My impetuous fan fictions collection.medusawrites
Possessive II
  • WARNING: เหตุการณ์ในตอนนี้เกิดขึ้นใน setting ที่ lgbtq+ ยังไม่ได้รับการยอมรับ

    .




    ไม่หวง.

    "จั๋วเฉิงคะ ทางนี้ด้วยค่ะ"

    "คุณวังครับ กล้องนี้ด้วยครับ"

    เสียงชัตเตอร์ แฟลช และเสียงเรียกของบรรดาช่างภาพดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง วังจั๋วเฉิงหันตามเสียงเรียกและส่งยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาให้ทุกกล้องอย่างมืออาชีพ งานในค่ำคืนนี้เป็นงานการกุศลประจำปีของนิตยสารชื่อดังที่ส่งคำเชิญให้กับผู้ทรงอิทธิพลในวงการต่างๆ ทั้งนักแสดง นายแบบ นางแบบ ดีไซเนอร์ นักร้อง นักดนตรี นักกีฬา รวมไปถึงศิลปินแขนงต่างๆ ทุกคนต่างแต่งตัวตามธีมของงานเพื่อเป็นการให้เกียรติ โดยภายในงานจะมีการมอบรางวัลให้กับผู้ทรงอิทธิพลในสาขาต่างๆ และให้พื้นที่สื่อกับบุคคลเหล่านั้น เพื่อให้แฟนคลับของพวกเขาช่วยกันบริจาคเพื่องานกุศลต่างๆตามที่ผู้จัดงานเห็นสมควรเข้ากับธีมในแต่ละปี

    ธีมงานการกุศลในปีนี้ถูกจัดขึ้นในธีม Genderless วังจั๋วเฉิงมาในเสื้อลูกไม้สีเบจด้านในที่คอเสื้อกว้างโชว์ให้เห็นลำคอและกระดูกไหปลาร้าสวยของเจ้าตัว ลำคอระหงถูกประดับด้วยสร้อยไข่มุกเม็ดกลม และต่างหูมุกรูปหยดน้ำที่ถูกใส่เพียงข้างเดียวเข้าชุดกันกับสร้อยคอ  สวมทับด้วยเสื้อนอกกับกางเกงเข้ารูปหนังแก้วสีดำเงาทั้งคู่ และรองเท้าหนังสีดำเงาคนละเฉดกับเสื้อนอกและกางเกง รองเท้าหนังมีส้นที่ทำให้เรียวขาของวังจั๋วเฉิงดูเรียวยาวขึ้นไปอีก ใบหน้าคมถูกแต่งแต้มด้วยโทน nude น้ำตาลธรรมชาติ มีเพียงดวงตาเรียวที่ถูกแต่งแต้มสีสันให้คมมากขึ้นด้วยอายไลน์เนอร์สีม่วงอย่างโฉบเฉี่ยว ทำให้ดวงตาคู่สวยของวังจั๋วเฉิงโดดเด่นที่สุดบนใบหน้า ผมยาวระต้นคอถูกเซ็ทให้หยักศกธรรมชาติด้วยมูสเซ็ทผม ความน่ารักและความเซ็กซี่เล็กๆอย่างเป็นธรรมชาติในวันนี้ของเจ้าตัวทำให้ได้ยินเสียงชัตเตอร์จากบรรดาช่างภาพอย่างไม่หยุดหย่อน

