My impetuous fan fictions collection.medusawrites
Tearing Up VI (Epilogue)
  • ร้องไห้.

    หลิวไห่ควานหันไปจูบคนรักที่หน้าผากเบาๆ ด้วยความกังวลว่าคนที่เพิ่งจะได้นอนไปไม่ถึงชั่วโมงดีจะตื่น คนเป็นพี่มองคนน้องด้วยความรู้สึกผิดเล็กๆ เพราะเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ตนเผลอเอาแต่ใจจนคนรักแทบจะร้องไห้ ก่อนจะสอดแขนเข้าไปโอบวังจั๋วเฉิงเข้ามานอนในอ้อมกอดของตน คนตัวเล็กกว่าขยับตัวนิดหน่อย ก่อนจะซุกเข้ากับอกกว้างของคนรักอย่างเคยชิน 



    "คุณป๋าขา! ปะป๊าขา!"

    "คุณป๋าๆๆๆๆๆ ปะป๊าๆๆๆๆๆ"

    เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงหนึ่ง เด็กชายหนึ่งดังขึ้นที่หน้าห้องนอน ทำให้หลิวไห่ควานรู้สึกตัวตื่น หันไปมองคนในอ้อมกอดที่ยังคงนอนอยู่ ยังไม่ได้ยินเสียงเรียกที่กำลังดังขึ้นนอกห้อง จึงผละลุกขึ้นไปเปิดประตูทันที ก่อนจะพบกับเจ้าของเสียง เด็กหญิงและเด็กชายน้อยวัย 5 ขวบ ลูกสาวและลูกชายของทั้งหลิวไห่ควานและวังจั๋วเฉิง เด็กทั้งคู่เป็นเด็กที่เกิดจากดีเอ็นเอของเขาและวังจั๋วเฉิง ผ่านเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ ถึงจะไม่ใช่ฝาแฝด เพราะเกิดจากแม่อุ้มบุญคนละคน แต่ก็เกิดในเวลาไล่เลี่ยกันในวันเดียวกัน หลิวชุนและวังชิว 

    "คุณป๋าขา!"

    "คุณป๋า!"

    เมื่อเห็นใบหน้าของคุณป๋าของพวกเขา เด็กๆก็ส่งเสียงดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น แต่ก่อนที่จะได้วิ่งพรวดเข้าไปในห้องนอนของคุณป๋ากับปะป๊าเหมือนวันอื่นๆถ้าคนเปิดประตูห้องเป็นวังจั๋วเฉิง หลิวไห่ควานก็ย่อตัวลงมาขวางและคุยกับลูกๆเสียก่อน

    "เบาๆก่อนนะครับ อาชุน อาชิว ปะป๊ายังนอนอยู่..."

    "ชู่วววววว ปะป๊ายังนอนอยู่..."

    วังชิวยกนิ้วชี้ขึ้นมาที่ปาก พร้อมกับพูดเสียงเบา กลัวว่าปะป๊าของเธอจะตื่น หลิวชุนเห็นวังชิวทำจึงทำตาม

    "ชู่วๆๆๆๆ เราต้องพูดเบาๆกันหรอครับ?"

    หลิวไห่ควานก้มลงไปจูบแก้มของหลิวชุน ลูกชายที่ถอดแบบมาจากเขา และวังชิว ลูกสาวที่เหมือนวังจั๋วเฉิงอย่างกับพิมพ์เดียวกันด้วยความเอ็นดูที่ลูกๆพยายามพูดด้วยเสียงกระซิบ เพราะกลัวว่าปะป๊าของพวกเขาจะตื่น

    "แต่ชิวหิวแล้ว"

    "ชุนก็หิว"

    "งั้นไปที่ห้องครัวกัน คุณป๋าจะทำแพนเค้กให้ทาน"

    ก่อนที่เด็กๆจะเริ่มงอแงไปมากกว่านี้ หลิวไห่ควานยื่นมือออกไปจูงเด็กทั้งสองคน ก่อนจะปิดประตูเบาๆ ให้คนรักได้นอนต่ออีกสักนิด

    "ลูกๆล้างหน้าแปรงฟันแล้วหรือยังครับ?"

    หลิวไห่ควานถามเด็กทั้งสองคน เมื่อเด็กๆพยักหน้าเป็นคำตอบ สามพ่อลูกก็จูงมือพากันไปที่ห้องครัว หลิวไห่ควานอุ้มเด็กๆให้นั่งรอที่เก้าอี้ของตัวเอง ก่อนจะหันไปเทนมสดใส่แก้วพลาสติกประจำตัวของลูกๆ พลางหยิบมาให้เด็กๆที่โต๊ะก่อน

    "ดื่มนมระหว่างรอคุณป๋าทำแพนเค้กแป๊บนึงนะครับ"

    "คุณป๋าขา"

    "คะ ชิวชิว?"

    หลิวไห่ควานหันมาพูดเสียงหวานกับลูกสาว ตัวเขายอมรับมาตลอดว่าหลงลูกสาวหนักมาก ตั้งแต่ลูกสาวเริ่มพูดได้ เวลาวังชิวเรียกคุณป๋าคะ คุณป๋าขา หลิวไห่ควานก็ใจอ่อนแล้ว บวกกับใบหน้าของลูกสาวที่คล้ายคลึงกับคนรักเป็นอย่างมาก ดวงตานี่แทบจะเหมือนคนๆเดียวกัน คุณป๋าอย่างหลิวไห่ควานจึงได้แต่ใจอ่อนเวลาที่เจ้าตัวแสบน้อยๆมาอ้อนทุกที

    "ชิวอยากกินแพนเค้กแล้ว"

    "รอแป๊บเดียวนะคะ ชิวชิว"

    "คุณป๋าๆๆๆๆๆ"

    ระหว่างที่หลิวไห่ควานกำลังเทแป้งแพนเค้กลงบนกระทะ หลิวชุนก็เรียกเขาเสียงดัง

    "ว่าไงครับ อาชุน?"

