My impetuous fan fictions collection.medusawrites
Your cat and my dog II
  • ร้อน อบอ้าว เหมือนฝนจะตก.

    "เฉิงเกอ คุณไห่ควานจะนั่งอยู่ตรงนั้นทั้งวันอีกแล้วหรอ?"

    จี้หลี่ พนักงานในร้านขนมและรุ่นน้องสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของวังจั๋วเฉิงกระซิบถามเจ้าของร้านรุ่นพี่เบาๆ พร้อมกับมองไปที่โต๊ะกลมเล็กๆริมหน้าต่างของร้าน หนึ่งในสามโต๊ะทั้งหมดที่ร้านแห่งนี้มี เป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้วที่โต๊ะริมหน้าต่างถูกจับจองโดยหลิวไห่ควาน เพื่อนบ้านของวังจั๋วเฉิงที่จะมาหลังจากร้านเปิดไม่นาน นั่งอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่าง ดื่มแค่กาแฟร้อนหลายต่อหลายแก้วจนถึงเวลาปิดร้านหรือเวลาที่วังจั๋วเฉิงจะกลับ ก่อนจะกลับบ้านพร้อมกันกับวังจั๋วเฉิง และจะมาเฉพาะวันที่วังจั๋วเฉิงต้องมาที่ร้านอย่างเช่นในวันนี้ 

    "อยากรู้ก็เข้าไปถามเองสิ"

    วังจั๋วเฉิงตอบ พลางยักไหล่ทำเป็นไม่สนใจอะไร เขาเอ่ยปากว่าหลิวไห่ควานทุกวันจนตัวเขาเองก็เบื่อจะพูดแล้ว เพราะต่อให้พูดอะไรไป คนตัวสูงคนนี้ก็ตามมาที่ร้านอยู่ดี ดีซะอีกจะได้มีลูกค้าเพิ่ม แต่ทั้งๆที่รู้ว่าหลิวไห่ควานไม่ชอบทานขนมหวาน วังจั๋วเฉิงก็ยังอดไม่ได้ที่จะยกขนมที่ทำในวันนั้นไปให้คนตัวสูง เพราะทนเห็นอีกฝ่ายดื่มแค่กาแฟอย่างเดียวตลอดไม่ไหว สำหรับวันนี้วังจั๋วเฉิงทำทีรามิสุเป็นของหวานประจำวันของร้าน เมื่อตักแบ่งใส่จานเสร็จเรียบร้อย ก็ยื่นให้จี้หลี่เอาไปให้คนตัวสูงที่นั่งอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่าง ที่กำลังถอดโน้ตดนตรีลงบนกระดาษอยู่ จี้หลี่ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างแข็งขัน ไม่อยากเป็นคนที่ต้องยกขนมหวานไปให้หลิวไห่ควานอีก

    "คนรู้จักของเฉิงเกอ เฉิงเกอเอาไปให้เองดีกว่า ผมต้องไปให้อาหารอาคิแล้ว!"

    จี้หลี่ไม่ชอบการเผชิญหน้ากับคนที่เดาไม่ถูกว่ากำลังรู้สึกอะไรอยู่อย่างหลิวไห่ควาน เขาเคยพยายามจะเป็นมิตรกับคนตัวสูงหลายต่อหลายครั้ง แต่หลิวไห่ควานไม่เคยจะตอบกลับอะไรเขาเลย นอกจากพยักหน้าหรือส่ายหน้า แค่คิดถึงแววตาลอยๆของอีกฝ่าย จี้หลี่ก็ไม่อยากจะเอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นอีก จึงเอาตัวรอดด้วยการวิ่งออกไปที่สวนหลังร้าน เพื่อไปเล่นกับเจ้าอาคิ หมาชิบะของวังจั๋วเฉิงแทน

    "อาหลี่!"

