My impetuous fan fictions collection.medusawrites
Tearing Up V
  • ตื่นเต้น.

    สายตาทุกคู่ที่อยู่ในห้องประชุมของพรรคหัวก้าวหน้า กำลังจ้องมองไปที่จอที่กำลังถ่ายทอดสดการแถลงข่าวประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างใจจดใจจ่อ และวินาทีที่ผลการเลือกตั้งถูกประกาศอย่างเป็นทางการว่าชัยชนะเป็นของฝ่ายหัวก้าวหน้า เสียงโห่ร้องแสดงความดีใจและเสียงปรบมือก็ดังขึ้นไปทั่ว ไม่แม้แต่ในห้องประชุมเท่านั้น แต่ยังดังไปทั่วตึกพรรคหัวก้าวหน้า ทุกคนเดินกล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จกับทุกคนในทีม หลิวไห่ควานลุกขึ้นไปแสดงความยินดีกับหลิวเหวียนหยางที่กำลังพูดคุยแสดงความยินดีกับคณะกรรมการพรรค

    "ยินดีด้วยครับ"

    หลิวไห่ควานกล่าวแสดงความยินดีด้วยความจริงใจกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อ ถึงแม้จะไม่เคยเรียกคนตรงหน้าว่า พ่อ เลยสักครั้ง แต่หลังจากที่ได้ร่วมทำงานกับผู้เป็นพ่อ หลิวไห่ควานก็มองผู้เป็นพ่อเปลี่ยนไป จากที่ไม่เคยสนใจ ตอนนี้ถึงจะยังไม่ได้สนิทใจ แต่เขานับถือหลิวเหวียนหยางเป็นอย่างมาก

    "อยู่ฉลองด้วยกันก่อนสิ"

    หลิวเหวียนหยางตบไหล่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นลูก เขารับรู้ได้ถึงสายตาที่เปลี่ยนไปของหลิวไห่ควานที่มองมาที่ตน ถึงแม้จะอยากได้ความเชื่อใจจากผู้เป็นลูกมากกว่านี้ แต่เขารู้ว่าเรื่องแบบนี้คงต้องใช้เวลา และเขาเองก็ต้องยอมรับสิ่งที่เขาได้ตัดสินใจเลือกไปในอดีต

    "ผมมีนัดแล้วครับ..."

    หลิวไห่ควานปฏิเสธอย่างสุภาพ เขาเอ่ยแสดงความยินดีอีกครั้ง ก่อนจะขอตัวกลับก่อน แต่ก่อนที่จะได้เดินออกไปจากห้องประชุมพรรค หลิวเหวียนหยางก็เรียกเขาเอาไว้ก่อน

    "ไห่ควาน ถ้ายังอยากอยู่ช่วยกันต่อ สัปดาห์หน้าก็เข้ามาคุยกัน"

    หลิวไห่ควานเห็นแววตาที่ฉายความไม่มั่นใจจากผู้เป็นพ่อที่คาดว่าก็คงจะรู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะออกปากชวนเขาตรงๆให้อยู่ทำงานด้วยกันต่อ หลิวไห่ควานพยักหน้ารับด้วยความเต็มใจ หลิวเหวียนหยางเห็นดังนั้นจึงยิ้มออกมาเบาๆ




    .




    ตื่นเต้น.

    หลังจากวางสายจากคนรักที่บอกว่ากำลังจะเดินทางกลับมาที่ฟาร์ม วังจั๋วเฉิงไม่ได้ดูถ่ายทอดสดรายงานการประกาศผลการเลือกตั้ง ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ว่าพรรคหัวก้าวหน้าที่หลิวไห่ควานเข้าไปเป็นที่ปรึกษาจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ วังจั๋วเฉิงก็ตั้งใจอย่างแน่วแน่อยู่แล้วว่าจะทานอาหารเย็นมื้อนี้กับคนรักอยู่ดี อีกอย่างทุกอย่างบนโต๊ะในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวและของหวาน วังจั๋วเฉิงเป็นคนลงมือทำด้วยตัวเองทั้งหมด ทำให้เขาไม่มีเวลาได้เปิดทีวี หรือเช็คข่าวจากอินเทอร์เน็ตอะไรเลย วังจั๋วเฉิงมองจาน ชาม และเครื่องใช้บนโต๊ะอื่นๆ เพื่อดูความเรียบร้อยอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูบ้าน วังจั๋วเฉิงก็รีบวิ่งไปที่โถงทันที

    "หอมจังเลย เฉิงเฉิงทำอะไรทานครับ?"

