My impetuous fan fictions collection.medusawrites
I fall in love too easily IV
  • ชอบ.

    หัวใจของวังจั๋วเฉิงเต้นแรงจนเขาทำอะไรไม่ถูก สัมผัสแผ่วเบาที่ริมฝีปากจากหลิวไห่ควานถูกถอนออกไปแล้ว แต่เจ้าตัวยังไม่ผละออกไปไหน ปลายจมูกยังคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ ราวกับรอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากก่อน ถึงจะยอมผละออกไป วังจั๋วเฉิงกะพริบตาถี่ๆ สมองกำลังประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้า หลิวไห่ควานมองมาที่เขาด้วยดวงตาประกายเจิดจ้าคู่นั้นที่วังจั๋วเฉิงชื่นชอบโดยไม่ละสายตาไปไหน จับจ้องแค่เพียงวังจั๋วเฉิงเท่านั้น 

    หลิวไห่ควานจูบเขา? 

    แต่ก่อนที่วังจั๋วเฉิงจะได้สำรวจความรู้สึกของตัวเองและคนตัวสูงตรงหน้า เสียงของหวังอี้ป๋อที่เรียกชื่อหลิวไห่ควานก็ดังมาจากเคาท์เตอร์บาร์ ก่อนที่เจ้าของเสียงจะมาหยุดอยู่ข้างๆเขาและหลิวไห่ควาน

    "ทำอะไร?!"

    "ก็เห็นอยู่..."

    หลิวไห่ควานผละออกมาจากวังจั๋วเฉิงก่อนในที่สุด พลางเอ่ยปากตอบเพื่อนสนิทของวังจั๋วเฉิง แต่ยังไม่ปล่อยมือข้างหนึ่งที่โอบเอวอีกฝ่ายเอาไว้ หวังอี้ป๋อมองไปที่คนตัวสูงตรงหน้าที่มาทำตัวรุ่มร่ามกับเพื่อนเขาด้วยความไม่พอใจ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เอ่ยปากต่อว่า แต่จากสายตาของหวังอี้ป๋อที่มองมาที่หลิวไห่ควานนั้นราวกับว่าคนๆนี้คงจะต่อยหลิวไห่ควานไปแล้ว ถ้าการทำร้ายร่างกายไม่ผิดกฎหมาย หรือวังจั๋วเฉิงไม่ได้อยู่ตรงนี้ หวังอี้ป๋อโกรธที่หลิวไห่ควานยังไม่ได้ทำตัวชัดเจนกับเพื่อนของเขาเลยว่าต้องการเปลี่ยนสถานะ ก็มาทำตัวไร้ความรับผิดชอบแบบนี้ ยัยเพื่อนตัวดีของเขาจะตามคนแบบนี้ทันได้อย่างไร

    "อี้ป๋อ มันไม่มีอะไร..."

    วังจั๋วเฉิงเก็บเรื่องความรู้สึกของตัวเองและหลิวไห่ควานไว้ก่อน ผละออกมาเพื่อจะมาห้ามเพื่อนรักของตัวเอง ถึงแม้ว่าผู้คนในบาร์ส่วนใหญ่จะไม่ได้สนใจอะไรพวกเขาทั้งสามคนมากนัก เพราะดนตรีในบาร์ก็ค่อนข้างดัง และทุกคนต่างก็กำลังสนุกสนานกับเสียงเพลง บรรยากาศและแอลกอฮอล์

    "ไม่มีอะไรอะไร เราเห็นนะว่า..."

    "เรื่องของเรา"

    วังจั๋วเฉิงที่กำลังกังวล ไม่อยากให้หวังอี้ป๋อกับหลิวไห่ควานมีเรื่องกัน เมื่อเห็นแววตาเอาเรื่องจากหวังอี้ป๋อ จึงเผลอพูดแทรกตัดบทเพื่อนรักของตัวเองขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ

    "โอเค..."

