My impetuous fan fictions collection.medusawrites
Tearing Up (Prequel) III
  • ตลก.

    เสียงกุกกักในห้องครัวทำเอาคนที่เพิ่งนอนไปไม่ถึงชั่วโมงจากการโหมทำเรื่องจบปริญญาโทจนเกือบจะเรียบร้อย เหลือแค่ไปเจออาจารย์ที่ปรึกษาในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าต้องตื่นก่อนเวลา คนที่แม้จะยังลืมตาไม่ขึ้น ยื่นมือไปหาคนที่ควรจะนอนอยู่ข้างๆกัน แต่ความเย็นของที่นอนทำให้หลิวไห่ควานรู้ว่าคนรักคงจะตื่นแล้ว แล้วไหนจะเสียงที่เขาได้ยินจากห้องครัวอีก เขาเอื้อมมือไปอีกฝั่งเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่ากี่โมง เมื่อเห็นตัวเลขบอกเวลา 6 โมงเช้า เขาก็บังคับตัวเองให้ลุกขึ้นไปดูที่ห้องครัว ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาหลิวไห่ควานตื่นขึ้นเต็มตา พร้อมกับกลั้นหัวเราะเอาไว้อย่างสุดความสามารถ ในห้องครัววังจั๋วเฉิงกำลังพยายามทำอะไรสักอย่างกับแป้ง มือหนึ่งถือที่ร่อนแป้ง และอีกมือถือโทรศัพท์มือถือ น่าจะกำลังอ่านสูตรอะไรสักอย่างจากหน้าจอ บริเวณเคาน์เตอร์ครัวเลอะไปด้วยแป้งและส่วนผสมของแป้งที่ควรจะร่อนแยกกับส่วนผสมที่เป็นของเหลวอย่างนมหรือไข่ซึ่งตอนนี้ถูกผสมกันเป็น texture แปลกๆ เปลือกไข่ถูกวางทิ้งไว้สะเปะสะปะ พร้อมกับซากของดาร์กช็อกโกแลตแท่งที่ถูกหั่นไว้ครึ่งๆกลางๆ ไหนจะมีเบียร์และนมพาสเจอร์ไรซ์ที่ถูกเปิดแล้วอีก 

    "ทำอะไรแต่เช้าครับเฉิงเฉิง?"

    "เสียงดังหรอ?"

    วังจั๋วเฉิงวางโทรศัพท์มือถือลงไว้ที่เคาน์เตอร์ที่ตอนนี้ปกคลุมไปด้วยแป้งอย่างไม่คิดอะไร สภาพห้องครัวดูไม่ได้เลย แผนการเซอร์ไพร์ซพังไม่เป็นท่า ทั้งๆที่เขาตั้งใจไว้ว่าจะอบเค้กเซอร์ไพร์ซฉลองที่หลิวไห่ควานกำลังจะเรียนจบปริญญาโท โดยการบินมาหา มาอบเค้กฉลองให้ถึงที่ แต่ดูจากสายตาที่กำลังกลั้นยิ้มของคนตรงหน้า แผนอบเค้กอะไรนี่ก็คงพังไม่เป็นท่าแล้ว

    "ยิ้มอะไร? กลับไปนอนต่อไปยังเช้าอยู่เลย"

    ไม่พูดเปล่าวังจั๋วเฉิงก็จัดการเคลียร์เคาน์เตอร์ครัวไปด้วย คนที่เพิ่งตื่นยังยิ้มอยู่ แต่ก็เข้ามาช่วยคนรักทำความสะอาดด้วย พลางหยิบดาร์กช็อกโกแลตที่หั่นไว้เข้าปาก วังจั๋วเฉิงจึงหันมาเก็บดาร์กช็อกโกแลตก่อน 

    "เฉิงเฉิงจะอบเค้กช็อกโกแลตหรอครับ?"

