กว่าจะ....SeriesKanSiri
กว่าจะจบ ม.ปลาย
  •             ความฝันของเด็ก ม.ปลายหลายๆคนคือการได้จบและไปโลดแล่นอยู่ในมหาลัยที่ตัวเองใฝ่ฝัน แน่นอนว่าแม่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หากมองย้อนกลับไปในวัยนั้นแล้วยิ่งถามเรื่องเกรดเฉลี่ย การสอบเอ็นทรานส์ เอเน็ท โอเน็ท แกท แพท ต้องสารภาพเลยว่าแม่งคือเรื่องใหญ่มากสำหรับเด็กวัยนี้

                กว่าจะเรียนเก่งก็ยากเย็นอยู่แล้ว ดันต้องมาสอบเข้ามหาลัยอีก อย่างที่รู้ๆกันว่า การเรียนแค่ในรั้วโรงเรียนแม่งไม่ค่อยเพิ่มรอยหยักในสมองเลยบอกตรงๆ ถ้าอยากได้อะไรที่ดีกว่านี้ การเรียนพิเศษกวดวิชาคือคำตอบ ใช่ครับ ยังโชคดีที่ผมเรียนสายศิลป์คำนวณ การเรียนของผมเลยห่างไกลจากวิชาหินๆอย่าง ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ บ้าบออะไรนั่น อย่างว่าพยายามหนีอะไร บางทีสิ่งที่เจอก็ใช่ว่าจะง่ายคณิตหรือเลข คือวิชาต้นๆที่เด็กไทยร้อยละ 80 เกลียดเข้าไส้เลยก็ว่าได้ นี่แหละสิ่งที่ผมต้องเจอ นี่มันหนีเสือปะจระเข้ชัดๆ


                ทุกครั้งที่มีการบ้านคณิตหรือต้องทำข้อสอบ อะไรก็ตามที่แม่งต้องถอดรูท ยกกำลัง หาค่าพาย แม่งคือสิ่งที่ปวดตับที่สุดในสามโลก อารมณ์แบบ

                “กูจะต้องเรียนไปทำไมวะถามจริ๊ง?

                แล้วที่เจ็บปวดกว่านี้คือมึงจะไม่มีวันรู้คำตอบ และมีหน้าที่ก้มหน้าก้มตาถอดราก คิดแคลคูลัสไปเท่านั้น (ถึงภายหลังจะมาทราบว่ามันมีความสำคัญในแง่ของการเรียนวิศวะหรือสาขาอื่นในมหาลัยก็ตามแต่กูไม่ได้อยากจะไปเรียนไง) อีวิชาชวนปวดหัวนี้นอกจากจะยากแล้วมันคือวิชาที่วัดความเก่งของคนด้วย ใครเก่งคณิตเกรด 4 แม่งคือเก่ง ฉลาด หลักแหลม ให้ตายเถอะ


                โชคยังดีที่สมองผมยังพอรับวิชานี้ได้ ถึงในใจกูจะรู้สึกว่าแม่งยากน่ารำคาญมากก็ตาม แต่เพื่อหน้าตาทางสังคม การที่มีคนเอาป้ายมาแป๊ะบนหน้าว่า “คนเก่ง” คือแม่งอดไม่ได้จริงๆที่จะต้องทำวิชานี้ให้ผ่านฉลุยตลอด

                เบื้องหลังคือการเรียนพิเศษ การทำการบ้านอย่างหามรุ่งหามค่ำ การทำความเข้าใจแบบชนิดที่ว่ากูจะดูโง่ในสายตาเพื่อนในห้องไม่ได้ จากคนที่ไม่เก่งคณิตเลยตอน ม.ต้น ชีวิตก็ต้องมาเอาดีตอน ม.ปลายจนได้ เออเอาเข้าไป

                แต่ใครจะไปรู้ว่าการที่ทุ่มอะไรกับมันซักอย่างเราก็ต้องปล่อยอีกอย่างไป ภาษาอังกฤษ ก็เป็นอีกวิชาปราบเซียนที่มันไม่ได้ดูทรงพลังเท่าวิชาเลข แต่ถ้ามึงพูดกับฝรั่งได้มึงจะเป็นคนฉลาดขึ้นมาทันที เอาจริงๆนะ ต่อให้มึงแค่ Yes No Ok บวกกับประโยคซิมเปิ้ลๆซักสองสามประโยคกับฝรั่งได้ แม่งคือสุดยอด (ซึ่งภายหลังมารู้ว่า การคุยกับต่างชาติแม่งวัดกันที่ความกล้าซะมากกว่า)

                ตอนนั้นกูยอมละทิ้งเกียรติภูมิทางภาษามาเอาดีทางคณิตศาตร์ก็ดูจะเป็นเรื่องที่น่าอภัยได้ แต่อย่าลืม กูเรียนสายภาษา คณิต เวรแท้ คะแนนอังกฤษ 3 ตัวดึงกูลงสู่เหวนรกทันทีแต่ยังไงก็ต้องขอบคุณวิชาเลขจริงๆที่ยังพอกู้หน้าผมมาได้บ้าง



