เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
บันทึกลับการผจญภัยของนิสิตฝึกงานตัวน้อยKrittika Aon
สัปดาห์ที่ 2 กลอนนี้นั้นยากกว่าที่คิดไว้ (มาก)
  • วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 - วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2565


    อย่างที่เคยกล่าวไปเมื่อตอนที่แล้วหรือสัปดาห์ที่แล้วว่าฉันได้รับงานให้ลองปรับแก้ต้นฉบับนิทานที่พี่เมษ์หรือพี่คนอื่น ๆ ในสำนักพิมพ์ได้แปลไว้เรียบร้อยแล้วทั้งหมด 3 เรื่อง เกือบทั้งสัปดาห์ฉันจึงให้เวลาไปกับการแก้ไขต้นฉบับจนแทบไม่ได้ลองหาหนังสือหรือคิดคอนเทนต์อื่นใด

    จากเรื่องทั้งหมดที่ได้รับ สองในสามเรื่องนั้นเป็นภาคต่อจากหนังสือภาพที่เคยตีพิมพ์และจำหน่ายไปสักพักแล้ว ซึ่งพี่เมษ์แปลได้สนุกและน่ารักมากจนไม่รู้เลยว่าควรจะปรับแก้ตรงไหน แต่พี่ส้มก็แนะนำว่าอยากทำอยากปรับหรือแนะนำอะไรก็สามารถทำได้เต็มที่เลย ค่อย ๆ ทยอยส่งมาทีละเล่มก็ได้ ฉันก็ลองปรับแก้คำเล็กน้อย มีแอบไปสอบถามครูเอื้องนิดหน่อย เพราะคุณครูเป็นที่ปรึกษาและเป็นครูผู้สอนวิชาแปลในชั้นปีที่ 4 ซึ่งครูเอื้องก็ใจดีให้คำปรึกษาเต็มที่

    ในส่วนของสองเล่มที่ผ่านมานั้นฉันคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหามากนัก ลองอ่านออกเสียงหลาย ๆ รอบเพื่อดูว่าคล่องปากหรือมีส่วนไหนติดขัดไหมให้ตัวเองและเพื่อน ๆ ที่นัดกันทำงานฟัง เพื่อนก็บอกว่าโอเคแล้ว น่ารักมาก จึงส่งทั้งสองเรื่องไปให้พี่ ๆ ลองตรวจดูก่อน 

    ส่วนที่ฉันคิดว่าค่อนข้างเป็นปัญหาสำหรับฉันนั่นคือเรื่องสุดท้ายที่พี่เขาส่งมาให้ลองปรับแก้ เป็นส่วนที่พี่เขาแปลมาให้บ้างแล้วเพื่อให้รู้ความหมายคร่าว ๆ เพราะเรื่องนี้เป็นกลอนและมีการเล่นคำเล่นเสียงค่อนข้างเยอะ (เช่น Kickity, scritch-scratchy) เพราะนอกจากจะต้องแก้ให้เป็นกลอน ยังต้องคิดให้คำที่ใช้ลงตัว เล่นเสียง ความหมายไม่ผิดเพี้ยนจากต้นฉบับมาก และยังต้องเหมาะสมกับเด็กอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากสำหรับฉันที่ไม่ค่อยมีหัวด้านนี้ (ฉันเคยลองเรียนวิชากวี 1 คาบก็ได้รู้ซึ้งว่าการชอบฟังชอบอ่านกลอนหรือเพลง กับการแต่งจริง ๆ นั้นช่างต่างกันมากเหลือเกิน)  จึงใช้เวลาหลายวันเลยทีเดียวในการพยายามแก้ไข รวมทั้งขอความช่วยเหลือและคำแนะนำจากเพื่อนที่เรียนวิชากวีเมื่อตอนปี 2 

