My impetuous fan fictions collection.medusawrites
I fall in love too easily I
  • แอบรัก.

    วังจั๋วเฉิงไม่แน่ใจว่าจะเรียกสิ่งที่เขากำลังรู้สึกว่า แอบรัก ได้หรือเปล่า? ปลายนิ้วขยับลงบนแก้วที่บรรจุ bloody mary สีแดงสดตามจังหวะของเสียงเพลงที่กำลังได้ยินจากเวทีที่มีวงดนตรีกำลังบรรเลงอย่างไม่รู้ตัว ส่วนสายตาของวังจั๋วเฉิงนั้นจับจ้องและไม่อาจละไปได้จากนักเปียโนที่กำลัง improvise อยู่ที่เปียโน upright สีน้ำตาลบนเวทีได้เลย บุรุษร่างสูงในเสื้อเชิ๊ตสีขาวลินินสบายตากับกางเกงลินินสีน้ำตาลขายาว ทำให้ชายที่กำลังเล่นเปียโนอยู่ เหมือนจะไปพักร้อนแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมากกว่าจะเป็นนักดนตรีอยู่ในบาร์ jazz แห่งนี้ บรรยากาศในบาร์เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ครึกครื้น ตรงหน้าเวทีที่วงดนตรีกำลังเล่นอยู่ มีโซนสำหรับเต้นที่ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าไปร่วมได้ ไม่ว่าจังหวะของดนตรีจะช้าหรือเร็ว ในค่ำคืนนี้เสียงเปียโนและทรัมเป็ตบวกกับเสียงนุ่มๆของชายหนุ่มผู้ที่กำลังกดนิ้วเรียวลงบนคีย์สีขาว-ดำของเปียโนอย่างพลิ้วไหว กำลังทำให้ผู้คนในบาร์มีความสุข โดยที่ทุกคนในบาร์ที่กำลังสนุกสนานไปกับเสียงดนตรีไม่ได้สังเกตเลยว่าวังจั๋วเฉิงมองชายหนุ่มนักเปียโนตาไม่กะพริบ

    วังจั๋วเฉิงมาที่บาร์ jazz แห่งนี้สัปดาห์ละครั้ง สั่งเครื่องดื่มเพียง bloody mary เหมือนเดิมทุกครั้ง และจะนั่งอยู่ตรงบาร์คนเดียว เป็นเวลากว่า 3 เดือนแล้ว เขาเจอบาร์แห่งนี้โดยบังเอิญ หลังจากโดนคนรักเก่าบอกเลิกท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำ ถึงแม้เขาจะรับรู้ได้ก่อนหน้าว่าความรักกำลังจางหาย และเขาก็แค่รอเวลาให้อีกฝ่ายเป็นฝ่ายตัดสินใจ แต่ถึงจะเตรียมใจอย่างไร ใจของเขาก็รู้สึกหน่วงอยู่ดี เมื่ออีกฝ่ายจากไป วังจั๋วเฉิงเดินไปเรื่อยๆท่ามกลางฝนที่กำลังตก และกว่าจะรู้ตัวว่ากำลังตากฝน เขาก็ไม่รู้แล้วว่าตัวเองอยู่ที่ไหน จนต้องระหกระเหินวิ่งเข้ามาในบาร์ที่ใกล้ที่สุดเพื่อหลบฝนและตั้งสติก่อน และนั่นก็คือบาร์แห่งนี้ วันนั้นแม้เนื้อตัวจะเปียกปอน แต่เมื่อได้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บวกกับบรรยากาศในบาร์ วังจั๋วเฉิงก็รู้สึกอุ่นขึ้น สติและเรื่องราวความรักของเขากับคนรักเก่าก็กลับมาหาเขาอีกครั้ง แต่อยู่ๆความวุ่นวายในหัวและจิตใจก็พลันสงบลงเมื่อได้ยินเสียงเปียโนที่กำลังบรรเลงจากผู้ชายคนนี้ วังจั๋วเฉิงกลับรู้สึกสงบในจิตใจอย่างประหลาด จนต้องเลิกสนใจทุกอย่าง และจับจ้องกับนักเปียโนหนุ่มที่กำลังแผ่เสน่ห์เจิดจ้าด้วยเพลง ballad ที่กำลังถูกขับร้องด้วยเสียงแหบนุ่มเป็นเอกลักษณ์ ทำให้วังจั๋วเฉิงลืมความรู้สึกหนักหน่วงในใจไปหมดสิ้น จนต้องลองเสี่ยงมาที่บาร์แห่งนี้อีกครั้งในสัปดาห์ต่อมา และเมื่อได้ยินเสียงที่ได้ยินเพียงครั้งเดียวในวันนั้นอีกครั้ง วังจั๋วเฉิงก็รู้แล้วว่าสัปดาห์หน้า และสัปดาห์ต่อๆไป เขาจะต้องมาที่บาร์แห่งนี้อีก เพื่อฟังเสียงร้องและเสียงเปียโนจากนักเปียโนคนนั้น ชายหนุ่มที่เหมือนแสงระยิบระยับของแสงอาทิตย์ที่สะท้อนจากน้ำทะเลสำหรับเขา

