My impetuous fan fictions collection.medusawrites
L'amour I
  • ไม่สบอารมณ์.

    หลิวไห่ควาน ดีไซเนอร์หลักและเจ้าของห้องเสื้อ L'océan แบรนด์เสื้อผ้าสไตล์ monochrome อันเป็นเอกลักษณ์ กำลังไม่สบอารมณ์ เขายืนอยู่ที่หน้าตึกห้องเสื้อของตัวเอง ขณะที่สายตากำลังจับจ้องไปที่อาคารฝั่งตรงข้ามกับห้องเสื้อของเขา ที่กำลังดำเนินการปรับปรุงอาคารให้เป็นห้องเสื้อเช่นเดียวกันกับตึกของฝั่งเขา หลิวไห่ควานจะไม่อะไรเลยถ้าดีไซเนอร์หลักของแบรนด์ Félicité แบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการใช้สีสันและสไตล์สุดล้ำที่จะมาตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามหัองเสี้อของเขาในตอนนี้ไม่ใช่ 'วังจั๋วเฉิง' รุ่นน้องสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของหลิวไห่ควาน คู่แข่งตัวฉกาจของเขามาตั้งแต่ไหนแต่ไร เนื่องจากสไตล์การออกแบบที่ตรงข้ามกันอย่างชัดเจนของทั้งคู่ และอีกหนึ่งสาเหตุที่สำคัญ คือ

    "ยังหล่อเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะครับพี่ไห่ควาน "

    เด็กนี่ชอบกวนประสาทเขาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเหมือนกัน

    หลิวไห่ควานมองคนที่วิ่งมาจากตึกฝั่งตรงข้าม ตรงเข้ามาหาเขาที่กำลังยืนอยู่ หลิวไห่ควานมองอีกคนหัวจรดเท้า วังจั๋วเฉิงแต่งกายด้วยเสื้อ sweater ไหมพรมหลากสี กางเกงผ้าลูกฟูกสีม่วง ถุงเท้ายาวสายรุ้ง กับรองเท้าผ้าใบสีขาวที่มีรอยเลอะของสีต่างๆ พร้อมกับหมวก baret สีเหลืองแสนสดใส 

    "จะไม่ทักทายผมหน่อยหรอ? ไม่เจอกันตั้งหลายปี..."

    หลิวไห่ควานยังคงทึ่งกับสีสันมากมายที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาไม่คิดมาก่อนว่าจะมีใครแต่งกายมากสีอย่างเช่นคนตรงหน้าเขาในตอนนี้

    "ต้องการอะไรวังจั๋วเฉิง?"

    วังจั๋วเฉิงแกล้งตีหน้าเศร้า พลางช้อนตามองคนตัวสูงตรงหน้าอย่างน่ารัก รู้อยู่หรอกว่าคนตรงหน้าไม่มีทางหลงกลใจอ่อนทักทายเขาหรือบอกคิดถึงเขาที่เขาอยากได้ยินอยู่แล้ว วังจั๋วเฉิงเป่าลมจากปากด้วยท่าทางน้อยใจเล็กๆ 

    ไม่เจอหน้ากันตั้ง 5 ปี แค่ทักยังไม่ยอมทักเลย 

    "ไม่คิดถึงผมเลยหรอ?"

    "ไม่"

    หลิวไห่ควานปฏิเสธคนตรงหน้าทันควัน เมื่อนึกถึงความวุ่นวายและว้าวุ่นใจที่อีกฝ่ายเคยทำให้เขารู้สึกในอดีต วังจั๋งเฉิงแกล้งแหย่หลิวไห่ควานมาตั้งแต่สมัยเจอกันครั้งแรกในมหาวิทยาลัย ถึงจะเป็นรุ่นน้องแต่ด้วยความสามารถของวังจั๋วเฉิง เจ้าตัวจึงได้ทำโปรเจ็กต์พร้อมกับรุ่นพี่ในหลายวิชา ซึ่งก็คือรุ่นของหลิวไห่ควาน ด้วยนิสัยขี้เล่นและเป็นมิตรจนเกินความพอดีของวังจั๋วเฉิง วังจั๋วเฉิงจึงมักทักทายหลิวไห่ควานเสียงดังในทุกครั้งที่เจอหน้ากันในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเห็นเขาจากที่ไกลแค่ไหน หลิวไห่ควานคนขรึมที่แม้แต่เพื่อนร่วมรุ่นและอาจารย์บางคนก็ไม่อยากยุ่งด้วย เพราะความเถรตรงจนเกือบดูเหมือนไม่มีมารยาทของเจ้าตัว แต่วังจั๋วเฉิงกลับกระโจนเข้าใส่อย่างไม่เกรงกลัว และในตอนนี้เช่นกัน