    ความโกรธของหวังอี้ป๋อพุ่งทะลุ เมื่อได้ยินสิ่งที่วังจั๋วเฉิงพูด หันไปมองที่หลิวไห่ควาน ตัวต้นเหตุอย่างคาดโทษ 

    "งั้นต่อไปอาเฉิงก็จัดการเรื่องของอาเฉิงเองก็แล้วกัน"

    พูดจบหวังอี้ป๋อก็เดินออกไปที่บาร์ วางเงินค่าเบียร์ลงบนเคาท์เตอร์บาร์อย่างแรง ก่อนจะเดินออกจากบาร์ไป โดยไม่แม้แต่จะหันมาลาวังจั๋วเฉิง วังจั๋วเฉิงเห็นเพื่อนรักออกไปอย่างเกรี้ยวกราด ก็จะตามออกไปคุยกันให้รู้เรื่อง แต่คนข้างตัวก็คว้าแขนเขาเอาไว้ก่อน

    "รอให้เขาเย็นลงหน่อย แล้วค่อยคุย"



    เซียวจ้านกำลังสูบบุหรี่อยู่ที่ลานจอดรถ ที่ต้องออกมาสูบบุหรี่ข้างนอกก็เพราะต้องการความเงียบสงบส่วนตัว ก่อนที่ความเงียบสงบที่ต้องการจะถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเตะก้อนกรวดลานจอดรถไปมาและเสียงโวยวายของเด็กนิสัยไม่ดี เพื่อนของวังจั๋วเฉิง หวังอี้ป๋อ

    "โว้ย!"

    เซียวจ้านจะไม่อะไรเลย ถ้าก้อนกรวดไม่ได้กระเด็นมาโดนขาเขา จนต้องว่ากล่าวกลับไป

    "จะอารมณ์ไม่ดีอะไรก็อย่าให้มันรบกวนคนอื่น"

    "อาจ้าน..."

    "จ้านเกอ"

    หวังอี้ป๋อยังไม่หยุดเรียกชื่อเซียวจ้านอย่างไม่เคารพ ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะอายุมากกว่าหรือแก้วิธีเรียกชื่อให้บ่อยแค่ไหน หวังอี้ป๋อเดินตรงเข้ามาหาเซียวจ้าน ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากจะเดินเข้ามาหาเซียวจ้าน เขารู้แต่ว่าเขาไม่อยากอยู่คนเดียวข้างนอกนี่ เซียวจ้านเป็นฝ่ายถามคนอารมณ์ไม่ดีข้างๆขึ้นก่อน

    "เป็นอะไร?"

    "เจ้านายคุณจูบเพื่อนผม"

    เซียวจ้านเผลอปล่อยบุหรี่ในมือลงพื้นด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเหยียบเพื่อดับบุหรี่ทันที พลางก้มลงไปเก็บบุหรี่มาทิ้ง

    "คุณไห่ควาน...จูบ...คุณจั๋วเฉิง?"

    "ใช่"

    "ในบาร์?"

    "ใช่"

    "อื้อหืม รุกแรงเหมือนกันแฮะ..."

    หวังอี้ป๋อตาหันขวับมาที่คนข้างๆที่ไม่ได้ดูมีทีท่าจะคิดว่าสิ่งที่เจ้านายของเขาทำไม่ถูกต้อง ก่อนจะเอ่ยปากเสียงแข็ง

    "รุกแรงอะไรกันเล่า? นี่มันไม่ถูกต้องนะ..."

    "อะไรไม่ถูกต้องล่ะ?"

    เซียวจ้านเคาะเอาบุหรี่มวนใหม่ออกมาจากซอง ก่อนจะยื่นให้หวังอี้ป๋อ แต่หวังอี้ป๋อส่ายหัว ยกมือปฏิเสธ ให้ตายยังไง เขาก็จะไม่ทำร้ายตัวเองด้วยการสูบบุหรี่พวกนี้หรอก แต่หวังอี้ป๋อไม่รู้ตัวเลยว่า ตัวเองเลือกทำร้ายสุขภาพของตัวเองทางอ้อมไปแล้วตั้งแต่มายืนคุยกับเซียวจ้านตรงที่สูบบุหรี่ตรงนี้ เซียวจ้านเห็นอีกฝ่ายไม่สูบบุหรี่ จึงเก็บบุหรี่มวนที่กำลังจะสูบลงซองไป 

    "อาจ้านจะสูบก็สูบไปสิ ไม่ได้ว่าอะไร..."