    "ไม่รู้ ไม่ทำแล้ว พี่ไปนอนไป เดี๋ยวผมจัดการเอง"

    วังจั๋วเฉิงแย่งของมาจัดการเอง พลางดันคนตัวสูงให้ออกจากห้องครัว หลิวไห่ควานหันมาจูบแก้มคนรักอย่างหมั่นเขี้ยว แค่นี้ก็รักจะตายอยู่แล้ว ยังจะทำมาทำตัวน่ารักแอบมาอบเค้กให้อีก

    "แค่เฉิงเฉิงมาหา พี่ก็ดีใจแล้วครับ ไม่ต้องทำอะไรให้หรอก"

    คนตัวสูงโน้มตัวลงมาจูบริมฝีปากของวังจั๋วเฉิงเร็วๆ ก่อนจะเดินกลับไปนอนต่อที่เตียงอย่างไม่อิดออด เพราะร่างกายประท้วง ตาจะปิดอยู่แล้ว เขาต้องนอนอีกสักนิด จะได้ไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาทำเรื่องจบให้เรียบร้อยสักที วังจั๋วเฉิงถอนหายใจ มองคนตัวสูงที่เดินกลับไปนอน ก็เพราะแบบนี้ไง วังจั๋วเฉิงถึงอยากจะทำอะไรให้อีกฝ่ายบ้าง ซื้อให้ก็ไม่ชอบรับ พอจะให้ทำเอง เขาก็ไม่มีเวลามาฝึกฝนทักษะอะไรพวกนี้ จะให้อยู่ๆจะทำก็ทำได้เลยได้ยังไงเล่า เขาแทบจะทุ่มเวลาทั้งหมดของเขาให้กับงานตั้งแต่ตอนเรียนในมหาวิทยาลัย วังจั๋วเฉิงมีโอกาสไปเล่นละครเวทีมิวสิเคิลหลายครั้ง จนมีหลายสตูดิโอติดต่อมาอยากรับเขาเข้าสังกัด จนมาปัจจุบันที่ตอนนี้วังจั๋วเฉิงมีสตูดิโอเป็นของตัวเอง โดยขึ้นตรงกับค่ายใหญ่ที่มีเฉาอวี้เฉิน สามีของรุ่นพี่ของเขา เซวียนลู่ เป็นประธานบริหารใหญ่ นั่นทำให้เขามีอิสระมากกว่าศิลปินในสังกัดคนอื่นๆ ทำให้วังจั๋วเฉิงสามารถมาหาคนรักได้บ่อยๆ แต่ส่วนมากพอมาถึงก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะเขาเองก็เหนื่อยจากการทำงาน ไหนจะต้องคอยหลบพวกปาปารัซซี่อีก ดังนั้นครั้งนี้ เขาเลยอยากจะทำอะไรให้คนรักเป็นพิเศษสักหน่อย เพื่อฉลองให้กับความสำเร็จของหลิวไห่ควาน คิดได้อย่างนั้นจึงรีบเคลียร์ห้องครัวให้เรียบร้อย ก่อนจะหยิบ puffer jacket สีขาวตัวใหญ่มาใส่ พร้อมกับผ้าพันคอสีครีมผืนใหญ่ที่พันรอบคอจนถึงจมูก กับหมวก beanie สีครีม ไม่ใช่แค่เพื่อป้องกันความหนาว แต่เพื่อไม่ให้ใครจำเขาได้ด้วย เมื่อแต่งตัวเสร็จก็ออกไปจากแฟลตของหลิวไห่ควานทันที  




    .




    ไม่ตลก.

    หลิวไห่ควานโทรตามวังจั๋วเฉิงที่ออกจากแฟลตเขาไปไหนก็ไม่รู้ตั้งแต่เช้าให้มาเจอที่บาร์แห่งหนึ่งในย่านดาวน์ทาวน์ หลังจากเขาคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาเสร็จเรียบร้อย ตอนนี้หลิวไห่ควานเรียนจบปริญญาโทอย่างไม่เป็นทางการแล้ว เหลือแค่เพียงรอรับใบปริญญาบัตรที่เจ้าตัวให้ส่งไปให้ที่บ้านเท่านั้น สายตาของเขาคอยมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือด้วยความเป็นห่วง แต่ทันทีที่เห็นคนรักใน puffer jacket สีขาว เหมือนเจ้าก้อนนุ่มนิ่ม แล้วไหนจะ beanie กับผ้าพันคอสีครีมเข้าชุดกัน ริมฝีปากของหลิวไห่ควานก็คลี่ยิ้มกว้างให้กับคนที่กำลังเดินมาหาทันที

    "หายไปไหนมาทั้งวันครับ?"

