My impetuous fan fictions collection.medusawrites
Rainy Day I
  • ฝนตก.

    เขาไม่ชอบฝน

    เซียวจ้านพยายามจะคิดซะว่าเขาฝันอยู่ หากแต่เสียงฝนที่กำลังตกทำให้เขารู้ว่าข้างนอกนั่นฝนกำลังตกอยู่จริงๆ โดยที่ยังไม่ต้องเปิดม่านด้วยซ้ำ

    เสียงฝนกระทบหน้าต่าง ทำให้เซียวจ้านไม่อยากแม้แต่จะลืมตาขึ้นมาพบกับสายฝนที่กำลังสาดลงมาใต้ฟ้า แต่เสี้ยวเล็กๆ ของจิตใจ เขากลับรู้สึกว่าคงไม่ใช่แค่เขาคนเดียวล่ะมั้ง ที่กำลังหม่นหมอง ฟ้าฝนเองก็เช่นเดียวกัน

    เขาหายใจเข้าลึกๆ เอาออกซิเจนเข้าปอดและสมอง ลืมตาขึ้นช้าๆ ลุกขึ้นไปเปิดม่าน มองไปที่ฝนที่กำลังสาดลงมา

    "เฮ้อ..."

    เขาถอนหายใจ ไม่อยากตื่นเลย หากแต่ความรับผิดชอบที่เขาไม่เคยจะโยนทิ้ง แม้แต่ตอนที่เจ้าตัวไม่มีสติ ทำให้เขาลุกขึ้นจากเตียงในที่สุด เซียวจ้านเดินตรงไปที่เคาท์เตอร์ครัว ตรงเข้าไปหาอุปกรณ์ช่วยชีวิตในยามเช้าของเขา หยิบเมล็ดกาแฟมาบด หยิบแก้วดริปเปอร์ พร้อมกับตัวกรองกระดาษ ก่อนจะบดเมล็ดกาแฟ ไม่หยาบแต่ไม่ละเอียดจนเกินไป หันไปตั้งน้ำร้อนในกาสำหรับการดริป กะเวลาสำหรับอุณหภูมิของน้ำด้วยความเคยชินเสร็จสรรพ เขาก็เทน้ำร้อนผ่านเมล็ดกาแฟลงไป ความหอมของกาแฟที่คุ้นเคย ทำให้เขาเผลอฉีกยิ้มให้ตัวเอง ขอบคุณสำหรับเช้าที่หม่นหมองนะ เจ้ากาแฟ

    เซียวจ้านไม่ทานข้าวเช้า ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อาจจะติดมาตอนสมัยเรียนที่มัวแต่ทำโปรเจ็กต์จนลืมวันลืมคืน ไม่รู้ว่าตอนไหนกลางวัน ตอนไหนกลางคืน ทำให้เขาติดนิสัยทานเมื่อตัวเองหิว เมื่อได้คาเฟอีนไป เขาก็ตื่น พร้อมสำหรับการทำงานในวันนี้ เขาเดินขึ้นไปหยิบบทภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่เขารับเล่นมานั่งอ่าน เซียวจ้านชอบอ่านบทด้วยกระดาษ ถึงแม้ว่าจะเป็นวิธีที่ไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ให้ไปอ่านใน ipad หรือ tablet ไม่ใช่วิธีที่เขาทำงานได้เลย ยอมรับว่า low-tech และไม่ดีต่อน้องต้นไม้ แต่การได้จับกระดาษ ขีดๆ เขียนๆ จดโน๊ตเมื่อคิดอะไรเกี่ยวกับตัวละครออก ทำให้เขามีความสุขกับการแสดงมากกว่าจริงๆ