    เมื่อตอบคำถามพิธีกรตอนเข้างานบนพรมแดงนิดหน่อยตามมารยาทเสร็จเรียบร้อย ทีมงานก็พาวังจั๋วเฉิงเข้ามานั่งในที่ที่ทีมงานจัดไว้ให้ด้านในฮอลล์ เพื่อรอให้บรรดาแขกทั้งหมดของงานนั่งประจำที่ที่ทีมงานระบุไว้ ก่อนจะเริ่มการถ่ายทอดสดงานในค่ำคืนนี้ เมื่อได้นั่งพักในที่ที่ทีมงานจัดเตรียมไว้ให้และการถ่ายทอดสดยังไม่เริ่มต้นขึ้น วังจั๋วเฉิงจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูฆ่าเวลา และอีกหนึ่งเหตุผลคือจะได้ไม่ต้องสุงสิงกับใครเกินความจำเป็น แม้วังจั๋วเฉิงจะขึ้นชื่อเรื่องความน่ารักและความเป็นมิตรในวงการ แต่จริงๆแล้ววังจั๋วเฉิงเป็นคนเข้าสังคมไม่เก่ง เขามักประหม่าเวลาต้องเริ่มบทสนทนาก่อน หรือต้องทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ ถ้าไม่ใช่กับเหล่าแฟนคลับของเขา ที่มีแต่ความรักให้กันเสมอมา ฉะนั้นการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคงจะช่วยเขาได้มากในเวลาแบบนี้

    'คุณน้า!!!!! หลิวไห่ควานแต่งตัวอะไรของเขา?!'

    ข้อความจากหลานชายแจ้งเตือนที่หน้า lockscreen ของโทรศัพท์ทำให้วังจั๋วเฉิงเผลอขมวดคิ้วโดยไม่ได้ตั้งใจแม้จะยังไม่ได้กดเข้าไปอ่าน แน่นอนว่าหลิวไห่ควานก็ได้รับเชิญให้มาร่วมงานการกุศลในคืนนี้เช่นเดียวกัน วังจั๋วเฉิงมองไปบริเวณที่นั่งรอบๆเพื่อมองหาคนรักของตน เมื่อไม่เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย วังจั๋วเฉิงจึงกดเปิดดูข้อความของชีเผยซินในโทรศัพท์ ก่อนจะพบรูปภาพของหลิวไห่ควานบนพรมแดง คืนนี้คนรักของเขามาในเสื้อเชิ๊ตลูกไม้คล้ายกันกับเขา แต่เป็นสีดำ ความแตกต่างระหว่างเขากับหลิวไห่ควานคือ หลิวไห่ควานติดกระดุมเสื้อเชิ๊ตลูกไม้เพียงแค่เม็ดสุดท้ายเม็ดเดียวเท่านั้น เสื้อเชิ๊ดลูกไม้ถูกจัดให้เปิดเรือนร่างของหลิวไห่ควานจนถึงช่วงเอว แผ่นอกเปลือยถูกประดับด้วยสร้อยเงินยาวระโยงระยาง 3 เส้น โดยเส้นที่สั้นที่สุดมีจี้พลอยเม็ดกลมสีนิลอยู่ตรงกลาง ช่วงล่างเป็นกางเกงที่ดูเหมือนกระโปรงยาวกรอมเท้าสีดำเทาเหลือบน้ำเงินและลงดิ้นสีเงิน ตรงเอวมีผ้าสีเดียวกับกางเกงถูกผูกไว้เป็นปมอย่างหมิ่นเหม่ตั้งใจให้เหมือนไม่ตั้งใจ พร้อมด้วยทรงผม wet look ที่ตั้งใจเซ็ทเหมือนไม่เซ็ทให้ผมยาวลงประหน้าเซอร์ๆ นิ้วเรียวของหลิวไห่ควานถูกประดับด้วยแหวนเงินขนาดต่างๆกัน วังจั๋วเฉิงกดซูมเข้าไปดูในรูปอย่างไม่รู้ตัว หลิวไห่ควานแผ่ความเซ็กซี่ไปทุกอณูแม้แต่ในรูป

