หลังอ่าน Yaoiหลังอ่านของน้ำฝน
ลิ่วเหยา : พีต้า


  • ชื่อหนังสือ : ลิ่วเหยา - 六爻 - Liu Yao
    ผู้แต่ง : พีต้า - Priest
    ผู้แปล : Bou Ptrn
    สำนักพิมพ์ : Rose
    พิมพ์ครั้งที่ : 1 (มกราคม 2563)
    จำนวนหน้า : 1,156 หน้า (383+372+401)
    คำโปรย : โชคซะตาทำให้เฉิงเฉียนและชายแปลกหน้าได้พบพานกลายเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนัก และลิขิตพวกเขาให้เป็น ผู้ร่วมลิขิตฟ้า ร่วมชะตากรรม
    รายละเอียด : เหยียนเจิงหมิง ศิษย์พี่ใหญ่ผู้มีชาติกำเนิดร่ำรวยสูงส่ง เมื่อตอนอายุเจ็ดขวบหนีออกจากบ้านแล้วถูกอาจารย์ที่เจ้าเล่ห์เพทุบายเก็บได้ ต่อมาก็กลายเป็น "ที่พึ่งของสำนัก" "ผู้สนับสนุนของเจ้าสำนัก" และ "ศิษย์เอกเปิดขุนเขาแห่งสำนักฝูเหยา" เขาเป็นบุรุษรูปงามที่มีผมสีดำยาวสยาย เป็นคุณชายเหยียนผู้ไม่เอาไหน เจ้าสำอาง หลงตัวเอง ปากร้าย จนบรรดาศิษย์น้องแอบเรียกว่า "เจ้าแม่" แต่ในยามคับขันเขาคือศิษย์พี่ใหญ่ที่พึ่งพาได้
    เฉิงเฉียน ศิษย์คนที่สามของสำนักฝูเหยา เป็นเด็กฉลาด ความจำดี มีใบหน้าน่ารักแต่เย็นชา รูปร่างเจริญเติบโตเชื่องช้าตามอายุไม่ทัน เขาสุขุมรอบคอบ ขยันหมั่นเพียร เห็นตนเองเป็นคนงานน้อย ข้ารับใช้น้อย...เพียงแต่คนในครอบครัวไม่เคยเห็นเขาเป็นบุตรชาย ดังนั้นเมื่อถูกขายเขาจึงตามชายแปลกหน้าท่าทางเหมือนนักต้มตุ๋นไปจนถึงเขาฝูเหยา และได้พบกับศิษย์พี่ศิษย์น้อง "ผู้ร่วมลิขิตฟ้า ร่วมชะตากรรม"


    ✿ หลังอ่านของน้ำฝน

    นั่งทำใจมาครึ่งวัน หลังจากที่อ่านจบไปเมื่อวาน ก็ได้ฤกษ์พิมพ์หลังอ่านจากเรื่องนี้สักที

    ก่อนตัดสินใจอ่านก็มีคนเตือนน้ำฝนนะว่าเรื่องนี้อ่านยาก น้ำฝนก็ทำใจแล้วประมาณหนึ่ง คิดว่าที่มีคนเตือนว่ายาก อาจจะเป็นเรื่องศัพท์ยาก น้ำฝนที่คลังคำศัพท์น้อยก็น่าจะอ่านได้แหละ คำไหนไม่เข้าใจค่อยเปิดหาความหมายเอา แต่พอได้มาอ่านจริง ๆ รู้เลยว่าเป็นความยากที่มากกว่านั้นไปอีก

    ก่อนที่จะอธิบายความยากของนิยาย ขอเล่าเนื้อเรื่องก่อน

    เรื่องนี้เป็นนิยายแนวเทพเซียน โดยเริ่มจากชีวิตวัยเด็กของเฉิงเฉียน ที่เกิดเป็นลูกชายคนกลางของครอบครัวที่ยากจน พ่อไม่สนใจ แม่ไม่แคร์ มีเพียงพี่ชายที่คอยพูดคุยกันได้ ส่วนน้องคนสุดท้องที่เพิ่งเกิดยังไม่สามารถเล่นกับเขาได้ ชีวิตประจำวันคือทำงานบ้านเกือบทุกอย่างภายในบ้านแทนพ่อกับพี่ชายที่ออกไปทำงานหาเงินนอกบ้าน ส่วนแม่ก็ต้องดูแลน้องคนเล็ก บางเวลาก็ไปแอบหาความรู้ด้วยการปีนไปแอบฟังตามต้นไม้ และฝึกเขียนในจินตนาการ

