My impetuous fan fictions collection.medusawrites
Possessive III
  • WARNING: เหตุการณ์ในตอนนี้เกิดขึ้นใน setting ที่ lgbtq+ ยังไม่ได้รับการยอมรับ

    .




    หวง?

    เป็นห่วง.

    "คุณน้า! ผมไม่ให้อ่านแล้ว!"

    ชีเผยซินพูดขึ้นมาเสียงดัง พร้อมกับยื้อแย่งแท็ปเล็ตจากมือวังจั๋วเฉิง คุณน้าของเขา ที่กำลังเลื่อนอ่านคอมเมนต์จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ที่หลิวไห่ควานคนรักของวังจั๋วเฉิงประกาศความรักของเขาที่มีต่อวังจั๋วเฉิงกลางเวทีงานกุศลของนิตยสารชื่อดังที่มีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก ยังไม่ทันที่หลิวไห่ควานจะได้ลงจากเวที สื่อออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มก็มีการแชร์เรื่องที่เกิดขึ้นออกไปในวงกว้าง เกิดกระแส และ hashtags ต่างๆมากมาย ทั้งต่อต้านและสนับสนุนความรักของหลิวไห่ควานและวังจั๋วเฉิง วังจั๋วเฉิงจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าในคืนนั้นเขากลับบ้านของตัวเองมาได้อย่างไร ในหัวของเขามีแต่ฉากที่คนรักบอกรักตนกลางงานการกุศลที่มีการถ่ายทอดสดซ้ำไปซ้ำมา  


    'และคนสำคัญที่สุดของผม...วังจั๋วเฉิง'


    'ผมรักคุณ'


    คำบอกรักจากอีกฝ่ายดังก้องในหัวของวังจั๋วเฉิง ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อในความรักของคนรัก หรือไม่ใช่ว่าหลิวไห่ควานไม่เคยบอกรักตนมาก่อน หากเพียงแต่คำบอกรักท่ามกลางผู้คนมากมาย ที่วังจั๋วเฉิงก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามากมายขนาดไหน หลิวไห่ควานกล่าวคำรักต่อหน้าคนเหล่านี้ได้อย่างไร คนรักของเขาต้องรักเขามากขนาดไหน วังจั๋วเฉิงรู้สึกได้รับความรักจนใจเจ็บ ความรู้สึกมากมายก่อตัวขึ้นในใจของวังจั๋วเฉิง ทั้งรัก ดีใจ ตื่นเต้น ตกใจ ก่อนจะรู้สึกตัวเองอีกทีก็คือตอนที่ตัวเองกลับมาถึงบ้านแล้ว โดยมีหลิวไห่ควานตามมาส่ง เมื่อกลับมาตั้งสติได้ ความรู้สึกดีใจในตอนแรกที่คนรักที่หลิวไห่ควานบอกรัก กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกกังวลต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น ทั้งต่อตัวเขาและต่อหลิวไห่ควาน ครอบครัวของพวกเขา แฟนๆที่เขาและหลิวไห่ควานรักจะว่ายังไงกับกระแสที่เกิดขึ้น ไหนจะสตูดิโอ จูจ้านจิ่นและเซียวจ้าน ผู้จัดการส่วนตัวของเขาและหลิวไห่ควาน และอีกหลายๆคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในหัวของวังจั๋วเฉิงกำลังประมวลผลถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จนหลิวไห่ควานต้องคอยปลอบตลอดทั้งคืน และเพิ่งจะกลับบ้านของตัวเองไปในช่วงเช้าเพื่อเตรียมตัวทำในสิ่งที่เขาต้องทำ


    "คุณน้าทานข้าวกัน วันนี้ผมให้คุณแม่ทำของโปรดของคุณน้าทั้งนั้นเลย"

    ชีเผยซินพยายามจะเบี่ยงความสนใจของน้าชายของตัวเองด้วยการมาอยู่ที่บ้านของอีกฝ่ายตั้งแต่เช้า เพราะหลิวไห่ควานส่งข้อความมาขอให้เขามาอยู่เป็นเพื่อนคุณน้า แต่ถึงหลิวไห่ควานจะไม่ขอ เขาก็จะมาหาคุณน้าของเขาอยู่แล้ว ชีเผยซินตกใจตั้งแต่เมื่อคืนที่เห็นข่าวในโลกออนไลน์ เจ้าพวกคนไม่มีหัวใจพวกนั้นกำลังต่อว่าน้าของเขาและคนรักด้วยถ้อยคำที่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่ควรจะได้อ่านและรับรู้ทั้งนั้น ด้วยความเป็นห่วง เขาจึงรีบมาที่บ้านของคุณน้า พร้อมด้วยอาหารที่อีกฝ่ายชอบ ทั้งแกงรากบัว ผักทอด บะหมี่ผัด และหมั่นโถวที่ขอให้คุณแม่ ที่มีศักดิ์เป็นพี่สาวแท้ๆของวังจั๋วเฉิงเป็นคนทำมาให้ คุณแม่ของชีเผยซิน วังเซวียนลู่ ไม่สามารถมาหาน้องชายของเธอในตอนนี้ได้ เนื่องจากงานที่ต้องทำ วังเซวียนลู่เป็นอาจารย์บัลเลต์ที่มหาวิทยาลัยศิลปะชื่อดังของประเทศ แต่ก็เป็นห่วงน้องชายของเธอมากจนยอมส่งลูกชายมาอยู่เป็นเพื่อนก่อน หลังจากสอนเสร็จถึงจะตามมาทีหลัง