    "ทำไมปะป๊ายังไม่ตื่น? ปะป๊าไม่สบายหรอ?"

    "เปล่าครับ ปะป๊าแค่ง่วง..."

    "ปะป๊าง่วงๆๆๆๆ แต่ชุนกับชิวไม่ง่วง!"

    หลิวชุนที่ตอนนี้กลายมาเป็นตัวแสบของบ้านเอ่ยเสียงดังหลังจากดื่มนมจนหมดแก้ว หลิวชุนติดปะป๊าของเขามาก ไม่ว่าเจ้าตัวแสบจะทำอะไร จะกิน จะนอนหรือจะไปไหน หลิวชุนจะต้องให้วังจั๋วเฉิงอยู่กับเขาด้วยเสมอ ยังดีหน่อยที่พอเริ่มโต หลิวชุนก็ยอมห่างจากปะป๊าของเขาบ้าง อย่างตอนนี้ก็นอนแยกห้องได้แล้วโดยไม่งอแงเลย แต่กว่าจะได้แยกห้องนอนจริงๆจังๆทำเอาวังจั๋วเฉิงร้องไห้ เพราะสงสารลูกไปไม่รู้ตั้งกี่รอบ 

    "เดี๋ยวเราทานแพนเค้กอิ่มแล้ว เราค่อยไปปลุกปะป๊ากัน โอเคไหมครับ?"

    หลิวไห่ควานพูด พร้อมกับตักแพนเค้กออกจากกระทะใส่จานให้ลูกๆคนละจาน ราดเมเปิ้ลไซรัปให้ พร้อมกับเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารจากผลไม้ด้วยกล้วยและบลูเบอร์รี่ เด็กทั้งสองพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ก่อนจะลงมือทานแพนเค้กที่คุณป๋าทำให้อย่างเอร็ดอร่อย วังจั๋วเฉิงยืนมองภาพที่อยู่ตรงหน้าอย่างมีความสุข ภาพของครอบครัวแสนสุขที่มีเด็กๆไม่เคยอยู่ในหัวของเขามาก่อน ตั้งแต่ที่พ่อแม่ของเขาแยกทางกัน วังจั๋วเฉิงไม่เคยอยากมีลูกเลยสักครั้ง แต่เพราะความรักของหลิวไห่ควานทำให้เขาเชื่อมั่นในความรักและทำให้เขากล้าที่จะลองสร้างครอบครัวที่ไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคนกับหลิวไห่ควาน จริงๆแล้ววังจั๋วเฉิงตื่นตั้งแต่ได้ยินเสียงเรียกหน้าประตูห้องนอน แต่แค่ยังไม่ทันได้ลุก หลิวไห่ควานก็ลุกไปหาเด็กๆก่อนเขา

    "ปะป๊า!"

    เมื่อหลิวชุนเห็นปะป๊าของเขา ก็วางส้อมลงบนจานไม่สนใจแพนเค้กตรงหน้าอีก กระโดดลงจากเก้าอี้ พร้อมกับวิ่งตรงไปหาปะป๊าของเขาทันที

    "ชุนชุน..."

    วังจั๋วเฉิงอ้าแขนรับลูกชายวัย 5 ขวบมากอด ก่อนจะอุ้มลูกขึ้น เจ้าเด็กคนนี้ติดเขายิ่งกว่าอะไร แต่วังจั๋วเฉิงก็ไม่เคยดุลูกสักครั้งเดียว ไม่ใช่แค่หลิวชุน วังชิวเขาก็ไม่เคยแม้แต่จะขึ้นเสียงใส่ เมื่อวังชิวเห็นหลิวชุนได้ปะป๊าไปครอง เด็กหญิงก็ลงมาจากเก้าอี้ วิ่งตรงมาหาปะป๊าของเธอด้วยอีกคน

    "ปะป๊าอุ้ม ปะป๊าอุ้มชิวด้วย"

    เด็กสาวอ้าแขนกระโดดไปมาให้ปะป๊าอุ้ม แต่แค่หลิวชุนคนเดียววังจั๋วเฉิงก็อุ้มแทบไม่ขึ้นแล้ว จึงจะวางหลิวชุนลงก่อน ก่อนจะหันมาอุ้มวังชิว แต่หลิวชุนกอดเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

    "อาชุน ขอปะป๊าอุ้มชิวชิวบ้าง..."

    "ไม่เอา อุ้มชุนด้วยๆๆๆๆ"

    "ปะป๊าอุ้มชิวด้วยๆๆๆๆ"

    หลิวไห่ควานส่ายหัวกับความวุ่นวายของเด็กๆที่มาแย่งกันให้ปะป๊าอุ้ม จึงเข้าไปช่วยคนรัก ก่อนที่ลูกๆทั้งสองคน รวมไปถึงคนรักจะร้องไห้งอแงกันซะก่อน

    "อาชุนมาให้คุณป๋าอุ้มก่อนครับมา ให้ปะป๊าอุ้มอาชิวนะ ปะป๊าอุ้มพวกเราสองคนพร้อมกันไม่ไหว"

    เสียงติดดุของคนตัวสูงยังคงได้ผลเสมอ หลิวชุนยอมผละออกจากวังจั๋วเฉิงมาให้คุณป๋าของเขาอุ้มแทน วังจั๋วเฉิงจึงอุ้มวังชิวขึ้นมาพากลับไปทานแพนเค้กบนโต๊ะ เมื่อลูกๆนั่งประจำที่ที่เก้าอี้ของตัวเองเรียบร้อยแล้วอีกครั้ง หลิวไห่ควานจึงหันไปถามคนรักว่าอยากจะทานอะไรเป็นอาหารเช้า

    "แพนเค้กเหมือนลูกๆก็ได้ ถ้ายังเหลือ..."

