หลังอ่าน Yaoiหลังอ่านของน้ำฝน
บทตัวร้าย ช่างยากนัก : Yi Yi Yi Yi


  • ชื่อหนังสือ : บทตัวร้าย ช่างยากนัก - 穿越成反派要如何活命
    ผู้แต่ง : Yi Yi Yi Yi -伊依以翼
    ผู้แปล : วลีพัด
    สำนักพิมพ์ : Taisei Books
    พิมพ์ครั้งที่ : 1 (สิงหาคม 2563)
    จำนวนหน้า : 926 หน้า (463+463)
    คำโปรย : เมื่อลืมตาขึ้นมา เซียวอวี่อัน ก็พบว่าตนเองไม่ได้อยู่โลกเดิมแล้ว
    รายละเอียด : เมื่อลืมตาขึ้นมา "เซียวอวี่อัน" ก็พบว่าตนเองไม่ได้อยู่โลกเดิมแล้ว แต่เขาก็ไม่คาดคิดว่าโลกใหม่ของเขาจะเป็นโลกในนิยายเรื่องนั้น เรื่องที่ได้อ่านก่อนที่จะจบชีวิตลง อีกทั้งยังโผล่มาเป็นตัวร้ายที่ต้องตายอย่างอนาถอีก!
    เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ และตามติดชีวิตรักของ "เยี่ยนเหอชิง" พระเอกผู้ที่จะครอบครองฮาเร็มสาวพันนาง อนาคตฮ่องเต้ผู้รวมแผ่นดินสี่แคว้นเป็นหนึ่งเดียว เขาจึงต้องยื่นไมตรีเอาไว้ และปฏิบัติตัวเป็นฮ่องเต้ผู้ทรงธรรมอย่างเคร่งครัด แต่ถึงอย่างนั้น เรื่องราวมันกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ข้าแต่ประโยคเด็ดสามร้อยข้อแห่งประธานจอมเผด็จการทำไมคุณพระเอกถึงเล่นไม่ตรงบทเลยล่ะ!!


    ✿ หลังอ่านของน้ำฝน

    ตอนที่เห็นเรื่องนี้ครั้งแรก น้ำฝนลังเลใจที่จะอ่านมากเพราะเข้าใจไปเองว่าน่าจะคล้ายๆ กับเรื่อง #ตัวร้ายอย่างข้าจะหนีเอาตัวรอดยังไงดี ที่น้ำฝนชอบมาก เลยไม่อยากอ่านเรื่องแนวใกล้เคียงกันเพื่อเปรียบเทียบกัน แต่เมื่อปีที่แล้วน้ำฝนไถ่ทวิตเตอร์แล้วเจอ #เซียวเซียวเยี่ยนเยี่ยน ที่เป็นแอชแท็กของคนที่นำการ์ตูนจากม่านฮวาที่มาจากนิยายเรื่องนี้มาแปลไทยให้อ่าน น้ำฝนก็ลองอ่านดูแล้วน่าสนใจ การ์ตูนภาพสวย เนื้อเรื่องโอเค เลยหยุดอ่านการ์ตูนแปล มาหยิบจับนิยายอ่านแทนหลังจากลังเลมานาน

    เรื่องนี้เป็นเรื่องของ 'เซียวอวี่อัน' ประธานบริษัทที่ใช้ชีวิตตามความคาดหวังของครอบครัวจนพบว่าเขามีโรคร้ายที่รักษาไม่หาย จนเมื่อลืมตาขึ้นมาหลังจากที่คิดว่าตัวเองต้องตายกลับพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของใครอีกคนที่ไม่ใช่ตัวเอง และไม่ใช่การย้อนอดีต ข้ามอนาคต แต่เป็นการข้ามมิติมาอยู่ในเรื่องราวของนิยายที่เขาเพิ่งอ่านไป ที่สำคัญตัวละครที่เขามาสิงร่างนี้ยังเป็นตัวร้ายที่ต้องพบจุดจบอันแสนทรมานด้วย เขาเลยคิดว่าไหนๆ ก็ได้ชีวิตใหม่กลับมา แถมยังรู้อนาคตของตัวเองและคนอื่นๆ เขาก็ขอใช้ชีวิตในคุ้มค่า เอาตัวรอดไปวันต่อวัน และอย่าให้ตัวเองต้องตายอย่างอนาถเกินไปก็พอ 