    วังจั๋วเฉิงกดปิดหน้าจอโทรศัพท์พร้อมกับใจที่กำลังเต้นระรัว เขารู้อยู่แล้วว่าคนรักเป็นคนมีเสน่ห์ แต่ในค่ำคืนนี้ดูเหมือนว่าเสน่ห์ของหลิวไห่ควานจะถูกดึงออกมาใช้จนหมด แค่คิดถึงสายตาของหลิวไห่ควานในรูป วังจั๋วเฉิงก็รู้สึกเขินจนหน้าร้อนแล้ว เมื่อทีมงานประกาศว่าจะเริ่มการถ่ายทอดสดในอีก 5 นาที วังจั๋วเฉิงจึงดึงสติตัวเองกลับมา แต่สมาธิทั้งหมดที่วังจั๋วเฉิงพยายามจะมีก็ถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย เมื่อที่นั่งข้างๆถูกยึดครองด้วยเจ้าของสายตาที่ทำให้วังจั๋วเฉิงเขินจนต้องรีบปิดหน้าจอโทรศัพท์

    "เฉิงจื่อ..."

    วังจั๋วเฉิงหันมองตามเสียงเรียกที่เอ่ยปากเรียกเขาด้วยชื่อเล่น ชื่อเล่นที่มีเพียงคนรักของเขาเรียก สายตาของวังจั๋วเฉิงเลื่อนลงมามองสร้อยเงินที่มีจี้พลอยสีนิล ลงมาถึงอกแกร่ง กล้ามหน้าท้องที่ชัดแต่ไม่ได้มีมากจนเกินไป ก่อนจะเลื่อนสายตาลงต่ำไปเรื่อยๆอย่างห้ามใจไว้ไม่อยู่

    "เฉิงจื่อ?"

    หลิวไห่ควานเรียกคนรักอีกครั้งเมื่อวังจั๋วเฉิงไม่ตอบกลับ หลิวไห่ควานแทบจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ได้ เมื่อเห็นคนรักมองตนด้วยดวงตาคู่สวยด้วยแววตาตกตะลึง ไหนจะแก้มใสที่ถึงแม้จะแต่งหน้ามาก็ปรากฏให้เห็นริ้วแดงๆของความเขินอาย

    น่ารัก จนอยากพากลับบ้านซะเดี๋ยวนี้

    "ใส่เชิ๊ตแบบนี้ไม่ต้องใส่ก็ได้มั้ง"

    เสียงหวานของวังจั๋วเฉิงพูดขึ้นเบาๆเพื่อให้ได้ยินแค่สองคน ก่อนจะหันหน้าหลบสายตาเอ็นดูของคนรักที่ทำให้จิตใจของวังจั๋วเฉิงไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

    "หวงหรอครับ?"

    "ทำไมต้องหวง?"

    วังจั๋วเฉิงหันไปเถียงในทันทีเมื่อคนรักของตนแกล้งแหย่ โดยลืมไปว่าตัวเองหลบสายตาจากอะไรเมื่อวินาทีก่อนหน้า เมื่อหันไปเห็นแววตาซุกซนของคนรักที่กำลังแกล้งตัวเอง และอยู่ในเสื้อผ้าสุดเซ็กซี่นี้ ใบหน้าของวังจั๋วเฉิงก็เห่อร้อนขึ้นมาอีกครั้งด้วยความเขิน ในเมื่อแพ้ลุคเซ็กซี่ของคนรักนัก ก็ทำเป็นมองไม่เห็นก็สิ้นเรื่อง วังจั๋วเฉิงอยากจะลุกไปติดกระดุมเสื้อเชิ๊ตลูกไม้ของอีกฝ่ายให้ถึงคอ ปิดให้หมดไปเลย

    "ไม่หวงจริงหรอ?"

    หลิวไห่ควานยังไม่หยุดแกล้งคนน่ารักข้างๆ ถึงแม้ว่าการถ่ายทอดสดงานการกุศลจะเริ่มไปแล้วก็ตาม วังจั๋วเฉิงส่ายหน้า พยายามจะไม่สบตากับคนรักของตัวเอง วังจั๋วเฉิงไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะเขินอีกฝ่ายทำไม ทั้งๆที่เรือนร่างของอีกฝ่ายก็มีทุกอย่างเหมือนๆกันกับเขา กล้ามเนื้อลีนสวยนั่นเขาก็มี แต่ทำไมคนรักของตัวเองในคืนนี้ถึงเซ็กซี่นักนะ

    "ไม่หวงก็ไม่หวงครับ..."

