นอนดูซีรีส์ | SERIES REVIEWRulestheWorld
Squid Game (Season 1) – ทาสในกลไกแห่งเงินตรา
  • พลันเวลาหลบเลี่ยงจากความวุ่นวายจากการทำงาน เราก็มักจะหาความบันเทิงรูปแบบใหม่อยู่เสมอ หลายครั้งที่สมองจะย้อนไปนึกถึงความสนุกในวัยเยาว์ ครั้งนึงเราเคยสนุกกับเกมง่าย ๆ แบบแปะแข็ง หากแต่สังขารตอนนี้ก็ไม่ได้เอื้ออำนวยให้ทำแบบนั้น จนมาเจอซีรีส์เรื่องใหม่เปี่ยมสีสันที่ดึงเอาเกมการละเล่นวัยเด็กของวัฒนธรรมเกาหลีใต้มาเป็นจุดขาย แต่มาเป็นเกมท้าตายของคนอับจน ในชื่อ Squid Game ที่เพิ่งเข้าฉายใน Netflix ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา

    Squid Game เล่าเรื่องของ ซองกีฮุน ชายวัยกลางคนไม่เอาอ่าวที่อาศัยอยู่กับแม่ชราและเป็นคนติดพนันหลังติดหนี้นอกระบบก้อนโต วันหนึ่งในขณะที่เขาใช้ชีวิตลมลอยไปมา โชคชะตาทำให้เขาพบกับนายหน้าที่มาซึ่งโอกาส ที่ทำให้เขาได้ร่วมเล่นเกมที่มีสิทธิได้รับรางวัลใหญ่ระดับหลายหมื่นล้านวอน ด้วยความอับจน กีฮุนจึงตัดสินใจร่วมเข้าเล่นเกม แต่หารู้ไม่ว่า เกม ๆ นี้เต็มไปด้วยผู้เข้าแข่งขันที่สิ้นเนื้อประดาตัวและต้องเดิมพันด้วยชีวิตของตนเอง

    ตัวซีรีส์มีจำนวนทั้งหมด 9 ตอน สิริความยาวตอนประมาณ 60 นาที (มีตอนสั้น 32 นาที จำนวน 1 ตอน) และช่วงแรกจะดำเนินเนื้อเรื่องผ่านตัวละครหลักอย่างซองกีฮุน ที่เข้าสู่เกมการแข่งขัน และพาไปรู้จักกับผู้เข้าร่วมแข่งขันรายอื่น ที่ซึ่งแรก ๆ เราจะรู้จักพวกเขาด้วยตัวเลขเท่านั้น ขณะที่พวกเขาเรียนรู้เงื่อนไขและกฎในการใช้ชีวิต พวกเขาก็ยังต้องเอาตัวรอดผ่านเกมแต่ละด่าน ซึ่งหยิบยกเอาการละเล่นวัยเด็กตามวัฒนธรรมเกาหลีใต้มาใช้ ซึ่งบางอันก็เข้าใจง่าย บางอันก็ลุ้นระทึก แต่ทุกด่าน หากพ่ายแพ้ นั่นล้วนหมายถึงชีวิต

    ข้อโดดเด่นที่จะหยิบยกมาอย่างแรกก็คือ ภาพลักษณ์ของ Squid Game ที่เปี่ยมไปด้วยสีสันสีลูกกวาด แตกต่างจากหนังแนวเซอร์ไววัลผ่านด่านเกมหฤโหดแนวอื่น ๆ ที่มักจะมาพร้อมขมุกขมัว เฉกเช่น Battle Royale หรือแม้กระทั่ง Alice in Borderland (ซึ่งก็เปลี่ยนไปเป็นโทนสดใสในภายหลัง) ด้วยงานสร้างที่นำเสนอของสีสันเต็มเปี่ยม การออกแบบเสื้อผ้าผ่านสีชมพูหรือแม้แต่ตัวด่านที่มาในโทนสว่าง ก็ค่อนข้างโดดเด่นดึงดูด และก่อให้เกิดความรู้สึกต่อต้านในใจจนน่าขนลุก หากเปรียบสีสันที่เห็นเห็นกับความหฤโหดของตัวเกมบางด่าน ที่ทำการปลิดชีพชีวิตคนง่ายปานผักปลา