    วังจั๋วเฉิงส่ายหน้ากับการพยายามเอาตัวรอดของรุ่นน้องของตน ก่อนจะยกทีรามิสุไปให้หลิวไห่ควานด้วยตัวเอง เมื่อจานทีรามิสุถูกวางลงบนโต๊ะ หลิวไห่ควานก็เงยหน้าจากโน้ตดนตรีขึ้นมามองเจ้าของร้านขนมด้วยแววตาไม่สนใจโลกที่วังจั๋วเฉิงไม่ชอบใจ แต่เมื่อพลันได้สบตากัน คำขอของหลิวไห่ควานเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนก็ดังเข้ามาในหัวของวังจั๋วเฉิงอีกครั้ง

    'ให้โอกาสเกอได้รู้จักเฉิงจื่อใหม่ได้ไหม? ' 

    แค่มานั่งในร้านแบบนี้จะไปรู้จักกันได้ยังไงฮะ ควานเกอ? ถ้าอยากจะกลับมารู้จักกัน นั่งบื้อแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน

    วังจั๋วเฉิงอยากจะตะโกนสิ่งที่คิดใส่คนที่กำลังมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ แต่เขาเอ่ยปากอนุญาตให้อีกฝ่ายได้โอกาสในการทำความรู้จักเขาอีกครั้งไปแล้วในครั้งนั้น จึงได้แต่มองไปที่หลิวไห่ควานที่ยังคงมองมาที่เขาด้วยความหมั่นไส้ หลิวไห่ควานปฏิเสธขนมที่วังจั๋วเฉิงยกมาให้ทุกวัน เพราะเจ้าตัวไม่ชอบทานของหวาน แต่ก็เป็นวังจั๋วเฉิงอีกนั่นแหละ ที่พูดแกมบังคับให้เขาทานสักนิด เมื่อเห็นหลิวไห่ควานทานอะไรอย่างอื่นนอกจากกาแฟ วังจั๋วเฉิงถึงจะยอมปล่อยให้อีกฝ่ายนั่งอยู่ที่โต๊ะของร้านโดยไม่เข้าไปกวนอีก

    "เกอไม่ทานขนม..."

    "ไม่ทานขนมแล้วจะมาที่ร้านขนมทำไม?"

    ถึงแม้ว่าวังจั๋วเฉิงจะเอ่ยวาจาไม่ค่อยรื่นหูนักกับเขานัก แต่หลิวไห่ควานก็ยังตามมาที่ร้านขนมของวังจั๋วเฉิงทุกวันที่อีกฝ่ายมา นอกจากจะเป็นเพราะว่าเขาว่าง ไม่ต้องซ้อมเปียโน เพราะไม่ได้จะ touring คอนเสิร์ตในเร็วๆนี้แล้ว แต่เป็นเพราะว่าเขาอยากรู้จักอีกฝ่ายใหม่อย่างที่เอ่ยปากขอไว้ เขาอยากเห็นว่าวังจั๋วเฉิงที่เขาเคยรู้จักกำลังทำอะไรอยู่ ชอบอะไร เป็นอย่างไรในแต่ละวัน เพราะฉะนั้นเวลาของเขาในทุกๆวันตอนนี้จึงมีแต่เรื่องของวังจั๋วเฉิง กับเจ้าแมวทาร์ตไข่ของเขาอีกนิดหน่อย

    "ทีรามิสุ เป็นกาแฟ..."

    พูดเพียงเท่านั้น วังจั๋วเฉิงก็ยื่นส้อมที่ใช้ทานขนมให้หลิวไห่ควาน หลิวไห่ควานมองอีกฝ่ายด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าทำขนมที่มีส่วนผสมของกาแฟมาให้ทาน ถึงแม้ว่าจะเป็นความตื่นเต้นที่วังจั๋วเฉิงไม่สามารถรับรู้ได้ แต่สำหรับเจ้าของร้านขนมอย่างวังจั๋วเฉิง แค่เห็นอีกฝ่ายไม่ทำหน้าอมทุกข์เวลาทานขนมของเขา วังจั๋วเฉิงก็ดีใจแล้ว หลิวไห่ควานรับส้อมจากวังจั๋วเฉิง ก่อนจะตักทีรามิสุคำเล็กๆขึ้นมาชิม ความขมปร่าของกาแฟและเหล้ารัมแทรกเข้ามากับความหวานของครีมและชีส บวกกับ texture เบานุ่มของ ladyfingers รสชาติทั้งหมดพร้อมกันในคำเดียว ทำเอาหลิวไห่ควานคลี่ยิ้มกว้างด้วยความถูกใจ

    "ถ้าควานเกอชอบก็ทานให้หมด"