    หลิวไห่ควานหันสายตากลับไปบนเวทีที่พิธีกรชาย-หญิงกำลังดำเนินรายการอยู่ พร้อมกับอมยิ้มเล็กๆบนใบหน้า ก่อนจะยื่นมือข้างซ้ายออกไปจับมือขวาของวังจั๋วเฉิงเอาไว้ วังจั๋วเฉิงไม่ได้ขัดขืน กลับกระชับมือของทั้งคู่ให้แน่นมากกว่าเดิมด้วย

    เฉิงจื่อไม่หวง แต่เขาหวง หวงมาก

    หลิวไห่ควานเห็นคนรักตั้งแต่ที่คนรักของเขากำลังยืนถ่ายรูปอยู่บนพรมแดงแล้ว เสื้อลูกไม้สีเบจด้านในเข้ากับวังจั๋วเฉิงมากจริงๆ มากจนหลิวไห่ควานอยากจะเป็นคนที่ได้ถอดด้วยตัวเอง ไหนจะสร้อยไข่มุกบนคอสวยที่ขับผิวขาวของอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก ยังดีที่วังจั๋วเฉิงมีเสื้อตัวนอกใส่ทับ ไม่อย่างนั้นเขาเองนี่แหละที่จะได้หวงอีกฝ่ายจนออกนอกหน้าแน่นอน



    เมื่อตัดพักเข้าช่วงเบรก บรรดาผู้มาร่วมการกุศลในคืนนี้ต่างก็ลุกมาทักทายบุคคลในวงการต่างๆ ทั้งตามมารยาทและความสนิทสนม วังจั๋วเฉิงผู้ไม่ชอบการสังสรรค์มากนัก จึงลุกขึ้นเพื่อจะออกไปข้างนอกแทน หลิวไห่ควานกำลังจะลุกตามคนรักของตน หากแต่ผู้กำกับที่เขาเคยร่วมงานด้วย เดินเข้ามาทักกันก่อน พร้อมด้วยลูกสาว ซึ่งเป็นดีไซเนอร์ที่กำลังเป็นกระแสอย่างมากในตอนนี้ เพราะความ unconventional ต่อต้านขนบเดิมในงานดีไซน์ของเธอ

    "ไห่ควาน ฉันอยากแนะนำให้นายรู้จักกับลูกสาว..."

    วังจั๋วเฉิงโค้งทักทายผู้กำกับคนดัง เมื่อเห็นว่าหลิวไห่ควานคงจะออกไปด้วยกันไม่ได้ จึงขอตัวออกไปก่อนอย่างมีมารยาท แม้จะไม่ชอบใจที่คนรักกำลังถูกทาบทามให้รู้จักกับลูกสาวของผู้กำกับคนดังคนนั้นอย่างโจ่งแจ้ง แต่วังจั่วเฉิงรู้ดีว่าเขาไม่มีสิทธิอะไรที่จะแสดงอาการหึงหวงอีกฝ่ายในเวลานี้ นอกจากหน้าที่การงานและสถานะทางสังคมแล้ว สถานะของเขากับคนรักที่เป็นคู่รักเพศเดียวกันไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมอนุรักษนิยมที่ไม่ให้คุณค่ากับเสรีภาพของการเป็นมนุษย์ในประเทศนี้อีกด้วย เพราะฉะนั้นวังจั๋วเฉิงจึงทำได้แค่เพียงเดินออกไปหาที่สบายใจให้ตัวเองในเวลานี้เท่านั้น ก่อนที่การถ่ายทอดสดงานการกุศลในคืนนี้จะกลับมาถ่ายทอดอีกครั้งในอีกสักพัก




    .




    หวง.

