เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
บันทึกลับการผจญภัยของนิสิตฝึกงานตัวน้อยKrittika Aon
สัปดาห์ที่ 5 ในที่สุดก็ได้โพสต์แล้ว!
  • วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2565 - วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565


    สัปดาห์นี้ไม่ได้ไปออฟฟิศวันจันทร์เหมือนทุกครั้ง เนื่องจากพี่เมษ์ติดงานและประชุม (ต้องเตรียมปั่นหนังสือสำหรับงานหนังสือและจัดงานอีเวนต์) และเลื่อนให้เข้ามาดูปรู๊ฟหนังสือที่ออฟฟิศในวันศุกร์แทน ระหว่างนั้นสิ่งที่ฉันได้ทำคือคิดแนะนำหนังสือพร้อมออกแบบร่างภาพประกอบเรื่อง If Animals Kissed Good Night สำหรับโพสต์ในเพจ

    ฉันพยายามดูตัวอย่างจากงานก่อน ๆ อย่างการจำลำดับประโยค แล้วลองนำคำโปรยที่เคยคิดไว้มาใช้ในการเปิดการแนะนำตามด้วยคำโปรยที่พี่เมษ์ได้คิด และพยายามออกแบบภาพให้ดูน่าสนใจด้วยการทำให้เป็นปริศนาภาพคำทายในภาพสุดท้ายตามคำโปรยและส่งร่างให้พี่เมษ์ก็ได้รับคำชมกลับมา (ถือว่าประสบความสำเร็จ! ...หรือเปล่านะ)

    หลังจากนั้นก็มีได้ลองคุยเกี่ยวกับการทำ Read-Aloud ฉันก็ลองยกตัวอย่างรายการใน YouTube ที่เคยดูอย่างกุ๋งกิ๋งแฮปปี้เวิลด์ ที่เล่านิทานจากหนังสือนิทานของไทย โดยพี่ตุ๊บปอง และของ Amarin Kids ทำเล่านิทานแปลของญี่ปุ่น เล่าโดยพี่ข้าวตู หรือมีการทำแบบคลิปชวนอ่านสั้น ๆ 

    ตอนแรกพี่เมษ์มีความกังวลเกี่ยวเรื่องลิขสิทธิ์เนื่องจากหนังสือของ Kidscape เป็นหนังสือแปลจากต่างประเทศ พี่เมษ์จึงคิดว่าจะลองสอบถามเพื่อนที่อยู่อมรินทร์ดูก่อน และถามฉันด้วยว่า "ตัดต่อวิดิโอเป็นไหม" (ในใจฉันคือเป็นแค่พื้นฐานตามที่เรียนกับคุณครูแจ๊ป แต่เคยทำอนิเมชันส่งไฟนอลให้ครูตั้งสองเทอม ก็คงจะไหวอยู่) 


    ถ้าสนใจลองดูกันได้นะคะ <3



    แต่หลังจากนั้นมีสิ่งที่สำคัญมาก ๆ นั่นคือ!!!

    คอนเทนต์เจ้าเพนกวินที่เขียนได้โพสต์ลงเพจ!!!

    อาจจะดูไม่ได้ยิ่งใหญ่มาก แต่เพราะเป็นเพจทางการของสำนักพิมพ์ และเป็นครั้งแรกของฉัน พอได้มีชื่อหรือผลงานสักชิ้นประดับอยู่บนหน้าเพจแล้วก็รู้สึกใจฟูพอ ๆ กับที่ชื่อของตนเองได้อยู่ในหนังสือ นักเดินทางที่หลงเข้ามาทุกท่านสามารถเข้าไปกดดู กดไลก์ กดแชร์ และกดติดตามได้นะคะ ที่นี่!

    ชวนเด็กๆ มาเรียนรู้ ‘มิตรภาพ’ ความรักที่ไร้ข้อจำกัด และสายสัมพันธ์ที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย 
    ผ่านเรื่องราวแสนอบอุ่นระหว่างเด็กชายกับเจ้าเพนกวิน  


    เวลาก็ได้ล่วงเลยถึงบ่ายวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน ตามที่พี่เมษ์ได้นัดหมายไว้ ฉันก็ออกเดินทางตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือฉันมักจะหลงทางทุกครั้งที่ไป และครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่ฉันก็สามารถไปถึงออฟฟิศได้ทันเวลา

    เนื่องจากเป็นวันที่ปกติไม่ค่อยได้ไป ทำให้ฉันได้พบกับพี่ ๆ ที่ออฟฟิศคนใหม่อีกหลายคนอย่างพี่ออม พี่โอ๊ต พี่แชมป์ อาจารย์ปกป้อง จันวิทย์ บรรณาธิการอำนวยการของ Bookscape และอีกหลายคนที่ยังสับสนชื่อกับหน้าตาอยู่ ในส่วนเรื่องนี้ก็ได้มีการพูดคุยกับพี่ออมระหว่างรอพี่เมษ์เดินทางมาออฟฟิศว่าฉันจำใครไม่ค่อยได้ เนื่องจากไม่ค่อยได้เจอกัน ทั้งใส่แมสก์ตลอดเวลา และพี่ผู้หญิงหลายคนในออฟฟิศก็ทำผมทรงคล้าย ๆ กัน (พี่ออมเล่าว่าตัดกันพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายด้วย) 