    เจ้าของร้านขนมวังจั๋วเฉิงพูดไปพร้อมกับกลั้นยิ้มไปเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายิ้มกว้างแค่ไหนที่ได้ทานขนมที่ไม่หวานจนเกินไปนักอย่างทีรามิสุด้วยความเอร็ดอร่อย

    "เฉิงทานด้วยกันนะ"

    หลิวไห่ควานไม่รอให้คนตรงหน้าปฏิเสธ เขาเอาส้อมตักทีรามิสุขึ้นมาอีกคำ พร้อมกับยื่นให้วังจั๋วเฉิงที่กำลังยืนอยู่ หลิวไห่ควานยังไม่ลดมือลง ถือส้อมค้างไว้รอให้อีกฝ่ายทานทีรามิสุที่ตนตัก

    "ชิ้นนี้ของควานเกอ ควานเกอก็ทานไปสิ"

    คนที่นั่งอยู่ยังคงถือส้อมที่ตักทีรามิสุค้างเอาไว้ ไม่ยอมเอาลง จนวังจั๋วเฉิงยอมยื่นมือมารับส้อม แต่หลิวไห่ควานดึงส้อมกลับ ไม่ยอมให้คนที่กำลังยืนอยู่รับส้อมไป วังจั๋วเฉิงมองมาที่คนที่กำลังนั่งถือส้อมอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง หลิวไห่ควานกำลังแกล้งเขา

    "ควานเกอ เฉิงไม่ได้ว่างนะ ถ้าจะแกล้งกันก็..."

    หลิวไห่ควานลุกขึ้นยืน พร้อมกับเอาส้อมมาใกล้ริมฝีปากของวังจั๋วเฉิง ก่อนจะอ้าปากของตัวเองเป็นตัวอย่างและเปล่งเสียงเหมือนเวลาป้อนขนมเด็กๆ

    "อา..."

    วังจั๋วเฉิงอ้าปากรับทีรามิสุอย่างหมดความอดทน ทันทีที่งับส้อมและทีรามิสุเข้าไปในปาก เสียงของจี้หลี่ก็ดังมาจากข้างหลังร้าน พร้อมกับเจ้าอาคิที่วิ่งพรวดพลางกระโดดเข้ามาหาวังจั๋วเฉิง หลิวไห่ควานปล่อยมือจากส้อม พร้อมกับถอยออกไปทันที เขาไม่ได้กลัวอาคิ แต่ก็ควรจะระวังตัวเอาไว้หน่อยดีกว่า โควตาอยู่ใกล้กับสุนัขในชีวิตของหลิวไห่ควาน เขาคิดว่าเขาได้ใช้หมดไปแล้ว ตั้งแต่กลับมาอยู่ที่บ้านข้างวังจั๋วเฉิงอีกครั้ง

    "อาคิ!"

    จี้หลี่ที่วิ่งตามเข้ามาในร้านด้วยความตกใจ พลางรีบเข้ามาในร้านพยายามจับเจ้าอาคิที่กระโดดหาวังจั๋วเฉิงด้วยความดีใจ และเมื่อเห็นหลิวไห่ควานคนใจดีที่เดี๋ยวนี้รับหน้าที่อุ้มอาคิทุกครั้งที่เจ้าหมาดื้อใส่เจ้าของอย่างวังจั๋วเฉิง จึงเปลี่ยนไปกระโดดใส่หลิวไห่ควานแทน พร้อมกับเห่าด้วยความตื่นเต้น แต่ยังดีที่วังจั๋วเฉิงเข้ามาขวางหมาของตัวเองไว้ก่อน

    โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!

    "อาคิ! หยุดเลย เข้ามาหาควานเกอไม่ได้นะ"

    วังจั๋วเฉิงโน้มตัวลงไปจับแก้ม จับคอของเจ้าหมาดื้อของเขาเอาไว้ ก่อนที่อาคิของเขาจะกระโดดเข้าไปหาหลิวไห่ควาน พลางเรียกจี้หลี่ให้มาคล้องสายจูง เมื่อจี้หลี่คล้องสายจูงเรียบร้อย วังจั๋วเฉิงถึงยอมปล่อยอาคิให้วิ่งอีกครั้ง เพราะจี้หลี่จับปลายสายไว้อยู่ คงไม่ปล่อยให้เจ้าชิบะกระโดดใส่คนแพ้หมาอย่างหลิวไห่ควาน

    "ปล่อยอาคิเข้ามาวิ่งเล่นในนี้ได้ยังไงอาหลี่?"