    หลิวไห่ควานใช้เวลาสนทนากับผู้กำกับที่เคยร่วมงานด้วยและลูกสาวที่อยากรู้จักกับเขาเพียงไม่นาน คุณดีไซเนอร์ชอบลุคที่หลิวไห่ควานแต่งในวันนี้เป็นอย่างมาก จนอยากทาบทามหลิวไห่ควานให้มาเป็น muse ของ collection ใหม่ในฤดูกาลหน้าของห้องเสื้อแบรนด์ของเธอ หลิวไห่ควานตอบรับด้วยความยินดี เมื่อเห็นว่าเจตนาของอีกฝ่ายคือการอยากร่วมงานด้วย ก่อนจะขอตัวอย่างสุภาพ เพื่อออกมาตามวังจั๋วเฉิง ไม่รู้ว่าคนรักของเขาแอบไปหลบอยู่ตรงไหนแล้ว หลิวไห่ควานมองซ้าย มองขวา พยายามจะมองหาคนรัก โดยไม่พยายามจะไม่เจอคนรู้จัก เพราะไม่อยากเสียเวลาทักทายกันตามมารยาทอีก ในเวลานี้เขาสนใจเพียงแค่ว่าวังจั๋วเฉิงอยู่ที่ไหน มือเรียวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจะกดโทรหาคนที่กำลังตามหา แต่สายตาก็พลันไปเห็นเสื้อนอกหนังแก้วสีดำเงาของคนรักเสียก่อนที่โซนสูบบุหรี่ด้านนอกฮอลล์ที่เป็นโซนของทีมงานที่ตอนนี้ไม่มีใครนอกจากวังจั๋วเฉิง

    "ออกมาทำอะไรตรงนี้ครับ เฉิงจื่อ?"

    วังจั๋วเฉิงยกบุหรี่ที่จุดแล้วในมือให้คนตัวสูงดูเป็นคำตอบ ก่อนจะสูดหายใจลึกอัดนิโคตินเข้าร่าง พลางหายใจออกอย่างไม่รีบเร่ง วังจั๋วเฉิงไม่ใช่คนติดบุหรี่ ถึงจะลองสูบพร้อมกับเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ตอนนี้เพื่อนสนิทคนนั้นก็ยังคงเลิกบุหรี่ไม่ได้ แต่วังจั๋วเฉิงจะสูบบุหรี่เฉพาะเวลาเขาจัดการอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ เช่น ตอนนี้

    "เป็นอะไรหืม?"

    "ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย..."

    คนตัวเล็กกว่าตอบปัด พลางยกบุหรี่ขึ้นมาสูบอีกครั้ง โดยพยายามเลี่ยงควันบุหรี่ไม่ให้ไปทางที่หลิวไห่ควานยืนอยู่

    "เข้าไปก่อนเลย เดี๋ยวผมสูบบุหรี่หมดมวนก็จะเข้าไปแล้ว"

    "ไม่เขินกันแล้วหรอ?"

    หลิวไห่ควานยื่นมือเข้าไปเกลี่ยผมให้อีกฝ่าย เพื่อจะได้สบตากันชัดๆ คนตัวสูงรับรู้ได้ว่าวังจั๋วเฉิงอารมณ์ไม่ดีนัก คนรักของเขาเป็นนักแสดงที่ดี ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองเสมอ รู้สึกอย่างไรก็แสดงออกมาทั้งหมด เมื่อได้สบตากัน หลิวไห่ควานละสายตาไปจากดวงตาคู่สวยของคนรักที่ทำให้เขาตกหลุมรักครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ได้ ยิ่งวันนี้อายไลน์เนอร์สีม่วงบนเปลือกตายิ่งทำให้ดวงตาของวังจั๋วเฉิงดูโดดเด่นกว่าเดิมราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า แต่ตอนนี้ประกายสดใสในดวงตากลับถูกแทนที่ด้วยความโศกเศร้าที่หลิวไห่ควานไม่เคยคิดอยากเห็น

    "เป็นอะไรครับ?"

