My impetuous fan fictions collection.medusawrites
Tearing Up IV
  • WARNING: มีการใช้ยาที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท ซึ่งเป็นยาที่ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์เท่านั้น, และมีความรุนแรงโดยการใช้อาวุธ

    .




    กังวล.

    หลิวไห่ควานออกเดินสายปราศรัยแสดงวิสัยทัศน์และหาเสียงกับพรรคหัวก้าวหน้าของหลิวเหวียนหยาง โดยทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการพูดปราศรัย การลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ แม้แต่การเตรียมบทปราศรัย ไปจนถึงอะไรเล็กน้อยอย่างกาแฟที่ดื่ม หัวหน้าพรรคหัวก้าวหน้า ตัวเต็งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลิวเหวียนหยาง จะเป็นคนจัดการด้วยตัวเองทั้งหมด ถึงแม้จะไม่เคยได้ใกล้ชิดพ่อผู้ให้กำเนิดมากนัก แต่หลิวไห่ควานก็อดชื่นชมกับความทุ่มเทของหลิวเหวียนหยางไม่ได้

    "พี่คิดถึงเฉิงเฉิง..."

    "บอกคิดถึงทุกวัน เมื่อไหร่จะกลับมาสักทีล่ะ..."

    หลิวไห่ควานยิ้มให้กับใบหน้าที่กำลังทำหน้ามู่อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ในระหว่างที่กำลัง video call กัน วังจั๋วเฉิงเอ่ยด้วยเสียงโกรธๆ แต่ก็มองมาที่เขาไม่วางตา

    "คิดถึงเหมือนกัน..."

    แค่คำคิดถึงจากคนในหน้าจอโทรศัพท์ หลิวไห่ควานก็อยากจะกลับไปหาคนรักตอนนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไป ดูจากสายตาแล้ว รู้ว่าคนรักก็ยังคงนอนไม่หลับอีกเหมือนเคย หลิวไห่ควานถอนหายใจอดเป็นห่วงคนใน video call ไม่ได้

    "นอนไม่หลับอีกแล้วหรอครับ เฉิงเฉิง? "

    "ก็ไม่ขนาดนั้น..."

    "ยังต้องทานยารึเปล่า? "

    ตั้งแต่เหตุการณ์ปาไข่กลางงานอีเวนท์ วังจั๋วเฉิงไม่รับงานอีเวนท์ใดอีก เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย ตอนนี้กำลังพักอยู่ที่ฟาร์มของเขา รอเพียงวันเปิดกล้องของภาพยนตร์เรื่องใหม่เท่านั้น ถึงแม้จะมีกฎหมายรับรองการแต่งงานและสถานภาพทางสังคมของคนรักเพศเดียวกัน แต่ในสังคมทั่วไปนั้น ความรักของเพศเดียวกันยังไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร เมื่อเกิดเหตุการณ์ปาไข่ของวังจั๋วเฉิงขึ้น คนจึงโยงสาเหตุไปที่ประเด็นที่วังจั๋วเฉิงมีคนรักเป็นหลิวไห่ควาน ถึงทางสตูดิโอหรือตัวของวังจั๋วเฉิงเองจะไม่ได้ยืนยันถึงสถานะความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่ผู้คนก็พร้อมจะปักใจเชื่อ เพราะภาพเดตที่หลุดออกมาก่อนหน้า แล้วไหนจะรูปที่เขาทั้งสองคนจูบกันจากปาปารัซซี่อีก ประเด็นเรื่อง homophobia จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นกระแสอีกครั้ง ถึงแม้ว่าคนกระทำผิดจะยอมรับเพียงว่าเขาเป็น anti-fan ของวังจั๋วเฉิง แต่หลิวไห่ควานจัดการดำเนินคดีคนทำทั้งในข้อหาทำร้ายร่างกายและจิตใจ และข้อหา homophobic ถึงแม้ว่าวังจั๋วเฉิงอยากจะให้ปล่อยเรื่องนี้ไป เพื่อให้กระแสเบาลงอย่างรวดเร็วที่สุด แต่คนรักของเขาไม่ยอมให้ยอมความแม้แต่น้อย และด้วยตำแหน่งของหลิวไห่ควานในตอนนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นจึงถูกจัดการท่ามกลางแสงไฟของนักข่าวและคนในสังคมที่ช่วยขยี้และกดดันทุกฝ่าย จนคนร้ายถูกตัดสินด้วยข้อหาหนักที่สุด

    "ไม่กินแล้วนอนไม่หลับ..."