    "เอาอะไรอีกไหมครับ เฉิงเฉิง? ไข่ดาว? เบคอน?"

    "ชิวเอาไข่ดาว!"

    "ชุนเอาเบคอน!"

    ยังไม่ทันที่วังจั๋วเฉิงจะตอบ วังชิวและหลิวชุนก็แย่งกันพูดขึ้นมาเสียงดัง คุณป๋าอย่างหลิวไห่ควานจึงทำทุกอย่างที่ลูกๆและคนรักร้องขอ มื้อเช้าของครอบครัวจึงเป็นไปอย่างสงบสุข เมื่อเด็กๆอิ่ม หลิวไห่ควานลุกไปอาบน้ำแต่งตัว เตรียมตัวไปทำงาน ปล่อยให้เด็กๆอยู่กับคนรัก

    ปัจจุบันหลิวไห่ควานยังคงเป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายให้พรรคหัวก้าวหน้าเช่นเดิม แต่เป็นตำแหน่งพิเศษ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแต่อย่างใด เพราะหลิวไห่ควานต้องกลับมาดูแลธุรกิจค้าพันธุ์ม้าของตระกูลอย่างเต็มตัว เมื่อหลี่เหมยฮวาประกาศเกษียน และมอบหมายงานทั้งหมดให้หลิวไห่ควานเป็นคนทำ 

    "ทำไมทำหน้าอย่างนั้น?"

    คนรักถามขึ้น เมื่อเห็นหลิวไห่ควานกำลังผูกเนกไทอยู่หน้ากระจกในห้องแต่งตัว ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

    "เฉิงเฉิงผูกเนกไทให้พี่หน่อย"

    หลิวไห่ควานปล่อยมือจากเนกไทที่กำลังจะผูก ไปอ้อนให้คนรักผูกให้แทน วังจั๋วเฉิงมองหน้าคนตัวสูงด้วยความอ่อนใจ ถึงจะรู้สึกยินดีที่คนรักยังคงออดอ้อนตัวเองเหมือนเดิม แต่ก็อดหมั่นไส้ผู้ชายตัวสูงตรงหน้าไม่ได้ ถึงจะหมั่นไส้อย่างไร วังจั๋วเฉิงก็เดินเข้าไปผูกเนกไทให้คนรักอยู่ดี

    "เหนื่อยหรอ?"

    หลิวไห่ควานไม่ตอบอะไร เอาแต่สบตากับคนรักของตัวเองซึ่งกำลังรอคำตอบจากเขาอยู่

    "เป็นอะไร?"

    "พี่ยังไม่ได้เตรียมของขวัญวันเกิดให้ลูกๆเลย..."

    "ลูกๆยังเด็ก แค่เค้กก็แฮปปี้แล้ว"

    วังจั๋วเฉิงรีบพูดขึ้นมาก่อน รู้ว่าคนตรงหน้าจริงจังเรื่องการแสดงความรักมากแค่ไหน ไม่ว่าจะทั้งคำพูดหรือการกระทำ หลิวไห่ควานไม่เคยปล่อยให้คนในครอบครัวกังขาในความรักจากเขาแม้แต่น้อย 

    "แต่พี่..."

    "แค่กลับมาเร็วๆ มาทานเค้กด้วยกันก็พอ"

    หลิวไห่ควานถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยรับปากคนรัก

    "โอเคครับ"

    "ผมจะทำเค้ก แล้วก็ขนมอีกนิดหน่อย หม่าม้าบอกว่าจะแวะมาหลังจากเสร็จธุระ พี่ลู่กับพี่อวี้เฉินจะพาเผยซินมาด้วย พี่หลี่กับพี่ปินก็บอกว่าจะมา ผมโทรไปชวนพี่จ้านจิ่นกับพี่อี้โจวด้วย แต่ไม่รู้พวกเขาจะว่างมากันรึเปล่า?..."

    วังจั๋วเฉิงพูดไป ผูกเนกไทไป ส่วนหลิวไห่ควานก็มองคนรักของเขาไม่วางตาด้วยความเคยชิน คอยฟังคนตัวเล็กกว่าพูดอย่างเพลิดเพลิน จนเมื่อผูกเนกไทเสร็จ วังจั๋วเฉิงก็ตบเบาๆที่อกของคนรัก

    "เพราะฉะนั้นพี่ก็แค่กลับบ้านเร็วๆแค่นั้น ไม่ต้องแวะซื้ออะไรนะ"

    วังจั๋วเฉิงส่งสายตาดุๆมาให้คนตรงหน้า หลิวไห่ควานจำใจไม่อยากจะขัดใจคนรักของตน จึงทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับปากคนรัก

    "แค่ไม่มีของขวัญวันเกิด ลูกๆไม่ได้จะรักพี่น้อยลงหรอกน่า..."

    "แล้วเฉิงเฉิงล่ะครับ? จะรักพี่น้อยลงหรือเปล่า?"