    "ไม่บอก"

    หลิวไห่ควานโอบคนรักเข้ามาในอ้อมกอด ยิ่งคนตัวเล็กของเขาอยู่ใน puffer jacket สีขาวแบบนี้ยิ่งดูน่ารักเข้าไปใหญ่

    "เข้าไปในบาร์กัน พวกเพื่อนๆป.โทที่จบพร้อมกันเขาอยากดื่มฉลองเล็กๆ พี่ก็เลยอยากชวนเฉิงเฉิงมาด้วย..."

    "จะดีหรอ? ผม..."

    "ดีสิครับ พี่ไม่อยากให้เฉิงเฉิงเหงา เพื่อนๆกลุ่มนี้ไว้ใจได้..."

    หลิวไห่ควานรู้ว่าคนรักไม่ชอบเข้าสังคมเท่าไหร่ ทั้งจากนิสัยส่วนตัวและหน้าที่การงาน แต่เพื่อนๆของเขากลุ่มนี้ เป็นเพื่อนของเพื่อนเขามาก่อน พวกเขาเข้าใจความเป็นส่วนตัวของเขาและวังจั๋วเฉิง

    "ถ้าไม่สบายใจ อยากกลับเมื่อไหร่ก็ได้เลยครับ..."

    วังจั๋วเฉิงพยักหน้ารับ เพราะรู้ว่าถ้าหลิวไห่ควานให้เขาเจอได้ เพื่อนๆกลุ่มนี้ก็คงจะไม่มีอะไรที่เขาควรจะกังวล แต่ถึงอย่างนั้นก็สอดมือเข้าไปในกระเป๋า puffer jacket ของตนด้วยความกังวลเล็กๆ เมื่อเข้าไปในบาร์ ภายในร้านเปิดดนตรีจากแผ่นเสียง vinyl แต่ก็มี lounge ที่มีแกรนด์เปียโนตั้งอยู่หลังหนึ่ง แสงไฟสีส้มทำให้บรรยากาศในบาร์ดู cozy แม้จะไม่ได้เป็นส่วนตัวขนาดมีห้อง private แต่ก็ไม่ได้เป็นสาธารณะจนสามารถเห็นได้ทุกอย่าง เคาน์เตอร์บาร์ทำจากไม้ พร้อมกับแอลกอฮอล์ที่คาดว่าคงจะมีทุกรูปแบบเรียงรายอยู่แทบจะเต็มเคาท์เตอร์ 

    "ไห่ควาน! ทางนี้!"

    หลิวไห่ควานหันไปตามเสียงเรียก ก่อนจะเดินเข้าไปที่โต๊ะด้านในที่เคาน์เตอร์บาร์บดบังไว้จากภายนอก ทำให้โต๊ะนี้ดูมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าตรงอื่นๆในบาร์ เมื่อเดินไปถึงที่โต๊ะหลิวไห่ควานก็ถอด overcoat ของตัวเอง ก่อนจะหันไปรับ puffer jacket และผ้าพันคอของคนรักมาเอาไปแขวนให้ 

    "สวัสดีครับ"

    วังจั๋วเฉิงเอ่ยทักทายก่อนตามมารยาท ก่อนจะโค้งให้คนในโต๊ะเล็กน้อย ทำให้คนในโต๊ะ 4 คนลุกขึ้นยืน มาโค้งให้วังจั๋วเฉิงเช่นกัน พร้อมกับกล่าวสวัสดีพร้อมกันอีกต่างหาก 

    "สวัสดีครับ/ค่ะ คุณวัง"

    "เรียกผมจั๋วเฉิงก็ได้ครับ..."