    คำตอบที่ได้จากคนรักทำเอาหลิวไห่ควานขมวดคิ้ว เขาไม่อยากให้วังจั๋วเฉิงทานยาที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและยาช่วยลดความกังวลหรือความเครียดพวกนั้น ถึงแม้ว่าจะอยู่ในการดูแลของแพทย์ก็ตามที

    "ลองวิธีอื่นแล้วรึยังครับ? "

    รู้ว่าคนรักไม่ชอบให้ยื้อถามเรื่องนี้ เพราะวังจั๋วเฉิงเองก็ไม่อยากทานยาเหล่านั้น และลองวิธีต่างๆ ที่ควรจะช่วยให้เขาหลับได้ดีขึ้นมามากมาย แต่ไม่มีอะไรช่วยเขาได้เท่าไหร่นัก หลิวไห่ควานมองคนรักที่เงียบไป ก่อนจะเอ่ยตอบเขา

    "พรุ่งนี้จะลองออกไปวิ่งละกัน..."

    วังจั๋วเฉิงมองมาที่คนรักด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน หลิวไห่ควานเดินทางไปทั่วประเทศตลอดสองสัปดาห์ ไม่มีหยุดพัก เพื่อการปราศรัยหาเสียงในช่วงสุดท้ายที่จะสามารถทำการปราศรัยหาเสียงได้ ตอนนี้คะแนนประเมินเฉลี่ยพรรคอนุรักษนิยมมีคะแนนมากกว่าพรรคหัวก้าวหน้าประมาณ 2% ซึ่งอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงสุดท้ายของการหาเสียงนี้ หลิวไห่ควานปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตั้งแต่ที่เขาได้ออกเดินสายกับพรรคหัวก้าวหน้าของผู้เป็นบิดา เขาได้รับรู้ถึงความเหลี่ยมล้ำของสภาพสังคม ความเดือดร้อนของผู้คนที่ต้องการเพียงแค่ข้าวที่จะกินในมื้อต่อไป นี่เขายังไม่ได้พูดถึงเรื่องวัฒนธรรมที่กำลังถูกกลืนหายไป และปัญหาทางสังคมอีกมากมาย ฯลฯ ความสวยงามของความแตกต่างที่เขารับรู้ได้จากวรรณคดีและศิลปะแขนงอื่นๆสมัยเรียน ไม่เหมือนกับความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้าของเขาเลย เขาอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงและอยากมีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น

    "ไปนอนไหม? เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เจอกันแล้ว"

    "ไม่เอา พี่อยากส่งเฉิงเฉิงเข้านอน เปิด video call ไว้จนกว่าเฉิงเฉิงจะหลับดีกว่า..."

    หลิวไห่ควานวางโทรศัพท์ไว้ที่ข้างเตียง มองคนรักของตนจัดแจงตัวเองเข้านอน ถึงแม้จะหันมามองเขาตาแป๋ว เพราะนอนไม่หลับ แค่คิดว่าพรุ่งนี้จะได้เจอวังจั๋วเฉิงอีกครั้ง หลิวไห่ควานก็นอนหลับในคืนนี้อย่างเป็นสุข พักความคิดที่อยากจะเปลี่ยนแปลงสังคมไว้ก่อน และเป็นหลิวไห่ควานที่หลับไปก่อนด้วยความเหนื่อยอ่อน วังจั๋วเฉิงมองคนรักที่กำลังนอนหลับอย่างเป็นสุข เขาเองก็ดีใจที่พรุ่งนี้เขาก็จะได้เจอคนรักแล้ว ความวิตกกังวลในจิตใจดูท่าคล้ายจะเบาบางลงโดยที่ไม่ต้องทำอะไร




    .




    กังวลกว่าเดิม.