    ครืด ครืด

    โทรศัพท์ของเขาสั่น คงจะเป็นผู้จัดการของเขา วังจั๋วเฉิง ที่ส่ง message มาเป็นประจำทุกเช้า เพื่อทวนตารางงานของเขาในแต่ละวันให้ เซียวจ้านไม่ชอบให้ใครมาดูแล ไม่ใช่เพราะไม่ชอบถูกเอาใจ แต่เป็นเพราะเขาเกรงใจ รู้สึกทำตัวไม่ถูกเวลาใครมาทำอะไรให้แล้วไม่ถูกใจ แต่ไม่สามารถโกรธคนเหล่านั้นได้ เพราะเป็นเขาเองที่รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง แต่วังจั๋วเฉิงที่อยู่กับเขามาตั้งแต่ก่อนเขา debut เป็นนักแสดง กลับทำให้คนขี้เกรงใจและไม่ค่อยเข้าใจตัวเองอย่างเขา ไม่รู้สึกว่ากำลังเป็นภาระให้คนเด็กกว่าเลย เขารู้สึกว่าวังจั๋วเฉิงเข้าใจเขาดีกว่าที่เขาเข้าใจตัวเองเสียอีก

    'First reading for 'Rainy Day' 10 AM at XXX. Do you want me to come pick you up? ' (อ่านบทครั้งแรกสำหรับเรื่อง 'Rainy Day' 10 โมง ที่ XXX. นายอยากให้ฉันไปรับไหม?)

    เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็ค หันไปมองข้างนอกจากม่านของเขา ฝนยังตกอยู่ วังจั๋วเฉิงรู้ว่าเขาไม่ชอบฝน แต่ก็รู้อีกว่าเขาไม่มีทาง cancel งาน ต่อให้พายุจะเข้าก็ตาม เขากดตอบวังจั๋วเฉิงทันที

    'Thanks. Nope. Let's just meet there.' (ขอบใจ. ไม่ต้องล่ะ. เจอกันที่นู่นเลย)

    และยังไม่ทันทีเขาจะได้วางโทรศัพท์ วังจั๋วเฉิงก็ส่ง message หาเขาอีกครั้ง

    'I'll send a car for you. Just be ready. The car will be there at 9.30' (ฉันจะให้รถไปรับ. เตรียมตัวให้พร้อม. รถจะไปรับนายตอน 9.30)

    เซียวจ้านสั่นหัวน้อยๆ ให้กับความเจ้ากี้เจ้าการของวังจั๋วเฉิง ไม่ส่งอะไรตอบกลับ ยังไงเขาก็เปลี่ยนใจวังจั๋วเฉิงไม่ได้ ต่อให้เขาจะปฏิเสธอีกกี่ครั้งก็ตาม เขาดื่มกาแฟให้หมด ก่อนจะไปจัดการตัวเอง รอรถมารับ




    .




    ฝนตก.

    เขาชอบฝน

    หวังอี้ป๋อถอดหมวกกันน็อคออก สะบัดผม ใช้มือเสยผมลวกๆ ไล่เหงื่อที่กำลังไหลมาบนหน้าเขา เงยหน้าขึ้นรับเม็ดฝนที่กำลังเทลงมา ฝนที่ตกลงมาโดนที่ใบหน้าทำให้เขารู้สึกว่าเขามีตัวตนจริงๆ กำลังยืนอยู่บนโลกนี้จริงๆ

    เขาออกมาขี่มอเตอร์ไซค์ที่สนามตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น ถึงแม้เขาจะยังไม่มีโปรแกรมแข่งมอเตอร์ไซค์เร็วๆ นี้ แต่ด้วยความเครียดกับการเตรียมตัวสำหรับภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา ทำให้เขาตัดสินใจออกมาขี่มอเตอร์ไซค์วันนี้ ความเร็วทำให้เขามีสมาธิ ไม่จมอยู่กับความว้าวุ่นที่ไม่แก้ปัญหาใดใดให้เขา

    เขาหายใจเข้าลึกๆ ใส่หมวกกันน็อคกลับเข้าไป ขึ้นมอเตอร์ไซค์ ได้เวลากลับไปเตรียมตัวสำหรับ First reading ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

    "เอาล่ะนะ..."