    "น้อยลงอะไรกันเล่า?"

    วังจั๋วเฉิงหลบสายตาคนรักด้วยความเขิน ถึงจะอยู่ด้วยกันมานาน แต่วังจั๋วเฉิงก็ยังเขินกับอะไรเหล่านี้เสมอ หลิวไห่ควานเอ็นดูคนรักที่ไม่ยอมสบตากับเขา ก่อนจะโน้มหน้าลงไปแกล้งคนรัก จนอีกนิดจะได้สัมผัสกับริมฝีปากบางของคนตรงหน้าอยู่แล้ว ในวินาทีนั้นวังจั๋วเฉิงกลับเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา พร้อมกับยื่นมือมาประคองหน้าเขาไว้ ก่อนจะกดริมฝีปากจูบหลิวไห่ควานอย่างวาบหวาม กลายเป็นหลิวไห่ควานที่ตอนนี้เป็นฝ่ายยืนนิ่ง กลายเป็นคนที่เขินน้องเอาซะเอง

    "ไปทำงานได้แล้ว"

    หลิวไห่ควานยังยืนนิ่ง ตกใจกับสัมผัสที่ไม่ทันตั้งตัว ไม่ใช่ว่าคนรักไม่เคยเป็นฝ่ายจูบเขาก่อน แต่ทุกครั้งที่วังจั๋วเฉิงจูบก่อน หลิวไห่ควานก็จะตกใจทุกครั้ง อาจเป็นเพราะไม่เคยทำใจได้สักทีว่าคนรักของเขาน่ารักมากขนาดนี้ แต่ก่อนจะยอมให้คนรักผละออกไป หลิวไห่ควานโน้มหน้าเข้าไปใกล้คนรักอีกครั้ง 

    "แค่จูบเดียวไม่พอหรอกครับ เฉิงเฉิง..."



    วังจั๋วเฉิงใช้เวลาทั้งวันไปกับการทำขนม ทั้งเค้กวันเกิดของลูกๆทั้งสอง คัพเค้ก คุ้กกี้ และบราวนีย์ โดยมีหลิวชุนและวังชิวเป็นลูกมือช่วยยามตื่น เมื่อเด็กๆเริ่มงอแงเพราะเหนื่อย เขาก็พาเด็กๆไปนอนกลางวัน เด็กๆทั้งสองคนเลี้ยงไม่ยาก ถึงจะซนบ้างตามวัย ยิ่งโตก็ยิ่งจะเลี้ยงง่ายเมื่อคุยกันด้วยเหตุผลรู้เรื่อง ไม่เคยร้องไห้งอแงจนคนเป็นพ่ออย่างเขาและหลิวไห่ควานต้องกังวลใจ ยกเว้นก็แต่เรื่องติดเขาที่หลิวชุนยังเป็นอยู่บ้าง ส่วนวังชิวมีปัญหาเรื่องสมาธิสั้นนิดหน่อย จึงทำให้หมดแรงช้ากว่าหลิวชุนเวลาจะกล่อมนอนกลางวัน แต่ไม่ใช่ปัญหาจริงจัง หลิวไห่ควานและวังจั๋วเฉิงได้เข้าไปปรึกษากับคุณหมอมาแล้ว จึงทำตามทำแนะนำของคุณหมอทุกอย่างโดยไม่ได้กังวลอะไรมากนัก

    "จั๋วเฉิง พี่อบเค้กกล้วยหอมมาด้วย จะให้วางไว้ตรงไหนดี?"

    เสียงพร้อมกับการปรากฏตัวของเซวียนลู่ รุ่นพี่และเพื่อนคนสนิทของวังจั๋วเฉิงและหลิวไห่ควาน ที่ถือเค้กกล้วยหอมมาถาดใหญ่ มาพร้อมกับสามี เฉาอวี้เฉิน CEO เจ้าของค่ายที่วังจั๋วเฉิงสังกัด ถึงแม้ช่วงนี้จะยังคงพักงานอยู่ แต่วังจั๋วเฉิงก็ได้เจอกับรุ่นพี่ของเขาและสามีเป็นประจำ เพราะลูกๆสนิทกัน เฉาเผยซินวัย 8 ขวบ ตอนนี้เป็นพี่ใหญ่คอยดูแลหลิวชุนและวังชิวเสมอทุกครั้งที่เจอกัน

    "พี่เผยซิน!!!!!"

    หลิวชุนและวังชิวตะโกนเรียกพี่ชายใจดีของพวกเขาเป็นเสียงเดียวกันอย่างตื่นเต้น เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วเห็นว่าใครมาที่บ้าน เด็กๆจึงชวนกันออกไปวิ่งเล่นข้างนอก ยังไม่ทันที่ปะป๊าอย่างวังจั๋วเฉิงจะอนุญาต เด็กชายเฉาเผยซินก็หันมารับปากว่าจะดูแลน้องๆอย่างดี ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง

    "ใกล้จะกลับมารับงานหรือยัง จั๋วเฉิง?"

    เฉาอวี้เฉินเอ่ยปากถามวังจั๋วเฉิง ขณะที่ทั้งเจ้าตัวและภรรยา เซวียนลู่กำลังช่วยกันจัดเตรียมเอาขนมออกมาเรียงบนโต๊ะเพื่อให้ทุกคนได้ทานกัน

    "ใกล้แล้วครับ ถ้าลูกๆเข้าชั้นประถมเทอมหน้า ก็คิดว่าจะกลับไปรับงานแล้ว บอสอย่าเพิ่งปิดสตูดิโอของผมนะครับ..."