    "ก็นายไม่สูบ..."

    หวังอี้ป๋อลอบยิ้มให้กับความใจดีของคนตรงหน้า ก่อนจะกลับไปคุยเรื่องที่เขากำลังโมโหต่อ

    "ก็ที่เจ้านายคุณจูบเพื่อนผมไง...ไม่ถูกต้อง..."

    "ไม่ถูกต้องยังไง?"

    "เอ๊ะ...อาจ้าน..."

    "อะไรเล่า หวังอี้ป๋อ ฉันก็แค่ถามว่าไม่ถูกต้องยังไง?"

    เซียวจ้านเริ่มขึ้นเสียงกลับบ้าง เมื่อคนข้างๆเสียงดังก่อน หวังอี้ป๋อกำลังตีกับตัวเองในหัว หาคำตอบให้กับคำถามของเซียวจ้านที่ถามเขา ว่าการที่หลิวไห่ควานจูบกับเพื่อนของเขามันไม่ถูกต้องอย่างไร

    "ก็เขา..."

    "นี่ อี้ป๋อ...เรื่องบางเรื่องน่ะนะ ถึงนายจะอยากปกป้องคนที่นายรักขนาดไหน นายก็ปกป้องเขาทุกเรื่องไม่ได้หรอก เรื่องนี้ให้คุณจั๋วเฉิงตัดสินใจเองดีกว่า..."



    หลิวไห่ควานมองคนตรงหน้าที่มองเขาที มองประตูบาร์ที ด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ไม่อยากก้าวก่าย ขืนเขาที่เป็นคนนอกไปคุยกับหวังอี้ป๋อด้วยตัวเอง หวังอี้ป๋อคนหวงเพื่อนคนนั้นก็คงจะโมโหมากกว่าเดิม วังจั๋วเฉิงรู้จักนิสัยเพื่อนตัวเองดี ไม่มีเรื่องอะไรที่ทำให้หวังอี้ป๋อโกรธ นอกจากเรื่องของคนที่หวังอี้ป๋อรักและใส่ใจ วังจั๋วเฉิงจมอยู่กับความรู้สึกผิดจนเผลอกัดริมฝีปากตัวเองอย่างไม่รู้ตัว จนเมื่อเซียวจ้านเปิดประตูบาร์เข้ามา พร้อมกับยกนิ้วโป้งขึ้น พลางชี้ออกไปข้างนอก เป็นสัญญาณว่าหวังอี้ป๋อคงจะอยู่ข้างนอก และวังจั๋วเฉิงควรจะออกไปคุยกับเพื่อนของเขาได้แล้ว



    "อี้ป๋อ!"

    วังจั๋วเฉิงวิ่งออกมาจากบาร์ ก่อนจะเดินไปที่ที่จอดรถด้านหลัง หวังอี้ป๋อยืนอยู่ที่ที่สูบบุหรี่ ทั้งๆที่เจ้าตัวก็ไม่ได้สูบ คนที่กำลังไม่พอใจเพื่อนรักของตัวเองเงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเรียก

    "มีอะไร?"

    "อี้ป๋อ..."