    เขาบิดคันเร่ง ตั้งใจตอนแรกว่าจะกลับ แต่...ขออีกสักรอบนึงแล้วกัน


    "แอบออกไปขี่มอเตอร์ไซค์ไม่บอกกันอีกแล้วนะ ป๋อตี้"

    ทันทีที่เขากลับเข้ามาที่ห้อง เสียงของผู้จัดการส่วนตัวและ acting coach กลายๆ ของเขา หลิวไห่ควาน ก็ดังขึ้น ก่อนที่เขาจะได้เห็นเจ้าตัวซะอีก เขาโยนหมวกกันน็อคไปให้หลิวไห่ควานเก็บ โยนสัมภาระที่ขนไปขี่มอเตอร์ไซค์ไว้ส่งๆ ก่อนจะตรงไปจัดการตัวเอง โดยไม่ได้ตอบอะไรผู้จัดการเขาเลย

    "ไอ้เด็กคนนี้ เอาแต่ใจตัวเองตลอดเลยนะ..."

    เมื่อหวังอี้ป๋อจัดการตัวเองเสร็จ เขาก็พบกับอาหารเช้าสไตล์อเมริกันชุดใหญ่ โปรตีนหนักๆ แบบที่เขาโปรดปราน หลิวไห่ควานคงจัดการทั้งหมดนี่ให้เขา หวังอี้ป๋อต้องทานข้าวเช้า ไม่ว่าจะตื่นกี่โมง หรือไม่มีเวลาแค่ไหน เขาจะต้องทานข้าวเช้า ตั้งแต่สมัยเป็น trainee ที่เกาหลี เป็นหนึ่งใน discipline ที่เขารักษาไว้เสมอมาเพื่อคุณแม่ของเขา

    เขาชอบอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่ชอบทำอะไรที่ตัวเองไม่อยากทำ เช่น ทำอาหาร ถ้าต้องให้เขาทำ สู้ไม่กินเลยยังดีกว่า ยกเว้นข้าวเช้าไว้เพียงหนึ่งมื้อเท่านั้น อาหารตรงหน้ายังไม่ทันหมด เสียงของหลิวไห่ควานก็ดังขึ้น พร้อมกับเจ้าของเสียงที่คงจะจัดการเก็บของของเขาให้เรียบร้อยแล้ว โดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยขอ

    "อ่านบทจบรึยัง? "

    หวังอี้ป๋อพยักหน้า ก่อนจะซดนมทั้งแก้วในทีเดียว หลิวไห่ควานนั่งลงตรงข้ามเขากับ ipad ในมือ คงอยากจะช่วยให้เขาไม่ตื่นเต้นมากนัก หวังอี้ป๋อคิด ท่าทางเขาคงกระวนกระวายไม่น้อยสินะ

    "บทน่าสนใจชะมัด intense แต่ก็ romantic มาก"

    "ก็เกอเป็นคนบอกให้ผมรับเรื่องนี้ไม่ใช่รึไงกัน? ถ้ามาบอกว่าบทไม่ดีตอนนี้ ผมจะหนีไปแข่งมอเตอร์ไซค์แล้ว..."

    "หวังอี้ป๋อคนเก่ง ชวนคุยแค่นี้ถึงกลับต้องหนีไปแข่งมอเตอร์ไซค์เลยหรอ? "

    หลิวไห่ควานหัวเราะ หวังอี้ป๋อคงกังวลจริงๆ และตัวเขาก็อยากช่วย

    "ไหน เอาบทมาดูกันซิ นายว่าตัวละครเป็นยังไง?"

    หวังอี้ป๋อรับ ipad จากหลิวไห่ควาน ก่อนจะลองเล่าให้ผู้จัดการและ acting coach ของเขา ที่เขานับถือและเชื่อใจเหมือนพี่ชายแท้ๆ ฟังว่าเขาตีความตัวละครตัวนี้อย่างไร




    .

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in