    "ผมเผลอแป๊บเดียวเองเฉิงเกอ หันไปแป๊บเดียว อาคิก็วิ่งพรวดเข้ามาแล้ว"

    "พาอาคิไปหลังร้านได้แล้ว"

    วังจั๋วเฉิงก้มตัวลงไปลูบคอสุนัขของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะให้รุ่นน้องจี้หลี่พาอาคิกลับไปที่หลังร้านที่เป็นสวนเล็กๆของวังจั๋วเฉิง ที่เจ้าอาคิสามารถวิ่งเล่นรอเจ้าของอย่างเขาทำงานได้ ถ้าวันไหนไม่มีลูกค้าอย่างวันนี้ วังจั๋วเฉิงก็จะวานให้จี้หลี่ช่วยกันทำสวนข้างหลังร้านแทน แต่เดี๋ยวนี้ทุกวันที่เขาเข้าร้านก็จะมีลูกค้าตัวสูงหน้าประจำอย่างหลิวไห่ควานมานั่งที่ร้าน จนจี้หลี่ต้องดูแลสวนกับอาคิคนเดียว

    "ทานทีรามิสุหมดแล้ว ควานเกอรีบกลับดีกว่า วันนี้พยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตก"

    "แล้วเฉิง..."

    "อีกเดี๋ยวเฉิงก็จะกลับแล้วเหมือนกัน..."

    "งั้นเกอรอกลับด้วย"




    .




    เย็น ชุ่มฉ่ำ ฝนกำลังตก.

    วังจั๋วเฉิง เจ้าอาคิและหลิวไห่ควานเดินกลับมาถึงบ้าน พร้อมกับสายฝนที่กระหน่ำตกลงมา โชคดีที่พวกเขาและอาคิเปียกฝนกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ยังไม่ได้ทันจะได้ร่ำลากันดี เม็ดฝนที่ร่วงหล่นลงมาอย่างหนักขึ้นเรื่อยๆก็ทำให้หลิวไห่ควานและวังจั๋วเฉิงต้องแยกย้ายกลับเข้าบ้านของตัวเอง วังจั๋วเฉิงพาอาคิเข้าไปในบ้าน พลางเช็ดเท้าทั้งสี่ข้างของสุนัขของตน ก่อนจะเอาไดร์เป่าผมมาเป่าขนให้แห้ง กลัวเจ้าอาคิของตนจะไม่สบายตัวเพราะความเปียกชื้น เขารู้ว่าอาคิชอบเล่นน้ำฝน แต่วันนี้วังจั๋วเฉิงไม่อยากทำความสะอาดบ้านและทำความสะอาดอาบน้ำให้เจ้าสี่ขาจอมซนของเขา จึงให้ชีสหมาของตัวเอง 2 แผ่นแทนการได้ออกไปเล่นน้ำฝนข้างนอก

    โฮ่ง โฮ่ง งือ

    วังจั๋วเฉิงอาบน้ำ จัดการตัวเองเรียบร้อย เจ้าอาคิเห่าต้อนรับ ก่อนจะวิ่งที่ชานหลังบ้านที่ตอนนี้ปิดประตูกระจกกั้นน้ำฝนไว้ พร้อมกับเห่าเสียงดัง จนวังจั๋วเฉิงต้องเดินตามมาดู 

    โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง

    เมี๊ยววววววววววว

    เจ้าแมวส้มข้างบ้านกำลังเปียกฝนอยู่ข้างนอกกระจก ทาร์ตไข่เอาตัวแนบกระจกพยายามจะหลบน้ำฝนที่กำลังสาด พร้อมกับร้องเรียกเสียงดัง วังจั๋วเฉิงรีบพุ่งไปเปิดกระจกที่กั้นชานบ้านเอาไว้ ก่อนจะอุ้มเจ้าทาร์ตไข่ขึ้นมา ท่ามกลางเสียงฝนและเสียงเห่าของอาคิ เจ้าแมวเนื้อตัวเปียกปอนไปหมด ท่าทางคงจะออกไปเล่นข้างนอกแล้วฝนตก และก็คงจะวิ่งกลับเข้าบ้านไม่ทัน เลยต้องมาหลบฝนที่บ้านของเขา วังจั๋วเฉิงรีบอุ้มเจ้าแมวไปไดร์ขนให้แห้ง หานมให้ทาน เพราะที่บ้านไม่มีอาหารแมวติดไว้ วันนี้แมวข้างบ้านและหมาในบ้านของเขาเป็นมิตรกันดี ไม่มีการขู่หรือตบแกล้งกันให้เห็น จนวังจั๋วเฉิงอดยิ้มให้กับความน่ารักของเจ้าก้อนทั้งสองตัวไม่ได้ ก่อนจะเดินไปหาโทรศัพท์มือถือของตนที่วางทิ้งไว้ที่ไหนก็ไม่รู้ เพื่อแจ้งเจ้าของของแมวตัวนี้ซะก่อนว่าทาร์ตไข่อยู่ที่นี่ แต่เพียงก้าวขาออกจากห้องนั่งเล่น ไฟทั้งหมดก็ดับพรึ่บ จนอาคิและทาร์ตไข่ตกใจส่งเสียงร้องกันใหญ่

    โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง

    เมี้ยว เมี้ยว

    "อาคิ ทาร์ตไข่ ไม่มีอะไร แค่ไฟดับ เฉิงไปหาไฟฉายก่อน"

    วังจั๋วเฉิงยืนนิ่งด้วยความกลัว แต่ยังมีสติ ก่อนจะค่อยๆปรับสายตา ค่อยๆก้าวเดินกลับมา พลางก้มตัวลงไปคว้าทาร์ตไข่มาอุ้ม เพราะกลัวเจ้าอาคิจะเผลอตกใจเห่าใส่จนเจ้าแมวอาจจะตกใจวิ่งหายไป จริงๆตอนนี้คนที่มองเห็นเพียงเลือนรางเพราะไม่มีแสงไฟเป็นเจ้ามนุษย์อย่างวังจั๋วเฉิงมากกว่าสัตว์สี่ขาอย่างอาคิและทาร์ตไข่ แต่อาคิก็ยังไม่วาย เกิดอาการกลัวต้องมาอยู่ใกล้ๆ กลัวความมืดกันทั้งเจ้านายและเจ้าหมา ต้องเดินมาเห่าใกล้ๆเจ้าของอย่างวังจั๋วเฉิง วังจั๋วเฉิงเดินไปหาโทรศัพท์ของตัวเอง พลางเอ่ยปากเรียกให้โปรแกรมของโทรศัพท์เปล่งเสียงออกมา เพื่อที่เขาจะได้เห็นว่าวางโทรศัพท์ไว้ตรงไหน เมื่อโทรศัพท์ส่งเสียงและหน้าจอโทรศัพท์ถูกเปิดขึ้นมา วังจั๋วเฉิงที่กำลังอุ้มทาร์ตไข่ โดยมีอาคิตามมาด้วย ก็พากันไปที่โต๊ะห้องครัว ที่วังจั๋วเฉิงวางโทรศัพท์เอาไว้ พร้อมกับกดปุ่มไฟฉาย พร้อมกับเสียงกริ่งหน้าบ้านที่ดังขึ้นพอดิบพอดี




    .




    ไฟดับ ฟ้าร้อง ฝนกำลังตกหนัก.

    "ต้าเกอ! ต้าเกออยู่ไหน?!

    เด็กชายวังจั๋วเฉิงในวัย 5 ขวบ เอ่ยปากร้องเรียกพี่ชายข้างบ้านคนสนิททันทีที่ไฟดับ วังจั๋วเฉิงไม่กล้าแม้แต่จะก้าวขาออกจากจุดที่ตัวเองยืนอยู่

    เปรี้ยง!