    นอกจากนี้ก็มีคุยเรื่องพี่ ๆ ที่ออฟฟิศแต่ละคนว่า แต่ละคนก็จบมาหลากหลาย พี่เมษ์จบอักษรจีนและมีเรียนโทด้วย! แต่ไม่แน่ใจว่าจบหรือยัง พี่ฝนเรียนเกี่ยวกับการศึกษามา มีความรู้เกี่ยวกับหนังสือของสำนักพิมพ์ที่เป็นประเด็นการศึกษา หรือพี่ออมก็จบวิศวกรรม แม้ถ้าทำงานเกี่ยวกับวิศวะน่าจะได้เงินเดือนเยอะกว่า แต่เพราะชอบหนังสือจึงหันมาทำงานสายนี้ เป็นแห่งรวมคนที่หลากหลายทั้งความรู้และความสามารถ ฉันรู้สึกประทับใจมากเลย

    หลังจากนั้นก็มีได้รับมอบหมายจากพี่มดที่ทำงานส่วนของ Kidscape ให้ลองดูหนังสือที่กำลังศึกษาว่าจะทำดีหรือไม่ สรุปและสำรวจรีวิวจากหลาย ๆ แหล่ง พร้อมกับคิดว่าเหมาะกับตลาดของประเทศไทยไหมส่งให้พี่มดและพี่เมษ์ 

    ก่อนที่จะได้มาดูในส่วนที่นัดกับพี่เมษ์ไว้ นั่นคือการเปรียบเทียบปรู๊ฟกับเล่มจริงหนังสือนิทาน จากที่ดูก็มีการแก้ชื่อเรื่องและคำให้ง่ายขึ้น ดูคำและสีเปรียบเทียบกับของต้นฉบับที่ได้เล่มจริงมาเรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นก็มีการซักถามเรื่องของกระดาษที่จะใช้พร้อมกับถามสิ่งที่ฉันเคยเรียน ความเหมาะสมของกระดาษกับหนังสือภาพสำหรับเด็ก

    พูดคุยจบได้ไม่นานก็มีการเรียกเข้าประชุมในส่วนของ Bookscape (ซึ่งฉันได้ขออนุญาตจากพี่เมษ์ว่าขอลองเข้าไปนั่งฟังด้วยเรียบร้อยแล้ว) ทำให้ฉันได้เห็นการรวมตัวของพี่ ๆ  Bookscape หลายคน อีกทั้งยังได้ทักทายคุณวรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง บรรณาธิการอำนวยการอีกท่านร่วมกับอาจารย์ปกป้อง เรียกได้ว่าเป็นบอสใหญ่ทั้งสองท่าน

    เนื้อหาส่วนใหญ่ที่ได้ฟังก็จะเป็นหนังสือที่เร่งเตรียมสำหรับงานหนังสือในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื้อหาจึงเป็นความลับ ไม่สามารถพูดหรือเอาออกมาเล่าให้ฟังได้ ฉันที่แทบไม่ได้มีส่วนร่วมหรือความรู้เกี่ยวกับหนังสือนั้นจึงทำได้เพียงตักตวงประสบการณ์ บรรยากาศ และจดจำพี่ที่ออฟฟิศด้วยการวาดรูปทุกคนพร้อมฟังไปด้วย (พี่ออมก็แอบกระซิบว่าหลายครั้งพี่ ๆ หลายคนก็แอบวาดกัน) 
    สมาชิก Bookscape (ที่บางคนยังงง ๆ ชื่ออยู่)

    สิ่งที่ฉันสังเกตคือส่วนใหญ่แต่ละคนจะมีสมุดเล่มหนาสำหรับจดงานกันทุกคน ไม่ก็พกโน้ตบุ๊กมา คิดว่าหลังจากนี้จะลองจดหลาย ๆ อย่างใส่สมุดแทน Ipad บ้าง ถ้าไม่หนักเกินไป



    Tip เรื่องน่าอายสำหรับสัปดาห์นี้

    ระหว่างที่ฉันกำลังรอให้รถมารับ อาจารย์ปกป้องก็ได้มาทักถามฉันด้วย และทำให้ฉันรู้สึกเขินอายมากจนถึงตอนนี้

    อ. ปกป้อง: เด็กฝึกงานนี่ มาจากไหนล่ะ
    ฉัน: อ๋อ.. มาจาก ห้วยขวาง ค่ะ

    หลังจากนั้นอาจารย์ก็ขำฉันแล้วแก้ให้ว่ามาจากมหาวิทยาลัยอะไร ฉันอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเดี๋ยวนั้นเลย และแก้ว่ามาจากคณะมนุษยศาสตร์ วรรณกรรมสำหรับเด็ก มศว ค่ะ



    :3

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in