    "ที่ปารีสไม่มีคนให้แกล้งหรือไง?"

    หลิวไห่ควานรู้ว่าคนตรงหน้าหายไปไหนมา ถึงแม้จะไม่ได้ติดต่ออะไรกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าหลิวไห่ควานจะไม่รู้เรื่องของอีกฝ่ายเลย วังจั๋วเฉิงเดินทางไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสทันทีที่เรียนจบ ก่อนจะผันตัวไปทำ costumes ให้กับละครเวที และตอนนี้อีกฝ่ายก็กำลังยืนอยู่ตรงหน้ามองเขาตาแป๋ว ด้วยดวงตากลมสวยของเจ้าตัว

    "คิดถึงผมก็พูดมาเถอะน่า"

    หลิวไห่ควานถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย ต่อให้เขาพูดตอบอะไรไป คนอายุน้อยกว่าตรงหน้าก็คงจะไม่เลิกแกล้งเขาอยู่ดี วังจั๋วเฉิงเป็นประเภทที่จะได้ยินเฉพาะสิ่งที่อยากได้ยินเท่านั้น ถึงหลิวไห่ควานจะรำคาญคนตรงหน้าบ้างเมื่อคนอายุน้อยกว่าเข้ามาล้ำเส้นความสงบส่วนตัวของเขา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า 5 ปีที่ไม่มีอีกฝ่ายมาทักทายก็แอบเงียบเหงาอยู่เหมือนกัน

    เงียบเหงา? เงียบสงบต่างหากล่ะ

    "ถึงพี่ไห่ควานไม่คิดถึงผม แต่ผมคิดถึงพี่มากกกกก"

    วังจั๋วเฉิงไม่เพียงแค่พูดเท่านั้น แต่กลับตรงเข้ามากอดหลิวไห่ควานไว้แน่น คนตัวสูงที่ไม่ทันได้ตั้งรับการจู่โจมของคนตัวเล็กกว่า ยืนนิ่งแข็งทื่อให้อีกฝ่ายกอดอยู่กว่า 10 วินาที ถึงจะได้สติผละออกจากคนตัวเล็กกว่า

    "Reflex พี่ช้าลงนะ..."

    วังจั๋วเฉิงพูดติดตลก พลางหัวเราะท่าทางหัวเสียของคนตัวสูงตรงหน้าที่ยังคงตกใจที่เขาพุ่งเข้ากอดแบบไม่ทันตั้งตัวไม่หาย ถ้าเป็นเมื่อก่อน แค่วังจั๋วเฉิงแตะตัว ไม่ถึง 2 วินาทีเท่านั้นแหละ หลิวไห่ควานก็กระโดดหนีไปไกลจากเขาแล้ว

    "วันนี้ผมแค่แวะมาทักทายพี่เฉยๆ อีก 2 เดือนจะมีงานเปิดห้องเสื้อ Félicité ผมชวนที่ไห่ควานไว้ล่วงหน้าเลยนะ ไว้เจอกันนะครับ"

    วังจั๋วเฉิงโบกมือลาหลิวไห่ความพร้อมกับรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า ก่อนจะวิ่งกลับไปที่ตึกฝั่งตรงข้าม โดยไม่รอให้หลิวไห่ควานเอ่ยอะไร และหันกลับมาโบกมือให้หลิวไห่ควานอีกรอบอย่างร่าเริง ท่าทางความสงบในชีวิตของหลิวไห่ควานคงจะหมดลงในไม่ช้า




    .




    ไม่สบอารมณ์.

    ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา วังจั๋วเฉิงก็แวะมาหาหลิวไห่ควานที่ห้องเสื้อเป็นประจำ แวะมาแกล้งแหย่เขา 2-3 ประโยค ก่อนจะวิ่งกลับไปที่ตึกของตัวเองบ้าง แวะเอาขนมมาให้ ทั้งๆที่รู้ว่าเขาไม่ทานของหวานบ้าง และในบางครั้งวังจั๋วเฉิงแค่แวะมาทักทายเขาเพียงเท่านั้น จนตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบเดือนแล้วที่วังจั๋วเฉิงกลายมาเป็นแขกประจำของ L'océan 

    "ขึ้นมาได้ยังไง?"

    หลิวไห่ควานทักขึ้นทันทีที่เห็นคนที่แต่งกายด้วยสีสันแสบตาอย่างวังจั๋วเฉิงเดินเข้ามาในสตูดิโอส่วนตัวของเขา ด้วยเสื้อเชิ๊ตและกางเกงสี shocking pink สุดแซ่บซ่าทั้งตัว ทั้งๆที่วันนี้หลิวไห่ควานอุตส่าห์ขึ้นมาทำงานในสตูดิโอส่วนตัวด้านบน ซึ่งเป็นส่วนที่เขาไม่อนุญาตให้ใครมารบกวน ยกเว้นลูกค้าที่สั่ง custom made ที่เขายินดีทำให้เท่านั้น

    "วันนี้ผมมาเป็นลูกค้านะ อย่าทำหน้าบึ้งขนาดนั้นใส่ผมสิครับ"

    วังจั๋วเฉิงตีหน้าเศร้า แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความสนุกสนาน หลิวไห่ควานยกคิ้วด้วยความงุนงง ก่อนจะหันมาขอคำตอบจากพนักงานคนสนิทที่เขาไว้ใจที่เดินตามหลังเข้ามา กัวเฉิง

    "ใช่ครับ คุณจั๋วเฉิงนัดเข้ามาคุยเรื่อง custom made กับคุณไห่ควานครับ"

    "custom made? กับผม?"

    หลิวไห่ควานไม่เข้าใจ มองไปที่คนในชุดสีชมพูทั้งตัวด้วยความสับสน วังจั๋วเฉิงกำลังคิดจะทำอะไร

    "ใช่ครับ ผมอัปเดตนัดวันนี้ให้คุณไห่ควานตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะครับ..."

    กัวเฉิงมองไปที่เจ้านายของตัวเองด้วยความรู้สึกผิด หลิวไห่ควานไม่รู้ว่าเขามีนัดกับลูกค้าอย่างวังจั๋วเฉิงวันนี้ และตอนนี้เจ้านายของเขาก็มีสีหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ กัวเฉิงรู้ว่าเจ้านายเป็นคนดุ ถึงจะไม่ค่อยดุลูกน้องเท่าไหร่นักเมื่อทำงานผิดพลาด แต่หลิวไห่ควานเป็นคนเจ้าระเบียบมาก จนแทบจะเรียกได้ว่าหลิวไห่ควานเป็น perfectionist และสิ่งที่ทำให้หลิวไห่ควานไม่พอใจที่สุดก็คือ ความไร้ระเบียบ ไม่เป็นไปตามแผน อย่างในตอนนี้ 

    "พี่ไห่ควานไม่ว่างหรอ? เดี๋ยวผมกลับมาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องทำหน้าดุขนาดนั้นเลย..."

    วังจั๋วเฉิงพูดขึ้น โดยไม่สนใจเลยว่าเจ้าของห้องเสื้อที่เขากำลังพูดถึงคิ้วขมวดด้วยความไม่พอใจมากเพียงใด 

    "จะ custom made อะไร?"