                ชีวิตเดินทางมาถึงชั้นสุดท้ายของมัธยม การเลือกมหาลัยคือสิ่งที่วัยรุ่นต้องเลือกในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ยกเว้น เลข อังกฤษเคมี ฟิสิกส์ ชีวะ ภาษาไทย อะไรแบบนี้ ส่วน ดนตรี พละ บัญชี วิชาเลือกที่เรียนในโรงเรียนแม่งก็เหมือนวิชาเด็กเล่นขายของอะเอาจริง

                การเลือกคณะคือการนั่งญาณ ฟังพี่ ฟังเพื่อน คนข้างบ้าน โทรทัศน์ แล้วเอามาคิด (เอาเอง) ว่าเราชอบอะไร เช่น อยากเป็นหมอก็ต้องเก่งสายวิทย์ อะไรเทือกๆนี้แน่ๆ ความรู้ในสายวิชาชีพค่อนข้างจะผิวเผินมาก บางทีโดนพ่อแม่บังคับไปอี๊กกกก เอาเป็นว่าพวกเราก็จะงงๆหน่อยว่าจะเอายังไงดีในช่วงนี้

                แล้วด้วยความที่ผมเรียนภาษา คณิต แน่นอนว่า สายวิทย์ตัดออกไปได้เลย หมอ ไม่ได้ วิศวะไม่ได้วิทยาศาสตร์ไม่ได้ เออดี หันมามองจุดเด่นของสายเรา “ภาษา” ไม่ได้อีก โง่ภาษาแบบนี้ไม่ได้ๆแล้วคือ วิชาคณิตที่กูเก่ง เอาไปทำอะไรได้วะ? เออแม่งเอาไปใช้อะไรไม่ได้เลยนอกจากการสอบยื่นคะแนน ที่เหลือเอาไปต่อยอดไม่ได้เลย

                “ไอ้บ้าเอ้ย” เอาจริงๆมันก็พอไปทางสถาปัตฯ กับจิตวิทยาได้บ้าง

                จิตวิทยาก็โอเคนะ ตอนนั้นก็ไปปรึกษาหลายๆฝ่าย ก็ได้ความว่าเรียนจิตวิทยาในไทยไม่ค่อยรุ่งหรอก เออโดนเกทับไปอีก สับสน งงงวยอยู่กับการเลือกคณะสักพัก จนมาจบลงที่ ประวัติศาสตร์ วิชาที่ชอบแต่ที่บ้านก็ไม่สนับสนุนเท่าไหร่ อารมณ์แบบเรียนได้ แต่จะไปทำอะไร?

                “เออนั่นสิ” แล้วที่นี่ที่ไหน “ประเทศไทย” เรียนจบถ้าไม่เป็นครู อาจารย์ อย่างอื่นก็คงลำบาก เฮ้อ เอาจริงๆนะ คิดไม่ออกจนกระทั่ง ฟังอาจารย์แนะแนว อาชีพที่ได้เงินเยอะหลายๆคนคงเดาได้ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “ผู้พิพากษา”  โอยย ใช่ นิติเนี่ยแหละที่ตัวเราคู่คว



                คณะนิติศาสตร์อย่างที่รู้ๆกันมีอยู่ไม่กี่แห่งที่เป็นตัวท็อป เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็เออตั้งใจแหละต้องเข้าให้ได้ ด้วยคำทัดทานว่ามันยากนะ คนอย่างผมไม่ไหวแน่นอนถึงขนาดมีคนปรามาสเลยนะว่าถ้าสอบติดจะซื้อรถให้คันนึงเลย สุดท้ายแล้วก็สอบติดจนได้เป็นความภาคภูมิใจของตัวเองเลยแหละ

                แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังมันคือการเรียนพิเศษอย่างหนัก การอ่านหนังสืออย่างมีวินัย การรักษาเกรดเฉลี่ยการติดตามข่าวสารมหาลัยอย่างชนิดที่ว่า กูท่องได้เลยว่าที่ไหนสอบวันไหน เปิดรับตรง รับอ้อม รับเบี้ยววันไหน ชีวิตที่ สอบ สอบ สอบ ไทยแลนด์แดนสตั๊ดดี้ไปอีก ร้องไห้มาก็เยอะท้อแท้มาก็เยอะ เฮ้อออใครจะรู้ว่ากว่าจะจบ ม.ปลาย มันไม่ง่ายเลย

                แล้วสุดท้ายแล้ววิชาที่ถนัดสุดอย่างคณิตศาสตร์ก็ไม่ถูกนำไปใช้เลยในตอนมหาลัย เกรด 4 สวยๆที่ทำไว้ตอน ม.ปลาย ตอนนี้ไม่ช่วยอะไรเลย แล้วอย่าถามว่าตอนนี้ยังทำได้อยู่ไหม ไม่ได้แล้วจ้า แคลคูลัสตัวท็อปกูเป็นความรู้ที่สลายหายไปกับสายลมทันที ตั้งแต่ที่ไม่ได้มีการฝึกฝน...แต่สุดท้ายแล้วถ้าไม่ได้เรียนให้ได้เกรดดีๆทำคะแนนให้ได้สูงๆ โอกาสที่จะได้มหาลัยดีๆมันก็คงไม่ได้มีมาให้แน่ๆ
    ขออาลัยแด่การศึกษาไทย เด็กไทยก็ต้องเรียนกันต่อไปอย่างเอาเป็นเอาตายตราบใดที่เรายังต้องอยู่ในสังคมแบบนี้อะเนอะ เออกว่าจะเรียนจบอะเนอะ...
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in