    "น้าไม่หิว ขอแท็ปเล็ตคืนให้น้าเดี๋ยวนี้นะ เผยซิน"

    "ไม่คืน!"

    "ชีเผยซิน!"

    "ผมไม่ให้!"

    ชีเผยซินลุกจากเก้าอี้โต๊ะกินข้าวหนีน้าของตัวเอง วังจั๋วเฉิงลุกขึ้นวิ่งไล่เจ้าหลานชายตัวแสบทันที วิ่งไล่กันไปทั่วจนเหนื่อย ก่อนที่วังจั๋วเฉิงจะนึกขึ้นได้ว่าไม่จำเป็นต้องตามข่าวในแท็ปเล็ตสักหน่อย ในเมื่อเขามีโทรศัพท์มือถืออยู่

    "จะเอาแท็ปเล็ตก็เอาไป น้าดูในโทรศัพท์ก็ได้"

    "คุณน้า!"

    เมื่อชีเผยซินเห็นคุณน้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาให้เขาดู เขาก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ในการพยายามไม่ให้วังจั๋วเฉิงเห็นข้อความต่อว่าเขาและหลิวไห่ควานเพียงเพราะว่าพวกเขาเป็นผู้ชายที่รักกัน

    แงงงงงงงงง คุณน้ากำลังจะได้เห็นคำพูดเลวร้ายพวกนั้นแล้ว

    "คุณน้า ไม่อ่านไม่ได้หรอ? ไม่เห็นต้องรู้เลย..."

    "น้าต้องอ่านสิ จะได้รู้ว่าต้องทำอะไรต่อบ้าง..."

    "แต่..."

    "น้าไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว"

    วังจั๋วเฉิงยื่นมือออกไป เรียกหลานชายให้เข้ามาใกล้ ชีเผยซินยื่นมือมาจับมือของคุณน้าสุดที่รักของเขา ก่อนจะยื่นแท็ปเล็ตคืนให้คุณน้า และพากันเดินกลับไปที่โต๊ะอาหารที่มีของโปรดของวังจั๋วเฉิงอยู่เต็มโต๊ะ วังจั๋วเฉิงปล่อยมือจากหลานชาย ก่อนจะกดเข้าไปดู hashtag ใน social media ต่างๆ เขาเลื่อนสายตาดู มีทั้งคอมเมนต์ด่าทอ เรียกชื่อเขาและคนรักด้วยถ้อยคำหยาบคายต่างๆ ทั้งใน account ส่วนตัวของเขาและหลิวไห่ควาน รวมไปถึง account ของ studio ของพวกเขา วังจั๋วเฉิงเผลอกัดริมฝีปากตัวเองด้วยความเครียด แค่นี้ก็ทำให้วังจั๋วเฉิงเห็นแล้วว่ากระแสตอบรับเรื่องราวของพวกเขาเป็นอย่างไร เขาควรจะคุยกับสตูดิโอของเขา เพื่อหาทางให้เรื่องนี้มีผลกระทบต่อทุกฝ่ายน้อยที่สุด แต่เมื่อเลื่อนมาดูเรื่อยๆ บรรดาแฟนคลับของเขาและหลิวไห่ควาน มีจำนวนไม่น้อยเลยที่พยายามติด hashtag ที่มีคำใกล้เคียงกัน ให้กำลังใจทั้งเขาและคนรัก

    "แย่น้อยกว่าที่น้าคิดนะ..."

