My impetuous fan fictions collection.medusawrites
Your cat and my dog I
  • ร้อนและวุ่นวาย.

    วังจั๋วเฉิงทิ้งตัวนั่งลงที่ชานบ้าน พลางมองไปที่สวนของตัวเองที่ตอนนี้ดอกไม้เริ่มบานสะพรั่งจนเจ้าของสวนอย่างเขาใจชื้น ก่อนล้มตัวลงไปนอนกับพื้นชานบ้านที่ต่อเป็นทางเดินไม้ที่ยังอยู่ในเงาของหลังคาบ้านและสามารถนั่งเล่นมองสวนได้ พลางยกมือที่ถือพัดกระดาษพัดไปมา เพื่อคลายร้อนให้ตัวเอง หลังจากที่ถอนหญ้าในสวนเสร็จจนหมด วังจั๋วเฉิงอยากจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มๆของเขา ติดที่ว่าเขายังไม่อยากอาบน้ำ เลยต้องมานอนอยู่ตรงชานหลังบ้านตรงนี้ก่อน

    เมี้ยว เมี้ยว

    เสียงแมวร้อง พร้อมกับเจ้าของเสียง เจ้าก้อนสีส้มค่อยๆเยื้องย่างเข้ามาหาวังจั๋วเฉิง ก่อนจะเอาหัวมาถูอย่างออดอ้อน จนวังจั๋วเฉิงทนนอนต่อไปไม่ไหว ต้องลุกขึ้นมาลูบคาง เกาหลังให้อย่างเอ็นดู

    "ว่าไงทาร์ตไข่? แอบหนีมาอีกแล้วหรอ?"

    เจ้าทาร์ตไข่ แมวส้มตัวนี้ไม่ใช่ของวังจั๋วเฉิง แต่เป็นแมวของเพื่อนบ้านที่ชอบข้ามรั้วมาที่บ้านของเขา ทั้งๆที่บ้านของเขาก็เลี้ยงสุนัขชิบะอินุ ตัวสีน้ำตาลขาวเอาไว้หนึ่งตัว แต่เจ้าก้อนส้มตัวนี้ไม่มีท่าทางว่ากลัวหมาเลยแม้แต่น้อย

    "จะมาก็มาได้ แต่อย่าเล่นซนทำร้ายคุณดอกไม้ ต้นไม้เหมือนเจ้าอาคิก็พอ"

    วังจั๋วเฉิงยกนิ้วขึ้นมาเป่าส่งเสียงเรียกสุนัขของเขา เจ้าอาคิ เมื่อเห็นว่าเจ้าชิบะของเขา กระโจนลงไปเล่นในแปลงดอกไม้ที่กำลังบาน ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงเห่าตอบรับสัญญาณเรียกของเจ้าของ เจ้าทาร์ตไข่กระโดดโหยงเมื่อได้ยินเสียงเห่า ขึ้นมากองอยู่บนตักของวังจั๋วเฉิงที่คอยลูบหลังปลอบ

    โฮ่ง โฮ่ง งือ

    เจ้าชิบะอินุเห่าส่งเสียงมาก่อนตัว เมื่อเห็นว่าบนตักของเจ้านายตัวเองมีแมวส้มยึดพื้นที่อยู่ ยิ่งเข้ามาใกล้ เจ้าอาคิเห่าเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ 

    "อาคิหยุดเห่าก่อน ทาร์ตไข่กลัวใหญ่แล้ว"

    อาคิยังไม่หยุดเห่า แถมยังมองไปที่เจ้าทาร์ตไข่อย่างไม่พอใจด้วย เจ้าแมวส้มทาร์ตไข่มองไปที่อาคิแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะวิ่งหนีกลับบ้านไปแต่อย่างใด จนวังจั๋วเฉิงต้องอุ้มเจ้าเหมียวขึ้น เตรียมจะไปส่งคืนที่บ้าน ก่อนที่หมาของเขาจะงอนเขาเอาซะก่อน

    "มาทาร์ตไข่ เดี๋ยวเฉิงจะพาไปส่งบ้าน" 



    ปิ๊งป่อง

    หนึ่งคน หนึ่งแมว หนึ่งหมา อยู่ที่หน้าบ้านรั้วไม้สีน้ำตาล วังจั๋วเฉิงกดออดหน้าบ้านอีกครั้ง มือยังอุ้มเจ้าแมวทาร์ตไข่อยู่ ส่วนอาคิตามมายืนกระดิกหางไปมาอยู่ข้างๆวังจั๋วเฉิง

    "มีอะไร?"