    เสียงฟ้าร้องดังขึ้น พร้อมกับแสงของฟ้าผ่า เด็กชายวังจั๋วเฉิงตะโกนเรียกเสียงดังขึ้นกว่าเดิม น้ำตาเม็ดใหญ่กำลังไหลออกจากดวงตากลมโตทั้งสองข้าง แต่วังจั๋วเฉิงไม่กล้าสะอื้นเสียงดัง เพราะกลัวพี่ชายข้างบ้านจะไม่ได้ยินเสียงเรียกของตัวเองหากเขาร้องไห้

    "ควานเกอ! ฮึก...เฉิง..."

    เปรี้ยง!

    ก่อนที่เด็กชายวังจั๋วเฉิงจะสะอื้นฮักออกมาจริงๆ พี่ชายคนสนิทอย่างเด็กชายหลิวไห่ควานในวัย 7 ขวบก็เข้ามากอดปลอบน้องเอาไว้ก่อน พลางเอ่ยปากปลอบคนตัวเล็กกว่าอย่างใจเย็น

    "เฉิงจื่อไม่ต้องกลัว"

    "ฮึก...ต้าเกอไปไหนมา?...ฮือ..."

    วังจั๋วเฉิงกอดจับเสื้อของอีกฝ่ายไว้แน่นด้วยความกลัว วังจั๋วเฉิงกลัวความมืด เพราะเขามองไม่เห็น แต่ตอนนี้แค่มีคนตัวสูงอย่างหลิวไห่ควานอยู่ที่นี่ด้วย วังจั๋วเฉิงก็ไม่กลัวอะไรแล้ว

    "เกอไปเอาไฟฉายมา ดูสิ ไม่มืดแล้ว"

    เด็กชายวังจั๋วเฉิงผละออกจากอ้อมกอดของคนพี่ พลางเช็ดน้ำตาที่ไหลอย่างลวกๆ ระหว่างที่หลิวไห่ควานกดปุ่มเปิดไฟฉายกระบอกใหญ่ที่เขาไปหยิบมาทันทีที่ไฟดับ แสงสว่างจ้าที่ออกมาจากไฟฉายทำเอาวังจั๋วเฉิงมองแสงไฟด้วยความตื่นเต้น

    "ไฟฉาย? ไฟฉายคืออะไร ต้าเกอ?"

    "นี่ไง ไฟฉาย...หม่าม้าบอกเกอว่าถ้าไฟดับให้ไปเอาไฟฉายมาเปิด"

    เด็กชายหลิวไห่ควานกดปิด-เปิดไฟฉายให้คนอายุน้อยกว่าดู วังจั๋วเฉิงยื่นมือมาขอกดปิด-เปิดไฟฉายดูบ้าง รอยยิ้มกลับมาอยู่บนใบหน้าของเด็กน้อยอีกครั้ง วังจั๋วเฉิงกดปิด-เปิดไฟฉายด้วยความตื่นเต้น เด็กน้อยเปิดไฟฉายส่องไปตรงนู้นตรงนี้ด้วยความสนุกสนาน

    "เฉิงจื่อ ไปสร้างเต็นท์กัน!"

    เมื่อเห็นว่าคนอายุน้อยกว่าหยุดร้องไห้แล้ว เด็กชายหลิวไห่ควานก็นึกได้ว่าคนน้องอยากเล่นอะไร เด็กชายทั้งสองจูงมือกันถือไฟฉายไปขนเอาเครื่องนอนมากองตรงกลางห้องนั่งเล่น ก่อนจะกางผ้านวมมาเป็นเต็นท์ เอาปลายผ้านวมไว้บนโซฟา แล้วเข้าไปเล่นด้วยกันใต้ผ้านวม พร้อมกับไฟฉายที่ทำให้ค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ




    .




    เย็น ชุ่มฉ่ำ ฝนกำลังตก.

    ทันทีที่ไฟดับ หลิวไห่ควานก็คว้าโทรศัพท์และร่มเดินตรงออกไปที่บ้านข้างๆทันที เขาจำได้ว่าในวัยเด็กวังจั๋วเฉิงร้องไห้มากแค่ไหน เพราะกลัวความมืด ความร้อนใจทำให้หลิวไห่ควานที่ยังไม่ทันได้กางร่มให้ดี เดินออกไปนอกบ้านโดยไม่สนใจฝนที่สาดมากระทบตัวเอง ยืนตัวเปียกแม้จะกางร่มอยู่กดกริ่งหน้าบ้านที่มืดมิดของวังจั๋วเฉิงจนกว่าอีกฝ่ายจะออกมาเปิด แต่ก่อนที่หลิวไห่ควานจะกระวนกระวายใจมากกว่าเดิม เจ้าของบ้านก็เดินมาเปิดประตูรั้วให้เขาพร้อมด้วยร่มใสในมือ พลางมองมาที่เขาตาแป๋ว เหมือนกับทาร์ตไข่ไม่มีผิด

    "ควานเกอมาทำอะไร?"