    หลิวไห่ควานเอ่ยถามในที่สุด หลังจากจัดการกับความไม่พอใจกับตัวเองสักครู่ ถึงจะไม่พอใจเท่าไหร่นัก ที่อยู่ๆวังจั๋วเฉิงก็โผล่เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขา แต่วังจั๋วเฉิงในตอนนี้เป็นลูกค้า ซึ่งมีนัด custom made กับห้องเสื้อของเขาเรียบร้อยแล้ว จะให้หลิวไห่ควานยกเลิกนัดกลางคันก็คงจะไร้มารยาทเกินไป กัวเฉิงหายใจด้วยความโล่งอกอีกครั้ง เขานึกว่าจะโดนต่อว่าเสียแล้ว

    ต้องขอบคุณคุณจั๋วเฉิงจริงๆ เทวดามาช่วยเขาไว้ชัดๆ

    กัวเฉิงคิด ก่อนจะเห็นสายตาคมกริบจากเจ้านายของตัวเอง จึงนึกขึ้นได้ว่าต้องเตรียมน้ำกับของว่างมาให้ลูกค้า custom made ตามธรรมเนียมปฏิบัติของที่นี่ จึงรีบพุ่งตัวออกจากห้องไปจัดการหน้าที่ของตัวเองทันที หลิวไห่ควานเปิดสมุดสเก็ตช์ภาพขึ้นมา พร้อมกับหยิบดินสอมาถือไว้เตรียมสเก็ตช์ 

    "ผมอยากได้สูท..."

    "สำหรับอะไร?"

    "งาน opening ของ Félicité..."

    "นั่นมันอีกเดือนนึงไม่ใช่หรือไง?"

    "ครับ"

    วังจั๋วเฉิงนั่งลงสบายๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมคุยด้วย ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะยอมเขาง่ายๆขนาดนี้ แต่แล้วความคิดของวังจั๋วเฉิงก็ต้องสะดุด เมื่อหลิวไห่ควานเอ่ยถามขึ้นมาต่อ

    "ทำไมไม่ทำเอง?"

    "ผมอยากให้พี่ดีไซน์ให้นี่นา..."



    วังจั๋วเฉิงยืนนิ่งบนแท่นเพื่อให้หลิวไห่ควานวัดตัวเขา ระหว่างที่หลิวไห่ควานกำลังตั้งใจใช้สายวัดวัดสัดส่วนของวังจั๋วเฉิง พร้อมกับเอ่ยตัวเลขสัดส่วนต่างๆให้กัวเฉิงจด วังจั๋วเฉิงก็ได้ใช้เวลาที่อีกฝ่ายอยู่ใกล้ขนาดได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นมัสก์จางๆจากอีกฝ่ายสำรวจเครื่องหน้าของหลิวไห่ควานด้วยใจที่เต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น 

    ตาเรียวดุสีน้ำตาลเปลือกไม้ ฉายแววมุ่งมั่นและตั้งใจ คิ้วเข้ม จมูกโด่ง โหนกแก้มสวย ริมผีปากบางเฉียบ พร้อมกับคางบุ๋มเล็กน้อย

    ใช่แล้ว วังจั๋วเฉิงหลงรักหลิวไห่ควาน

    ตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยที่วังจั๋วเฉิงรู้จักกับหลิวไห่ควานคนเงียบขรึมที่ไม่ชอบพูดคุยกับใคร หลิวไห่ควานมักสเก็ตช์แบบเงียบๆอยู่คนเดียว ท่าทางตั้งอกตั้งใจ ความรักและหลงใหลในสิ่งที่เขาทำของหลิวไห่ควานเหล่านั้นดึงดูดวังจั๋วเฉิงให้ละสายตาไปจากคนตัวสูงไม่ได้ เผลอทีไรสายตาของเขาก็คอยมองหาอีกฝ่ายทุกที วังจั๋วเฉิงแอบชอบรุ่นพี่หลิวไห่ควานมาตั้งแต่ตอนนั้น จึงทำทีเข้าไปทักอีกฝ่ายด้วยความสดใสเสมอมา แต่ในตอนนั้น ทั้งเขาและหลิวไห่ควานต่างก็ทุ่มความสนใจทั้งหมดให้กับงานออกแบบของตัวเอง จนความรู้สึกอื่นๆถูกลดความสำคัญลงไป แต่ตอนนี้ ตรงนี้ที่หลิวไห่ควานมาอยู่ตรงหน้าวังจั๋วเฉิงอีกครั้ง ความรู้สึกใจเต้นสมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็กลับมาหาวังจั๋วเฉิงอีกครั้ง และครั้งนี้เขาไม่มีอะไรที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองอีกแล้ว และเขาคงจะเสียใจถ้าปล่อยความรู้สึกนี้ผ่านไป โดยที่ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายรับรู้ความรู้สึกของเขาอีกครั้ง