    แต่แล้ววันหนึ่ง ชีวิตเขาก็เปลี่ยนเพราะถูกขายให้กับชายแปลกหน้าที่อ้างตัวเองว่าเป็นเจ้าสำนักที่บอกว่าเขาเหมาะสมกับการร้ำเรียนวิชาเซียน เขาไม่มีความผูกพันหรือความอาลัยให้กับครอบครัวของตัวเองเลย ในวันที่จับมืออาจารย์ น้ำตาสักหยดก็ไม่มี เพียงแค่รู้สึกว่าตัวเองได้สลัดคำว่าครอบครัวออกจากชีวิตไปอยู่กับคนแปลกหน้าเท่านั้น

    ตลอดการเดินทางกลับสำนักฝูเหยาที่ดูเหมือนจริง ดูเหมือนไม่จริง จนเขาไม่แน่ใจแล้วว่าอนาคตต่อจากนี้ของตัวเองกำลังจะไปในทิศทางไหนกันแน่ อาจารย์ก็ได้เก็บเด็กชายยาจกอีกคนมา แลวบอกกับเขาว่าเด็กคนนี้คือศิษย์น้องของเขา พวกเรากำลังกลับสำนักด้วยกัน เขาเริ่มปลงตก สำนักฝูเหยาอาจจะเป็นแค่สำนักต้มตุ๋นสำนักหนึ่งก็ได้ ทำไมถึงรับศิษย์อย่างง่ายดายแบบนี้ 

    แต่ในวันที่ถึงสำนักจริง ๆ เขากลับพบว่าอาจารย์ไม่ใช่แค่ชายแปลกหน้าเท่านั้น เขากลับมาพลังบางอย่างจริง ๆ ที่ทำให้เขารู้ว่า สำนักฝูเหยาไม่ได้เป็นสำนักต้มตุ๋น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ศิษย์พี่อีกสองคนก็ไม่ทำให้เขาประหลาดใจมากนัก ขนาดอาจารย์ยังดูเหมือนนักต้มตุ๋นขนาดนี้ กับแค่ศิษย์พี่ใหญ่ที่เป็นคุณชายเอาแต่ใจ ขี้เกียจ รักสวยรักงามและร่ำรวยจนดูเกินพอดี กับศิษย์พี่รองที่สายตาดูเจ้าเล่ห์ ชอบหาอะไรแปลก ๆ มาทดลอง วันเวลาต่อไปในสำนักนี้คงไม่น่าเบื่อเกินไปนัก

    วันเวลาผ่านไป เฉิงเฉียนขยันและร่ำเรียนวิชาอย่างตั้งใจ มีเวลาหน่อยก็ฝึกวิชา ถ้าว่างก็หาตำราอ่าน มีชีวิตอยู่กับการทนดูศิษย์พี่ใหญ่ขี้เกียจและลับฝีปากกันทุกวัน ดูศิษย์พี่สองกับศิษย์น้องแอบทำเรื่องลับหลังอาจารย์ เป็นเด็กดีที่เย็นชาเสมอต้นเสมอปลาย ใช้ชีวิตอยู่ในสำนักอย่างสงบสุข จนเกิดเรื่องราวที่เป็นก้าวแรกให้เขาก้าวออกจากสำนักจนได้รับศิษย์น้องหญิงที่เป็นลูกครึ่ง ได้พบกับบุคคลในตำนานที่เป็นที่กล่าวขวัญ จนต้องออกจาก safe zone ของตัวเอง 

    การออกจาก safe zone คือการที่อาจารย์ พาศิษย์ทุกคนไปเกาะเพื่อแลกเปลี่ยนวิชาตามวิถีเซียน แต่ก็ไม่คาดคิดว่าการปิดสำนักเพื่อเดินทางหาประสบการณ์ครั้งนี้ จะเป็นการปิดที่ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไร และเป็นการเปลี่ยนชะตากรรมของทุกคนในสำนักฝูเหยาอย่างแท้จริง

    อย่างที่น้ำฝนบอก เรื่องนี้อ่านยาก พิมพ์ว่ายากหลายรอบมากเพราะยากจริง ๆ น้ำฝนไม่เคยอ่านนิยายแล้วไมเกรนขึ้นมาก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่อ่านแล้วรู้สึกว่าดูดพลังงานไปเยอะมาก และปวดหัวไมเกรนแบบจริงจังมากเหมือนกัน