    หลังจากนั้นบรรยากาศในโต๊ะก็เต็มไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเอง ถึงวังจั๋วเฉิงจะยังคงถือตัวอยู่ แต่ก็หัวเราะไปกับมุกตลกและความเป็นมิตรของเพื่อนๆของหลิวไห่ควานได้ไม่ยาก หลิวไห่ควานคอยเช็คคนรักของตัวเองเป็นระยะว่าโอเคไหม กลับกลายเป็นว่าเป็นหลิวไห่ควานที่อยากจะกลับบ้านก่อน แต่ดวงตาเป็นประกายของวังจั๋วเฉิงที่กำลังฟังเพื่อนของเขา เมิ่งจื้ออี้ เล่าเรื่องทำเอาหลิวไห่ควานไม่อยากขัดความสนุกของคนรัก

    "ไห่ควานน่ะฮอตมากๆ แต่ก็หยาบคายใส่ทุกคนเลย..."

    "หยาบคายอะไร?"

    หลิวไห่ควานถาม เขาไม่คิดว่าเขาหยาบคายใส่ใครนะ วังจั๋วเฉิงมองคนรักด้วยความสงสัย เพราะเขาเองก็ไม่เคยเห็นหลิวไห่ควานหยาบคายใส่ใครมาก่อนเลยเหมือนกัน

    "นายเล่นปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยใส่ทุกคนที่เข้ามาหาขนาดนั้น เป็นฉันนะ ถ้าโดนปฏิเสธแบบนั้น ฉันคงกลับบ้านไปนอนร้องไห้..."

    "พี่ปฏิเสธว่าอะไร? "

    วังจั๋วเฉิงหันมาถามคนรักด้วยความอยากรู้ หลิวไห่ควานไม่อยากจะตอบ เพราะไม่ใช่เรื่องที่คนรักของเขาจะต้องรับรู้ หรือเก็บเอาไปคิดอะไร เมื่อเห็นว่าหลิวไห่ควานไม่ยอมตอบ เมิ่งจื่ออี้เลยตอบให้ พร้อมกับกดเสียงต่ำให้เหมือนเสียงของหลิวไห่ควานอย่างล้อเลียน

    "ไห่ควานตอบทุกคนที่เข้ามายุ่งไปว่า 'ถ้าคุณไม่ได้ชื่อวังจั๋วเฉิง ผมก็ไม่มีเวลาสำหรับคุณ ขอตัวก่อนครับ' แล้วก็เดินหนีไปเลย"

    เพื่อนๆของหลิวไห่ควานหัวเราะอย่างชอบใจ วังจั๋วเฉิงหน้าร้อนด้วยความเขินจากสิ่งที่ได้ยิน หลิวไห่ควานหันมาลูบหัวคนรักด้วยความเอ็นดู วังจั๋วเฉิงปัดมือคนข้างๆออก เขินหนักกว่าเก่าอีก แต่จะให้มาโวยวายใส่หลิวไห่ควานก็ไม่ใช่ที่ จึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำ หลิวไห่ควานเอ่ยปากจะไปเป็นเพื่อน แต่ไม่ทันวังจั๋วเฉิงที่ลุกไปเองโดยไม่รอคนรักของตน



    "ขอโทษนะครับ ผมขอเลี้ยงเครื่องดื่มคุณสักแก้วได้ไหมครับ?"

    วังจั๋วเฉิงกำลังจะเดินกลับไปที่โต๊ะ แต่ผู้ชายตรงหน้าก็เข้ามาขวางทางเอาไว้ เขาปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด

    "ผมไม่สะดวก..."

    "ถ้าอย่างนั้น ผมขอแลกเบอร์ฯติดต่อไว้ได้ไหมครับ?"

