หลังอ่าน Yaoiหลังอ่านของน้ำฝน
คุณผู้ช่วยสถาปนิก : ซีเหอชิงหลิง


  • ชื่อหนังสือ : คุณผู้ช่วยสถาปนิก - 助理建筑师
    ผู้แต่ง : ซีเหอชิงหลิง - 羲和清零
    ผู้แปล : หนิงเหมิงฉา
    สำนักพิมพ์ : Rose
    จำนวนหน้า : 1,639 หน้า (409+429+409+392)
    คำโปรย : แล้วทำไมทำงานวันแรกต้องถูกหักเงินเดือน แถมยังต้องทำโอทีอีก โอ๊ย...นี่มันการต่อสู้ชีวิตของมนุษย์เงินเดือนจางซืออี้ชัดๆ!
    รายละเอียด : จางซื่ออี้ (นายเอก) เด็กคณะสถาปัตย์เพิ่งเรียนจบหมาดๆจากอังกฤษ กลับมาอยู่จีนก็เตะฝุ่น ยังหางานไม่ได้ แถมแฟน (ผู้หญิง) ก็งี่เง่า เปิดเรื่องมานางก็เปิดเรื่องด่านายเอก ว่าไม่มีเวลาให้ เรียนจบหางานไม่ได้ ฝั่งแฟนหัวร้อนมากฉอดเสร็จสาดกาแฟใส่ นายเอกสวมวิญญาณคล่องแคล่ว หลบกาแฟบินได้ แต่เจ้ากรรมไปตกที่คนที่ข้างหลัง หนุ่มหล่อผู้โชคร้ายเลยรับกาแฟแทนเข้าไปเต็มๆ และเมื่อมีบริษัทหนึ่งเรียกเขาเรียกไปสัมภาษณ์ ผลปรากฏว่า คนสัมภาษณ์คือกู้เซียว (พระเอก) คนที่โดนสาดกาแฟนั่นแหละ พระเอกก็ถามไปว่าทำไมถึงเลือกเรียนถาปัตย์ฯ อยากเป็นสถาปนิก นายเอกตอบไปว่าเพราะมีรุ่นพี่สมัยเรียนเป็นแรงบันดาลใจ ซึ่งไม่รู้ตัวว่าคนที่ปลื้มเป็นคนสัมภาษณ์อยู่ สุดท้ายนายเอกก็ได้งานแบบงงๆ จากนั้นก็เริ่มชีวิตวัยทำงาน กับการเผชิญโลกการทำงานครั้งแรก เรื่องราวความรักขอคนแอบรักอย่างเจ้านายจอมเฮี๊ยบและเด็กน้อยจบนอกจึงเริ่มขึ้น
    หลังปก : เมื่อ จางซืออี้ นักเรียนนอกจบใหม่ไฟแรงกลับสู่ประเทศบ้านเกิดด้วยปณิธานมุ่งมั่นอยากจะเป็นสถาปนิก โดยมีแรงบันดาลใจมาจากไอดอลสมัยมัธยมปลาย แต่ชีวิตมันช่างยากเย็น แฟนก็เพิ่งเลิก งานการก็ยังไม่มีแถมค่าเช่าห้องก็ต้องจ่าย จะหาเงินจากไหนมาประทังชีวิต โชคยังดีบริษัทที่ส่งใบสมัครงานไว้เรียกไปสัมภาษณ์
    แต่เอ๊ะ! กู้เซียว ว่าที่เจ้านายที่สัมภาษณ์เขาคือ คนที่โดนแฟนเก่าเขาสาดกาแฟใส่ แถมยังเข้าใจเขาผิดอีกต่างหาก! แล้วทำไมทำงานวันแรกต้องถูกหักเงินเดือน แถมยังต้องทำโอทีอีก โอ๊ย...นี่มันการต่อสู้ชีวิตของมนุษย์เงินเดือนจางซืออี้ชัดๆ!


    ✿ หลังอ่านของน้ำฝน

    ได้อ่านสักที และใช่ค่ะ ได้รีวิวสักทีด้วย...