    วังจั๋วเฉิงตอบอย่างติดตลก ด้วยความสนิทสนมกับ CEO หนุ่มตรงหน้าที่ใจดีถึงขนาดที่ยอมให้เขาไม่ต้องรับงานเลยตั้งแต่มีลูกๆ จนตอนนี้ก็เป็นเวลา 5 ปีกว่าแล้ว

    "ยังหรอก ตอนนี้เตรียมแผนถอนทุนคืนอยู่ คุยกับจ้านจิ่นกับอี้โจวไว้แล้วว่าจะให้นายทำงานใช้คืนยังไงบ้าง..."

    เซวียนลู่ส่ายหัวให้กับความขี้เล่นของสามีตัวเองที่เอาแต่แกล้งน้องรักของเธออยู่ได้ ถึงจะรู้ว่าคนรักพูดเล่นเท่านั้น แต่ก็อดเป็นห่วงความรู้สึกของน้องรักอย่างวังจั๋วเฉิงไม่ได้

    "ถ้าจะแกล้งจั๋วเฉิง คุณออกไปดูเด็กๆเล่นกันข้างนอกเลยค่ะอวี้เฉิน"

    เฉาอวี้เฉินหัวเราะ ก่อนจะออกไปดูเด็กๆเล่นกันข้างนอกตามที่ภรรยาบอกอย่างว่าง่าย ถึงที่นี่จะปลอดภัย แต่พวกเขาไม่มีใครอยากประมาทกับเรื่องของลูกๆทั้งนั้น

    "จั๋วเฉิง!"

    เสียงเรียกของผู้จัดการส่วนตัวทำให้วังจั๋วเฉิงเลิกสนใจขนมที่กำลังจัดอยู่ วางคัพเค้กในมือ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปกอดผู้จัดการส่วนตัวด้วยความคิดถึง แม้จะได้คุยกันบ่อย แต่โอกาสเจอตัวไม่ค่อยมี เนื่องจากจูจ้านจิ่น ซึ่งตอนนี้ได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าแผนกการตลาดของค่าย และยังคอยเป็นหัวหน้าใหญ่ให้สตูดิโอของวังจั๋วเฉิง ถึงแม้ว่าวังจั๋วเฉิงจะพักงานอยู่ ทำงานหนักมาก เจ้าตัวยุ่งเสียจนคนเป็นบอสใหญ่ตัวจริงอย่างเฉาอวี้เฉินขอร้องให้ลางานบ้าง ส่วนตัววังจั๋วเฉิงนั้น เวลาของเขาทั้งหมดก็ยกให้ครอบครัวทั้งหมด 

    "ดูแลตัวเองดีรึเปล่า? หรือจะต้องให้พี่คุยกับคุณไห่ควานอีก หืม?"

    จูจ้านจิ่นกอดวังจั๋วเฉิงไปบ่นไปด้วยความคิดถึง เห็นคนเป็นน้องดูผอมลง ถึงจะยังไม่ถึงกับซูบ ก็ได้แต่ยกชื่อหลิวไห่ควานขึ้นมาขู่อีก

    "ผมดูแลตัวเองดีอยู่แล้ว อีกเดี๋ยวจะกลับไปรับงาน จะไม่ดูแลตัวเองได้ยังไง พี่เถอะ ทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า? ผมได้ข่าวว่าพี่อวี้เฉินต้องขอร้องให้หยุดเลยหรอ?"

    "บอสก็พูดไปเรื่อย...ไหนๆ อาชุนกับอาชิวไปไหน? พี่เตรียมของขวัญมาให้"

    "เล่นอยู่ข้างนอกกับน้องเผยซิน พี่จะไปหาเด็กๆก่อนก็ได้ ผมเตรียมขนมตรงนี้ให้เสร็จก่อน"

    จูจ้านจิ่นกอดวังจั๋วเฉิงอีกครั้งด้วยความคิดถึง ก่อนจะออกไปทักทายบอสของเขาและเด็กๆข้างนอก คนอื่นๆทยอยมา ทั้งอวี้ปินและจี้หลี่ คู่หูตัวแสบที่เมื่อก่อนเคยแกล้งเพื่อน แกล้งน้องยังไง ก็ยังคงนิสัยเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นแกล้งหลานๆแทน เด็กๆชอบคุณลุงทั้งสองมากเป็นพิเศษ เพราะมาเยี่ยมกันแต่ละที ก็วิ่งเล่นกับเด็กๆไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แกล้งเด็กๆอย่างสนุกสนาน จนคนเป็นผู้ปกครองอย่างวังจั๋วเฉิง หลิวไห่ควาน เซวียนลู่และเฉาอวี้เฉินต้องทำใจยอมรับ ว่ามีเด็กๆในกลุ่มพวกเขาอีก 2 คน ตอนนี้หวังอี้โจวก็มาแล้ว หลังจากประชุมเสร็จ หวังอี้โจวเอง ตอนนี้ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดให้กับค่ายของเฉาอวี้เฉินเป็นที่เรียบร้อย รวมถึงคุณแม่ของหลิวไห่ควาน หลี่เหมยฮวา ก็มาถึงแล้วเช่นกัน ตอนนี้วังจั๋วเฉิงสามารถเรียกหลี่เหมยฮวาว่าหม่าม้า เหมือนกับที่หลิวไห่ควานเรียกได้อย่างไม่เคอะเขินแล้ว หลี่เหมยฮวาที่หลังจากปลดเกษียนตัวเองจากการทำงาน แจ่มใสขึ้นกว่าเดิมอีกมาก วันนี้มาพร้อมกับหลิวเหวียนหยาง คุณพ่อของหลิวไห่ควาน ตอนนี้ทั้งคู่กลับมาเป็นเพื่อนกัน ถึงจะไม่สนิทใจเหมือนตอนเป็นคนรัก แต่ก็สามารถพูดคุย ใช้เวลาร่วมกันในฐานะครอบครัวเดียวกันได้ ทุกคนมาถึงแล้วกันหมดแล้ว จะขาดก็แต่คุณป๋าของหลิวชุนและวังชิว หลิวไห่ควานเท่านั้น



    "ปะป๊า!!!!!"