    วังจั๋วเฉิงพยายามจะยิ้มให้หลานชายเห็น แต่ดวงตาของเขาคงแสดงออกมาให้ชีเผยซินเห็นถึงความเครียดและเป็นกังวล เจ้าหลานชายเห็นคุณน้าเศร้า ก็รีบตักอาหารเอาใจยกใหญ่

    "คุณน้าทานนี่ นี่ แล้วก็หมั่นโถวด้วย"

    ชีเผยซินตักกับข้าวใส่จานของวังจั๋วเฉิง ก่อนจะคีบหมั่นโถวลูกใหญ่ลงบนจานของน้าของตัวเอง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมทาน จึงคีบหมั่นโถวขึ้นมาจ่อที่ปากของคุณน้าของเขา คะยั้นคะยอจนอีกฝ่ายยอมอ้าปากงับหมั่นโถวที่หลานชายยื่นมาให้ทาน ก่อนจะใช้มือจับหมั่วโถวมาจากตะเกียบของหลาน พยายามจะกินหมั่นโถวให้หมด แม้น้ำตาจะเริ่มรื้นในดวงตา แต่วังจั๋วเฉิงก็พยายามจะกลั้นเอาไว้ ไม่อยากร้องไห้ให้หลานชายเป็นห่วงไปมากกว่านี้

    "เผยซินก็ต้องทานเยอะๆ เอ้านี่"

    วังจั๋วเฉิงตักกับข้าวทุกอย่างให้หลานชาย คีบเฉพาะสิ่งที่หลานชายชอบ ก่อนจะคีบหมั่นโถวให้คืน เจ้าหลานชายตัวแสบเห็นคุณน้าพยายามจะไม่ร้องไห้ ถึงแม้ว่าจะโตจนอายุ 18 แล้ว แต่ด้วยความอ่อนโยนและความรักที่มีต่อคุณน้าของตน ชีเผยซินก็อดน้ำตารื้นตามคุณน้าของตัวเองไม่ได้

    "ฮึก...คุณน้า..."

    "เป็นอะไร? ร้องไห้ทำไม..."

    "คุณน้าต่างหากที่ร้องไห้...ผมไม่ได้ร้อง..."

    ชีเผยซินปาดน้ำตาอย่างเร็ว เพื่อไม่ให้คุณน้าของตัวเองเห็น แต่มีหรือที่คนหลงหลานอย่างวังจั๋วเฉิงจะไม่รู้ว่าหลานชายกำลังร้องไห้ เขาปิดแท็ปเล็ต วางลงข้างตัว พยายามไม่สนใจเสียงด่าทอ คำว่าร้ายที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่ที่กำลังดังก้องอยู่ในหัวจากข้อความและคอมเมนต์ของบุคคลที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร เสียงพวกนั้นเป็นเสียงที่เขาไม่ควรจะให้ค่าอะไร ไม่ควรจะเก็บมาคิดด้วยซ้ำ รู้ว่าห้ามตัวเองไม่ได้ แต่ก็จะพยายามเพื่อคนที่เขารักและรักเขา

    "มา ทานข้าว..."

    วังจั๋วเฉิงตักจานนั้น จานนี้เข้าปาก รสชาติอาหารถูกปากทุกจานจนเผลอยิ้มกว้าง ก่อนจะเอ่ยปากชม  

    "อาหารของพี่ลู่อร่อยเหมือนเดิมเลย"

    "อื้ม อาหารของคุณแม่อร่อยที่สุด"

    สองน้าหลานผลัดกันตักอาหารใส่จานของกันและกัน ถึงแม้วังจั๋วเฉิงจะยังเครียดอยู่บ้าง แต่ก็พยายามทานทุกอย่างที่พี่สาวของตนทำมาให้ทานให้หมด ชีเผยซินเห็นคุณน้ายอมทานข้าว ก็โล่งใจขึ้น พลางพยายามออดอ้อนให้คุณน้าของตนทานให้มากกว่าเดิม



    เมื่อทานอาหารกับหลานชายจนอิ่ม เจ้าหลานชายตัวแสบก็โดนเพื่อนโทรมาตามให้ไปติวหนังสือด้วยกัน ชีเผยซินสองจิตสองใจไม่อยากทิ้งคุณน้าไว้ที่บ้านคนเดียว กลัวอีกฝ่ายจะเผลอคิดมากจนเครียดอีก

    "ชีเผยซิน น้าอายุมากกว่าเราตั้งเท่าไหร่? น้าดูแลตัวเองได้..."

    "แต่ว่า..."

    "ไปติวหนังสือเถอะ จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วไม่ใช่หรือไง?"

    "คุณน้า..."

    "ไปได้แล้ว..."

    "ครับ ถ้างั้นเดี๋ยวตอนเย็นผมแวะมาอีกรอบพร้อมคุณแม่นะ"

    "อืม ตามใจ..."

    "คุณน้าไม่ต้องเครียด ผมจะปกป้องคุณน้าเอง"

    "เอาเวลาไปอ่านหนังสือเถอะเราน่ะ..."

    วังจั๋วเฉิงยื่นมือไปยีผมหลานด้วยความหมั่นเขี้ยว เจ้าตัวแสบมัวแต่ห่วงเขา จนทำเขาเกือบรู้สึกผิด

    "ถ้าคุณน้ามีอะไร..."