    น้ำฝนอ่านช่วงสุดท้ายของเล่มที่สี่ในวันที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 แล้วพอ(ฝืนร่าง)อ่านจบก็ไข้ขึ้นลากยาว เป็นการไข้ขึ้นแบบใช้สมองไม่ได้ไปสองวันเต็มๆ พอไข้ลดก็มีอาการค้าง ปวดหัว เบลอๆ สมองไม่เต็มร้อย ปวดตัว ก็ต้องพักร่างไปอีก กลับมาอีกทีก็ต้องมาจัดการงานที่ค้าง จนวันนี้หาเวลามาพิมพ์มาบอกมาเล่าได้ ถ้าปล่อยนานไปกว่านี้ คิดว่าคงได้ลืมเรื่องนี้ไปแล้วแน่ๆ...

    น้ำฝนตื่นเต้นกับการเล่าเรื่องนี้มาก จริงๆ ตื่นเต้นตั้งแต่เล่มแรกเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว ไปลูบๆ คลำๆ ที่งานสามย่านมา ปกสวยมาก งานดีมาก ตั้งใจว่าออกครบจนจบจะอ่านให้ได้! ตอนนี้อ่านจบแล้วจ้า อ่านจบแบบอิ่มใจ งานดีจริงๆ ดีจนอยากอวย ดีจนอยากให้ทุกคนได้ลองอ่านจริงๆ

    เล่าเรื่องเลยดีกว่า

    เปิดเรื่องมาที่นายเอกของเรื่อง จางซืออี้ ที่กำลังโดนแฟนสาว (ใช่ค่ะ แฟนสาว ในตอนนั้นน้องยังเป็นชายแท้แมนๆ คุยกันอยู่) ด่าและบ่นๆๆ จนเขาหมดความอดทน อธิบายอะไรไปก็ไม่ฟัง พูดอะไรไปก็สวนกลับ ไม่มีคำพูดดีๆ ใส่กัน เลยบอกเลิกกันกลางร้านอาหาร คุณแฟนสาวโมโห หยิบแก้วน้ำในมือสาดใส่ คุณน้องจางหลบได้ค่ะ แต่... คนที่โดนคือคนที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหลัง ที่กำลังลุกออกจากโต๊ะพอดี 

    Dead Air กันไปสักพัก สาวเจ้าปัญหาก็หนีออกจากร้านปล่อยให้น้องจางกับคุณคนผู้โชคร้ายจ้องตากัน จนอีกฝั่งกลับออกไปโดยไม่ต้องให้น้องรับผิดชอบค่าเสียหาย 

    น้องจางกลับบ้านที่แชร์อยู่กับเพื่อนไปพร้อมกับสถานะโสด แล้วก็มุ่งหน้าหางานต่อไป เพราะนอกจากจะโสดแล้ว เขากำลังจะไม่มีกิน เงินเก็บกำลังจะหมด และยังหางานทำไม่ได้! เขาไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตหลังเรียนจบแล้วต้องหางานทำเองจะเป็นอะไรที่ยากลำบากขนาดนี้ ยิ่งงานที่ตรงสายจากสาขาที่เขาจบมานั้นยิ่งยากไปใหญ่ ไหนๆ ก็โสดแล้วก็มุ่งหน้าใช้ชีวิตโสดให้เป็นประโยชน์ด้วยการทำแฟ้มผลงานสวยๆ แล้วส่งใบสมัครไปหลายที่ ต้องมีสักที่ที่รับเขาเข้าทำงาน!

    และแล้วน้องก็ได้รับตอบรับให้เข้าสัมภาษณ์กับบริษัทที่มีชื่อเสียง ซึ่งการสัมภาษณ์นี้มาพร้อมกับทฤษฎีโลกกลมเพราะคนที่สัมภาษณ์ก็คือ คุณคนผู้โชคร้ายจากการโดนอดีตแฟนสาวทำไว้ พ่วงตำแหน่งบุคคลสำคัญในบริษัท มีประวัติและวุฒิที่หรูหรา และใช่ค่ะ เขาคือพระเอกของเรื่อง กู้เซียว