    วังจั๋วเฉิงเสียงอ่อนตรงเข้าไปหาหวังอี้ป๋อเพื่อที่จะง้อเพื่อนของตน หวังอี้ป๋อมองหน้าเพื่อนสนิทของตัวเองด้วยความไม่พอใจ แต่ต่อให้จะไม่พอใจแค่ไหน เขาก็รู้ว่าเดี๋ยวเขาก็ต้องยอมวังจั๋วเฉิงอยู่ดี

    "เราไม่ได้ตั้งใจ เราขอโทษ"

    คนที่กำลังถูกง้อหันหน้าหนีเพื่อนรักของตนในทันที หวังอี้ป๋อไม่อยากจะยกโทษให้คนตรงหน้าเร็วเกินไปนัก เพราะจริงๆแล้วใช่ว่าเขาจะไม่รู้ หวังอี้ป๋อรู้ดี ว่าที่จริงแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องของเขาจริงๆ ไม่ว่าวังจั๋วเฉิงจะจูบกับใคร จะชอบ หรือจะรักใคร 

    "อี้ป๋อ..."

    ในที่สุดหวังอี้ป๋อก็ต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้เหมือนเคย หันกลับมามองเพื่อนรักของตัวเองที่กำลังส่งยิ้มหวานมาให้ ไม่ใช่แค่ริมฝีปากบางของคนตรงหน้าที่กำลังยิ้ม ดวงตากลมโตทั้งสองข้างก็ส่งยิ้มมาให้หวังอี้ป๋อเช่นกัน ก็เพราะแบบนี้ยังไงเล่า เขาถึงไม่อยากให้ใครมาทำลายรอยยิ้มของคนตรงหน้า

    "เราโตแล้ว ไม่ร้องไห้ง่ายๆหรอกน่า อี้ป๋อไม่ต้องเป็นห่วง"

    หวังอี้ป๋อยิ้มให้กับเพื่อนรักของตนที่พยายามจะบอกให้เขาไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเจ้าตัวไม่ใช่เด็กๆแล้ว ที่จะร้องไห้มาขอให้เขาโอ๋หรือให้เขาปกป้อง เหมือนเมื่อตอนเด็กๆ

    "รู้แล้วน่าว่าไม่เด็กแล้ว ถึงไปจูบกับใครก็ได้สินะ..."

    วังจั๋วเฉิงหน้าแดง เผลอเม้มริมฝีปากอย่างไม่รู้ตัว เมื่อเพื่อนพูดถึงจูบ เขาก็พลันนึกถึงสัมผัสจากหลิวไห่ควานขึ้นมา

    "ไม่ใช่ใครก็ได้สักหน่อย..."

    เพื่อนรักของหวังอี้ป๋อพูดเสียงเบาด้วยความเขิน ดวงตากลมโตที่กำลังยิ้มเมื่อครู่ ตอนนี้กลับฉายแววไม่มั่นใจ 

    "ชอบเขามากหรอ?"

    "ใคร?"

    "หลิวไห่ควานคนนั้น..."

    "ไม่รู้สิ..."

    "ไม่รู้แล้วยอมให้เขาจูบได้ยังไง?"

    "...อี้ป๋อ..."

    "ไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องเลยนะ..."

    หวังอี้ป๋อเอ่ยปากขู่เพื่อนรักอย่างวังจั๋วเฉิงอีกหลายอย่างให้รีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ถึงแม้เพื่อนของเขาจะไม่ได้พูดอะไรมาก แต่จากสายตาของวังจั๋วเฉิง หวังอี้ป๋อก็รู้แล้วว่าวังจั๋วเฉิงชอบหลิวไห่ควาน แต่เพื่อนตัวดีของเขาจะเรียบเรียงความรู้สึกในหัวตัวเองได้เมื่อไหร่นี่สิ แค่คิด หวังอี้ป๋อก็เป็นห่วงวังจั๋วเฉิงอีกแล้ว

    "ไม่รู้ล่ะ จะปล่อยเบลอแบบนี้ไม่ได้ รู้สึกอะไรก็พูด เข้าใจไหม อาเฉิง?"