    "ชีเผยซิน!"

    วังจั๋วเฉิงพูดขัดขึ้นมาอย่างเหลืออด เจ้าหลานคนนี้มันจะเกินไปแล้ว เขาเป็นน้านะ เขาต้องเป็นฝ่ายเป็นห่วงอีกฝ่ายสิ ไม่ใช่ให้อีกฝ่ายมาเป็นห่วงขนาดนี้ เขายกมือขึ้นขู่จะตีแขนอีกฝ่าย ชีเผยซินแกล้งตีหน้าเศร้า ก่อนจะรีบวิ่งออกจากบ้านของวังจั๋วเฉิงไป

    "ไปแล้วคร้าบบบบบบบบบ รักนะครับคุณน้า"

    เมื่อชีเผยซินไปแล้ว บ้านทั้งหลังของวังจั๋วเฉิงก็เงียบสงบลงทันที วังจั๋วเฉิงคิดถึงหลิวไห่ควานขึ้นมาจับใจ ทั้งๆที่เขาเองก็ควรจะจัดการคุยกับจูจ้านจิ่น ผู้จัดการส่วนตัวของตัวเองก่อน หลังจากที่เมื่อวานอีกฝ่ายโทรมาคุยกับเขาถึงเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วบ้าง และจูจ้านจิ่นขอเจอเขาโดยเร็วที่สุด เท่าที่เขาจะสามารถจัดการได้ แต่จิตใจของวังจั๋วเฉิงในตอนนี้เขาไม่อยากจะแก้ปัญหาอะไรทั้งนั้น เขาแค่อยากให้หลิวไห่ควานอยู่กับเขา จึงกดโทรศัพท์โทรหาคนรักของตัวเองทันที

    (ว่าไงครับ เฉิงจื่อ?)

    "คุณยุ่งอยู่รึเปล่า?"

    (คือ...ผม...)

    "ยุ่งอยู่หรอ? ถ้างั้นไม่เป็นไร..."

    ก่อนที่วังจั๋วเฉิงจะได้กดวางสาย หลิวไห่ควานก็กด video call มาก่อน เขากดรับ ก่อนจะเห็นว่าคนรักกำลังแต่งตัวอยู่ หลิวไห่ควานอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ ผมเปียกหมาดๆกำลังถูกเป่าให้แห้ง พลางกดปิดไดร์เป่าผมทันทีที่วังจั๋วเฉิงกดรับ video call 

    "ผมกำลังจะออกไปที่ค่ายกับสตูดิโอของผม ต้องไปคุยเรื่องสัญญานิดหน่อย..."

    "มีปัญหาอะไรหรอ?"

    "ถามว่าไม่มีปัญหาอะไรดีกว่า..."

    หลิวไห่ควานพูดพลางหัวเราะอย่างติดตลก ความกังวลเริ่มเกาะกุมจิตใจของวังจั๋วเฉิงมากขึ้นกว่าเดิม หลิวไห่ควานเห็นสีหน้าของคนรักหม่นลงด้วยความเครียดจึงหยุดหัวเราะ หายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยปาก

    "เสียใจไหมที่ผมบอกรักคุณเมื่อคืน?..."

    วังจั๋วเฉิงส่ายหน้า พร้อมกับมองไปที่คนรักที่อยู่ใน video call ไม่อยากให้คนรักต้องมาเป็นห่วงเขาไปอีกคน เขารักหลิวไห่ควาน ถึงแม้จะตกใจที่อีกฝ่ายบอกรักเขาท่ามกลางผู้คนมากมาย ซึ่งจะตามมาด้วยปัญหาต่างๆมากมาย แต่ปัญหาหลักของเรื่องนี้ต่อให้ไม่เกิดขึ้นในวันนี้ สักวันมันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี ถ้าเขากับหลิวไห่ควานจะยังรักกันต่อไป วังจั๋วเฉิงมั่นใจในความรู้สึกของตัวเองและเชื่อมั่นในความรักของหลิวไห่ควานที่มีต่อเขา เขามั่นใจว่าหลิวไห่ควานจะไม่ปล่อยมือจากเขาจนกว่าจะสุดทาง

    "ผมรักคุณ"

    "เฉิงจื่อ..."

    "ผมรักคุณ หลิวไห่ควาน"

    "อย่ามาทำตัวน่ารักแบบนี้ตอนไม่ได้อยู่ด้วยกันได้ไหมครับ หืม?"