    เสียงของคนรักมาพร้อมกับอ้อมกอดของเจ้าของเสียงที่ตรงเข้ามากอดเขาทันทีที่หลิวไห่ควานถอดสูทตัวนอกและเนกไทออกแล้ว วังจั๋วเฉิงไม่ตอบคำถามของคนรัก แต่กลับถามถึงผลการเลือกตั้งแทน

    "ผลเป็นยังไง?"

    "เฉิงเฉิงยังไม่ได้เช็คข่าวหรอครับ?"

    วังจั๋วเฉิงส่ายหัวเป็นคำตอบ หลิวไห่ควานส่งยิ้มแกล้งแหย่มาคนรักตรงหน้า ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าคนรักคงจะไม่ได้เช็คข่าวอะไร เมื่อได้ยินว่าเจ้าตัวจะทำอาหารเย็นวันนี้ด้วยตัวเอง ก่อนจะแกล้งตีหน้าเศร้า ทิ้งศีรษะลงที่ไหล่คนรักอย่างออดอ้อน

    "กอดพี่หน่อย..."

    เมื่อเห็นคนรักเข้ามาออดอ้อน วังจั๋วเฉิงเลยคิดเอาเองไปแล้วว่าพรรคหัวก้าวหน้าคงจะไม่ได้รับชัยชนะ จึงเข้าไปโอบคนรักมากอดและลูบหลังเบาๆอย่างให้กำลังใจ

    "ไม่เห็นเป็นไรเลย ถ้ายังอยากทำต่อ พี่ก็ทำ..."

    "ชนะครับ..."

    หลิวไห่ควานทนแกล้งคนรักต่อไปไม่ไหว ถึงจะชอบให้น้องปลอบ ให้น้องโอ๋ก็ตามที แต่เขาไม่อยากให้คนรักของเขาไม่สบายใจแม้แต่วินาทีเดียว

    "คะแนนรวมของฝ่ายหัวก้าวหน้าชนะฝ่ายอนุรักษนิยมไป 1.2% ครับ เฉิงเฉิง"

    วังจั๋วเฉิงผละออกจากอ้อมกอดเมื่อได้ยินคำว่าชนะ พร้อมกับชักสีหน้าใส่คนรักทันที หลิวไห่ควานพยายามจะง้อคนตรงหน้าด้วยการโอบคนรักเข้ามาในอ้อมกอดของตัวเองอีกครั้ง แต่คนรักกลับไม่ยอมให้เขากอดได้ง่ายๆ 

    "ไม่ต้องมาแกล้งเลย"

    "ก็พี่อยากให้เฉิงเฉิงโอ๋..."

    "ไปเลย ไปล้างมือแล้วมาทานอาหารเย็นกัน เดี๋ยวจะเย็นหมด" 

    วังจั๋วเฉิงดันคนรักให้ไปล้างมือ ก่อนจะเดินไปรอที่โต๊ะอาหาร เมื่อหลิวไห่ควานกลับเข้ามาที่โต๊ะอาหาร ก็ต้องตกใจกับปริมาณอาหารบนโต๊ะ นอกจากจะมีไก่งวงย่างทั้งตัว มันฝรั่งอบ สลัดมันฝรั่ง ลาซานญ่าเนื้อ เบบี้แครอทย่างกระเทียม ซุปหัวหอม ยังมีของหวานที่ยังไม่ได้เอาออกมาตั้งบนโต๊ะในตอนนี้อย่างเค้กช็อกโกแลตอีก ถึงจะรู้มาสักพักแล้วว่าคนรักชอบทำอาหารเมื่อมีเวลาว่าง ตั้งแต่ได้มีโอกาสฝึกฝนจากการรับบทเป็นเชฟในซีรีส์ที่เจ้าตัวแสดงเมื่อหลายปีก่อน แต่อาหารบนโต๊ะทั้งหมดนี่มันมากเกินกว่าที่คนสองคนจะทานหมดในมื้อเดียว

    "ไม่อยากทานหรอ?"