    ความโลกกลมหมุนคนสองคนมาเจอกันไม่ใช่แค่เรื่องสาดน้ำกันเท่านั้น แต่กู้เซียว (ขอเรียกกู้กงนะคะ ชอบชื่อนี้ ส่วนทำไมถึงเป็นกู้กง อยากรู้ก็ต้องอ่านค่ะ!) กับคุณน้องจางเขามีความสัมพันธ์เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันสมัยมัธยมด้วย

    คุณน้องจางที่หน้าเริ่มซีดจนจางเพราะเข้าใจว่าตัวเองคงไม่ได้งานแน่ๆ ไหนผลงานจะไม่ได้เด่นดีอะไร ประสบการณ์ใดๆ ก็ไม่มี ไหนจะวีรกรรมที่ไม่อยากนึกถึงครั้งนั้นอีก แห้วจากงาน กลับไปเตะฝุ่นหางานอีกรอบแน่ๆ แต่น้องได้งานค่ะทุกคน! แล้วได้เริ่มงานเลยเลยด้วย อะไรจะดีขนาดนี้ 

    ชีวิตวัยทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยสถาปนิกของน้องจางก็เริ่มต้นตั้งแต่วันนั้น 

    เด็กน้อยวัยใสเพิ่งจบใหม่ (จบนอกด้วยนะ) เป็นลูกคนเดียวที่ค่อนข้างมีฐานะ ติดโซเชียล ต้องมาใช้ชีวิตแบบผู้ใหญ่ ต้องหางาน หาเงินแบบไม่เพิ่งพาคนที่บ้าน ก็เลยมีเรื่องราวหลายๆ อย่างเกิดขึ้นมากมาย ทั้งเรื่องส่วนตัว เพื่อนฝูง และเรื่องงาน

    ขีดเส้นใต้ที่เรื่องงาน (เพราะเรื่องงานนำพาเรื่องส่วนตัวแสนดีงามมาให้กับน้อง)

    เรื่องนี้ก็ตามชื่อเรื่องค่ะ 

    ผู้ช่วยสถาปนิก ก็คือ ชีวิตของน้องจางในตำแหน่งผู้ช่วยสถาปนิก ตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงานว่าน้องต้องพบเจออะไรบ้าง งานในแบบที่คิด และงานในโลกของความเป็นจริง เหมือนหรือต่างกันยังไง กว่าจะได้ลงเมื่อทำงานแบบจริงจัง ต้องผ่านอะไรบ้าง นักเขียนใส่รายละเอียดตรงนี้ค่อนข้างเยอะ แต่ไม่ได้มากจนเกินไปจนทำให้รู้สึกเบื่อ ถึงน้ำฝนจะไม่รู้เรื่องงานในเชิงออกแบบสถาปัตยกรรมเลย (ถ้าออกแบบโปรแกรมพอคุยกันได้) แต่อ่านแล้วก็สามารถเข้าใจไปกับเนื้อเรื่องได้ เหมือนได้เติบโตและเข้าใจการทำงานในวงการนี้ไปพร้อมๆ กับน้องจาง 

    น้ำฝนคิดว่า ตรงนี้แหละคือเสน่ห์ของเรื่อง 

    น้ำฝนได้เข้าใจหลักการทำงานและความรู้สึกต่องานที่ตัวเองได้รับมอบหมายไปพร้อมๆ กับน้องจาง อาจจะเพราะน้ำฝนอยู่ในวัยทำงานด้วยมั้ง พออ่านเรื่องนี้ทำให้นึกถึงความรู้สึกของตัวเองที่ได้ทำงานวันแรกและวันที่ได้จับงานชิ้นแรกที่เป็นงานจริงๆ รู้สึกยังไง ถึงตอนอ่านนิยายจะมีความคิดที่ต่างจากน้องจางไปบ้าง แต่ถ้ามองในมุมของน้องในวันนั้น ด้วยปัจจัยของน้อง ณ ช่วงเวลานั้นก็พอเข้าใจได้ว่า ทำไมน้องรู้สึกแบบนั้น 