    เสียงเจ้าตัวแสบสองคน หลิวชุนและวังชิววิ่งเข้ามาในบ้าน พร้อมกับตะโกนเรียกปะป๊าเสียงดัง วังจั๋วเฉิงที่กำลังจะไปหยิบเค้กวันเกิดออกมา รีบวิ่งไปหาลูกๆด้วยความตกใจ

    "มีอะไรอาชุน อาชิว?!"

    "ปะป๊ามาดูนี่ๆๆๆๆๆ"

    "ปะป๊ามาเร็วๆๆๆๆๆ"

    หลิวชุนวิ่งมาคว้ามือข้างหนึ่งของวังจั๋วเฉิงไว้ ก่อนที่อีกข้างจะถูกวังชิวจับไว้ เด็กทั้งสองคนออกแรงดึงปะป๊าของพวกเขาไปที่หน้าบ้านอย่างรีบร้อน จนคนเป็นปะป๊าต้องจับมือลูกๆไว้แน่น เพราะกลัวว่าคนใดคนหนึ่งจะล้ม เมื่อออกมาถึงลานกว้างหน้าบ้าน ก็พบกับลูกม้า 2 ตัว หน้าตาคล้ายซินต๋า ม้าของหลิวไห่ควาน คุณป๋าของเด็กๆทั้งสอง ม้าตัวหนึ่ง เซียวจ้าน มือขวาของหลิวไห่ควานจับเชือกไว้อยู่ ส่วนอีกตัวหลิวไห่ควานจับเอาไว้ พร้อมกำลังส่งยิ้มมาให้วังจั๋วเฉิงที่มองไปที่คนรักด้วยความหงุดหงิด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าม้า 2 ตัวนี้ใครเป็นคนจัดการเอามา

    "ปะป๊า ม้าของชุน!"

    "คุณป๋า ม้าของชิว!"

    "้ครับ ม๊าของลูกๆทั้งสองคนเลย"

    หลิวไห่ควานยืนยิ้มกว้าง วังจั๋วเฉิงหมั่นไส้คนรักเหลือเกิน รับปากกันอย่างดิบดีเมื่อเช้าว่าจะไม่ไปหาซื้ออะไรมาให้เป็นของขวัญวันเกิดลูกๆ แต่เจ้าตัวกลับไปเอาม้าจากฟาร์มมาให้ลูกซะอย่างนั้น

    "ปะป๊าหน้าบึ้ง"

    "ปะป๊าโกรธหรอ?"

    เด็กๆหยุดสนใจลูกม้า รีบกลับมาโอ๋ปะป๊าของตัวเองทันที เมื่อเห็นว่าปะป๊าไม่ดีใจกับของขวัญของคุณป๋า

    "เด็กๆเข้าบ้านก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวคุณป๋าขอคุยกับปะป๊าแป๊บนึงนะ"

    "คุณป๋าจะดุปะป๊าหรอ?"

    "ไม่เอานะ ชิวไม่ให้คุณป๋าดุปะป๊า"

    "ปะป๊าจะดุคุณป๋าเอง อาชุนกับอาชิวเข้าบ้านไปล้างมือก่อน"

    เด็กๆยอมฟังปะป๊าของพวกเขา เซียวจ้านจึงพาเด็กๆทั้ง 2 คนกลับเข้าไปในบ้าน แต่ก่อนจะเข้าบ้านเด็กๆก็เข้ามาดึงมือของวังจั๋วเฉิงเอาไว้ทั้งสองคน คนละข้าง วังจั๋วเฉิงจึงก้มลงไปคุยกับลูกๆ หลิวชุนและวังชิวเข้ามาหอมแก้มปะป๊าของพวกเขาคนละข้าง ก่อนจะออดอ้อนเสียงหวานใส

    "ปะป๊าอย่าดุๆ เดี๋ยวคุณป๋าร้องไห้"

    "เดี๋ยวคุณป๋าเสียใจนะ ปะป๊า"

    หลิวไห่ควานหัวเราะกับความน่ารักของลูกๆทั้งสอง แล้วไหนจะคนรักของตนที่ลูบแก้มเจ้าตัวแสบทั้งสองอยู่ รับปากว่าจะไม่ดุเขามากเกินไป เมื่อปะป๊าของเด็กๆรับปาก เด็กๆจึงยอมกลับเข้าไปในบ้านก่อน ให้ปะป๊าได้ดุคุณป๋าของตน

    "ปะป๊าอย่าดุคุณป๋านะครับ"

    หลิวไห่ควานแกล้งพูดเลียนแบบลูกๆ วังจั๋วเฉิงกลอกตาขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ทันที ก่อนจะเอ่ยเสียงดุ

    "ไหนรับปากว่าจะไม่ซื้ออะไรไง?"

    "พี่ไม่ได้ซื้อนะครับ นี่ลูกม้าในฟาร์ม แค่ให้อาจ้านไปเอามาให้เฉยๆ..."