    กลายเป็นความสบายใจไปแล้ว ที่ทุกสัปดาห์วังจั๋วเฉิงจะต้องมานั่งมองนักเปียโนหนุ่มผู้เปล่งประกายเจิดจ้าและฟังเสียงของเขาคนนั้น เพียงแค่ได้ยินเสียงและเห็นเขาจากไกลๆ วังจั๋วเฉิงก็รู้สึกได้ถึงความสงบในจิตใจ ถึงแม้ว่าจะไม่เคยได้ปฏิสัมพันธ์กันเลย แม้แต่ชื่อ เขาก็ยังไม่รู้ แต่แค่เพียงเท่านี้ วังจั๋วเฉิงก็ขอบคุณการมีตัวตนของชายหนุ่มคนนี้แล้ว และเมื่อการแสดงจากนักเปียโนหนุ่มในดวงใจของวังจั๋วเฉิงจบลง วังจั๋วเฉิงเรียกบาร์เทนเดอร์เพื่อจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มทันที ถึงแม้ว่าจะเริ่มคุ้นเคยกับบาร์เทนเดอร์ที่ทำงานอยู่ที่บาร์แห่งนี้บ้างแล้ว แต่วังจั๋วเฉิงก็ยังตะขิดตะขวงกับบทสนทนาอยู่ดี จึงพูดคุยแค่ตามมารยาทเท่านั้น

    "แล้วเจอกันใหม่สัปดาห์หน้านะครับ คุณจั๋วเฉิง"

    วังจั๋วเฉิงพยักหน้ารับ เซียวจ้าน บาร์เทนเดอร์หน้าหวานตรงหน้า ถ้าคุณนักเปียโนเหมือนแสงระยิบระยับของแสงอาทิตย์ บาร์เทนเดอร์ตรงหน้าก็เหมือนแสงพระจันทร์ที่สะท้อนบนผิวน้ำ เซียวจ้านมักจะส่งยิ้มกว้างละลายใจให้วังจั๋วเฉิงเสมอ แม้วังจั๋วเฉิงจะแค่พยักหน้ารับคำอย่างเขินๆ แต่บาร์เทนเดอร์หนุ่มไม่เคยจะไม่ยิ้มตอบเขาสักครั้ง บวกกับดวงตาเป็นมิตรของเจ้าตัว ก็ยากที่ใครจะมองข้ามความงามของเซียวจ้านไปได้ 

    "ครับ คุณจ้าน"

    กล่าวลาสั้นๆอีกเล็กน้อยตามมารยาท วังจั๋วเฉิงก็คว้าผ้าพันคอมาพันที่คอ ใส่ overcoat สีครีมตัวใหญ่เพื่อป้องกันความหนาวด้านนอก ก่อนจะเดินออกจากบาร์ไปเหมือนเช่นทุกครั้งที่มา พร้อมกับความรู้สึกได้รับการเติมเต็มในจิตใจอีกครั้ง




    .




    แอบรัก.

    "ไปแล้วครับ ไม่ทันอีกตามเคยนะครับคุณไห่ควาน"

    เสียงใสของเซียวจ้านเอ่ยขึ้น พร้อมกับพยายามกลั้นหัวเราะ ชายหนุ่มนักเปียโนในชุดเสื้อผ้าลินินตรงหน้ามีท่าทางหัวเสียอย่างเห็นได้ชัด นิ้วเรียวยื่นขึ้นไปเสยผมที่ยาวปรกหน้าอย่างขัดใจ ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด เซียวจ้านยื่นไฟแช็กไปจุดให้นักเปียโนหนุ่มอย่างรู้งาน เมื่อได้สูบบุหรี่ ความหงุดหงิดในใจของเขาก็ดูจะเบาบางลง

    "อาจ้านน่าจะช่วยผมมากกว่านี้อีกหน่อย"

    "ผมก็ชวนคุยแล้วนะครับ แต่ดูท่าทางคุณจั๋วเฉิงไม่ได้อยากคุยกับใครเท่าไหร่"

    "นี่ขนาดไม่ได้คุยเท่าไหร่ ยังรู้ชื่อเขาแล้ว"

    "โธ่ คุณไห่ควานครับ ผมก็ทำตามหน้าที่..."