    อินในอินไปอีก

    เสน่ห์อีกอย่างของเรื่องนี้ที่ไม่บอกไม่ได้คือ ความลึกของเนื้อเรื่องและตัวละคร

    ทุกตัวละครมีเรื่องราว มีนิสัย มีความเป็นไปเป็นมาที่ชัดเจน ตอนที่น้ำฝนอ่าน สามารถรับรู้เลยว่า ที่เขาเป็นแบบนี้เพราะเขาโตมาแบบนี้นะ แล้วที่เขาตัดสินใจไปแบบนั้นก็เพราะพื้นเพและพื้นนิสัยเขาเป็นแบบนั้นนะ แล้วไม่ได้แค่โฟกัสแค่ตัวละครเอกเท่านั้น แต่นักเขียนใส่ใจตัวละครที่เกี่ยวข้องกันด้วย ระหว่างที่กู้กงกับน้องจางเขามีสตอรี่ร่วมกัน เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ครอบครัวรอบข้างก็มีเรื่องมีราว แล้วเมื่อถึงจุดที่ต้องมาพูดจากัน พบเจอกันเลยดูธรรมชาติ ไม่ฝืน แล้วทุกอย่างดูลงตัว ปมที่เชื่อมกันดู flow เป็นเหตุเป็นผลส่งต่อกันมา เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมากับตัวละครนี้ เลยทำให้อีกตัวละครหนึ่งต้องตัดสินใจแบบนั้น แล้วก็ทำให้อีกตัวละครหรึ่งได้รับผลประโยชน์ แต่เหตุการณ์ทั้งสองสามอย่างไม่ได้ต่อกันอย่างชัดเจน อะไรแบบนี้ที่อยู่ในเรื่องดูไหลและไม่บ้ง ดี ดีมากๆ 

    แล้วก็อย่างที่บอกไปว่า ตอนแรกน้องจาง นายเอกของเรื่องเป็นชายแท้ ซึ่งการที่ชายแท้จะหวั่นไหวไปกับพระเอกได้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง การที่กว่าจะยอมรับความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ยอมรับว่าตัวเองชอบเพศเดียวกันได้นั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง การจะกล้าที่จะพูดออกไปกับคนสนิทหรือกับครอบครัวก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งในเรื่องนี้เขียนออกมาได้ดีมากๆ เขียนในแบบที่ไม่ใช่แค่นิยายวายหนึ่งเรื่อง ให้คนสองคนรักกันแล้วจบ แต่เขียนให้เห็นเป็นเรื่องราวของคนจริงๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในโลกของความเป็นจริง ในสังคมปัจจุบันจริงๆ 

    กว่าพระเอกจะล่อลวงได้ (ผิดๆๆ) ไหนจะเพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงานที่โตมาจากครอบครัวที่ต่างกัน มีความคิดและมุมมองที่ต่างกัน คนรับได้ คนรับไม่ได้ การปิดบัง การเปิดเผย การใช้ชีวิต ทั้งส่วนตัวและชีวิตการทำงาน ที่สำคัญคือเรื่องครอบครัวว่าจะทำให้ยอมรับและเข้าใจได้ยังไง 

    ทุกอย่างแทรกเข้ามาอยู่ในเนื้อเรื่องได้อย่างเป็นธรรมชาติ ถึงจะมีความนิยายไปบ้างนิดๆ หน่อยๆ ก็ตรงความได้พระเอกดีเป็นศรีแกทุกเรื่อง แต่ดี ดีจริงๆ ดูเรียล เพราะนักเขียนลงได้ลึกจนไม่รู้จะชมและอวยยังไงต่อแล้วววว

    ง่ายๆ เลยว่า นักเขียนทำให้ได้เห็นพัฒนาการของตัวละคร ทั้งเรื่องงานและเรื่องรอบๆ ตัวโดยไม่ได้โฟกัสแค่ตัวละครหลัก แล้วก็ไม่ได้ปล่อยให้ตัวละครไหนดีเด่นจนดูแบน อย่างกู้กงที่ดูเป็นตัวละครเทพสร้าง แต่ก็มีโมเม้นให้ตัวละครตัวนี้ได้พัฒนาตัวเองในจุดที่บกพร่องเหมือนกัน 