    "ลูกๆก็ตัวแค่นี้ จะขี่ม้าได้ยังไง?"

    "เดี๋ยวก็ขี่ได้ครับ ตอนนี้ยังไม่ได้ แต่อีกเดี๋ยวก็ขี่ได้"

    "ไม่พูดด้วยแล้ว เข้าบ้านไปเป่าเค้กกับลูกๆดีกว่า"

    "พี่ไปด้วยครับ"

    หลิวไห่ควานเอ่ยเสียงอ่อน คว้ามือคนรักมาจับ ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านด้วยกัน เมื่อเข้าไปในบ้าน ทุกคนก็โวยวายทันทีเรื่องที่หลิวไห่ควานกลับมาช้า หลิวไห่ควานขอโทษทุกคน ในระหว่างนั้นวังจั๋วเฉิงเดินไปหยิบเค้กวันเกิดที่เตรียมไว้ 2 ก้อน ก่อนจะปักเทียน 6 แท่ง ในแต่ละก้อนซึ่งเท่ากับอายุของลูกๆที่กำลังจะมาถึง ก่อนจะส่งสัญญาณให้คนรักของตนเข้ามาช่วยกันถือเค้กคนละก้อน เมื่อจุดเทียนพร้อมแล้วก็ให้คนปิดไฟ พร้อมกับถือเค้กเข้ามาหาลูกๆที่ตอนนี้กำลังมองมาที่เค้กด้วยสีหน้าตื่นเต้น แต่เมื่อเห็นว่าปะป๊าและคุณป๋าของพวกเขาเป็นคนถือเค้ก ใบหน้าที่คล้ายกับคนที่กำลังถือเค้กอยู่ทั้งสองก็ยิ้มเห็นฟันครบทุกซี่

    "เค้กวันเกิด!"

    "เป่าเทียน!"

    เสียงร้องเพลง Happy birthday จากทุกคนดังขึ้นหลายรอบ จนหลิวไห่ควานต้องบอกให้หยุด เพราะเทียนจะละลายหมดแล้ว เด็กๆมายืนหน้าเค้กของพวกเขาคนละก้อน คุณป๋าและปะป๊าจึงอวยพรให้ลูกรักทั้งสองก่อนที่เด็กๆจะเป่าเทียน

    "สุขสันต์วันเกิดนะครับอาชุน อาชิว คุณป๋ากับปะป๊ารักอาชุน อาชิวที่สุด"

    "ก่อนเป่าเทียนอธิษฐานด้วยนะ ขอให้สุขภาพแข็งแรง เป็นเด็กดีของปะป๊ากับคุณป๋าตลอดไปเลย"

    "ฟู่!"

    เด็กทั้งสองเป่าเทียนบนเค้กวันเกิดของตัวเอง เป่าหลายครั้งจนเทียนทั้งหมดดับ ไฟในห้องโถงจึงถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง เซวียนลู่กับเฉาอวี้เฉินรับเค้กจากหลิวไห่ควานและวังจั๋วเฉิงไปตัดแบ่งใส่จานให้ ส่วนครอบครัวหลิว-วังกอดกันกลม หลิวไห่ควานโอบคนรักเข้าไปจูบ โดยไม่สนว่าใครจะเห็นบ้าง ถึงวังจั๋วเฉิงจะยกมือขึ้นมาดันอก แต่หลิวไห่ควานก็ไม่ยอมถอนจูบออกง่ายๆ

    "คุณป๋าคิสๆปะป๊า"

    "ปะป๊าของชุน!"

    หลิวชุนและวังชิวไม่ปล่อยให้ปะป๊าและคุณป๋าของตนได้จูบกันแค่สองคน กระโดดไปมา ก่อนจะตรงเข้าไปกอดปะป๊าและคุณป๋าของพวกเขาเอาไว้ จนหลิวไห่ควานต้องยอมปล่อยตัวปะป๊าของเด็กๆในที่สุด

    "ปะป๊าคิสๆชุนด้วย"

    "ชิวด้วยๆ คิสๆ"

    ทั้งคุณป๋าและปะป๊าต้องผลัดกันหอม ผลัดกันจูบลูกๆจนกว่าเด็กๆจะพอใจ เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กๆทั้งสอง และรอยยิ้มจากหลิวไห่ควานและวังจั๋วเฉิงเป็นภาพบรรยากาศที่ทุกคนที่เห็นก็อดจะมียิ้มตามกับความสุขของครอบครัวตรงหน้าไม่ได้



    "แล้วปะป๊ารักคุณป๋าตอนไหน?"

    วังชิวกอดแขนปะป๊าของเธอ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาสบตากับวังจั๋วเฉิง ที่ตอนนี้กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ตรงกลาง ระหว่างหลิวชุนและวังชิวบนเตียง หลังจากอ่านนิทานให้ลูกๆฟังจนจบ เด็กๆก็ยังไม่ง่วงสักที ยังคงถามนู่น ถามนี่เจื้อยแจ้ว แต่วังจั๋วเฉิงไม่มีท่าทีหงุดหงิดหรือไม่พอใจลูกๆของตัวเองแม้แต่น้อย คอยตอบคำถามทุกอย่างอย่างใจเย็น

    "อืม...ปะป๊ารักคุณป๋าทุกตอนเลย"

    "แล้วปะป๊ารักชุนกับชิวตอนไหน?"