    วังจั๋วเฉิงเห็นคนรักมองอาหารบนโต๊ะ แต่ไม่พูดอะไรแล้วใจแป้ว หรือพี่ควานจะอยากทานอย่างอื่น? แต่ยังไม่ทันที่จะได้คำตอบให้กับตัวเอง หลิวไห่ควานเอ่ยตอบขึ้นมาก่อน ด้วยความกลัวว่าคนตรงหน้าจะน้อยใจ

    "พี่แค่ตกใจน่ะครับ อาหารเต็มโต๊ะไปหมด"

    "ถามแล้วไม่ยอมบอกนี่ว่าอยากทานอะไร ก็เลยทำทุกอย่างที่อยากทำ..."

    บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความชื่นมื่น คนน้องคอยตักนู่นตักนี่ให้หลิวไห่ควานทานตลอดอย่างเอาใจ หลิวไห่ควานก็ไม่ปฏิเสธ คอยแต่เอ่ยปากชมทุกอย่างที่วังจั๋วเฉิงตักมาให้ทาน เมื่อทานอาหารไปสักพักวังจั๋วเฉิงนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เปิดไวน์แดงที่เลือกไว้ จึงลุกไปหยิบไวน์แดงและเค้กช็อกโกแลตที่เจ้าตัวอบเองออกมาด้วย หลิวไห่ควานวางส้อมและมีดลงบนจานด้วยความอิ่ม พลางยื่นมือไปรับไวน์แดงจากคนรักมาเปิดให้ ก่อนจะรินใส่แก้วไวน์ ยื่นแก้วหนึ่งให้วังจั๋วเฉิง ก่อนจะชนแก้วกัน

    "ยินดีด้วยนะครับ พี่ควาน"

    วังจั๋วเฉิงเอ่ยแสดงความยินดีกับคนรัก ถึงหลิวไห่ควานจะไม่ได้แสดงความดีใจออกมาให้เห็นมากนัก แต่วังจั๋วเฉิงรู้ว่าคนรักของเขาดีใจกับความสำเร็จของพรรคหัวก้าวหน้าเป็นอย่างมาก หลิวไห่ควานมองคนรักของตัวเองด้วยความรักใคร่ เขามีความสุขมากเหลือเกินตั้งแต่ที่ได้รู้จักกับคนรัก เวลาที่ผ่านมาเป็น 10 ปี ทำให้เขาเผลอลืมไปจริงๆว่าความสุขของเขามันช่างง่ายดายเพียงใด ความสุขของเขาก็แค่มีวังจั๋วเฉิงอยู่ด้วยกันเหมือนอย่างตอนนี้ก็เท่านั้นเอง 

    "เฉิงเฉิง มานั่งตรงนี้"

    ยังไม่ทันที่วังจั๋วเฉิงจะได้ดื่มไวน์ที่อีกฝ่ายรินให้ หลิวไห่ควานก็คว้ามือของคนรักเอาไว้ พลางดึงให้คนรักมานั่งที่ตักของตัวเอง

    "ไม่เอา เก้าอี้ก็มีให้นั่งดีๆ..."

    "เฉิงเฉิง..."