    หลิวไห่ควานถามอีกครั้งอย่างใจเย็น พร้อมกับดึงมือข้างที่ไม่ได้ถือบุหรี่ของวังจั๋วเฉิงมาจับไว้ รอให้คนตัวเล็กกว่าเป็นฝ่ายเอ่ยปาก เขาไม่มีทางปล่อยผ่านสิ่งที่ทำให้คนรักของเขารู้สึกไม่ดีไปเฉยๆแน่

    "เมื่อกี้คุณผู้กำกับเขามาแนะนำลูกสาวให้รู้จักหรอ?"

    สักพักวังจั๋วเฉิงจึงตัดสินใจเอ่ยในสิ่งที่กำลังทำให้ตัวเองรู้สึกไม่มั่นคงออกไปในที่สุด ตลอดหลายปีที่ทั้งสองเป็นคนรักกัน สิ่งหนึ่งที่วังจั๋วเฉิงแน่ใจเสมอก็คือหลิวไห่ควานรักเขา แล้วตอนนี้ล่ะ ความรู้สึกรักของคนตรงหน้าจะยังเหมือนเดิมไหมนะ 

    "ครับ..."

    ดวงตาคู่สวยของวังจั๋วเฉิงยิ่งดูเศร้าลง ควันบุหรี่จางๆทำให้บรรยากาศตรงนี้ดูอ้างว้างกว่าเดิม เมื่อหลิวไห่ควานไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มอีก วังจั๋วเฉิงสูบบุหรี่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะดับบุหรี่ พลางมองไปที่คนรักของตัวเอง วังจั๋วเฉิงไล่สายตาจากดวงตาที่กำลังสบกันอยู่ไปที่เครื่องหน้าของคนรัก ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลา รูปร่างที่เพอร์เฟค ทักษะการแสดงที่เยี่ยมยอดและความสามารถอื่นๆอันล้นเหลือของเจ้าตัว หลิวไห่ควานแทบจะเรียกได้ว่าใกล้เคียงกับคำว่าเพอร์เฟคเป็นอย่างมาก

    และคนคนนี้คือคนรักของเขา และที่สำคัญกว่านั้นคือเขารักหลิวไห่ควาน

    "ผมไม่อยากให้คุณสนิทกับเธอ..."

    วังจั๋วเฉิงเอ่ยความต้องการของตัวเองออกไปตรงๆ พลางจับมือที่อีกฝ่ายจับเขาเอาไว้แน่น ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้คนรักของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ พลางทิ้งศีรษะทุยลงบนอกแกร่งของอีกฝ่าย เพราะไม่อาจสู้แววตาของคนรักที่กำลังจ้องมองมาที่ตัวเองได้ หลิวไห่ควานปล่อยมือจากคนรัก ก่อนจะยกสองแขนขึ้นมาโอบวังจั๋วเฉิงเข้าไปกอดแทน

    "ได้สิ..."

    "ไม่อยากให้คุณรักษามารยาทเป็นมิตรกับทุกคน..."

    "อ่าฮะ แล้วอะไรอีก?"

    หลิวไห่ควานถามเมื่อคิดว่าคนรักคงอยากจะพูดอะไรต่อ คนตัวเล็กกว่าไม่ยอมเงยหน้าขึ้นจากอกของหลิวไห่ควาน วังจั๋วเฉิงรู้สึกว่าตัวเองกำลังงี่เง่า กำลังหวงคนรักที่เป็นเจ้าของอ้อมกอดที่กำลังกอดเขาอยู่ แต่ก็ยังอยากพูดสิ่งที่ตัวเองรู้สึกให้อีกฝ่ายรับรู้ความรู้สึกของเขา

    "ผมอยากให้ไห่ควานเป็นของผมคนเดียว..."