    เป็นเพราะหลิวไห่ควานยืนเบลอ มองมาที่วังจั๋วเฉิงแต่ไม่ยอมตอบว่ามาที่บ้านของเขาทำไม แถมยังยืนตัวเปียกทั้งๆที่กางร่มอยู่ที่หน้าบ้าน จึงทำให้วังจั๋วเฉิงต้องพาอีกคนเข้ามาในบ้าน บังคับให้อาบน้ำ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่สบาย แล้วมาคุยกันให้รู้เรื่อง ระหว่างที่หลิวไห่ควานอาบน้ำ วังจั๋วเฉิงก็ต้มน้ำเพื่อชงชาร้อนเตรียมไว้ให้คนอายุมากกว่า

    "ควานเกอออกมาหาทาร์ตไข่หรอ? ทำไมไม่รอให้ฝนหยุดก่อน..."

    วังจั๋วเฉิงนั่งบนโซฟา อุ้มทาร์ตไข่ไว้บนตัก พลางลูบหลังให้ด้วยความเอ็นดู เจ้าก้อนส้มก็อ้อนเข้ามาคลอเคลียเขาใหญ่ ระหว่างที่ให้หลิวไห่ควานไปอาบน้ำ นอกจากจะชงชาร้อนแล้ว วังจั๋วเฉิงก็จัดการเอาอาคิไปผูกไว้ที่ห้องครัว ถึงแม้เจ้าอาคิจะเห่าด้วยความดีใจแค่ไหนที่เห็นหลิวไห่ควาน แต่วังจั๋วเฉิงกลัวว่าอาการแพ้ของคนตัวสูงจะกำเริบ เลยต้องจำใจเอาลูกรักของตัวเองไปผูกไว้ที่ห้องครัวก่อน

    "วันนี้น่าจะหนีออกไปเล่นข้างนอกแล้วกลับไม่ทันฝนตก มายืนร้องเหมียวๆอยู่ที่ชานบ้านเฉิงเนี่ย ถ้าวันไหนทาร์ตไข่หายไปจริงๆจะทำยังไง?"

    ด้วยความที่ไฟยังไม่มา วังจั๋วเฉิงจึงจุดเทียนหอมหลายอันไว้ที่ห้องรับแขก หลิวไห่ควานมองไปที่คนที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยความโล่งใจ ถึงแม้จะแปลกใจที่อีกฝ่ายไม่มีอาการกลัวความมืดให้เห็นเลยแม้แต่น้อย แต่เขาก็ดีใจ จนเผลอส่งยิ้มไปให้คนข้างๆอย่างไม่มีที่มาที่ไป

    "ยิ้มอะไร? ควานเกออยากให้ทาร์ตไข่หายไปจริงๆหรอ?"

    คนอายุน้อยกว่าพูดพลางยกมือทั้งสองข้างปิดหูเจ้าแมวส้มเอาไว้ ราวกับว่ากลัวว่าทาร์ตไข่จะเข้าใจสิ่งที่ตนพูดจริงๆ

    "ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย..."

    "เฉิงพูดจริงๆนะ เกอต้องปิดบ้านให้ดีกว่านี้..."

    "เกอแค่แปลกใจ..."

    หลิวไห่ควานพูดแทรกขึ้นมา ก่อนที่วังจั๋วเฉิงจะคิดจริงๆว่าเขาจะดีใจหากแมวของตัวเองหายไป วังจั๋วเฉิงมองมาที่หลิวไห่ควานด้วยความไม่เข้าใจ หลิวไห่ควานแปลกใจอะไร?