    สองวันสุดท้ายของการปราศรัยหาเสียง วันนี้ถือเป็นเวทีที่ใหญ่ที่สุดของการปราศรัย เพราะเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ทั้งสองพรรคและพรรคร่วมสนับสนุนอื่นๆได้แสดงวิสัยทัศน์โต้ตอบกันบนเวทีเดียวกัน หลิวไห่ควานอยู่ในห้องพักสำหรับพรรคหัวก้าวหน้ากำลังตรวจเช็คข้อมูลของฝ่ายนโยบายอีกครั้ง โดยเขาอยากจะเพิ่มเรื่องการพัฒนากฎหมายสำหรับกลุ่มเพศทางเลือกและกลุ่มคนที่มีความหลากหลายอื่นๆเข้าไปในนโยบายหลักของพรรคด้วย นอกจากเป็นเพราะเรื่องของเขากับวังจั๋วเฉิงคนรักแล้ว คนกลุ่มนี้ยังเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคหัวก้าวหน้าอีกด้วย ซึ่งในเรื่องนี้หลิวไห่ควานได้ปรึกษากับหลิวเหวียนหยางเป็นที่เรียบร้อย ถึงแม้เขาจะกังวลเล็กน้อย แต่ผู้เป็นพ่อกลับสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่หลังจากที่ได้พูดคุยกับเขาและทีมนโยบายของพรรค

    'คอยดูอยู่นะ คุณที่ปรึกษาด้านนโยบาย :-)'

    ข้อความให้กำลังใจจากคนรักทำเอาหลิวไห่ควานหุบยิ้มไม่ได้ เขารู้ว่าวังจั๋วเฉิงไม่ได้สนใจข่าวอะไรมากมาย ลำพังแค่ใช้ชีวิตตามตารางที่เจ้าตัวได้รับในแต่ละวัน ก็ยากแล้วที่จะให้วังจั๋วเฉิงได้พักผ่อนอย่างที่เจ้าตัวสมควรจะได้พัก หากแต่ตอนนี้วังจั๋วเฉิงได้พักยาวๆจนกว่าจะถึงวันเปิดกล้องของภาพยนตร์เรื่องใหม่ วังจั๋วเฉิงจึงสามารถให้กำลังใจคนรักได้ในทุกเวลาที่ใจอยาก ถึงแม้ว่าจะอยากมาให้กำลังใจด้วยตัวเอง แต่ด้วยความกังวลว่าจะเป็นข่าวอะไรอีก หรืออาจจะส่งผลต่อคะแนนเสียงของพรรคหัวก้าวหน้า วังจั๋วเฉิงจึงให้กำลังใจคนรักจากที่ฟาร์มแทน 

    'พี่ไม่ได้จะขึ้นเวทีปราศรัยสักหน่อย'

    'ก็อยากให้กำลังใจ ไม่ได้รึไง? :('

    'ได้สิครับ พี่อยากได้กำลังใจจากเฉิงเฉิงตลอดนั่นแหละ ;)'

    ':-)'

    'เจอกันที่ฟาร์มนะครับ'