    หลิวไห่ควานแทบจะทนไม่ไหวกับความน่ารักของคนในอ้อมกอดเมื่อได้ยินสิ่งที่คนรักพูด ความตรงไปตรงมาของอีกฝ่ายทำให้หลิวไห่ควานอมยิ้มด้วยความเอ็นดูคนรักของตัวเอง เขารู้มาตลอดว่าความรักของเขากับวังจั๋วเฉิงจะยาก ตั้งแต่เอ่ยปากขอวังจั๋วเฉิงคบเมื่อหลายปีก่อน เพราะรู้ว่าสังคมยังไม่ยอมรับ และด้วยหน้าที่การงาน เขาและวังจั๋วเฉิงไม่สามารถคบกันได้อย่างเปิดเผย ยอมรับว่าตอนแรกเขาคิดแค่ว่าแค่พวกเขาสองคนรักกันมันก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้ความรักของพวกเขาไปรอด แต่เขาไม่เคยคิดว่าคนรักของเขาจะกังวลว่าความรู้สึกของเขาจะเปลี่ยนไปอย่างเช่นวันนี้มาก่อน

    "เฉิงจื่อ..."

    "ผมหวง..."

    นิ้วมือบางของวังจั๋วเฉิงแตะที่อกซ้ายของหลิวไห่ควานเบาๆ ก่อนจะกดริมฝีปากลงบนแผ่นอกของหลิวไห่ควาน ไม่ได้รุนแรงพอที่จะทำให้เป็นรอยช้ำ แต่ก็มากพอที่จะทำให้หัวใจของเจ้าของอ้อมกอดเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นจากสัมผัสจากคนรัก

    "ของผม...นี่ก็ของผม ของผม ของผม ของผม..."

    วังจั๋วเฉิงไล่จูบขึ้นมาจากอกซ้าย ลำคอแกร่ง ปลายคาง มุมปาก ก่อนจะจูบลงบนริมฝีปากของคนรักเร็วๆ เพราะกลัวใครจะผ่านมาเห็นเข้า หากแต่หลิวไห่ควานไม่ปล่อยคนรักของตัวเองไป เขายื่นมือไปจับคางของคนตัวเล็กกว่าไม่ให้ผละหนี

    "ของเฉิงจื่อทั้งหมดเลยครับ"

    หลิวไห่ควานยืนยันสิทธิทั้งหมดในตัวเขาของคนตรงหน้าด้วยการกดริมฝีปากลงบนริมฝีปากของวังจั๋วเฉิง มือเลื่อนไปประคองใบหน้าของคนรักที่ข้างแก้มเพื่อมอบสัมผัสที่ลึกซึ้งมากกว่าเดิม วังจั๋วเฉิงตกใจในตอนแรก แต่ก็ต้องโอนอ่อนให้กับความต้องการของตัวเองและสัมผัสอ่อนหวานของคนรักที่บรรจงจูบอย่างออดอ้อน จนเขายอมเปิดปากในที่สุด ลมหายใจร้อนที่ผสมปนเปกันบวกกับกลิ่นน้ำหอมที่เบสเป็น leather ของหลิวไห่ควาน กลิ่นดอกไม้อ่อนๆอย่างหอมหวานและกลิ่นบุหรี่บางๆที่ปลายลิ้นของวังจั๋วเฉิง ทำให้ทั้งคู่หลงในรสจูบของกันและกันจนแทบไม่ได้ยินเสียงเท้ากำลังก้าวเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว แต่เป็นหลิวไห่ควานที่รู้สึกตัวก่อน ถอนริมฝีปากออกจากคนรัก ก่อนจะผละออก พยายามควบคุมลมหายใจของตัวเองให้เป็นปกติ

    "อีก 10 นาที จะกลับมาถ่ายทอดสดแล้วครับ เชิญที่ที่นั่งที่จัดไว้ให้ได้เลยนะครับ"