    และการที่เซียวอวี่อันมาอยู่ในนิยายที่คิดว่าตัวเองรู้ตอนจบ มองในมุมของคนนอกเลยทำให้เรื่องราวเปลี่ยนแปลงไปในแบบที่ตัวเองคาดเดาได้ยาก ยิ่งกับพระเอกของเรื่องที่ตอนแรกเขาเกรงกลัวจนเกือบจะหยิบดาบมาฆ่าทิ้งเพราะกลัวว่าจะถูกอีกฝ่ายฆ่าในอนาคต แต่ก็หักใจทำร้ายไม่ได้ด้วยเพราะไม่ได้มีนิสัยแบบนี้เลยเปลี่ยนใจ ช่วยเหลือ ดูแล และยื่นมิตรภาพให้ และไม่ใช่กับแค่พระเอก แต่กับตัวละครอื่นๆ ที่ตัวเองพบเจอและสนิทด้วย

    บอกตรงๆ เลยว่า เพราะอ่านที่เป็นฉบับการ์ตูนมาก่อน ทำให้อ่านนิยายในช่วงแรกแบบเรื่อยๆ เพราะค่อนข้างเหมือนกันแบบไม่มีหลุดไปเลย ดีที่น้ำฝนรู้จักตัวเองดี หยุดอ่านการ์ตูนไปแล้วมาหยิบนิยายอ่าน ไม่งั้นตอนอ่านนิยายเรื่องนี้อาจจะหมดสนุกไปได้ 

    ถามว่าเรื่องนี้สนุกไหม?

    ก็เรียกว่าเป็นนิยายที่อ่านได้แบบเพลินๆ ไม่ได้ทำให้ว๊าว แต่ก็ไม่ได้น่าเบื่อจนต้องเทกลางทาง ถึงเซียวอวี่อันจะพูดมากจนดูเพ้อเจ้อไปบ้าง แต่บางจังหวะของชีวิตเขาก็มีมุมที่ทำให้เรารู้ว่าเขากดดันจนสุดทางและพยายามในแบบของตนแล้วจริงๆ 

    น้ำฝนชอบซีนดราม่าในเรื่องที่ทำออกมาได้บีบความรู้สึกและสะเทือนใจได้จริง ถึงจะมาไวไปไวแต่ทุกครั้งที่มาซีนนี้ก็ทำให้น้ำฝนรู้สึกอินไปด้วย ประทับใจเลย 

    เล่ามาตั้งนานยังไม่ได้บอกถึงความพระเอกในเรื่อง 

    พระเอกเป็นคนคลั่งรักที่ยึดมั่นถือมั่นคนหนึ่ง ขอยกประโยคหนึ่งในนิยายมาเลย เพราะอ่านแล้วสงสารนางมาก

    "รอยยิ้มนั้นเป็นเคราะห์ของเขา กรรมของเขา บาปของเขา เป็นคุกที่เขาวาดขึ้น เป็นรักล้ำลึกตัดอายุขัย" 
    Book.1 Page.439

    เนี่ย พ่อคนคลั่งรัก พ่อคนน่าสงสาร ไม่น่าไปหลงรักนายเอกเลยจริงๆ พอเขารู้ว่ารักเขาก็พร้อมจะทำทุกอย่างให้แม้แต่การตัดใจในวันที่นายเอกผลักไส แล้วพอกลับมาพบกันอีกครั้งก็แทบจะทำร้ายตัวเองเพียงแค่อยากขยายเวลาเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง แล้วยิ่งต้องทนพบและจากติดๆ กันอีกก็เหมือนจะยิ่งบีบความรู้สึกให้คนคลั่งรักกลายเป็นคนขี้ระแวง พระเอกเลยเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องแล้วจริงๆ อยากจะลูบหัวปลอบใจทุกครั้งที่นางเจอบทปวดใจ