    หลิวไห่ควานเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ ก่อนจะเดินออกไปดูความเรียบร้อยของทีมผู้แทนที่จะขึ้นไปปราศรัยกับหลิวเหวียนหยาง เมื่อเดินออกมาจากห้องพัก หลิวไห่ควานเห็นคนท่าทางไม่น่าไว้วางใจยืนมองอยู่หน้าห้องพักของทีมผู้แทน จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะติดต่อผู้รักษาความปลอดภัยของสถานที่จัดงาน ระหว่างโทรเรียกเขาก็เดินเข้าไปใกล้คนที่ไม่น่าไว้ใจคนนั้นด้วย และทันทีที่ประตูห้องพักผู้แทนเปิดออก คนที่เดินออกจากประตูมา คือ หลิวเหวียนหยาง และในวินาทีนั้นเองบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจคนนั้นก็พุ่งเข้าใส่หลิวเหวียนหยางทันที หลิวไห่ควานเข้าประชิดตัวผู้เป็นพ่อในวินาทีต่อมา คนร้ายค่อยๆถอยหนีเมื่อเห็นว่ามีคนเข้ามาช่วย หลิวไห่ควานเห็นหลิวเหวียนหยางใช้มือกดบริเวณที่โดนพุ่งเข้าใส่ไว้แน่น และเมื่อผู้เป็นพ่อดึงมือออก หลิวไห่ควานรู้ได้ทันทีว่าคุณพ่อของเขาโดนแทง หลิวไห่ควานเข้าประคองผู้เป็นพ่อไว้ ก่อนจะหันไปจัดการคนร้าย คนร้ายแทงมีดเข้ามาหาหลิวไห่ควานเพื่อขู่ให้เขากลัว แต่ด้วยความคล่องตัวหลิวไห่ควานก็ยื่นมือออกไปจับมีดของคนร้ายเอาไว้ แต่ด้วยเป็นจังหวะที่คนร้ายพุ่งเข้าใส่เขาพอดี หลิวไห่ควานจึงไม่ทันระวัง แทนที่จะคว้าด้ามมีด กลับกลายเป็นว่าเขาคว้าได้ใบมีดแทน ความคมของใบมีดกดลงมาบนฝ่ามือของหลิวไห่ควาน เลือดสีแดงไหลลงมาถึงแขน คนร้ายพยายามจะทิ้งมีดหนี แต่หลิวไห่ควานอาศัยจังหวะนั้นปล่อยมือจากมีดแล้วคว้าข้อมือของคนร้ายเอาไว้ได้ คนร้ายพยายามอย่างหนักที่จะกดมีดลงใส่หลิวไห่ควานอีกครั้ง จนกระทั่งพนักงานรักษาความปลอดภัยมาถึง พร้อมกับเข้าชาร์จผู้ก่อเหตุที่เดียว 4 คน หลิวไห่ควานจึงหันกลับมาดูผู้ที่ได้ชื่อว่าพ่อของตน

    "เป็นอะไรรึเปล่าครับ?"

    "ไห่ควาน...มือ...ลูก..."

    "ผมไม่เป็นไร..."

    บุรุษพยาบาลวิ่งเข้ามาหาหลิวเหวียนหยางและหลิวไห่ควานทันที ก่อนจะปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมกับพาทั้งสองขึ้นรถพยาบาลไปโรงพยาบาล




    .




    กังวลมาก.

    วังจั๋วเฉิงรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองกำลังเต้นผิดจังหวะ เมื่อเห็นการแถลงข่าวของพรรคหัวก้าวหน้าเมื่อครู่ หัวหน้าพรรค หลิวเหวียนหยางขึ้นแถลงข่าวว่าเขาและลูกชายถูกลอบทำร้าย แม้จะเป็นแค่การทำร้ายร่างกายเล็กน้อยและทั้งคู่ไม่มีใครเป็นอะไรมาก แต่ก็ทำให้การปราศรัยหาเสียงในวันนี้ ถูกยกเลิกไป เพราะพรรคหัวก้าวหน้าตัดสินใจถอนตัวจากการปราศรัยในวันนี้ เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ฝ่ายอนุรักษนิยมจะไม่เห็นด้วย แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ถึงขั้นทำร้ายร่างกาย ความปลอดภัยต้องมาก่อน จึงยกเลิกงานปราศรัยให้ไปจัดในวันสุดท้ายของการหาเสียง ซึ่งก็คือวันพรุ่งนี้แทน ถึงแม้จะเห็นว่าหลิวไห่ควานไม่เป็นอะไร แต่วังจั๋วเฉิงก็อดเป็นห่วงไม่ได้ จนถึงกลับต้องออกมายืนเดินไปเดินมาทะเลาะกับตัวเองว่าควรจะออกไปหาหลิวไห่ควานไหม เขารู้ว่าคนรักน่าจะมีเรื่องให้ต้องจัดการอีกมากมายในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เขาอยากจะเห็นคนรักด้วยตาตัวเองจริงๆว่าคนรักของเขาไม่เป็นอะไร เขาถึงจะวางใจ แต่ก่อนที่วังจั๋วเฉิงจะได้ตัดสินใจ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นเสียก่อน

    "คุณน้า..."



    "ควาน!"