    บาร์เทนเดอร์หนุ่มโอดครวญ เมื่อคนตรงหน้าส่งสายตาไม่พอใจมาให้ ถึงจะไม่ได้ต่อว่าเขาตรงๆ แต่เซียวจ้านก็รู้สึกเสียวสันหลังอยู่ไม่น้อย สาเหตุก็เป็นเพราะว่า นอกจากคนตรงหน้าจะเป็นนักเปียโนประจำของบาร์แห่งนี้แล้ว เขายังเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของบาร์แห่งนี้ ซึ่งถ้าจะพูดกันตามตรง หลิวไห่ควาน ก็คือหนึ่งในเจ้าของที่นี่ และเป็นเจ้านายของเซียวจ้านนั่นเอง  

    "จะดื่มอะไรไหมครับ?"

    "เหมือนเดิม"

    เซียวจ้านรับคำ ก่อนจะเท cognac เครื่องดื่มสีอำพันจากฝรั่งเศสลงในแก้วที่มีน้ำแข็งสำหรับดื่มแอลกอฮอล์อยู่ วางที่รองแก้วบนบาร์ พลางวางแก้ว cognac ไว้ตรงหน้าเจ้านายของเขา 

    "สัปดาห์หน้าก็ลงมาจากเวทีให้เร็วหน่อยสิครับ คุณไห่ควาน"

    "ว่าจะไม่เล่นเปียโนแล้ว..."

    บาร์เทนเดอร์หนุ่มตกใจ เมื่อชายหนุ่มผู้รักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจอย่างหลิวไห่ควาน กล่าวว่าจะไม่เล่นเปียโนแล้ว แต่ก่อนที่เขาจะได้ตกใจมากกว่าเดิม หลิวไห่ควานก็ดื่ม cognac ในแก้วจนหมด ก่อนจะเอ่ย

    "ถ้าเล่นอีก อาทิตย์หน้าก็คงยังตามมาไม่ทันหรอก"

    หลิวไห่ควานขยี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่อย่างหมดอารมณ์ เป็นเวลาเกือบ 3 เดือน ตั้งแต่เขาเห็นชายผู้เป็นเจ้าของแววตาเศร้าโศกคนนั้น เข้ามาในบาร์ด้วยสภาพเปียกปอน จังหวะเดียวกับที่เขาเงยหน้าขึ้นมาจากเปียโนพอดี ร่างบางที่เหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ แต่ในขณะเดียวกันก็เข้มแข็งมากพอที่จะไม่ปล่อยให้ตนร้องไห้วันนั้นทำให้หลิวไห่ควานแทบจะหยุดหายใจ หัวใจเหมือนจะเต้นผิดจังหวะในทันที เขาคุมสติเล่นดนตรีต่อไปจนหมด session ถึงแม้ว่าร่างกายจะเรียกร้องให้เดินลงไปหาผู้ชายคนนั้น แต่เมื่อลงมาจากเวที ก็พบว่าผู้ชายคนนั้นหายไปแล้ว จนสัปดาห์ต่อมา เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นกับเขาอีกครั้ง เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาจากเปียโน และพบผู้ชายคนนั้นกำลังนั่งอยู่ที่บาร์ และกำลังมองมาที่เขา หัวใจของหลิวไห่ควานเต้นรัว ราวกับเพิ่งดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง ทั้งๆที่ตัวเขายังไม่ได้แม้แต่จะแตะแอลกอฮอล์เลยในคืนนั้น บอกกับตัวเองว่าจะไม่ปล่อยโอกาสที่จะทำความรู้จักผู้ชายคนนั้นไปอีก เมื่อเล่นเปียโนและร้องเพลงจนจบ session ของเขาเหมือนอย่างเคย หลิวไห่ควานก็วิ่งลงมาจากเวที แต่ผู้ชายคนนั้นก็หายไปแล้วอีกครั้ง เหตุการณ์ไล่จับนี้เกิดขึ้นซ้ำๆเป็นเวลาเกือบ 3 เดือน จนหลิวไห่ควานแทบจะหมดความอดทน ยิ่งไล่ตาม ก็ยิ่งอยากรู้จัก สีหน้าและท่าทางของชายหนุ่มคนนั้น ยังคงฉายอยู่ในใจของเขาอย่างไม่มีสาเหตุ พอกันที เขาน่ะไม่ได้แอบรักอะไรชายคนนั้น แต่เขา หลงรัก ชายคนนั้นไปแล้ว โดยที่แม้แต่ชื่อก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ




    .

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in