    หลิวไห่ควานมองคนรักของตัวเองด้วยแววตาออดอ้อน 

    เฉิงจื่อนะเฉิงจื่อ มาทำตัวน่ารักขนาดนี้ผ่าน video call  เขาจะทนไหวได้ยังไงกัน

    "ไปจัดการธุระของคุณเถอะ..."

    วังจั๋วเฉิงกล่าวเสียงแข็ง แต่ก็ไม่ได้ไล่จริงจังอะไร เขาก็แค่เขินสายตาที่อีกฝ่ายมองมาผ่าน video call จึงเอ่ยถามเพื่อเปลี่ยนเรื่อง

    "เสร็จจากที่ค่ายแล้ว ว่างรึเปล่า?"

    "ว่างครับ ว่าจะเข้าไปหาเฉิงจื่อนั่นแหละครับ"

    "ให้ออกไปหาไหม?"

    "ไม่เอา คุณรอที่บ้านเลย ไม่ต้องออกมา ผมเป็นห่วง..."

    "ให้คุณมาหาผมก็เป็นห่วงคุณเหมือนกัน..."

    คนอายุน้อยกว่าเถียงขึ้นทันควัน วังจั๋วเฉิงก็เป็นห่วงอีกฝ่ายไม่แพ้กลับที่หลิวไห่ควานเป็นห่วงเขา พร้อมกับมู่ปากด้วยความเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อยกับคนใน video call ที่กำลังคลี่ยิ้มกว้างให้เขาเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาเพิ่งกล่าว

    "ฮะ? อะไรนะ? เฉิงจื่อหวงผม? ยังไม่เลิกหวงผมอีกหรอครับ? วันนี้ผมจะติดกระดุมทุกเม็ดเลย..."

    "ไห่ควาน!"

    วังจั๋วเฉิงแทรกเสียงดัง หลิวไห่ควานยังคงทำเป็นทีเล่นทีจริงได้อย่างไม่ทุกข์ร้อน เพราะเขากลัววังจั๋วเฉิงจะเครียด ถึงพยายามจะหลอกล่ออีกฝ่ายให้ไม่ต้องคิดมาก แต่ยิ่งแกล้งเหมือนวังจั๋วเฉิงจะเริ่มโมโหจริงๆแล้ว

    "เล่นอะไร? ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยนะ..."

    "ให้ผมไปหาคุณที่บ้านนั่นแหละ เดี๋ยวผมเสร็จธุระแล้วโทรหานะครับ"

    "อืม..."

    "ถ้ามีอะไรโทรหาผมนะ"

    "เหมือนกัน"

    "แล้วเจอกันครับ"

    เมื่อวางสาย video call จากหลิวไห่ควานแล้ว วังจั๋วเฉิงก็ได้รับข้อความจากหลิวไห่ควาน เขาส่งรูปภาพ selfie ตัวเองที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยในชุดเสื้อเชิ๊ตติดกระดุมเกือบทุกเม็ด เหลือแค่เม็ดสุดท้ายตรงคอที่ไม่ได้ติด และสูทเบลเซอร์ที่ไม่ได้ดูเป็นทางการจนเกินไปมาให้วังจั๋วเฉิง พร้อมกับข้อความ

    'ของเฉิงจื่อคนเดียวครับ ♥'




    .




    รู้สึกผิด.

    ช่วงบ่ายที่เหลือวังจั๋วเฉิงตัดสินใจโทรหาจูจ้านจิ่น ผู้จัดการส่วนตัวและหัวหน้าสตูดิโอของเขาถึงเรื่องที่เกิดขึ้น อีกฝ่ายต่อว่าเขาเล็กน้อยที่ไม่ยอมรับสายของจูจ้านจิ่นเมื่อเช้า ใช้เวลาเพียงไม่นานจูจ้านจิ่นก็มาถึงบ้านของวังจั๋วเฉิง เมื่อมาถึงคุณผู้จัดการส่วนตัวก็พูดคุยกับวังจั๋วเฉิงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่อ้อมค้อม หลังจากนั้นก็พูดทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้าให้วังจั๋วเฉิงฟังทีละอย่างอย่างใจเย็น จูจ้านจิ่นสนับสนุนความรักของเขากับหลิวไห่ควานเต็มที่อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง ที่จริงจูจ้านจิ่นคือหนึ่งในคนที่สนับสนุนความรักของพวกเขาทั้งคู่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รู้เรื่องตั้งแต่พวกเขาเริ่มต้นความสัมพันธ์กัน เพราะความเป็นกังวลของวังจั๋วเฉิง แต่ทันทีที่ทราบว่าทั้งคู่คบหากัน จูจ้านจิ่นก็เป็นคนช่วยเหลือทั้งคู่มาตลอด 

    "อาเฉิง เราไม่ได้ทำอะไรไม่ดีเลย..."

    "แต่ว่าผม..."