    เสียงเรียกที่ดังขึ้นตั้งแต่หน้าทางเข้าของตึกพรรคทำเอาคนในตึกตกใจเสียยกใหญ่ แต่ก็ไม่มีใครกล้าขวางความร้อนใจของหลี่เหมยฮวา และวังจั๋วเฉิงที่เดินตามมาติดๆ ถึงแม้จะพรางตัวเองเล็กน้อยด้วยหมวกแก๊ป แต่คนส่วนใหญ่ก็จำได้ว่าเขาคือวังจั๋วเฉิง หลิวไห่ควานเดินออกมาหาคุณแม่ของเขาทันทีที่มีคนไปตามเขาในขณะที่ตอนนี้ที่พรรคกำลังประชุมเพื่อหารือถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นและเตรียมการสำหรับการปราศรัยครั้งสุดท้ายในวันพรุ่งนี้อยู่

    "หม่าม้า เฉิงเฉิง..."

    "ตาควานเป็นอะไรไหมลูก?"

    หลี่เหมยฮวาตรงเข้าเช็คลูกชายของตัวเองทันที จับแก้มทั้งสองข้างด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้จะอายุเลยเลข 3 เข้าไปแล้ว แต่หลิวไห่ควานก็ยังเป็นเพียงลูกชายตัวน้อยสำหรับคนเป็นแม่อย่างหลี่เหมยฮวาอยู่ดี และเมื่อเห็นผ้าพันแผลที่มือของลูกชาย หลี่เหมยฮวาก็ตีแขนลูกชายตัวดีของเธอทันที

    "ไหนรับปากหม่าม้าว่าจะไม่ทำอะไรเสี่ยงๆ แล้วนี่อะไร บาดเจ็บได้ยังไง?"

    "หม่าม้า ผมเจ็บนะครับ"

    คนที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าพรรคและตัวเต็งนายกรัฐมนตรี หลิวเหวียนหยาง มองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายเลือกที่จะทิ้งครอบครัวของเขาเพื่ออุดมการณ์ แต่พอเห็นภาพตรงหน้าก็อดคิดไม่ได้ ว่าจริงๆแล้วสิ่งที่เขาเลือก เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดสำหรับเขาหรือเปล่า หลิวเหวียนหยางทำมือเป็นสัญญาณให้ทุกคนออกไปจากตรงนี้ เพื่อให้เวลาส่วนตัวกับครอบครัวหลิวไห่ควาน

    "ถ้ารักษาสัญญาไม่ได้ ก็ไปลาออกเดี๋ยวนี้เลยควาน"

    "เหมยฮวา..."

    เสียงเรียกด้วยเสียงของคนที่เธอเคยผูกพัน ทำเอาหลี่เหมยฮวาใจกระตุก มือที่กำลังจะตีลูกชายตัวดีอีกรอบชะงักกลางอากาศ ก่อนจะหันไปโจมตีคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่แทน

    "หลิวเหวียนหยาง! คุณก็เหมือนกัน ทำอะไรเสี่ยงๆคนเดียวไม่พอ ยังต้องพาลูกชายของฉันไปเสี่ยงอีก..."



    หลิวไห่ควานเห็นว่าคุณแม่และผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อคงจะมีเรื่องที่ต้องคุยกัน จึงเลี่ยงออกมาคุยกับคนที่ยืนมองเขาด้วยความกังวลตั้งแต่เห็นหน้ากันพร้อมคุณแม่ก่อน

    "เฉิงเฉิง..."

    คนรักทิ้งตัวตรงเข้ามากอดเขาทันทีที่ออกมาคุยกันเพียงสองคน อ้อมแขนของคนที่ตัวเล็กกว่ากอดเขาไว้แน่น หลิวไห่ควานเองก็กอดคนรักของตัวเองไว้แน่น กอดจนกว่าคนในอ้อมกอดจะเป็นฝ่ายอยากผละออกมาเอง

    "ไม่เป็นอะไรแน่นะ?"