    หลิวชุนหันมาถามบ้าง วังจั๋วเฉิงโอบลูกๆทั้งสองคนเข้ามาใกล้ ก่อนจะจูบแก้มคนละทีสองทีอย่างรักใคร่ 

    "ปะป๊าก็รักชุนกับชิวทุกตอนเลยเหมือนกัน"

    "แล้วๆๆ..."

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก

    เสียงเคาะห้องดังขึ้นขัดบทสนทนาของปะป๊าและลูกๆทั้งสอง เป็นหลิวไห่ควานที่เข้ามาขัดบทสนทนาระหว่างคนรักและลูกๆทั้งสอง ก่อนที่จะไม่ได้นอนกันทั้งคืน

    "อาชุน อาชิว นอนได้แล้วครับ...ปล่อยปะป๊ามาให้คุณป๋ากอดบ้าง"

    เด็กๆงอแงอีกเล็กน้อย แต่หลิวไห่ควานจัดการทุกอย่างด้วยความเด็ดขาด ถึงจะไม่ได้ดุ แต่ก็ชัดเจน จนเด็กๆงอแงต่อไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยปากสัญญากับหลิวชุนและวังชิวว่าพรุ่งนี้ตื่นเช้ามา เด็กๆก็จะได้ถามทุกอย่างต่อเหมือนเดิม ตอนนี้ต้องให้ปะป๊านอนได้แล้ว เด็กๆจึงกลับไปนอนที่เตียงของตัวเอง วังจั๋วเฉิงห่มผ้าห่มให้ลูกๆ ก่อนจะกล่าวราตรีสวัสดิ์และปิดไฟ ถึงแม้จะเห็นว่าเด็กๆยังคงนอนลืมตาแป๋วอยู่บนเตียง และมีวี่แววว่าคงจะไม่หลับง่ายๆ แต่เขาก็รู้ว่าลูกๆมีวินัยมากพอที่จะพยายามนอนกันอย่างเรียบร้อย

    "ปะป๊ารักคุณป๋าทุกตอนเลยหรอครับ?"

    "อื้ม"

    หลิวไห่ควานแกล้งแหย่คนรักทันทีที่อยู่ด้วยกันสองคนที่ห้อง วังจั๋วเฉิงขยับตัวเข้ามาซุกในอ้อมกอดของคนรักอย่างออดอ้อน หลิวไห่ควานแม้จะดีใจที่คนรักเข้ามากอด แต่ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากคนน้อง

    "เฉิงเฉิง..."

    "หืม?"

    "มีอะไรรึเปล่า?"

    วังจั๋วเฉิงส่ายหน้ากับอกของคนรัก หลิวไห่ควานเห็นทีว่าจะคุยกันไม่รู้เรื่องเลยดึงคนรักลุกขึ้นนั่งดีๆ วังจั๋วเฉิงพยายามขืนตัว แต่สุดท้ายก็ต้องยอมลุกขึ้นมาคุยกับคนรักแต่โดยดี

    "เป็นอะไรครับ?"

    "ผมจะอ้อนพี่บ้างไม่ได้หรือไงกันเล่า?"

    หลิวไห่ควานไม่ยอมง่ายๆ ถึงคนรักจะตอบเสียงดัง แต่ก็ยังไม่ยอมสบตากัน คนตัวสูงเชยคางของคนรักให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากัน ก่อนจะพบว่าดวงตาคู่สวยของคนรักคลอด้วยน้ำตาทั้งสองข้าง

    "เฉิงเฉิง...เป็นอะไรบอกพี่ได้ไหมครับ? ไม่สบายตรงไหนรึเปล่า?"

    วังจั๋วเฉิงส่ายหัว ก่อนจะตรงเข้ากอดหลิวไห่ควาน วังจั๋วเฉิงรู้สึกมาสักพักแล้วว่าชีวิตของเขาขาดหลิวไห่ควานไม่ได้ขนาดไหน และเมื่อเห็นอีกฝ่ายรักลูกๆ รักเขาอย่างมากมายขนาดไหน เขาก็ยิ่งกลัว แค่คิดว่าสักวันหนึ่งจะไม่มีคนในอ้อมกอดนี้อยู่ตรงหน้า วังจั๋วเฉิงก็พาลจะร้องไห้แล้ว

    "พี่ต้องอยู่กับผมกับลูกๆไปตลอดเลยนะ..."

    "แน่นอนอยู่แล้วครับ พี่จะไปไหนได้ล่ะ?"

    "ไม่รู้..."

    "ไม่ไปไหนอยู่แล้วครับ พี่จะอยู่กับเฉิงเฉิงกับอาชุนแล้วก็อาชิว"

    "สัญญานะ?"

    "สัญญาครับ"

    วังจั๋วเฉิงยอมผละออกจากอ้อมกอดของคนรัก เมื่อคนน้องกะพริบตา น้ำตาก็ไหลออกจากตาคู่สวย หลิวไห่ควานลูบแก้มของวังจั๋วเฉิงเบาๆเพื่อปลอบ รู้ว่าสิ่งที่เขากลัว ไม่ว่าใครก็คงห้ามไม่ได้ วังจั๋วเฉิงทำได้เพียงแค่รักคนตรงหน้าให้มากขึ้นทุกวัน แต่ยังไม่ทันที่จะได้เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน หลิวไห่ควานก็ยืนยันความมั่นคงในความรักของเขา โดยการโน้มใบหน้าลงมามอบสัมผัสแสนหวานให้คนรัก อีกครั้ง และอีกครั้ง

    "พี่รักเฉิงเฉิงนะครับ"

    "ผมก็รักพี่ พี่ควาน"




    END.




    .

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in