเล่า แต่รอยยิ้มก็อยู่บนใบหน้าของคนน้องอยู่เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เมื่อนึกได้ว่าคนตัวสูงตรงหน้านี้ก็ตกน้ำ

    "แล้วเป็นอะไรรึเปล่า? ตกน้ำแบบนั้น..."

    คนอายุมากกว่าส่ายหัวเป็นคำตอบ

    "แล้วทำไมไม่โทรมาบอกกันหน่อยล่ะครับ? "

    หลิวไห่ควานได้ยินอย่างนั้น ยิ่งรู้สึกตัวเล็กตัวน้อยลงไปอีก รู้สึกผิดที่ทำให้อีกฝ่ายต้องรอ แถมเขายังกลับมาเกินเวลาวันเกิดของอีกคนเสียอีก คนอายุมากกว่ายกโทรศัพท์เปียกน้ำให้ดูแทนคำตอบ ก่อนจะถามอีกฝ่ายบ้าง

    "เฉิงจื่อล่ะ? กินข้าวเย็นรึยังครับ? รอพี่รึเปล่า? พี่ขอโทษนะครับ..."

    "ผมกินแล้ว ไม่ได้รอพี่หรอก"

    "ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันเกิดของเฉิงจื่อแท้ๆ พี่ไม่น่างีบเลย แถมเค้กนี่ก็ไม่รู้สภาพข้างในจะเป็นยังไงบ้าง..."

    "พี่กินข้าวรึยัง? จะกินไหมครับ? ผมจะไปอุ่นให้..."

    หลิวไห่ควานพยักหน้าหงึกหงัก ตอบคำถามของคนน้องที่ถามแทรกขึ้นมา ก่อนจะหยิบมือถือที่เปียกน้ำของตัวเองขึ้นมาวางบนโต๊ะ วังจั๋วเฉิงเดินกลับไปที่ครัว เปิดเตาแก๊สอุ่นแกงกะหรี่ในหม้ออีกครั้ง พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ก่อนจะพูดออกมาจากในครัว

    "ยังไม่เที่ยงคืน ถ้าพี่อยากฉลองวันเกิดผมขนาดนั้นก็ยังพอทัน"

    วังจั๋วเฉิงเดินกลับมาที่โต๊ะ พร้อมกับจานแกงกะหรี่และช้อนสำหรับคนอายุมากกว่า ทันทีที่ได้ยินดังนั้น หลิวไห่ควานก็ลุกขึ้นไปในครัว ไม่สนใจข้าวแกงกะหรี่หอมๆตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะกลับมาที่โตีะ พร้อมด้วยจานเปล่า ไฟแช็ก และส้อม พลางค่อยๆแกะกล่องกระดาษอย่างเบามือ หวังว่าเค้กข้างในจะยังพอโอเคสำหรับวันเกิดของวังจั๋วเฉิง ความเปียกไม่ได้เข้าไปถึงเค้ก แต่รูปทรงของเค้กตรงหน้าก็บิดเบี้ยวกว่าเค้กปอนด์ปกติ ข้อความที่เขียนด้วยช็อกโกแลตไว้ด้านบนเลือนจนอ่านไม่ออก ลูกสตรอว์เบอร์รี่ที่ตกแต่งมาบนเค้กก็หหล่นจากหน้าเค้ก หลิวไห่ควานพยายามจะประกอบร่างเค้กตกน้ำให้ดูดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ปักไฟเย็นที่เปียกน้ำเล็กน้อย ก่อนจะจุดไฟ

    "พี่ห้ามร้องเพลงนะ"

    เจ้าของวันเกิดเอ่ยเสียงแข็ง พลางมองคนตัวสูงที่พยายามจะจุดไฟเย็นให้ติด แต่ดูจากสภาพเจ้าแท่งชื้นๆพวกนี้แล้ว จุดทั้งคืนก็คงจะไม่ติด

    "พี่ขอใช้แฟลชจากโทรศัพท์เฉิงจื่อได้ไหมครับ?"

    วังจั๋วเฉิงถอนหายใจ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้อีกฝ่าย ที่เปิดแฟลชสาดมาที่หน้าเขาเต็มๆ

    "อ่ะ อธิษฐานได้เลย เสร็จแล้วบอกพี่นะครับ เดี๋ยวพี่ปิดแฟลชให้"

    เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างจริงจังกับการขอพรของเจ้าของวันเกิด ก่อนจะกดถ่ายวิดิโอเอาไว้ด้วย วังจั๋วเฉิงเห็นหลิวไห่ควานตั้งใจกับวันเกิดของเขาขนาดนี้ ก็ไม่อยากจะขัดอะไร เขาหลับตาลง ก่อนจะอธิษฐาน


    ผ่านไปอีกปี โตขึ้นอีกปีแล้วนะ วังจั๋วเฉิง ขอให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น รัก


    วังจั๋วเฉิงลืมตาขึ้นมา ก่อนจะพบว่าคนตัวสูงก็กำลังหลับตาอธิษฐานอยู่เช่นเดียวกัน

    "ผมอธิษฐานเสร็จแล้ว ปิดแฟลชได้แล้วครับ"

    หลิวไห่ควานลืมตาขึ้นมาตามเสียงเรียกของคนน้อง พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าที่ยังไม่ยอมหุบยิ้มลง ดีใจที่คนอายุน้อยกว่าไม่ได้ดื้อ หรือหาเรื่องเถียงไม่ยอมอธิษฐานในวันเกิดเหมือนอย่างปกติ

    "พี่อธิษฐานอะไร? นี่วันเกิดผมนะ"

    "ถ้าเราบอก พี่ก็จะบอก"

    "ใครเค้าบอกคำอธิษฐานกันครับ?"

    "พี่ไงครับ ถ้าเรายอมบอกพี่ก่อนนะ เฉิงจื่อ"

    คนอายุน้อยกว่าอยากรู้ว่าอีกคนอธิษฐานว่าอะไรถึงได้หลับตาขอพรนานขนาดนั้น จึงยอมบอกว่าตัวเองขอพรอะไรไป เพราะไม่ได้คิดอะไรเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว

    "ผมขอให้ทุกอย่างราบรื่นเหมือนเดิม ไม่มีอะไรมาก..."

    หลิวไห่ควานคลี่ยิ้มกว้าง ก่อนจะบอกคำอธิษฐานของตนให้อีกฝ่ายรับรู้บ้าง พร้อมกับความรู้สึกในใจที่กำลังท่วมท้นจนเก็บเอาไว้กับตัวเองไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

    "คำอธิษฐานของเราคงไม่เป็นจริงแล้วล่ะครับถ้างั้น..."


    "เพราะพี่ขอให้ไม่มีอะไรเหมือนเดิม..."


    "ขอให้ระหว่างเราเปลี่ยนไปสักที..."


    "พี่ไม่มีเวลาจะมาเป็นแขกที่ bed and breakfast ของเราแล้วนะครับ..."


    "ปีนี้จะรับรักพี่ได้รึยังครับ เฉิงจื่อ?"




    .

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in