    "ไม่สะดวกครับ ขอตัวก่อน"

    วังจั๋วเฉิงกล่าวปฏิเสธอีกครั้ง ก่อนจะโค้งให้คนข้างหน้าเล็กๆ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เดินผ่านไป ชายแปลกหน้ายื่นมือมาคว้าข้อมือเขาเอาไว้ 

    "เดี๋ยวก่อนสิครับ คุณ..."

    "จั๋วเฉิง!"

    หลิวไห่ควานที่เดินออกมาตามคนรัก เมื่อเห็นว่ามีคนเข้ามาวอแวคนรักของเขา หลิวไห่ควานเผลอเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงดัง จนชายแปลกหน้าปล่อยมือออกจากเขาด้วยความตกใจ น้อยครั้งที่หลิวไห่ควานจะเสียงดังใส่ใคร ฟังจากน้ำเสียงตอนนี้วังจั๋วเฉิงรู้ทันทีว่าคนรักกำลังรู้สึกอะไร

    "มีอะไรรึเปล่า?"

    หลิวไห่ควานไม่สนใจชายแปลกหน้าที่เข้ามาวอแววังจั๋วเฉิง หันไปถามคนรักของตัวเองแทน ชายแปลกหน้ารับรู้ได้ถึงสถานการณ์ตรงหน้า จึงถอยออกไปอย่างมีมารยาท  

    "ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ"

    วังจั๋วเฉิงคว้ามือคนรักเอาไว้ หลิวไห่ควานมองไปในบาร์ด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ ถึงเพื่อนๆของเขาจะไว้ใจได้ แต่คนในบาร์คนอื่นเป็นใครก็ไม่รู้ เขาไม่อยากให้คนรักของเขาต้องมาเสี่ยงเป็นข่าวหรืออะไร จึงดูให้รอบคอบเอาไว้ก่อนว่ามีใครถ่ายรูปหรือวีดิโอเอาไว้รึเปล่า

    "กลับก่อนนะ"

    เมื่อกลับมาที่โต๊ะ หลิวไห่ควานก็ดื่มวิสกี้ในแก้วของตัวเองรวดเดียวหมด พร้อมกับเดินไปหยิบ overcoat และ puffer jacket ของคนรักมา ก่อนจะช่วยใส่ให้ พลางบอกกับเพื่อนๆของเขาว่าจะกลับแล้ว

    "อ้าวอะไรกัน? ยังไม่ได้เปิดแชมเปญเลย..."

    หลิวไห่ควานไม่ได้หันมาตอบเพื่อนของเขา เดินตรงลิ่วออกจากบาร์ไปแล้ว วังจั๋วเฉิงจึงหันมาโค้งขอโทษเพื่อนๆของคนรัก ก่อนจะตามคนรักของตัวเองออกไป โดยที่ยังไม่ได้พันผ้าพันคอให้เรียบร้อย หลิวไห่ควานกำลังไม่พอใจ เขารู้ว่าเขาไม่ควรจะไม่พอใจกับเรื่องเล็กๆอย่างการที่มีคนให้ความสนใจกับคนรักของเขานอกเหนือจากการเป็นนักแสดง ไอดอลหรือความเป็นคนมีชื่อเสียง แต่มันก็อดไม่ได้ ไม่ได้โกรธคนรักของตัวเอง แต่แค่นึกได้ว่าแม้จะมีโอกาสเพียงน้อยนิด แต่มันก็มีจริงๆ โอกาสที่คนอื่นจะมาทำความรู้จักกับเฉิงเฉิงของเขา แต่ก่อนเป็นเพราะเขาอยู่กับเจ้าตัวตลอด ทำให้คนรักของเขาไม่มีโอกาสที่จะได้เจอใคร พอเขามาเรียนต่อ วังจั๋วเฉิงก็เข้าวงการบันเทิง ด้วยรูปแบบของงานก็ยากที่คนรักจะได้สานสัมพันธ์อะไรกับใครอย่างจริงใจ แต่หลิวไห่ควานก็อดไม่พอใจไม่ได้เมื่อเจอเหตุการณ์นี้จริงๆตรงหน้า จนพาลหงุดหงิดไปหมดแล้ว เมื่อเห็นคนรักตามออกมาแต่ยังไม่พันผ้าพันคอให้เรียบร้อย หลิวไห่ควานก็คว้ามาพันให้ พันผ้าพันคอจนแทบจะปิดตาของวังจั๋วเฉิงอยู่แล้ว