    หนึ่งในทีมงานไม่ได้เดินออกมาถึงโซนที่สูบบุหรี่ เพียงแค่เอ่ยปากเรียกพวกเขาเท่านั้น ก่อนจะวิ่งออกไปตามผู้ร่วมงานคนอื่นๆที่ยังอยู่ข้างนอกฮอลล์ วังจั๋วเฉิงยังเรียกสติตัวเองจากสัมผัสของคนรักและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ได้ ถ้าหลิวไห่ควานผละออกจากเขาช้าไปอีกนิดเดียว อีกนิดเดียวจริงๆ อนาคตการทำงานในวงการของเขากับคนรักคงได้กลายเป็นอดีตแน่ๆ หลิวไห่ควานยกมือขึ้นใช้นิ้วโป้งเกลี่ยแก้มของคนรักเบาๆอย่างปลอบโยน ที่คนตรงหน้ายังตกใจไม่หายที่เขาผละออกเมื่อครู่

    "ไปกันเถอะครับ"

    หลิวไห่ควานยื่นมือให้คนรัก แต่วังจั๋วเฉิงกลับผลักมือของเขาออก ไม่ยอมจับมือที่อีกฝ่ายส่งให้

    "ไม่เป็นไร แค่เมื่อกี้ก็..."

    วังจั๋วเฉิงหยุดพูดกะทันหัน เมื่อสายตาพลันเห็นว่าบริเวณที่เขาจูบคนรักเพราะความหวงเมื่อครู่ขึ้นเป็นรอยสีแดงจางๆบริเวณอกซ้ายและลำคอ แต่ตรงอกซ้ายเป็นรอยแดงชัดที่สุด ชัดจนเรียกความเขินอายให้กลับมาบนใบหน้าของวังจั๋วเฉิงได้อีกครั้งเมื่อนึกได้ถึงสิ่งที่ตัวเองได้ทำไป

    "ไห่ควาน..."

    "ครับ?"

    "คุณติดกระดุมได้ไหม?"



    เมื่อนั่งลงที่ที่นั่งของพวกเขาเรียบร้อย และการถ่ายทอดสดงานการกุศลเริ่มต้นถ่ายทอดอีกครั้ง วังจั๋วเฉิงก็ยื่นมือออกไปคว้ามือของหลิวไห่ควานที่นั่งอยู่ข้างกันซึ่งตอนนี้ติดกระดุมเสื้อเชิ๊ตลูกไม้สีดำของตัวเองทุกเม็ดที่มี ที่ลำคอจึงเห็นเพียงสร้อยเงินที่มีพลอยสีนิลตรงกลาง เพราะเขาขอ มือที่จับอยู่ค่อยๆเลื่อนไปประสานกันไว้แน่น มือของทั้งคู่ประสานกันจนมาถึงช่วงประกาศรางวัลให้กับผู้มีอิทธิพลในสาขาต่างๆในปีนี้ ก่อนจะต้องปล่อยมือกันเพื่อปรบมือแสดงความยินดีให้กับผู้ที่ได้รับเลือกเป็นผู้ทรงอิทธิพลสาขาต่างๆประจำปีนี้ จนมาถึงสาขาการแสดง ที่หลิวไห่ควานเป็นหนึ่งในผู้ถูกเสนอชื่อในปีนี้



    "สวัสดีครับทุกคน ผมหลิวไห่ควานครับ ขอบคุณสำหรับรางวัลนี้ ขอบคุณที่ให้ผมเป็นผู้ทรงอิทธิพลสาขาการแสดงในปีนี้นะครับ ผมคงจะเป็นผู้ทรงอิทธิพลในรางวัลนี้ไม่ได้หากปราศจากความรัก ผมขอมอบรางวัลของผมให้กับความรักของทุกคนครับ ความรักในทุกรูปแบบ ทุกเพศ ทุกเชื้อชาติ ความรักเพื่อนร่วมโลก ความรักในความเป็นมนุษย์..."


    "และคนสำคัญของผม...วังจั๋วเฉิง"


    "ผมรักคุณ"




เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in