    วังจั๋วเฉิงพยักหน้า ถึงจะยังไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองมากนักก็ตามที ความโกรธหายไปจากจิตใจของหวังอี้ป๋อแล้ว เขารู้ว่าสิ่งเดียวที่หวังอี้ป๋อคนนี้จะทำเพื่อวังจั๋วเฉิงได้ก็คือคอย support เพื่อนรักอย่างวังจั๋วเฉิงเพียงเท่านั้น



    วังจั๋วเฉิงยังคิดไม่ตกว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับหลิวไห่ควานกันแน่ เขามั่นใจว่าหลิวไห่ควานคือความสบายใจของตัวเอง และชื่นชอบหลิวไห่ควานในฐานะนักดนตรี เขาชื่นชอบประกายเจิดจ้าของหลิวไห่ควานเวลาหลิวไห่ควานร้องเพลงหรือเล่นเปียโน เขายอมรับว่าหลิวไห่ควานมีเสน่ห์และใจดีกับเขามาก แต่จะถึงขั้นชอบอีกคนไหม? วังจั๋วเฉิงไม่กล้าแม้แต่จะคิด

    "คุณจั๋วเฉิงมาที่บาร์แต่ไม่ยอมเจอคุณไห่ควานแบบนี้จะดีหรอครับ?"

    วังจั๋วเฉิงส่ายหัวตอบเซียวจ้าน ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากเจออีกฝ่ายสักหน่อย วังจั๋วเฉิงยังคงไปที่ jazz bar อย่างสม่ำเสมอ แต่พยายามเลี่ยงเวลาที่อีกฝ่ายจะสามารถเข้ามาคุยกับเขาได้ เช่น เวลาที่หลิวไห่ควานมี session ต้องแสดงบนเวที และก็จะกลับไปก่อนที่หลิวไห่ควานจะลงจากเวที

    ทำไงได้ล่ะ ก็เขายังอยากดูคุณไห่ควานเล่นเปียโนกับร้องเพลงอยู่นี่นา

    "เดี๋ยวจะโดนโกรธเอาจริงๆนะครับ..."

    "คุณไห่ควานจะโกรธผมจริงๆหรอครับ?"

    "โกรธ..."

    เสียงที่วังจั๋วเฉิงคุ้นเคยดังขึ้นข้างหลัง เซียวจ้านที่ยืนอยู่ที่เคาท์เตอร์บาร์ถึงกับโบกมือลาให้วังจั๋วเฉิง พร้อมกับภาวนาในใจให้วังจั๋วเฉิงโชคดี คนที่วังจั๋วเฉิงพยายามจะไม่เจอหน้ามายืนอยู่ข้างหลังเจ้าตัวแล้ว หลิวไห่ควานเห็นวังจั๋วเฉิงทุกครั้งที่อีกฝ่ายมาที่บาร์ แต่อีกฝ่ายดันเลือกเวลาที่รู้ว่าเขาจะเข้าหาไม่ได้แทน จนมาถึงวันนี้ที่หลิวไห่ควานจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายหลบหน้าอีกแล้ว

    "คุณไห่ควาน!"

    "จำชื่อผมได้ด้วยหรอ?"

    "คุณไห่ควาน..."

    เสียงเรียกชื่อที่ออกจากปากวังจั๋วเฉิงอ่อนลงไปอีก ดวงตากลมโตของเจ้าตัวฉายแววรู้สึกผิด ริมฝีปากบางเม้มแน่น 

    "ผม..."

    วังจั๋วเฉิงยังคงอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะเรียบเรียงความรู้สึกของตัวเองยังไง วันนี้หลิวไห่ควานดุเขาจริงๆ ไม่มีดวงตาประกายวิบวับแบบที่วังจั๋วเฉิงชื่นชอบส่งมาที่เขาแม้แต่น้อย วังจั๋วเฉิงรู้สึกใจหาย ไม่กล้าที่จะสบตาคนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้า

    "หลบหน้าผมทำไม?"

    "ผมขอโทษครับ...คือ..."

    วังจั๋วเฉิงไม่ได้ตอบคำถามที่หลิวไห่ควานกำลังถามด้วยซ้ำ เขารู้เพียงแต่หลิวไห่ควานโกรธเขา เขาที่ไม่รู้จะพูดอะไรจึงได้แต่เอ่ยปากขอโทษ

    "อาเฉิง..."