    เจ้าของบ้านส่งเสียงเย็นชาผ่านอินเตอร์คอมมาถามเมื่อเห็นว่าใครมากดออดหน้าบ้าน วังจั๋วเฉิงยกเจ้าทาร์ตไข่ขึ้นให้กล้องเห็น ประตูไม้ก็ถูกเปิดออกโดยอัตโนมัติ วังจั๋วเฉิงเดินเข้าไปในบ้านของเพื่อนบ้านด้วยความเคยชิน บ้านสองชั้นหลังใหญ่ จัดสวนสไตล์เซน ไม่มีดอกไม้สักดอก มีแต่บ่อน้ำเล็กๆ ต้นไม้ใหญ่สีเขียว กลางบ้านมีบ่อปลาคาร์ฟ ท่ามกลางมอสและเฟิร์น จึงทำให้บรรยากาศและอุณหภูมิภายในบ้านเย็นกว่าบ้านของวังจั๋วเฉิง

    "ถ้าจะเข้ามาในบ้าน ผูกอาคิไว้ข้างนอกก่อน"

    เสียงทุ้มดุอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของเพื่อนบ้านของวังจั๋วเฉิง หลิวไห่ควาน คนตัวสูงไม่ได้กล้วหมา หรือกลัวว่าอาคิจะมาทำบ้านเขาเละเทะ แต่สาเหตุหลักคือ

    "รู้แล้วน่า เฉิงรู้ว่าควานเกอแพ้หมา..."

    วังจั๋วเฉิงกลอกตาด้วยความเบื่อหน่าย เขารู้จักกับคนตรงหน้ามาแทบจะทั้งชีวิต ทำไมจะจำไม่ได้ว่าหลิวไห่ควานแพ้หมา หลิวไห่ควานเป็นพี่ชายข้างบ้านที่วังจั๋วเฉิงเคยสนิทมาก ตัวติดกันไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เพราะทั้งคู่ต่างเป็นลูกคนเดียว แต่หลังจากที่แยกย้ายกันไปเรียนมหาวิทยาลัย ทั้งคู่ก็สนิทกันน้อยลง นานๆทีถึงจะได้เจอกัน หลังจากหลิวไห่ควานเรียนจบและไปเป็น piano soloist ออกเดินทาง touring แสดงคอนเสิร์ตทั่วยุโรป อยู่ๆเขาก็รู้สึกเบื่อ จนไม่อยากจะเล่นเปียโนคลาสสิคอีกต่อไป หลิวไห่ควานจึงย้ายกลับมาอยู่บ้าน ส่วนวังจั๋วเฉิงตอนนี้เป็นเจ้าของร้านขนมเล็กๆ อยู่ในเมืองที่อาศัยอยู่ ทั้งสองคนแม้จะอยู่บ้านข้างกัน แต่ก็แทบจะไม่ได้พูดคุยกันแล้ว ถ้าไม่มีเรื่องของเจ้าทาร์ตไข่ที่ชอบไปโผล่ที่บ้านของวังจั๋วเฉิงอยู่เรื่อย วังจั๋วเฉิงไม่อยากเข้าไปในบ้านของคนตรงหน้า เพราะไม่อยากผูกอาคิไว้ข้างนอก จึงยื่นทาร์ตไข่ให้อีกฝ่าย

    "อย่าปล่อยให้ทาร์ตไข่ซนนักสิ ควานเกอ"

    "ไม่เข้ามาก่อนล่ะ?"

    ใช่ว่าหลิวไห่ควานจะไม่รู้สึกว่าความสนิทสนมของเขากับคนตรงหน้าลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เขาเองก็ไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนั้น ทุกวันนี้ก็ยังเอ็นดูคนตรงหน้าอยู่ไม่น้อย แต่ด้วยความเป็นคนไม่ชอบสุงสิงกับใครและปฏิสัมพันธ์กับใครไม่เก่ง จึงไม่รู้จะเริ่มต้นบทสนทนาอย่างไร เพราะที่ผ่านมาก็เป็นคนอายุน้อยกว่าตรงหน้าที่คอยเป็นฝ่ายพูดคุยกับเขาก่อนเสมอตั้งแต่เด็ก

    "เฉิงไม่อยากผูกอาคิไว้ข้างนอก..."