    ยอมรับว่าการใช้ภาษาในเรื่องค่อนข้างสวย แต่สำนวนที่เรียบเรียงมาทำให้สมองไม่ได้พักเลยจริง ๆ ความยากของสำนวนในเรื่องคือการอ่านที่ต้องทำความเข้าใจในประโยคก่อนจะเข้าใจในเนื้อเรื่อง เหมือนการแปลจากไทยเป็นไทยอีกทีเพื่อให้เข้าใจจริง ๆ ว่าตัวละครรู้สึกยังไง คิดอะไร ต้องการทำอะไร หรือนักเขียนต้องการสื่ออะไร เนื้อเรื่องและปมที่ซ่อนอยู่คือตรงไหน จุดไหน โดยที่น้ำฝนไม่สามารถอ่านแล้วเข้าใจได้เลยในทันทีที่อ่าน ต้องคิดตามตลอด บางย่อหน้าถึงกับต้องกลับไปอ่านวนมากกว่าสามรอบเพื่อให้เข้าใจประโยคนั้นแบบจริงจัง ไม่ได้แบบปล่อยผ่าน ไม่ให้ไมเกรนขึ้นยังไงไหว อ่านนิยายภาษาอังกฤษยังไม่ดูดพลังและใช้สมองเท่าเรื่องนี้เลย ฮืออออ

    และการเป็นแบบนั้น ทำให้ความสนุกในการเสพเนื้อหาและสิ่งที่นักเขียนต้องการจะสื่อลดลง ขาดแรงจูงใจที่ทำให้อยากจะเปิดอ่านหน้าต่อไปด้วย

    อย่างในเล่มแรกของเรื่องที่เป็นการเล่าถึงช่วงวัยเด็กของเฉิงเฉียน และการใช้ชีวิตในสำนักฝูเหยากับศิษย์พี่และศิษย์น้อง การปฏิบัติกับคนรอบข้าง และคนรอบข้างปฏิบัติต่อเขายังไง ปูพื้นฐานความรู้เรื่องราวของโลกเซียนให้กับนักอ่าน ซึ่งช่วงนี้มีเหตุการณ์ที่ทำให้ตื่นเต้นบ้างจากความเรียบเฉยและเฉยชาของเนื้อเรื่อง แล้วกว่าจะถึงจุดหลักของเรื่องที่เริ่มมีความเข้มข้นของเนื้อหา จุดเปลี่ยนของตัวละคร และปมที่กระตุ้นความรู้สึกอยากอ่าน เริ่มมีความน่าสนใจ ก็ต้องผ่านความยากลำบากในการอ่านก่อน ทำเอาอยากร้องไห้จนอ่านจบ

    แต่พบเข้าเล่มสองอาจจะเพราะสั่งสมประสบการณ์มาจากเล่มแรกหรืออาจจะเพราะคุ้นชินกับสำนวนแล้ว ทำให้รู้สึกอ่านได้สะดวกขึ้น และอ่านได้ไวขึ้นกว่าเล่มแรก เล่มถึงเป็นช่วงที่มีสีสันมากกว่าเดิม เพราะมีเรื่องของความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง ตัวละครผ่านการเจริญเติบโตการภาวะความกดดันจากสถาณการณ์ที่พาไป ผ่านวัยเยาว์ ผ่านสุข ผ่านเศร้า ผ่านการจากเป็นและผ่านการจากตาย ทุกคนเติบโตขึ้น ทุกคนที่แนวทางของตัวเองมากขึ้น มีฉากให้ซับหัวตาในจุดของการพรากจาก ปริศนาบางอย่างที่ทิ้งปมไว้ในเล่มแรกเริ่มผลีดอกออกผลเริ่มขมวดเข้าหากันทีละอย่างผ่านการเดินทางของตัวละคร 

    และใช่ค่ะ พอเริ่มชินกับความยากของสำนวนแล้ว การอ่านแบบสแกนก็เริ่มมีในเวลาต่อมา ส่วนหนึ่งเพราะน้ำฝนอยากอ่านให้จบแต่ไม่อยากปวดไมเกรนแล้ว จุดที่จะโฟกัสจะโฟกัส บางจุดที่ไม่เข้าใจไม่ไหวจริง ๆ จะปล่อยผ่าน ฉันยอมแพ้แล้วววว