    ความพระเอกของเรื่องนี้เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้น้ำฝนอ่านเรื่องนี้จนจบนะ เพราะว่าช่วงหลังๆ ของเรื่องดูจะแฟนตาซีไปสักนิด ไหนจะเป็นการฝันย้อนเวลาที่เข้าใจว่าใส่มาเพื่อเป็นแฟนเซอร์วิส ไหนจะสลับไปมา เลยไม่ได้รู้สึกประทับใจมากเท่าไร บวกกับผิดหวังกับการเขียนเชิงอรรถที่ค่อนข้าง... ทำให้รู้สึกไม่ค่อยดี

    ขอพิมพ์อธิบายตามในหนังสือเลยนะ
    - 'เคะหมายถึงฝ่ายรับ ขณะที่ 'เมะจะหมายถึงฝ่ายรุก
    BDSM ว่าเป็นตัวย่อของกิจกรรมทางเพศแบบรุนแรง

    สองหัวข้อนี้เป็นคำอธิบายเชิงอรรถของเรื่องที่น้ำฝนมองว่าเป็นการอธิบายคำที่ดูความรับผิดชอบไปหน่อยและมองว่าผู้ทำหนังสือตัดสินใจแล้วว่านักอ่านทุกคนมีความรู้เท่ากันหมด เลยใส่ข้อมูลมาแบบนี้ 

    อย่างคำว่า เคะ กับ เมะ อันนี้ยอมรับได้ว่าการอธิบายแบบที่สื่อออกมานั้นถูกต้องชัดเจน ไม่ต้องตีความอย่างภาษาต้นฉบับ แต่อย่างน้อยๆ ก็ควรจะให้ข้อมูลหน่อยว่า คำสองคำนี้มาจากภาษาอะไรและมีคำเต็มมาจากคำว่าอะไร ถ้านักอ่านหรือผู้รับสารท่านอื่นมาอ่าน อาจจะเข้าใจไปแล้วว่าสองคำนี้มาจากภาษาจีน เพราะนิยายเรื่องนี้แปลจีน ซึ่งก็ทำให้นักอ่านที่รับข้อความนี้ไปรับรู้ข้อมูลที่ครึ่งๆ กลางๆ คือรู้คำแปล แต่เข้าใจผิดเรื่องภาษา ไม่ได้รู้ที่ถูกต้องทั้งหมด

    อีกเรื่องที่ทำให้รู้สึกไม่โอเคอย่างมากคือเรื่องคำจำกัดความที่อธิบายตรงเชิงอรรถว่า BDSM คือ กิจกรรมทางเพศแบบรุนแรง อันนี้คือทำเอาหัวร้อน ถ้านักอ่านที่เขาอ่านไปเขาไม่มีความรู้เรื่องนี้มาก่อน อาจจะตัดสินใจไปแล้วว่า BDSM เป็นความรุนแรง ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วเป็นกิจกรรมทางเพศในแบบที่สวมบทบาทกันเท่านั้น ส่วนรุนแรงหรือไม่แล้วแต่รสนิยมแต่ละคน ถึงแม้จะเป็นกิจกรรมทางเพศแบบปกติก็สามารถรุนแรงได้ ถูกต้องไหม? 

    ขนาดข้อมูลใน wikipedia ของไทยที่มีคนสามารถแก้ไขได้ ยังลงความหมายในแบบที่ถูกต้องได้ แล้วทำไมสำนักพิมพ์ที่ทำหนังสือนิยายไม่สามารถทำได้?