    หลิวไห่ควานหันมามองหน้าสิ่งมีชีวิตที่เขาไม่ควรไปยุ่งด้วย ก่อนจะถูกเห่าใส่จนตัวเองเผลอสะดุ้ง กอดทาร์ตไข่ไว้แน่นเพราะกลัวจะทำแมวของตัวเองตก

    "อาคิ เห่าใส่ควานเกอทำไม?"

    วังจั๋วเฉิงแกล้งดุเจ้าชิบะอย่างไม่จริงจัง พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าวังจั๋วเฉิง ก่อนที่เสียงหัวเราะของคนเด็กกว่าจะดังขึ้น พร้อมกับโบกมือขอโทษคนตรงหน้า

    "ควานเกอน่าจะได้เห็นหน้าตัวเองเมื่อกี้ตอนอาคิเห่า..."

    คนเด็กกว่ายังหัวเราะไม่หยุด ก่อนจะเอ่ยลา ต้องกลับไปอาบน้ำนอนได้แล้ว วันนี้วังจั๋วเฉิงคนนี้ productive มากจริงๆ แต่ก่อนจะกลับ วังจั๋วเฉิงก็ยื่นมือมาเกาคางของเจ้าแมวในอ้อมแขนของหลิวไห่ควาน จนคนตัวสูงอดอิจฉาแมวของตัวเองไม่ได้

    "ไปล่ะนะทาร์ตไข่ บ๊ายบายควานเกอ"




    .




    ร้อนและวุ่นวาย.

    "อาคิ!!!!"

    วังจั๋วเฉิงดึงสายจูงเจ้าหมาชิบะอินุของตัวเองจนสุดตัว แต่เจ้าหมาของตัวเองกลับไม่ให้ความร่วมมือแม้แต่น้อย วังจั๋วเฉิงเห็นว่าอากาศเริ่มเย็น เลยจับเจ้าอาคิใส่สายจูงมาวิ่งริมแม่น้ำออกกำลังกายด้วยกัน แต่ตอนนี้เจ้าตัวดื้อนั่งอยู่ตรงกับที่ ไม่ยอมขยับไปไหนมากว่า 10 นาทีแล้ว ไม่ว่าวังจั๋วเฉิงจะพยายามดุ หรือเอาขนมมายื่นให้ เจ้าอาคิก็ไม่ยอมลุกขึ้นเดินเลย

    "อาคิกลับบ้านกันเถอะนะ เฉิงเหนื่อยแล้ว สัญญาเลยว่าพรุ่งนี้จะไม่พามาวิ่งแล้ว"

    วังจั๋วเฉิงพยายามจะอ้อนหมาของตัวเอง แต่เจ้าอาคิแสนดื้อกลับไม่ฟัง เอาแต่เห่าใส่ ท่าทางคงจะงอนที่ถูกวังจั๋วเฉิงบังคับใส่สายจูงที่เจ้าตัวไม่ชอบ แต่ถ้าไม่ใส่ก็จะพาออกมาข้างนอกไม่ได้ แถมตอนนี้อาคิก็ไม่ใช่ลูกหมาอีกต่อไปแล้ว จะให้เขาอุ้ม เห็นทีว่าคงจะไม่ถึงบ้านแน่นอน

    โฮ่ง โฮ่ง

    เสียงเห่าดังขึ้น แต่วังจั๋วเฉิงก็ยังไม่ยอมออมแรงที่ดึงสายจูง จนเขาเกือบจะหงายหลัง

    "จำไว้เลยนะ เฉิงจะไม่ให้กินชีสอีกแล้ว"

    วังจั๋วเฉิงเอ่ยด้วยเสียงอ่อนแรง คิดว่าคงจะต้องพักอยู่ตรงนี้อีกสักพักใหญ่ เจ้าหมาดื้อของเขาคงจะยอมเดินอีกครั้ง วังจั๋วเฉิงพยายามจะออกแรงดึงอีกรอบ แต่เจ้าอาคิก็ไม่ยังยอมง่ายๆ

    "ทำอะไรน่ะ?"

    เสียงทุ้มดุที่วังจั๋วเฉิงคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของหลิวไห่ควานในชุดวอร์มวิ่งเข้ามาทักเขา แต่ยังไม่ยอมหยุดวิ่ง วิ่งอยู่กับที่แทน

    "เฉิงจะพาอาคิกลับบ้าน"

    "ทำไมไม่อุ้ม?"