    "ไม่ต้องไปสนใจพวกที่เข้ามาต่อว่าเรา ตอนนี้ต้องอยู่เฉยๆไว้ก่อน..."

    "ผมแค่ไม่อยากให้เขาทำร้ายคนที่ผมรัก"

    "ต่อให้เราฟ้อง หรือดำเนินคดีตามกฎหมายตอนนี้พวกนั้นก็จะไม่หยุด...พรุ่งนี้เราเข้าไปคุยที่ค่ายด้วยกัน แล้วค่อยว่ากันอีกทีว่าจะจัดการยังไง แต่พี่กับสตูดิโอคุยกับคุณหลี่ไปนิดหน่อยแล้วล่ะ..."

    วังจั๋วเฉิงพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ผู้จัดการส่วนตัวพูด คุณหลี่ หรือ หลี่หมิง คือ CEO เจ้าของค่ายของวังจั๋วเฉิง ผู้บริหารอายุ 60 ปี ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล แม้ว่าจะมีความ conservative แต่หลี่หมิงก็พร้อมจะเปิดใจยอมรับความคิดใหม่ๆ และที่สำคัญวังจั๋วเฉิงเอง ก็เป็นหนึ่งในนักแสดงที่หลี่หมิงเลือกเข้าสังกัดด้วยตัวเองตั้งแต่ต้น จึงทำให้หลี่หมิงเชื่อใจวังจั๋วเฉิงมาก วังจั๋วเฉิงรู้สึกผิดไม่น้อยที่ทำให้คนที่ตัวเองเคารพรักต้องมีปัญหาเพราะเขาเป็นสาเหตุ  

    "คุณหลี่ว่าไงบ้าง?"

    "คุณหลี่เองก็เครียด บอร์ดบริหารดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจ แต่คุณหลี่บอกกับพี่ว่าจะช่วยคุยให้ก่อน แล้วพรุ่งนี้เราเข้าไปคุยเรื่องสัญญากัน..."

    "ให้ผมช่วยอะไรอีกไหม?"

    "อดทนอีกหน่อยก็แล้วกัน เรารู้อยู่แล้วว่ามันจะยาก..."

    "อืม..."

    วังจั๋วเฉิงหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบจิตสงบใจ ความคิดมากมายกำลังแล่นในหัวของเขา ยอมรับว่าไม่ใช่ความคิดในด้านที่ดีเท่าไหร่นัก คำต่อว่าเหล่านั้นยังดังก้องอยู่ในหัว ความรู้สึกผิดกำลังกัดกินจิตใจของวังจั๋วเฉิง ถึงแม้ว่าทุกคนจะพยายามปลอบเขาอย่างไรก็ตาม

    "ผมขอโทษนะ จ้านจิ่น...ที่ทำให้ทุกคน..."

    "อาเฉิง ขอโทษทำไม? เราไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ..."

    "แต่ว่าผม..."

    "เรากับหลิวไห่ควานไม่ได้ทำอะไรผิด คนสองคนรักกัน มันมีอะไรผิดล่ะ จริงไหม? ถ้าจะมีคนผิดก็คงเป็นสังคมที่ไม่เปิดกว้างมากพอ สังคมที่ไม่เคารพเสรีภาพของคนทุกคน..."

    จูจ้านจิ่นพูด พร้อมกับยื่นมือไปจับมือวังจั๋วเฉิงไว้อย่างให้กำลังใจ เขารู้ว่าวังจั๋วเฉิงเครียด นักแสดงหนุ่มในความดูแลของเขาคนนี้ เป็นคนอ่อนไหวและอ่อนโยน ถ้าเป็นไปได้เขาเองก็อยากจะปกป้องวังจั๋วเฉิงไม่ให้เจอกับอะไรร้ายๆเลย แต่จูจ้านจิ่นรู้ว่าเขาทำไม่ได้ เขาทำได้เพียงแค่คอยเป็นกำลังใจให้วังจั๋วเฉิงและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพียงเท่านั้น




    .




    หวง².

    "คุณน้าทานนี่ ของโปรดคุณน้าเลย รากบัวเชื่อมน้ำตาล..."