    อันที่จริงฉันก็อยากลองให้ครูนุชกับครูเอื้องช่วยดูด้วยเหมือนกัน แต่ด้วยความเกรงใจจึงพับความคิดนั้นไว้ และลองส่งให้พี่ ๆ เขาตรวจดูเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แม้จะรู้สึกว่าที่ทำส่งไปนั้นยังไม่สมบูรณ์ และดูแปลก แต่เมื่อรู้ว่าตัวเองนั้นจนความคิดจริง ๆ ก็คิดว่าควรส่งให้พี่เขาดู ถ้าพี่เขาตรวจและให้คำแนะนำกลับมา อย่างน้อยก็อาจจะได้มุมมองหรือรู้ว่าจุดไหนที่ตัวเองพลาดและควรแก้ไข

    อ้อ... ฉันลืมบอกไปเลย เพราะช่วงนี้ทางพี่ ๆ ที่สำนักพิมพ์กำลังรีบปิดเล่มอยู่ จึงไม่ค่อยมีเวลาตรวจดูที่ฉันส่งไปให้ แต่ก็มีการแจ้งให้รับทราบว่าจะลองส่งให้บก. ท่านอื่นตรวจดูให้ก่อน ตอนนี้ฉันจึงต้องรอต่อไป ระหว่างรอก็คิดว่าจะคิดคอนเทนต์หรือหาหนังสือที่น่าสนใจไปพลาง ซึ่งตอนนี้เรียกได้ว่าสมองตันมาก แต่จะพยายามคิดให้ได้ สู้เขา ตัวฉัน



    สัปดาห์นี้ฉันได้อะไรบ้าง

    การทำหนังสือเด็กนั้นไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะกลอน และการแปลจากต่างประเทศที่จะต้องยังคงกลิ่นอายของต้นฉบับและยังคงเหมาะสมกับเด็ก ไม่ใช่แค่มองว่าหนังสือเด็กแค่นี้ก็คงพอแล้ว แต่สำหรับหนังสือเด็ก 'แค่นี้' คงไม่พอ ซึ่งเป็นความลึกซึ้งของการทำหนังสือเด็ก


    สุดท้ายนี้ขอฝาก

    สะเม็ดสะมู คู่หูต่างพันธุ์ (The Smeds and The Smoos)
    สะเม็ดสะมู คู่หูต่างพันธุ์ (The Smeds and The Smoos)  

    เรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวสองพันธุ์ อยู่ด้วยกันบนดาวน้อยแสนห่างไกล 'เจเน็ต' สะเม็ดสีแดงชอบเล่นน้ำ ผู้โปรดปรานนมชมพูเป็นที่สุด และ 'บิล' สะมูสีฟ้า ชอบโดดดึ๋งดั๋ง แถมยังกินสตูว์สีเขียวหน้าตาพิลึก ทั้งคู่ต่างตกหลุมรักกัน ทว่าทั้งพวกสะเม็ดกับสะมูน่ะกลับไม่ถูกกัน ทั้งสองตัดสินใจหนีไปแต่งงานกันที่ดาวอื่น ครอบครัวของทั้งสะเม็ดและสะมูจึงต้องขึ้นจรวดออกตามหา การผจญภัยท่องอวกาศครั้งนี้จะจบลงอย่างไร สะเม็ดกับสะมูจะเป็นเพื่อนกันได้ไหม ลองซื้ออ่านได้ ที่นี่!

    Julian Is a Mermaid

    Julian Is a Mermaid

    “ยายจ๋า หนูเองก็เป็นนางเงือกนะ” 

    'จูเลียน' เด็กน้อยผู้มีความสุขยามที่ได้มองผู้หญิงแต่งตัวเป็นนางเงือก ได้ใส่ชุดที่สวยงาม เดินขบวนพาเหรด และมีความสุขที่ได้จินตนาการว่าตัวเองก็ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อจูเลียนได้แชร์ความฝันของเขากับคุณยาย คุณยายจะมีท่าทีอย่างไร อีกหนึ่งเรื่องราวที่ส่งเสริมและเข้ากับเดือนแห่งความรัก ความเท่าเทียม และความหลากหลายทางเพศ รอติดตามได้ในเร็ว ๆ นี้ ที่นี่!


    :)
     

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in