    วังจั๋วเฉิงผละออกมาจากอ้อมกอด ก่อนจะมองเช็คคนรักที่ยืนอยู่ตรงหน้าว่าไม่เป็นอะไรจริงๆ นอกจากมือที่มีผ้าพันแผลพันเอาไว้

    "ครับ ไม่เป็นไรเลย แผลที่มือนี่ก็เย็บแค่นิดเดียว ไม่เป็นอะไร"

    เห็นคนรักฉีกยิ้มเอาใจ วังจั๋วเฉิงจึงยื่นมือออกไปจับมือที่พันผ้าพันแผลไว้อย่างแผ่วเบา ลูบด้วยความเป็นห่วง

    "เป็นห่วง"

    คำสองพยางค์สั้นๆที่เอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกเป็นห่วงจนแทบจะเป็นบ้า ทำเอาหลิวไห่ควานรู้สึกผิดไม่น้อยที่ทำให้คนตรงหน้าเป็นห่วงมากขนาดนี้ ไหนจะคุณแม่ของเขาอีก 

    "พี่รู้ว่าพี่ห้ามไม่ให้เฉิงเฉิงเป็นกังวลไม่ได้ แต่พี่อยากให้เฉิงเฉิงเชื่อใจพี่อีกสักนิด พี่จะพยายามให้มากกว่านี้ ไม่ให้เรากับหม่าม้าต้องเป็นห่วง"

    "ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องทำนะ..."

    วังจั๋วเฉิงสบตากับหลิวไห่ควาน แค่เห็นความกังวลในตัวเขาหรือคุณแม่ของตัวเอง หลิวไห่ควานก็คงจะถอนตัวออกมาจากการเมืองได้ไม่ยาก ถ้ามันไม่ได้เป็นสิ่งที่หลิวไห่ควานอยากทำ แต่ตอนนี้ในแววตาของหลิวไห่ควาน วังจั๋วเฉิงแค่มองหน้าคนรัก เขาก็รู้แล้วว่านอกเหนือจากเรื่องปกป้องเขา ตอนนี้สิ่งที่ทำให้คนรักของเขาตัดสินใจทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ เป็นเพราะเจ้าตัวอยากทำ เช่นเดียวกันกับเรื่องของเขา วังจั๋วเฉิงที่ยังอยู่ในวงการบันเทิง ถึงแม้ว่าจะทำให้ชีวิตของเขากับหลิวไห่ควานลำบากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะนักข่าว ปาปารัซซี่ หรือแฟนคลับ หลิวไห่ควานกลับไม่เคยขอให้เขาเลิกทำ มีแต่คอยให้กำลังใจเขา เพราะรู้ว่านั่นเป็นสิ่งที่วังจั๋วเฉิงรักและอยากทำ 

    "ดูแลความรู้สึกของตัวเองก่อน ถ้าพี่อยากทำ อยากจะอยู่ตรงนี้ พี่ก็ทำ ผมจะเป็นห่วงพี่ในที่ของผม ไม่ต้องห่วง"

    หลิวไห่ควานมองคนตัวเล็กกว่าตรงหน้าด้วยความรักทั้งหมดที่เขามี เขายังไม่ทันได้พูดอะไรเลย คนรักของเขาก็รู้แล้วว่าเขาอยากจะอยู่ตรงนี้ ทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ เขารู้ว่าคนตรงหน้าเป็นห่วงเขา และรักเขามากแค่ไหน แต่พอได้ยินจากปากคนรักจริงๆ หลิวไห่ควานถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่รู้จะพูดอะไร

    "ขอบคุณนะครับ เฉิงเฉิง"

    วังจั๋วเฉิงสบตาที่กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความรัก หลิวไห่ควานไม่เคยทำให้เขาสงสัยในความรักของเจ้าตัวแม้แต่น้อย ในเวลานี้เขาจะอยู่เป็นกำลังใจให้คนรักของเขาจนสุดทางที่คนตรงหน้าจะอยากเดิน เหมือนอย่างที่หลิวไห่ควานทำให้เขาเสมอมา วังจั๋วเฉิงยื่นหน้าเข้าไปใกล้คนรักของตัวเองจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของคนตรงหน้า แต่ก็ไม่มีใครยอมหลบสายตาก่อน จนวังจั๋วเฉิงเงยหน้าขึ้นไปจูบเบาๆที่ริมฝีปากของหลิวไห่ควาน

    "ผมรักพี่"

    "พี่ก็รักเฉิงเฉิงครับ"




    .

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in