    วังจั๋วเฉิงคนดื้อรีบปฏิเสธทันที เขาก็แค่เขิน นั่งตักอะไรกัน ตัวเขาก็ไม่ใช่เล็กๆ แต่หลิวไห่ควานไม่ยอมแพ้ วางแก้วไวน์ที่ตัวเองดื่มแล้วไว้บนโต๊ะ ก่อนจะลุกขึ้นไปรวบตัวคนรักมาอุ้มด้วยท่าเจ้าสาว วังจั๋วเฉิงยกมือขึ้นโอบรอบคอของหลิวไห่ควานแน่นด้วยความรวดเร็ว เพราะตกใจ โดยที่มือหนึ่งก็ยังถือแก้วไวน์อยู่ด้วย

    "ปล่อยผมลง ไม่เล่นนะ..."

    "พี่อยากอยู่ใกล้ๆเฉิงเฉิงนี่นา"

    ไม่พูดเปล่า หลิวไห่ควานยังโน้มหน้าเข้าไปใกล้คนรักพร้อมกับจูบแก้มคนรักรัวๆอย่างหมั่นเขี้ยวคนดื้อ

    "พอแล้ว อย่าแกล้ง..."

    "ถ้าอย่างนั้นนั่งคุยกันก่อนได้ไหมครับ เฉิงเฉิง?"

    อยู่ๆหลิวไห่ควานก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ถึงจะอ่อนลงนิดหน่อย ไม่ได้ติดดุเหมือนน้ำเสียงจริงจังปกติของเจ้าตัว วังจั๋วเฉิงสบตาคนรักที่กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ คนที่กำลังถูกอุ้มคิดว่าหลิวไห่ควานจะยอมปล่อยตัวเองลง แต่หลิวไห่ควานกลับอุ้มเขาไม่ปล่อย พร้อมกับเดินตรงดิ่งไปนั่งที่โซฟาในห้องรับแขก คนตัวสูงนั่งลงที่โซฟา ยังไม่ยอมปล่อยให้คนรักลงจากตัก วังจั๋วเฉิงพยายามจะขืนตัวออกจากอ้อมแขนของคนรัก แต่หลิวไห่ควานก็พูดขึ้นมาก่อน

    "พี่มีอะไรจะคุยกับเรา"

    สีหน้าและน้ำเสียงของคนที่เขากำลังนั่งอยู่บนตัก ทำเอาวังจั๋วเฉิงหยุดขยับ และไม่กล้าละสายตาจากคนรักเลยแม้แต่วินาทีเดียว

    "มีอะไรหรอ?"

    หลิวไห่ควานยังไม่ยอมพูดอะไร จนวังจั๋วเฉิงเริ่มกังวล หลิวไห่ควานมองหน้าคนรักด้วยความเอ็นดู พลางยื่นมือไปเอาแก้วไวน์จากมือของคนรักวางลงบนโต๊ะ ก่อนจะคว้ามือมากุมไว้ วังจั๋วเฉิงเริ่มร้อนใจจนเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน

    "พี่ควาน..."

    "แต่งงานกันนะ?"

    วังจั๋วเฉิงมองคนรักด้วยความไม่เข้าใจ กะพริบตาถี่ๆ เพื่อเรียกสติของตัวเอง เมื่อครู่คนรักของเขาพูดว่าอะไรนะ?

    "แต่งงานกันนะ"

    หลิวไห่ควานพูดประโยคเดิมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะถามเหมือนอย่างครั้งแรก เขาแค่อยากให้คนรักมั่นใจกับสิ่งที่เขาพูดออกไป เขาตั้งใจเอ่ยปากขอวังจั๋วเฉิงแต่งงานจริงๆ ถึงเขาจะไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก่อน แหวนก็ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ แต่หลิวไห่ควานไม่อยากรออีกแล้ว ในเมื่อเขามั่นใจแล้วว่าทุกวันนี้เขามีความสุขมากขนาดไหนที่มีวังจั๋วเฉิงอยู่เคียงข้าง ทำไมเขาจะต้องรอ หรือประวิงเวลาออกไปอีก เมื่อวังจั๋วเฉิงแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เขาได้ยินจากคนรักคืออะไร น้ำตาก็รื้นขึ้นในดวงตาทั้งสองข้างของเขา วังจั๋วเฉิงจะยกมือขึ้นมากลั้นเสียงสะอื้นที่กำลังหลุดปาก แต่หลิวไห่ควานยังกุมมือทั้งสองข้างของเขาไว้ วังจั๋วเฉิงจึงทิ้งตัวร้องไห้สะอื้นจนตัวโยนกับไหล่ของคนรักที่ตนกำลังนั่งอยู่บนตัก หลิวไห่ควานตกใจจนเผลอปล่อยมือคนรักที่กำลังกอบกุมไว้ ก่อนจะปลอบคนรักที่กำลังร้องไห้ วังจั๋วเฉิงที่กำลังนั่งอยู่บนตักยกมือขึ้นมากอดหลิวไห่ควานไว้แน่น