    สิ่งที่ชอบแล้วอยากจะบอกมากๆ อีกเรื่องคือช่วงที่พระเอกกับนายเอกเปิดตัวกับทุกคน

    น้ำฝนจะไม่เล่าลึกมากนะ อยากให้ไปอ่านกันมากกว่า แต่ทุกอย่าง ทุกฉาก ทุกเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการเปิดตัวดูน่ารัก และสมกับตัวละครตัวนั้นจริงๆ อย่างน้องสาวของกู้กง เธอเป็นน้องสาวที่น่ารักมาก ในจังหวะที่พี่ชายจะใช่หรือไม่ใช่ จะเป็นหรือไม่เป็น ก็ไม่มีทำให้พี่ชายตัวเองรู้สึกแย่ แต่กลับค่อยๆ สืบแบบเด็กสาวคนหนึ่ง แล้วก็เอาใจช่วยแบบน่าเอ็นดู แม่ของน้องจางที่เป็นสาววายก็เป็นอีกตัวละครที่น่าสนใจ ความเป็นสาววายก็เรื่องหนึ่ง ความเป็นแม่และเป็นภรรยาก็อีกเรื่องหนึ่ง ในวันที่ตัวเองรู้ก็ต้องมีจังหวะทำใจหรืออะไรยังไงก็เขียนออกมาได้ดีงาม ที่ประทับใจก็ตอนกู้กงสารภาพกับครอบครัว อยากจะปาดน้ำตามาก ครอบครัวกู้เป็นครอบครัวที่น่ารักมากจริงๆ รู้แล้วว่าทำไมลูกชายและลูกสาวถึงดีงามแบบนี้ 

    อยากให้อ่านกันจังเลยยยยยยย

    มาถึงความน่าหมั่นไส้ของเรื่องกันค่ะ

    ซีนความรักพระ/นาย

    ถ้าเคยอ่านนิยายเรื่องอื่นของนักเขียนท่านนี้มา ก็น่าจะรู้ว่านักเขียนเขาจะแทรกความน่ารัก ชวนขำ หรือจังหวะตบมุกแบบโบ๊ะบ๊ะได้อย่างเป็นธรรมชาติและน่าเอ็นดู เรื่องนี้ก็ไม่พลาด น้องจางเขาจะมีความคิดที่ชวนให้ขำปนเอ็นดูตลอด แล้วพอมามีซีนเลิฟๆ เธอเอ๊ยยยยย อยากจะบิดผ้าให้ขาด หยิกเอวกู้กงด้วยความหมั่นไส้ เบ้ปากมองบนจนปวดตา ก็ทำให้หยุดความอิจฉาตาร้อน หยุดความหมั่นไส้น้องจางที่ได้แฟนแบบกู้กงไม่ได้

    น้ำฝนอยากได้แบบนี้บ้าง!!

    ตอนอ่านเล่มแรกไม่เท่าไร มีความแอบจีบกันให้ดูน่ารัก ชวนให้อมยิ้มบ้าง มีแอบกรี๊ดเบาๆ ตีขาไปมาด้วยความลุ้น (เมื่อไรจะเป็นแฟนกันสักที!!) ความอยากได้ยังไม่มี พอเข้าเล่มสอง เริ่มแหละ ความอยากได้เริ่มมา อ่านเล่มสาม ความรู้สึกอยากได้มาอีกแล้ว มามากกว่าเดิมด้วย มือเริ่มสั่น ยิ่งพออ่านเล่มสี่ โอ๊ยยยย จะเอา!! จะเอาแบบนี้!! มีคนเป็นๆ แบบนี้ไหมมมม ส่งมาให้ที!!!

    พระเจ้าคะ น้ำฝนอยากได้แบบกู้เซียวค่ะ ใส่ออฟชั่นชายแท้แล้วส่งมาให้หน่อยค่ะ อยากได้มาก!!! 

    กู้กงดียังไง อ่านค่ะ ไปหาอ่านเลยค่ะ 

    แต่กระซิบเบาๆ ว่า ฉลาด เรียนเก่ง ทำงานดี ทำอาหารเก่งด้วย เนี่ย วัตถุดิบชั้นดีเลย ไหนจะตอนง้อหรืออ้อนแฟนในแบบที่ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงให้หายทะเลาะกัน เป็นอะไรที่อ่านแล้วปวดใจ ดูน่าสงสาร แต่ก็อยากได้แบบนี้ ไหนจะ... พอๆ ไปอ่านเถอะ จะได้ซึมซับกันเองว่ากู้กงดีมากแค่ไหน เจา!!