    ชีเผยซิน หลานชายผู้หวงคุณน้าเป็นที่สุด กลับมาที่บ้านวังจั๋วเฉิงอีกครั้งในตอนเย็น พร้อมกับรากบัวเชื่อมน้ำตาล ขนมสุดโปรดของวังจั๋วเฉิง เมื่อทานอาหารเย็นกันเรียบร้อย เจ้าหลานชายตัวแสบก็ยกรากบัวเชื่อมน้ำตาลใส่ชามมาให้คุณน้าของเขา ที่กำลังทานทาร์ตไข่ที่หลิวไห่ควานซื้อมาฝากอยู่

    "วางไว้ก่อน น้าทานทาร์ตไข่อยู่ เผยซินมาทานด้วยกันสิ"

    วังจั๋วเฉิงเอ่ยปากเรียกให้หลานชายมาทานทาร์ตไข่กับเขาที่กำลังนั่งอยู่ที่โซฟากับทาร์ตไข่ในมือ พร้อมกับหลิวไห่ควานและวังเซวียนลู่ พี่สาว คุณแม่ของชีเผยซินที่แวะมาหาน้องชายสุดที่รักของเธอเช่นเดียวกัน

    "ทาร์ตไข่ไม่เห็นอร่อยเลย เลี่ยนก็เลี่ยน..."

    "ชีเผยซิน..."

    ยังไม่ทันที่ชีเผยซินจะได้พูดต่อ วังเซวียนลู่ก็เรียกชื่อลูกชายเสียงเย็น เจ้าลูกชายตัวแสบเอามารยาทไปเก็บไว้ที่ไหนกัน เอ่ยปากว่าขนมที่คนรักของน้าตัวเองซื้อมาฝากแบบนั้นได้อย่างไร วังเซวียนลู่รู้ว่าลูกชายรักน้องชายของเธอมาก เพราะวังจั๋วเฉิงตามใจหลานชายที่สุด มากกว่าคนเป็นแม่อย่างเธอเสียอีก ไม่เคยขัดใจอะไรเลย พอกันเลยกับคุณพ่อของชีเผยซิน ชีอวี้เฉิน จนวังเซวียนลู่ต้องรับบทเป็นคนร้ายคอยดุชีเผยซินตลอดมา

    "คุณแม่ ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย..."

    หลิวไห่ควานยักคิ้วข้างหนึ่งส่งให้ชีเผยซินตัวแสบที่อยากอ้อนคุณน้า แต่วังจั๋วเฉิงที่นั่งอยู่ข้างๆเขากำลังทานทาร์ตไข่ ขนมที่เป็นของโปรดของเจ้าตัวเหมือนกัน วังจั๋วเฉิงเห็นจึงตีไปที่ขาของคนรักเบาๆที่มาแกล้งหลานชายของตน

    "เฉิงจื่อตีผมทำไม? ผมก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ"

    ชีเผยซินแลบลิ้นไปที่หลิวไห่ควานที่กำลังแกล้งตีหน้าเศร้าด้วยความสะใจที่คนรักของคุณน้าโดนคุณน้าตี ชีเผยซินวางชามรากบัวเชื่อมน้ำตาลไว้บนโต๊ะ ก่อนจะตรงเข้าไปกอดเอวคุณน้าของตัวเองที่กำลังนั่งอยู่ที่โซฟาอย่างกับเด็กเล็กๆ ด้วยความอยากเอาชนะหลิวไห่ควาน หลิวไห่ควานเองก็ไม่น้อยหน้า เมื่อเห็นหลานชายของคนรักกอดเอววังจั๋วเฉิง เขาก็หยิบทาร์ตไข่ขึ้นมาอีกชิ้น ก่อนจะป้อนคนรักของตัวเองถึงปาก พลางปล่อยให้เศษแป้งทาร์ตไข่หกใส่ชีเผยซินอย่างตั้งใจ จนชีเผยซินต้องปล่อยแขนจากเอวของวังจั๋วเฉิง 

    "พอกันเลยนะคะ ทั้งเจ้าเผยซิน ทั้งคุณไห่ควาน"

    วังเซวียนลู่พูด พลางปัดเศษแป้งทาร์ตไข่บนผมให้ลูกชายไป หัวเราะไป

    "แสบกันทั้งคู่ ผมล่ะเบื่อ"

    วังจั๋วเฉิงหันไปมองหน้าคนรักที่ส่งยิ้มใสซื่อมาให้ พลางกลอกตาด้วยความเบื่อหน่ายกับอาการหวงเขาระหว่างคนรักและหลานชาย ก่อนจะหันไปลูบผมหลานชายด้วยความเอ็นดู ส่วนเจ้าหลานชายเมื่อเห็นคุณน้าลูบผมตัวเอง ก็เอ่ยปากฟ้องทั้งคุณแม่และคุณน้าทันที 

    "คุณน้า คุณแม่ หลิวไห่ควานแกล้งผม..."

    "เราเองก็แกล้งเขาเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?"

    วังจั๋วเฉิงพูด ก่อนจะหันไปปรามคนที่กำลังยิ้มให้หลานชายของเขาอย่างเยาะเย้ย

    "คุณเองก็เหมือนกัน ไห่ควาน เล่นอะไรเป็นเด็กๆ"

    "ไม่เด็กสักหน่อย เฉิงจื่อก็รู้..."