    หลิวไห่ควานเอ่ยถาม เมื่อเห็นอีกคนพยายามจะดึงสายจูงบังคับให้เจ้าหมาลุกขึ้นมาเดิน แต่เจ้าหมากลับนั่งเฉย

    "อาคิตัวหนัก เฉิงอุ้มไม่ไหว"

    วังจั๋วเฉิงหน้าเบ้ด้วยความเหนื่อย ในใจได้แต่บ่นเจ้าอาคิ หมาชิบะของตัวเองที่นั่งนิ่งไม่ยอมลุก หลิวไห่ควานหยุดวิ่ง พลางยื่นมือมาเอาสายสูงของอาคิไปลองบ้าง

    "ควานเกออย่าดึงแรงมากนะ เดี๋ยวอาคิเจ็บ"

    แม้มือจะยื่นสายจูงให้พี่ชายข้างบ้าน แต่ก็ยังไม่วายกลัวหมาของตัวเองเจ็บ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเริ่มโกรธเจ้าอาคิเล็กๆแล้วก็ตาม คนตัวสูงกว่าพยายามจะดึงสายจูง พร้อมกับเรียกให้เจ้าหมาลุกขึ้น แต่นอกจากอาคิจะไม่ลุกขึ้นแล้ว ยังเห่าใส่หลิวไห่ควานเสียงดัง วังจั๋วเฉิงส่ายหัวให้กับความดื้อของหมาตัวเอง ก่อนจะต้องตกใจ เมื่ออีกฝ่ายก้มลงไปอุ้มหมาของตัวเองขึ้นมา

    "ควานเกอทำอะไร?!"

    "กลับบ้านกันได้แล้ว ถ้าไม่อุ้มอาคิ เฉิงคงไม่ได้กลับบ้านแน่"

    "ควานเกอ แต่..."

    "ไม่เป็นร่ะ...ฮัดเช่ย!"

    ถึงปากจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่หลิวไห่ควานก็จามมาตลอดทางจากริมแม่น้ำจนถึงบ้านของทั้งสองคน วังจั๋วเฉิงเห็นอีกฝ่ายทั้งน้ำมูกไหล แถมตอนนี้ก็ตาแดงๆหน่อยๆแล้ว ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เอ่ยปากมาตลอดทางว่าจะอุ้มอาคิเอง แต่คนตัวสูงที่ดื้อไม่แพ้อาคิกลับก้าวขาให้เร็วขึ้น ไม่ยอมปล่อยหมาของอีกฝ่าย ส่วนเจ้าอาคิกลับสงบเสงี่ยมในอ้อมแขนของหลิวไห่ควาน ไม่เห่าเลยแม้แต่น้อย ยื่นลิ้นหายใจอย่างเรียบร้อยด้วยความน่ารัก

    "ควานเกอรีบอาบน้ำ ทานยาเลยนะ เดี๋ยวเฉิงทำอาหารเย็นไปให้"

    หลิวไห่ควานพยักหน้าไป สูดน้ำมูกไป เจ้าอาคิตัวแสบเมื่อถึงบ้านก็กระโดดลงจากแขนหลิวไห่ควานอย่างดีใจ ก่อนจะหันมาเห่าใส่หลิวไห่ควานเล็กๆเป็นคำขอบคุณ

    "มาอุ้มอาคิได้ยังไง? ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาเฉิงจะรับผิดชอบยังไงเล่า?"

    เสียงดุไม่จริงจังของคนตรงหน้าดังขึ้น จนหลิวไห่ควานเผลอมองคนตัวเล็กกว่าด้วยความคิดถึง นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เขาไม่ได้พูดคุยกับคนตรงหน้าอย่างเป็นกันเองแบบนี้ 

    นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ยินเฉิงจื่อดุเขา?

    "ยังมายืนอยู่อีก ควานเกอรีบเข้าบ้านไปอาบน้ำได้แล้ว..."

    วังจั๋วเฉิงส่ายหัวให้กับความนิ่งของคนตัวสูง พลางดันอีกฝ่ายให้กลับเข้าบ้านของตัวเองไป 

    ควานเกอนี่ไม่เปลี่ยนไปเลย เบลอยังไงก็ยังเบลออยู่อย่างนั้น




    .




    เย็นสบาย แต่ไม่วุ่นวาย.