    "ไม่ให้ใครเห็นแล้ว พี่จะพากลับบ้าน"

    น้ำเสียงหงุดหงิดเอ่ยขึ้น พร้อมกับคว้ามือของคนรักมาจับไว้ ความโกรธในใจค่อยๆหายไป เมื่อเห็นคนรักใน puffer jacket สีขาว beanie สีครีมและผ้าพันคอสีเดียวกับ beanie ที่ปิดบังใบหน้าจนแทบจะมองไม่เห็นดวงตา วังจั๋วเฉิงที่ตอนนี้เหมือนตุ๊กตาก้อนแป้งน่ารักเสียจนความหงุดหงิดในใจของหลิวไห่ควานเบาบางลง เผลอกลั้นยิ้มเมื่อเห็นคนรักเดินดุ๊กดิ๊กๆใกล้ๆเขา เพราะมองเห็นทางไม่ถนัด จึงต้องก้าวให้สั้นลง หลิวไห่ควานกระตุกมือของวังจั๋วเฉิงที่จับไว้ให้หยุดเดิน ก่อนจะหันมาพันผ้าพันคอให้คนรักใหม่อีกรอบ พันผ้าพันคอมาถึงแค่จมูกพอ

    "พันแบบเมื่อกี้ก็ดีอยู่แล้ว"

    "เดี๋ยวมองไม่เห็นทาง..."

    "ก็จับมือพี่อยู่ พี่จะปล่อยให้ผมล้มหรอ?"

    หลิวไห่ควานจับมือของคนรักเข้ามาซุกในกระเป๋า overcoat ของเขา พลางเดินตัวติดกันกลับแฟลต ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นและผู้คนพลุกพล่าน แต่คนสองคนนี้ไม่รู้สึกถึงอะไรอย่างอื่นอีก นอกจากความรักของคนข้างๆที่มีให้กัน




    .




    ตลก...?

    "พี่รออยู่หน้าประตูก่อน ผมบอกให้เข้าได้แล้วค่อยเข้า"

    เมื่อถึงแฟลตวังจั๋วเฉิงขอให้หลิวไห่ควานรออยู่ข้างนอกก่อน หลิวไห่ควานคิดว่าคนรักคงจะเตรียมของขวัญอะไรไว้ให้ จึงทำตามที่ขออย่างไม่ได้คิดอะไร ผ่านไปสักพักจนเมื่อได้ยินเสียงเรียกของคนรัก หลิวไห่ควานจึงเปิดประตูเข้าไป ภายในแฟลตของเขาเต็มไปด้วยลูกโป่งสีฟ้าและสีน้ำเงิน

    "เซอร์ไพร์ซ!!!!!"

    เสียงที่ดังไม่ใช่เสียงของวังจั๋วเฉิงเพียงคนเดียว เมื่อเดินเข้ามาให้โซนห้องนั่งเล่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ทั้งโทรศัพท์ แท๊ปเล็ต และแล็ปท็อปต่างมีการเชื่อมต่อ video call กับคนสนิทของหลิวไห่ควานเอาไว้ ทั้งคุณแม่ของหลิวไห่ควาน เซวียนลู่กับเฉาอวี้เฉิน จี้หลี่กับอวี๋ปิน ทุกคนต่างแสดงความยินดีกับความสำเร็จอีกก้าวของหลิวไห่ควานอย่างชื่นมื่น  

    "ยินดีด้วยนะลูก รีบกลับบ้านมาหาหม่าม้าได้แล้วควาน"

    "ยินดีด้วยนะควาน"

    "ยินดีด้วยครับ"

    "เรียนจบอีกใบแล้ว ยินดีด้วยครับควาน"

    "อีกสักใบต่อเลยไหม?"