    "คะ...ครับ?"

    เสียงที่ออกมาจากหลิวไห่ควานอ่อนลง จนทำให้วังจั๋วเฉิงกล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนที่กำลังยืนอยู่ หลิวไห่ควานยอมแพ้คนตรงหน้า แค่เห็นวังจั๋วเฉิงไม่สบายใจขนาดนี้ หลิวไห่ควานก็ไม่สามารถบังคับตัวเองให้โกรธคนตรงหน้าได้อีก 

    "คุยกันหน่อยได้ไหม?"



    หลิวไห่ควานพาวังจั๋วเฉิงออกมาที่ชั้นดาดฟ้าของบาร์ ที่เป็นที่พักส่วนตัวของเขาและหุ้นส่วน เป็นส่วนของบาร์ที่ไม่มีใครใช้มาพักใหญ่ๆ ชั้นดาดฟ้าของบาร์เป็นเหมือนห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ มีหลังคาแค่ส่วนเดียวที่มีเฟอร์นิเจอร์พวกฟูกที่นั่งต่างๆ โต๊ะ มีตู้แช่แอลกอฮอล์ง่ายๆอย่างเบียร์ และด้วยความกว้างและเป็นส่วนตัวของชั้นดาดฟ้า จึงสามารถเรียกว่าเป็นโซน private ของบาร์ได้เลย และในวันนี้ชั้นดาดฟ้าของบาร์ก็ถูกเปิดใช้อีกครั้ง เมื่อหลิวไห่ควานพาวังจั๋วเฉิงมาที่นี่ แต่คนที่กำลังกังวลอยู่อย่างวังจั๋วเฉิง ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นชั้นดาดฟ้าของบาร์แม้แต่น้อย

    "เบียร์?"

    วังจั๋วเฉิงส่ายหน้าปฏิเสธ เขาอยากจะคุยกับคนตรงหน้าให้จบๆแล้วไปจากสถานการณ์ที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจแบบนี้มากกว่า เผลอเม้มริมฝีปากอย่างไม่ได้ตั้งใจอีกครั้ง หลิวไห่ควานเปิดเบียร์ดื่ม พลางมองคนตรงหน้าอย่างใจเย็น 

    "ไม่สบายใจขนาดไม่อยากเห็นหน้าผมเลยหรอ?"

    หลิวไห่ควานเอ่ยขึ้นด้วยความน้อยใจ เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายังไม่ยอมสบตากันสักที เขาที่นั่งดื่มเบียร์เงียบๆ รอให้คนตรงหน้าพร้อมมากกว่านี้ถึงจะเริ่มคุยกับวังจั๋วเฉิงอย่างจริงจัง

    "คือผม..."

    วังจั๋วเฉิงไม่รู้จะบอกหลิวไห่ควานว่าอะไร จนกระทั่งหลิวไห่ควานเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นมาก่อน

    "บอกผมได้ไหมว่าเป็นอะไร? ผมทำอะไรให้คุณไม่สบายใจหรอ?"

    วังจั๋วเฉิงยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับหลิวไห่ควาน แต่ก็ส่ายหัวปฏิเสธทุกคำถาม หลิวไห่ควานวางเบียร์ไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยถามต่อ

    "หรืออยากให้ผมเลิกเป็นเพื่อนคุณรึเปล่า?..."

    "ไม่ใช่นะครับ!"

    วังจั๋วเฉิงเงยหน้าขึ้นมา พร้อมกับปฏิเสธเสียงแข็ง เขาไม่ได้อยากเลิกเป็นเพื่อนกับคนตรงหน้าสักหน่อย

    "งั้นหรอ?"

    หลิวไห่ควานหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยื่นมือไปจับมือข้างหนึ่งของวังจั๋วเฉิงเอาไว้ ก่อนจะเงยหน้ามองไปที่ท้องฟ้าที่มืดสนิทของวันนี้ ท้องฟ้าไม่มีดาวเลยสักดวง

    "แต่ผมน่ะ...ไม่อยากเป็นเพื่อนกับคุณแล้ว อาเฉิง..."