    วังจั๋วเฉิงจัดแจงอบลาซาญญ่าเนื้อง่ายๆ จัดการเทอาหารให้เจ้าอาคิตัวแสบ แถมเพิ่มชีสให้หนึ่งแผ่น แม้ว่าอยากจะโกรธเจ้าตัวแสบมากแค่ไหน แต่พออาคิหันมามองเขาด้วยตากลมคู่นั้น วังจั๋วเฉิงก็ใจอ่อน หลังจากเอาลาซาญญ่าใส่เตา เขาก็อาบน้ำอย่างรวดเร็ว เมื่อลาซาญญ่าเนื้อสุกเรียบร้อย เขาก็ยกลาซาญญ่าไปให้หลิวไห่ควานที่บ้านข้างๆ ทันทีที่กดกริ่ง ประตูรั้วไม้ก็ถูกเปิดอัตโนมัติทันที 

    "เฉิงทานด้วยกันสิ"

    หลิวไห่ควานที่ยังคงจามและน้ำมูกไหลอยู่อย่างน่าสงสารจนวังจั๋วเฉิงปฏิเสธคำชวนไม่ได้ จึงมานั่งทานอาหารเย็นด้วยกันเหมือนสมัยเด็กๆ แม้จะไม่ได้พูดอะไรบนโต๊ะมากนัก แต่บรรยากาศก็ไม่ได้อึดอัดอะไร จนวังจั๋วเฉิง คนที่ไม่ชอบความเงียบมากนัก ยังนึกแปลกใจ จนวังจั๋วเฉิงเผลอเรียกอีกฝ่ายด้วยคำเรียกสมัยเด็ก

    "ต้าเกอ..."

    เมื่อนึกคิดได้ว่าตัวเองเผลอเรียกอีกฝ่ายว่าอะไร วังจั๋วเฉิงก็เรียกขึ้นใหม่ทันที พลางเบนความสนใจโดยไปอุ้มเจ้าทาร์ตไข่มาฟัดแทน เพื่อหนีจากความกระอักกระอ่วน แต่เจ้าแมวก็ไม่ให้ความร่วมมือ กระโดดลงจากแขนของวังจั๋วเฉิงหนีไป

    "คือ ควานเกอ..."

    "จะเรียกเหมือนเดิมก็ได้ ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย"

    "ก็มันไม่ชินนี่"

    "ไม่ชินอะไร เมื่อก่อนก็เรียกต้าเกอ"

    "นั่นมันเมื่อก่อน..."

    หลิวไห่ควานไม่ตอบอะไรอีก เมื่อเห็นวังจั๋วเฉิงอึดอัด ก่อนจะเดินตรงไปที่ grand piano กลางโถงรับแขก บรรจงวางนิ้วมือและกดลงบนคีย์สีขาว-ดำด้วยความเคยชิน เพลงที่หลิวไห่ควานเล่นเป็นเพลงกล่อมเด็กที่คนเด็กกว่าชอบมาอ้อนให้เขาเล่นให้ฟังตลอดตอนเด็ก

    Twinkle, twinkle, little star

    How I wonder what you are

    Up above the world so high

    Like a diamond in the sky

    ไม่มีใครพูดอะไรออกมา แต่ความทรงจำของทั้งคู่กำลังทำหน้าที่ของมัน วังจั๋วเฉิงมองไปที่คนที่กำลังเล่นเปียโนเพลงกล่อมเด็กเพลงโปรดในวัยเด็กตรงหน้า ยังจำวันที่ตัวเองร้องไห้ไปมากมายตอนที่อีกฝ่ายจะไปเรียนต่อต่างประเทศได้อยู่เลย ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะรับปากว่าไม่มีทางจะลืมเขา แต่ดูจากความสัมพันธ์ของเขากับหลิวไห่ควานตอนนี้ ที่เป็นเพียงแค่คนที่บ้านอยู่ข้างกันเท่านั้น ก็รู้แล้วว่าความสัมพันธ์เป็นเรื่องเปราะบางแค่ไหน หลิวไห่ควานที่ไม่รู้จะแสดงออกอย่างไรให้คนตรงหน้ารับคำขอโทษจากเขา จึงได้แต่เล่นเพลงที่จำได้ว่าอีกฝ่ายชอบมาก

    "ควานเกอเล่นเพลงกล่อมเด็กทำไม? เฉิงไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ"

    "รู้..."

    วังจั๋วเฉิงไม่กล้าสบตากับอีกฝ่าย เพราะกลัวว่าจะเผลอพูดจาไม่ดีกับคนตรงหน้า ถ้าหลิวไห่ควานไม่ยอมแสดงท่าทีอะไรออกมาเหมือนเมื่อก่อน แต่หลิวไห่ควานกลับเป็นฝ่ายค่อยๆเดินเข้ามาหาวังจั๋วเฉิง ก่อนจะเอ่ย

    "ให้โอกาสเกอได้รู้จักเฉิงจื่อใหม่ได้ไหม?"




เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in