    หลิวไห่ควานพูดคุยกับบุคคลใน video call อีกสักพัก ก่อนจะขอบคุณทุกคนที่คิดถึงเขา และกล่าวลาว่าอีกไม่กี่วันเขาก็จะกลับบ้านแล้ว วังจั๋วเฉิงเข้ามาบอกลาทุกคนด้วย ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเขาเซอร์ไพร์ซคนรัก เมื่อวางสายจากคนในวิดิโอคอลแล้ว วังจั๋วเฉิงก็เข้าไปในห้องครัว ก่อนจะกลับมาพร้อมเค้กช็อกโกแลตปอนด์ใหญ่ที่จุดไฟเย็นปักมาบนเค้กอย่างสวยงาม บนเค้กเขียนข้อความว่า

    'Congrats LHK! love, your Marius'

    "พี่ควาน ยินดีด้วยนะ"

    วังจั๋วเฉิงยิ้มกว้าง ก่อนจะไปหยิบกล้องโพลารอยด์มา ยื่นเค้กให้คนรักถือ ก่อนจะถ่ายรูปคนรักกับเค้ก ท่ามกลางลูกโป่งสีฟ้าและสีน้ำเงินเต็มห้อง

    "เฉิงเฉิงมาถ่ายด้วยกันสิครับ"

    วังจั๋วเฉิงยกกล้องโพลารอยด์ขึ้นเมื่อไปยืนข้างๆหลิวไห่ควาน จังหวะที่กดถ่ายรูป หลิวไห่ควานก็หันมาจูบแก้มเขา

    "ขอบคุณนะครับ"

    "ผมไม่ได้ทำอะไรเลย video call ก็แค่บอกทุกคน เค้กนี่ก็ไปซื้อมา..."

    "แค่เป็นวังจั๋วเฉิง พี่ก็ขอบคุณแล้วครับ"

    "พี่ควาน..."

    วังจั๋วเฉิงมองหน้าคนรักที่กำลังส่งยิ้มมาให้เขา เขาได้รับความรักจากคนตรงหน้ามากเหลือเกิน และเขาเองก็รักคนตรงหน้ามากเช่นกัน น้ำตากำลังรื้นขึ้นอย่างที่วังจั๋วเฉิงควบคุมไม่ได้ แต่ในขณะที่กำลังตื้นตันและซาบซึ้งกับความรักจากคนตรงหน้าได้ไม่ทันไร หลิวไห่ควานก็ปาดครีมช็อกโกแลตมาป้ายจมูกของคนรัก

    "พี่ควาน! เล่นอะไร?"

    "ก็เฉิงเฉิงทำหน้าตลก"

    หลิวไห่ควานเห็นคนรักทำท่าจะร้องไห้ ไม่ว่าจะเป็นจากความดีใจหรือเสียใจอะไร เขาก็ไม่อยากเห็นน้ำตาของคนตรงหน้าทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องแกล้งเปลี่ยนบรรยากาศซะก่อน

    "หน้าตลกอะไร? แกล้งกันหรอ?"

    ไม่พูดเปล่า วังจั๋วเฉิงก็ปาดครีมจากเค้กไปที่หน้าของคนรักเช่นเดียวกัน กลายเป็นว่าพวกเขาสองคนเล่นวิ่งไล่จับกันไปทั่วแฟลตแทน แถมเค้กที่เตรียมไว้ก็หมดสภาพจะทานได้แล้ว แต่เสียงหัวเราะของหลิวไห่ควานและวังจั๋วเฉิงยังคงดังก้อง



    ฟิล์มจากกล้องโพลารอยด์ถูกใช้ถ่ายรูปจนหมดกล่อง รูปคู่ของพวกเขามีลายมือของหลิวไห่ควานเขียนไว้บนฟิล์มโพลารอยด์ว่า

    'Thank you Marius. Love always, LHK'




    .

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in