    "แต่งงาน...แต่งงานอะไรกันเล่า?..."

    พูดไปสะอื้นไปจนหลิวไห่ควานใจเหลวเป๋ว ทั้งกอดปลอบ ทั้งลูบผม ทั้งลูบหลัง ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรพลาดไปตรงไหน ทำไมคนในอ้อมกอดถึงร้องไห้หนักขนาดนี้

    "ไม่ร้องนะ เฉิงเฉิง...เป็นอะไรไหนบอกพี่สิครับ?..."

    คนรักในอ้อมกอดยังกอดหลิวไห่ควานไว้แน่น หลิวไห่ควานไม่แน่ใจว่าคนรักพูดอะไรอีก เพราะเสียงสะอื้น แต่เขาก็กอดคนรักของตัวเองไว้ไม่ปล่อย 

    "เฉิงเฉิง ถ้าร้องไห้หนักขนาดนี้ ไม่ต้องแต่งก็ได้ครับ อย่าร้องไห้เลยนะ..."

    วังจั๋วเฉิงผละออกจากอ้อมกอดทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'ไม่ต้องแต่ง' จากคนรัก ถึงน้ำตาจะยังไหลอยู่จากดวงตาคู่สวย วังจั๋วเฉิงก็ปาดน้ำตาไป พูดไป

    "ไม่แต่งอะไร?...ฮึก...พี่ขอผม...แต่งงาน...ฮึก...แล้วก็เลิกของ่ายๆ...อย่างนี้...ฮึก..."

    คนตัวเล็กกว่าบนตักพูดไปสะอื้นไป หลิวไห่ควานงงกว่าเดิม คว้ามือทั้งสองข้างของคนรักที่เช็ดน้ำตาให้ตัวเองมากุมเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ก่อนที่จะยื่นอีกข้างออกไปเช็ดน้ำตาที่แก้มของวังจั๋วเฉิงให้อย่างอ่อนโยน

    "เฉิงเฉิงเป็นอะไรครับ? พี่ทำอะไรหรอเราถึงร้องไห้ขนาดนี้?..."

    "ก็...ฮึก..."

    มือของหลิวไห่ควานที่เช็ดน้ำตาให้คนรัก เลื่อนลงไปลูบหลังปลอบวังจั๋วเฉิงอย่างทะนุถนอม

    "ค่อยๆพูด หยุดร้องไห้ก่อน..."

    "พี่...ขอผมแต่งงาน..."

    เสียงสะอื้นที่เริ่มจะเบาลงจากคนบนตัก ทำให้หลิวไห่ควานใจชื้นขึ้นเล็กน้อย อย่างน้อยๆคนรักก็ไม่ร้องไห้แล้ว รอฟังสิ่งที่คนรักอธิบาย พลางเกลี่ยน้ำตาที่ยังไหลจากดวงตาทั้งสองข้างของวังจั๋วเฉิงที่ตอนนี้ช้ำไปหมดแล้ว

    "ผมดีใจ..."

    หลิวไห่ควานยิ้มกว้างเมื่อได้ยินว่าคำว่าดีใจจากคนตรงหน้า มือที่เล็กกว่ามือของเขาคว้ามือจับเขาไปจับเอาไว้

    "ผมจะแต่งงานกับพี่ พี่ควาน..."