    น้ำฝนก็ไม่แน่ใจว่าคนที่กำหนดเชิงอรรถแบบนี้ ให้ความหมายของคำในลักษณะนี้เป็นนักเขียน นักแปล หรือทีม บ.ก. แต่ก็ถือว่าทำให้ผู้รับสารส่วนหนึ่งที่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้ไปแล้วก็รับข้อมูลผิดๆ ไปแล้วส่วนหนึ่ง ซึ่งไม่แน่ใจว่าในส่วนนั้นจะจำข้อมูลนั้นไปแบบผิดๆ หรือไม่ แต่ก็ถือว่ารับสารแบบนั้นไปแล้ว

    ตามความคิดส่วนตัว เชิงอรรถไม่ต้องละเอียด ไม่ต้องหนา ไม่ต้องกินเนื้อที่หน้าหนังสือมาก อธิบายไม่ต้องเยอะ ไม่ต้องเล่าประวัติศาสตร์ของคำ ภาพประกอบไม่ต้องมีก็ได้ แต่ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน รวมถึงไม่ทำให้คนเข้าใจผิด รวมถึงไม่ตัดสินว่าคนอ่านต้องมีพื้นฐานมาก่อน ถึงคำๆ นั้นจะไม่มีผลต่อโครงเรื่องหลังก็ตาม

    ที่น่าผิดหวังอีกเรื่องคือ การทำนิยายออกมาแล้วเขียนเชิงอรรถมาแบบนี้ สื่อให้รู้ว่าคนทำหนังสือยังมองว่าหนังสือนิยายก็แค่หนังสือนิยาย ไม่ใช่หนังสือหนึ่งเรื่องที่ไว้อ่านและให้อะไรกับนักอ่านได้มากกว่าความสนุกหรือความฟิน จากใจคนที่เรียนคำภาษาไทยหลายคำจากการอ่านนิยาย เรียนรู้เรื่องต่างๆ มาจากการอ่านนิยาย รวมถึงรู้ว่า BDSM แท้จริงแล้วคืออะไรก็มาจากนิยาย(เรื่องอื่น) หนังสือนิยายให้อะไรได้มากกว่าความสนุก ความฟิน และจินตนาการ ถ้าคนทำหนังสือยังมองว่านิยายก็แค่นิยาย ผลที่ออกมาก็แค่หนังสือหนึ่งเรื่องที่มองออกว่าคนทำหนังสือไม่ได้ใส่ใจและไม่เห็นคุณค่าของหนังสือมากพอ

    เอาเป็นว่า นิยายเรื่องนี้สนุกค่ะ ครบรส มีหวานให้อิจฉาในความคลั่งรัก มีตลกขบขันให้นึกเอ็นดู มีเศร้าในสะเทือนใจ แต่โดยรวมคืออ่านได้เพลินๆ ถ้าอ่านในม่านฮวามาก่อนอาจจะทำให้หมดสนุกไปได้ แนะนำว่าอ่านนิยายก่อนดีกว่า 

    ส่วนเรื่องเชิงอรรถที่บอกไป ไม่กระทบเนื้อเรื่องหลังนะคะ ไม่ได้ทำให้อ่านแล้วติดขัดอะไร สำหรับบางคนอาจจะไม่สนใจหรืออาจจะไม่นึกถึงด้วยซ้ำเพราะเป็นจุดที่นิยายชูโรงให้นักอ่านรู้สึกสนุกไปกับเรื่องราวและความนึกคิดของนายเอก แต่บังเอิญน้ำฝนค่อนข้างเรื่องมากแล้วดันเป็นคำที่ตัวเองรู้จักมาก่อน เลยขอพิมพ์ทิ้งไว้สักหน่อยเท่านั้น
     
    หวังว่าจะเข้าใจกัน

    P.S.
    → ผิดหวังนิดหน่อย แต่ก็ทำเอาหยุดอ่านนิยายไปหลายวันเลยแหละ

    More.
    → Goodreads


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in