    วังจั๋วเฉิงจงใจก้มหน้าลงไปใกล้อีกฝ่าย เมื่อหลิวไห่ควานกำลังวัดหน้าอกเขาอยู่ ก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ ใกล้กับหูของคนตัวสูง ซึ่งในตอนนี้สูงน้อยกว่าเขา

    "พี่ไห่ควานวัดตรงนี้นานไปรึเปล่าครับ?"

    หลิวไห่ควานผละออกในทันที พยายามควบคุมสีหน้าของตัวเองให้เป็นปกติ เมื่ออีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ก่อนจะบอกเลขสัดส่วนกับกัวเฉิง หันกลับไปดื่มชาร้อนที่กัวเฉิงเตรียมไว้ให้ เพื่อตั้งสติ ก่อนจะหันกลับมาวัดตัวลูกค้าสุดแสบที่ตอนนี้ยืนยิ้มกว้างไปถึงดวงตาสวยให้เขาต่อจนเสร็จ 



    เกือบไปแล้ว หลิวไห่ควานเกือบหัวใจวาย

    ทันทีที่วังจั๋วเฉิงกลับไป หลิวไห่ควานก็ทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ทำงานของเขา พลางนึกถึงจังหวะที่ลมหายใจร้อนของวังจั๋วเฉิงปะทะกับใบหน้าของเขาตอนที่เขากำลังวัดหน้าอกของอีกฝ่าย ใจของหลิวไห่ควานก็เต้นรัว ราวกับออกไปวิ่งมาราธอน รุ่นน้องคนนี้กำลังทำให้ความสงบของหลิวไห่ควานหายไป หลิวไห่ควานไม่ชอบ เขาไม่ชอบความรู้สึก ความรู้สึกทำให้เขาสูญเสียการควบคุมตัวเองและทุกอย่างได้อย่างที่เขาชอบ แต่ความรู้สึกใจเต้นที่กำลังเกิดขึ้นเมื่อครู่ ก็ทำให้หลิวไห่ควานรู้สึกมีชีวิตอยู่ อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมานาน




    .




    ตื่นเต้น.

    "มายืนยิ้มอะไรตรงนี้? ฝั่งตรงข้ามมีอะไรน่าสนใจรึไง?"

    จูจ้านจิ่น เจ้าของห้องเสื้อ Félicité เพื่อนสนิทและเจ้านายของวังจั๋วเฉิงเอ่ยถาม เมื่อเห็นเพื่อนรักมองไปที่ตึกฝั่งตรงข้ามที่เป็นห้องเสื้อเหมือนกัน พร้อมกับยิ้มไม่หุบมาสักพัก วันนี้พวกเขาสองคนมาตรวจงานปรับปรุงตึกให้เป็นห้องเสื้อแบบที่พวกเขาอยากได้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่พรุ่งนี้พวกเขาจะให้ planner มาเตรียมสถานที่สำหรับงานเปิดตัวห้องเสื้อ Félicité ในอีก 5 วันข้างหน้า เขาพยายามชะเง้อมองตามทิศทางที่เพื่อนของตนมองไปแต่ก็ไม่เห็นอะไร นอกจากห้องเสื้อที่ออกจะไร้สีสันไปหน่อยในสายตาของจูจ้านจิ่น

    "ความลับ"

    วังจั๋วเฉิงตอบ พร้อมกับประกายความสนุกสนานในแววตา ประกายที่คนเป็นเพื่อนกับคนข้างๆมากว่า 5 ปี รู้ดีว่าอีกฝ่ายเตรียมจะทำอะไรแผลงๆอีกแล้ว จูจ้านจิ่นได้แต่หวังว่าเพื่อนรักคงจะไม่ทำอะไรที่ซุกซนเกินไปนัก




    .

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in