    น้ำตาที่เกือบจะหยุดไหลกลับรื้นขึ้นมาอีก จนหลิวไห่ควานรีบคว้าคนรักมากอดปลอบอีกครั้ง คราวนี้โยกตัวคนรักไปมาเหมือนเวลาที่ปลอบเด็กตัวเล็กๆ

    "ดีใจแล้วร้องไห้อะไรขนาดนี้หืม?"

    "ผมไม่...คิดว่าพี่จะขอ..."

    แม้จะไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา แต่หลิวไห่ควานรู้ว่าคนรักในอ้อมกอดต้องเขินเป็นอย่างมากแน่นอน

    "ผมตกลงไปแล้ว...พี่ห้ามเอาคืนนะ..." 

    "ครับ ต่อไปนี้ชีวิตผมต้องฝากคุณวังจั๋วเฉิงแล้วครับ"

    หลิวไห่ควานเอ่ยติดตลก พลางก้มลงมาจูบผมของคนรักด้วยความเอ็นดู ก่อนจะก้มหน้าเข้าไปพูดใกล้ๆคนที่นั่งอยู่บนตักแต่ยังไม่ยอมผละออกจากอ้อมกอดเงยหน้าขึ้นมาคุยกันสักที 

    "พี่ยังไม่มีแหวน เราไปเลือกด้วยกันนะ"

    "อืม"

    วังจั๋วเฉิงพยักหน้ากับอกของคนรัก ยังไม่อยากเงยหน้าขึ้นไปสบสายตากับหลิวไห่ควานเพราะความเขิน แต่เมื่อหยุดร้องไห้ได้แล้ว วังจั๋วเฉิงก็เงยหน้าขึ้น ก่อนจะพบกับสายตาของคนรักที่มองมาที่เขาอยู่ก่อนแล้ว

    "ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะครับ เฉิงเฉิง"

    หลิวไห่ควานไม่ได้แค่ปลอบวังจั๋วเฉิง แต่เขาใช้มือทั้งสองข้างประคองหน้าของคนรักเอาไว้ พลางกดจูบที่เปลือกตาทั้งสองข้างของคนรักอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากมาจูบปลายจมูกของคนรักอย่างหวงแหน เมื่อจะเลื่อนลงไปสัมผัสกับริมฝีปากของคนรัก ดวงตาของหลิวไห่ควานก็ยกสายตามองไปที่คนรักราวกับจะขออนุญาต ถ้าอีกฝ่ายไม่พูดอะไร เขาก็จะยังไม่สัมผัส

    "จะจูบก็จูบสิ..."

    ถึงจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธๆ เพราะคนรักแกล้งแหย่ไม่เลิก แต่วังจั๋วเฉิงก็เป็นฝ่ายหลับตาลงก่อนด้วยความเต็มใจที่จะรับสัมผัสจากคนรัก หลิวไห่ควานกดริมฝีปากลงไปบนริมฝีปากของวังจั๋วเฉิงอย่างแนบสนิท สัมผัสหวานซึ้งกำลังหลอมความรักของคนทั้งคู่เอาไว้ สัมผัสร้อนส่งเข้าไปในปากของอีกคนอย่างเอาแต่ใจ อีกฝ่ายก็ตอบสนองกลับด้วยความวาบหวาม ลมหายใจถูกส่งผ่านกัน จนแทบจะใช้ลมหายใจเดียวกัน เป็นหลิวไห่ควานที่ค่อยๆผละออกจากคนรักก่อน ดวงตาหวานเชื่อมของคนรักมองมาที่หลิวไห่ควานอย่างหงุดหงิดเล็กๆที่หลิวไห่ควานจูบเขาอย่างหนักหน่วงเช่นนี้ แต่ถึงจะผละออกจากกันแล้ว วังจั๋วเฉิงก็ไม่ปล่อยมือและห่างจากของคนตัวสูงเลย หลิวไห่ควานจับมือของคนรักเอาไว้ และต่อจากนี้ไปทั้งวังจั๋วเฉิงและหลิวไห่ควานจะช่วยประคองกันและกัน ไม่มีวันปล่อยมือของกันและกันอีก




    .

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in