    หลิวไห่ควานสัมผัสได้ถึงแรงดึงที่มือข้างที่เขาจับมือของวังจั๋วเฉิงไว้อยู่ วังจั๋วเฉิงอยากจะดึงมือออกจากมือของหลิวไห่ควาน แต่คนตัวสูงข้างๆกลับจับมือของเขาไว้แน่น

    "ฟังผมก่อน..."

    วังจั๋วเฉิงหันมาสบตากับหลิวไห่ควานอีกครั้ง ดวงตาคู่สวยตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลิวไห่ควานสบสายตากับคนข้างตัว ถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเองทั้งหมดที่มีต่อคนข้างๆ พร้อมกับกระชับมือที่จับมือของอีกฝ่ายไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยปาก

    "ผมชอบคุณ"

    ชอบ? หลิวไห่ควานชอบเขา?

    วังจั๋วเฉิงมองคนข้างๆด้วยความรู้สึกหลากหลาย เมื่อครู่คนข้างตัวเพิ่งบอกว่าไม่อยากเป็นเพื่อนกับเขาแล้ว มาตอนนี้หลิวไห่ควานกลับมาบอกว่าชอบเขา

    "ผมชอบคุณตั้งแต่วันแรกที่ผมเห็นคุณที่บาร์ ตอนที่คุณมองมาบนเวที ผมแทบจะหยุดหายใจเลย..."

    หลิวไห่ควานค่อยๆดึงวังจั๋วเฉิงเข้ามาใกล้ โดยที่ไม่ได้ละสายตาไปจากคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย

    "แต่...คุณไห่ควานเป็นเพื่อน..."

    "อาเฉิง..."

    หลิวไห่ควานปล่อยมือจากวังจั๋วเฉิง ก่อนจะเปลี่ยนไปโอบอีกฝ่ายให้เข้ามาใกล้มากขึ้น ก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปใกล้ วังจั๋วเฉิงไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตา เพราะดวงตาของคนตรงหน้าเต็มไปด้วยประกายวิบวับเหมือนแสงอาทิตย์ที่สะท้อนบนน้ำทะเล แบบที่เขาชอบ ไม่ใช่แค่เพียงชื่นชอบแบบที่เขาเห็นว่าหลิวไห่ควานคือความสบายใจ วังจั๋วเฉิงรู้แล้วว่าความรู้สึกของเขามันเกินกว่านั้นไปตั้งนานแล้ว 

    เขาชอบหลิวไห่ควาน

    หลิวไห่ควานไม่รีบร้อน เขายื่นปลายจมูกไปคลอเคลียปลายจมูกของอีกฝ่าย รอจนอีกฝ่ายค่อยๆหลับตาลงช้าๆเป็นการอนุญาตให้เขาสามารถช่วงชิมสัมผัสจากริมฝีปากบางของคนตรงหน้าได้ หลิวไห่ควานค่อยๆบดเบียดริมฝีปากของตัวเองลงกับริมฝีปากของวังจั๋วเฉิงอย่างละเมียดละไม วังจั๋วเฉิงเผลอลืมตัวไปกับสัมผัสจากคนตรงหน้า โดยเฉพาะกับความอ่อนโยนที่คนตรงหน้ามอบให้ ก่อนจะเปิดปากให้อีกฝ่ายส่งสัมผัสร้อนเข้ามาอย่างหวาบหวามจนเขาเกือบจะยืนไม่อยู่ ถ้าไม่ได้จับไหล่ของหลิวไห่ควานเอาไว้ หลิวไห่ควานค่อยๆถอนจูบออก ก่อนจะพูดเบาๆที่ริมฝีปากของวังจั๋วเฉิง

    "เพื่อนเขาไม่จูบกันหรอกนะ อาเฉิง..."




    .

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in