    เดี๋ยวจะหาว่าอวยอย่างเดียว ความเสียดายของเรื่องนี้มีอยู่ 

    น้ำฝนอยากอ่านความรู้สึกแรกของพระเอกบ้าง เรื่องราวในเรื่องจะโฟกัสที่ตัวน้องจางอย่างเดียว มีมุมมองของพระเอกแค่ตอนสั้นๆ ไม่กี่ตอนแทรกๆ อยู่บ้าง ซึ่งเป็นการแทรกที่พระเอกนางรู้ตัวอยู่แล้วว่าชอบคนนี้ เล็งคนนี้ แต่สับสนตัวเองอยู่ ซึ่งก็อยากอ่านเหมือนกัน แต่อยากรู้ช่วงที่รู้ตัวเองว่าชอบคนนี้ด้วย แล้วก็อยากรู้แบบชัดเจนว่า ในห้องนอนพักนั้นเกิดอะไรขึ้น ถึงจะทิ้งให้สาววายที่อ่านอยู่จินตนาการกันเอาเองแต่เค้าก็อยากรู้ความจริงเหมือนกันนะ บ้าบอ~~ //ปิดหน้าเขิน

    จริงๆ ถ้าถามว่าเนื้อเรื่องตอนนี้สมบูรณ์ไหม สำหรับน้ำฝน คิดว่าสมบูรณ์แล้ว ทุกอย่างดีงาม สนุก อิ่มเอมใจ จนเต็มไปหมดทั้งความรู้สึก ไม่ได้ขาดอะไรไป ถึงนักเขียนจะแจ้งว่ายังขาดไปบางจุด แต่สำหรับน้ำฝน ทุกอย่างครบ จบสมบูรณ์แล้วจริงๆ แต่... มีต่ออีกนิดอีกหน่อยก็ดี ตอนพิเศษอีกสักตอนสองตอนไรงี้ มีเสริมมุมมองพระเอกอย่างที่น้ำฝนบอกไปก็เริ่ดนะ 

    ลึกๆ ที่เสียดายนู้นนี่คือยังไม่อยากให้จบแหละ ยังอยากอ่านต่อ... งอแงไปตามภาษา

    สรุปเลยเดี๋ยวจะอวยยาวไปมากกว่านี้

    น้ำฝนบอกเลยนะว่า ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะดีต่อความรู้สึกที่ได้อ่านขนาดนี้ ดีมากๆ จริงๆ เป็นนิยายที่ประทับใจ อยากให้ลองอ่านกัน 4 เล่มเหมือนจะเยอะ แต่พอได้อ่านคือเพลินมาก เนื้อเรื่องพาให้เราไหลไปกับเรื่องราว ไปกับการเติบโตและพัฒนาการของตัวละครจริงๆ นอกจากได้ความน่ารัก ความฟิน ความสนุก ยังมีอีกหลายอย่างมากที่จะได้จากการอ่านนิยายเรื่องนี้ ดีจนไม่รู้จะอธิบายยังไงให้ทุกคนเข้าใจ แต่อยากแนะนำจริงๆ 

    ใช่ๆ รู้สึกเหมือนตอนอ่านเรื่อง ชีวิตแฟนปลอมๆ ของไอดอลมหาลัย เลยที่ว่า มีแต่ความน่ารักเต็มไปหมด อ่านแล้วอารมณ์ดี แล้วอารมณ์ดีจริงๆ 

    อ่านเถอะ มาอ่านกัล~~


    P.S.
    → อวยเยอะเหมือนเขาจ้าง เปล่าจ้า อวยเยอะเพราะอยากได้ผู้แบบกู้กง พระเจ้าช่วงส่งมาให้สักคนหน่อยค่ะ จะเอาแบบนี้!
    → เพิ่งสังเกตปกตอนถ่ายรูปรีวิว ทำออกมาเหมือน 4 ฤดูเลย สวยยยยย

    More.
    → Goodreads

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in