    เข้าสู่เล่มที่สาม ซึ่งเป็นเล่มจบของเรื่องที่ทำให้เรื่องราวตั้งแต่รุ่นปรมาจารย์จนถึงมาถึงรุ่นปัจจุบันมาบรรจบกัน และความจริงของสิ่งที่ทุกคนเสาะแสวงหาคืออะไร ซึ่ง หลังจากที่อ่านจนจบ เข็นตัวเองมาจนถึงหน้าสุดท้าย ผ่านความยากลำบากมาพอ ๆ กับการบำเพ็ญเพียร ก็มาพบว่าจุดจบของตัวละครบางตัวนั้นเรียบง่ายเกินไป เป็นตอนจบที่ถามตัวเองว่า ฉันอ่านมาถึงตอนจบจริง ๆ แล้วเหรอ พี่เขาจะจบแบบนี้จริง ๆ ใช่ไหม //เหม่อ ถึงตอนพิเศษจะทำให้เรื่องราวบางอย่างดูสมบูรณ์ขึ้น แต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกว่าเรื่องนี้จบโดยสมบูรณ์แบบแท้จริง

    น้ำฝนคิดว่า นักเขียนอาจจะอยากให้เป็นนิยายที่ไร้จุบจบ เหมือนกับวิถีชีวิตของเสี่ยวเฉียนและบรรดา ศิษย์พี่ ศิษย์น้องในสำนักก็ได้ ... มั้ง

    จบกันที่เรื่องราวของนิยาย และเรื่องราวการอ่านของน้ำฝน มาถึงเรื่องความรักของคู่พระเอกกับนายเอก

    ถึงจะอ่านยาก แต่น้ำฝนยอมรับว่าตัวละครมีความน่าสนใจอยู่บ้าง ในส่วนของศิษย์พี่ใหญ่ที่น้ำฝนไม่คาดคิดเลยว่าจะจะได้อ่านเมะของเรื่องที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงขนาดนี้ เมะราชีนีคือศิษย์พี่ใหญ่อย่างแท้จริง ส่วนเสี่ยวเฉียนที่มีความเย็นชา แต่พอมีใครมาแตะจุดเดือดของตัวเองก็พร้อมพุ่งชน เป็นเคะที่พูดน้อยแต่แสดงออกอย่างชัดเจน มีความเกี้ยวพาราสีอีกฝ่ายเองเพราะเป็นคนตรง ๆ บวกกับอีกฝ่ายเป็นคนขี้งอนแต่หลงตัวเอง เลยมีซีนให้ขำและเอ็นดูหลายครั้ง น้ำฝนคิดว่าความพระเอกนายเอกของเรื่องนี้มีความเป็นธรรมชาติ อาจจะเพราะทั้งคู่เติบโต และร่ำเรียนมาด้วยกัน จนเกิดเรื่องราวให้เป็นปมในใจ ต่างฝ่ายต่างรู้สึกต่อกันและกัน ผ่านการรับรู้และยอมรับความรู้สึกของตัวเอง จนเกือบจะหาทางออกให้กับตัวเองเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเดือดร้อน และสุดท้ายก็ก้าวข้ามผ่านขนบและกรอบความคิดของตัวเองเพียงเพราะอยากจะอยู่ร่วมกัน อยากมีความสุขร่วมกัน

    ถ้ามองในภาพรวมของเรื่องก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจเรื่องหนึ่ง ให้ข้อคิดได้ดี ตัวละครน่าสนใจ มีจุดที่ทำให้อมยิ้ม มีซีนซับหัวตา แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะอยากกลับไปอ่านซ้ำอีก น้ำฝนไม่มีตัวละครที่ชอบเป็นพิเศษ ไม่มีจุดที่ทำให้ประทับใจจนอยากจะเอามาบอกต่อ ไม่มีซีนที่ทำให้ว๊าวจนอยากจะบอกกล่าวต่อคนอื่นนอกจากจะบอกว่าอ่านยาก ซึ่งเป็นสิ่งเดียวจริงๆ ที่ถ้าใครถาม น้ำฝนก็จะบอกแบบนี้ 

    ตอนนี้คือรู้สึกเสียใจนะ ที่ทำใจมาครึ่งวันก่อนมาพิมพ์ลงหลังอ่านก็เพราะเสียใจที่อ่านเรื่องนี้ให้สนุกจนตัวเองชอบไม่ได้ ไม่คิดว่างานพีต้าเรื่องแรกที่ตัวเองลองอ่านจะดูดพลังไปขนาดนี้ แง๊


    P.S.
    → จนถึงตอนนี้ น้ำฝนก็ยังไม่รู้เลยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงชื่อลิ่วเหยา

    More.
    → Goodreads




เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in