    "ที่เฉิงไม่กลัวความมืดแล้ว"

    วังจั๋วเฉิงมองไปที่หลิวไห่ควานด้วยความประหลาดใจ คิ้วเรียวยกสูง พลางนึกเถียงกับตัวเองในใจถึงสิ่งที่เขาเห็นก่อนหน้าและสิ่งที่ได้ยิน

    อย่าบอกนะว่าที่ควานเกอวิ่งออกจากบ้านมายืนตัวเปียกกดกริ่งหน้าบ้านเขาเป็นเพราะเรื่องนี้?

    "ควานเกอ..."

    หลิวไห่ควานเงยหน้าสบตาคนอายุน้อยกว่าที่กำลังลูบแมวของเขาอยู่ด้วยความเอ็นดู

    "รีบออกจากบ้านจนตัวเปียกมาที่นี่เพราะว่าเฉิงกลัวความมืดหรอ?"

    คนตัวสูงวางแก้วชาบนโต๊ะ ก่อนจะพยักหน้าหงึกหงัก โดยที่ไม่ละสายตาจากคนที่นั่งข้างๆแม้แต่น้อย

    "ใครเขากลัวความมืดกัน..."

    หลิวไห่ควานสบตากับวังจั๋วเฉิง เหมือนกับจะบอกว่าวังจั๋วเฉิงเป็นคนที่กลัวความมืด วังจั๋วเฉิงพยายามจะหลบเลี่ยงสายตา ไม่อยากโกหกหรือพูดอะไรกับประเด็นนี้อีก

    เปรี้ยง!

    แง้ว!

    โฮ่ง โฮ่ง!

    เสียงฟ้าร้องดังขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้วังจั๋วเฉิงสะดุ้งกอดเจ้าทาร์ตไข่ไว้แน่นด้วยความกลัว จนเจ้าแมวตกใจกระโดดหนี พร้อมกับร้องเสียงดัง เทียนหอมที่จุดไว้แสงไฟริบหรี่ลงทุกที ถึงแม้จะจุดไว้หลายที่ก็ตามที วังจั๋วเฉิงเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความกังวล เสียงเห่าของอาคิทำให้วังจั๋วเฉิงเอ่ยปากส่งเสียงหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่ไม่รู้เขาวางไว้ที่ไหนอีกครั้ง

    "เฉิงจื่อ..."

    คนข้างตัวเขากลัวความมืด หลิวไห่ควานยื่นมือไปจับมือของวังจั๋วเฉิงเอาไว้โดยไม่ได้คิด วังจั๋วเฉิงมองหาคนตัวสูงข้างตัวอีกครั้งด้วยความกลัว ร่องรอยความกังวลที่ปรากฏอยู่บนใบหน้ามองเห็นได้จากแสงเทียนรางๆในห้องรับแขกทันทีที่สายตาของทั้งคู่สบกันอีกครั้ง หลิวไห่ควานหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา ก่อนจะกดเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์ให้อีกฝ่าย

    "ไม่ต้องกลัว"

    หลิวไห่ควานกระชับมือของตัวเองที่จับมือของวังจั๋วเฉิงเอาไว้ ก่อนจะปล่อยมือออก เพื่อดึงวังจั๋วเฉิงเข้ามากอดปลอบอย่างอ่อนโยน วังจั๋วเฉิงสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากหลิวไห่ควาน ความอบอุ่นที่หายไปจากชีวิตเมื่อหลายปีก่อน ความอบอุ่นที่ทำให้ความกลัวของเขาค่อยๆหายไป เขาทุบคนตัวสูงกว่าเบาๆอย่างขัดใจเพื่อให้ปล่อยเขาออกจากอ้อมกอด ถึงแม้ว่าจะกลัวความมืด แต่ใจที่กำลังเต้นรัวตอนนี้ทำให้วังจั๋วเฉิงรู้สึกกลัวมากกว่า หลิวไห่ควานไม่ยอมปล่อยให้วังจั๋วเฉิงผละออก กลับกอดคนตัวเล็กกว่าเอาไว้แน่นกว่าเดิมเสียอีก

    เขาจะไม่มีวันไปไหนโดยที่ไม่มีเฉิงจื่ออีกแล้ว 



    "ฮัดเช่ย!"

    "ควานเกอถอยออกไปเลย เฉิงเล่นกับอาคิมา"

    "ฮะ...ฮัดเช่ย!"




    .

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in