    ประโยคหลังนั่น หลิวไห่ควานจงใจเอ่ยเสียงเบาเพื่อให้คนรักได้ยินเพียงคนเดียว วังจั๋วเฉิงหน้าร้อนด้วยความเขิน เมื่อคิดได้ว่าคนรักทำอะไรไปบ้างในครั้งก่อนที่พูดประโยคนี้ จึงแกล้งผลักคนรักอย่างแรง ชีเผยซินเห็นดังนั้นจึงยิ้มกว้างที่หลิวไห่ควานโดนคุณน้าผลัก 

    "ถ้าอย่างงั้นพี่กับเผยซินกลับบ้านก่อนดีกว่า..."

    "คุณแม่ ผมยังไม่อยากกลับ"

    วังเซวียนลู่รบรากับลูกชายแสนดื้อของตนสักพัก ก่อนที่ชีเผยซินจะยอมกลับบ้านในที่สุด

    "พี่กลับก่อน มีอะไรก็โทรมาหาพี่ได้เลยนะ"

    วังเซวียนลู่หันมากำชับน้องชายรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ วังจั๋วเฉิงกอดพี่สาวไว้แน่น พร้อมกับพยักหน้าหงึกหงักในอ้อมกอดของพี่สาว วังเซวียนลู่เห็นน้องชายยิ้มได้ในคืนนี้ เธอจึงค่อยวางใจหน่อยว่าน้องชายของเธอไม่เป็นอะไร

    "โทรหาผมๆๆๆๆๆ ถ้าคุณน้าโทรมา ผมจะรีบมาหาเลย"

    วังเซวียนลู่ส่ายหัวให้กับความหวงน้าของลูกชาย ก่อนจะหันมาบอกลาหลิวไห่ควาน คนรักของน้องชาย คนที่ทำให้เธอไว้ใจและมั่นใจว่าจะดูแลน้องชายของเธอให้ผ่านช่วงเวลายากลำบากตรงนี้ไปได้

    "พี่ฝากคุณไห่ควานดูอาเฉิงด้วยนะคะ น้องชายพี่คนนี้ปากไม่ตรงกับใจสักเท่าไหร่ คิดอะไร รู้สึกอะไรก็ไม่เคยบอกกันหรอก..."

    "ไม่ต้องเป็นห่วงครับพี่ลู่..."

    หลิวไห่ควานส่งยิ้มให้พี่สาวของคนรัก พร้อมทั้งกำชับว่าเขาจะดูแลวังจั๋วเฉิงอย่างดี อีกฝ่ายไม่ต้องเป็นห่วง ถึงวังจั๋วเฉิงจะปากไม่ตรงกับใจ ไม่พูดสิ่งที่ตัวเองรู้สึก แต่สีหน้าและแววตาของเจ้าตัวไม่เคยโกหกอะไรได้เลย หลิวไห่ควานรู้ดี

    "อย่าให้รู้นะว่าคุณแกล้งคุณน้า"

    "ให้มันน้อยๆหน่อย ชีเผยซิน..."

    วังจั๋วเฉิงพูดด้วยความหมั่นเขี้ยวที่หลานชายแสดงอาการหวงเขาออกหน้าออกตาขนาดนี้ ถ้าวันไหนหลิวไห่ควานบอกรักเขาต่อหน้าหลานชาย ชีเผยซินคงกรีดร้องเป็นแน่ แค่คิดถึงความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้น วังจั๋วเฉิงก็เหนื่อยแล้ว หลิวไห่ควานและวังจั๋วเฉิงเดินไปส่งวังเชวียนลู่และชีเผยซินถึงที่รถที่วังเซวียนลู่ขับมา แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้ขึ้นรถกลับบ้าน หลิวไห่ควานก็เอ่ยปากเรียกหลานชายของคนรักขึ้นมาก่อน

    "เผยซิน ฟังนี่..."

    'ผมรักคุณ หลิวไห่ควาน'

    อยู่ๆเสียงของวังจั๋วเฉิงก็ดังออกมาจากโทรศัพท์ของหลิวไห่ควาน เป็นเสียงที่เขา video call กับหลิวไห่ควานเมื่อตอนกลางวัน เสียงของเขาในประโยคเดิมดังขึ้นอีกครั้ง วังเซวียนลู่กลั้นยิ้มมองมาที่น้องชายของตัวเองที่ใบหน้าเห่อแดงด้วยความเขินอาย แต่เจ้าของโทรศัพท์อย่างหลิวไห่ควานกลับปล่อยให้เสียงของวังจั๋วเฉิงดังขึ้นซ้ำๆๆๆ


    "คุณน้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!"


    'ผมรักคุณ หลิวไห่ควาน' 




    .

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in