    แถมด้วยคอนเซปต์ที่แข็งแรงอย่างการนำการละเล่นเด็กมาปรับเป็นเกมลุ้นตาย ก็ถือเป็นจุดขายที่น่าชื่นชม เพราะถือเป็น soft power แบบเบา ๆ ที่สร้างสรรค์ใช้ได้ แถมยังขับเน้นขยี้อารมณ์ผ่านมิติตัวละครบางตัวจนก่อให้เกิดหลายความรู้สึก แถมด้วยการแสดงของทีมนักแสดงหลายคน ก็ผลักดันให้เรามีอารมณ์กับซีรีส์ได้ไม่ยาก

    กระนั้นเอง ตัวซีรีส์ก็ยังพอมีข้อเสีย นั่นคือ ความคาดเดาได้ ทั้งการบีบบังคับที่ก่อให้เกิดสถานการณ์บางอย่างที่ดูปักธงมาตั้งแต่แรก รวมถึงบทสรุปของเรื่องราวและจุดพลิกผัน ก็เป็นหนึ่งในความเป็นไปได้ที่เดาได้ไม่ยาก นอกจากนี้ความยืดเยื้อในการเล่าเรื่อง ก็ค่อนข้างเนือยพอสมควร มีหลายช่วงของซีรีส์ที่ประวิงเวลาเยอะ ใช้การตัดสลับเหตุการณ์จนทำให้เรื่องดำเนินไปช้ามาก ๆ ทั้งในส่วนพล็อตหลักและพล็อตรองของตำรวจที่เข้าไปสืบหาเรื่องราวภายในองค์กรลับ นอกเหนือจากนี้ ตรรกะตัวละครในบางช่วงก็ดูจะไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะตัวเอก ที่ดูไม่สมดุลกันระหว่างช่วงเวลาก่อน ระหว่าง และหลังเข้าไปเล่นเกม ยังไม่นับการสรุปจบที่ปูทางเผื่อภาคต่อ ก็ไม่สมเหตุสมผลในเชิงตรรกะตัวละครด้วย

    หนึ่งในเจ้าหน้าที่หลักในซีรีส์ Squid Game พูดเอาไว้ว่า สถานที่แห่งนี้ไม่ได้บีบบังคับผู้เล่นแต่ละคนให้มาทรมานทรกรรมแต่อย่างใด หากแต่ทุกคนล้วนสมัครใจกันก้าวเข้ามาเล่นเกมนี้ด้วยกันเอง สิ่งที่สถานที่แห่งนี้ทำคือการหยิบยื่นโอกาสในการตั้งตนใหม่ให้กับพวกเขา หากแต่ขวากหนามที่พวกเขาต้องผ่านไป หากผ่านไม่ได้ นั่นหมายถึงความตายที่รอพวกเขาอยู่

    แต่กระนั้นเอง สิ่งที่ทำให้เราเห็นจากซีรีส์เรื่องนี้ก็คือ แบบจำลองของระบอบทุนนิยม ที่มองปราดแรกทุกคนอาจถูกสีสันของมันหลงมัวเมา ทั้งที่ทุกคนล้วนเป็นฟันเฟืองในระบบใหญ่และต่างก้มหัวให้กับระบบเงินตรา ท้ายที่สุดคนที่อยู่ต่ำสุดและเป็นทาสของเงินตรา ก็มักจะจำยอมก้มหัวให้ ไม่ว่าอะไรก็ตาม ไม่ต่างจากเจ้าหน้าที่ ที่มีหน้าที่จัดตั้งปรับแต่งเกม ต่างก็ต้องใส่ชุดยูนิฟอร์ม ห้ามพูดในเวลางาน และมีกิจวัตรเป็นเวลา ซึ่งก็ตกอยู่ภายใต้ระบบนี้ทั้งสิ้น แต่กระนั้นเอง สิ่งที่ทำให้เราเห็นจาก Squid Game คือเนื้อแท้ของตัวคน เมื่อตกเป็นทาสของเงิน ทำให้พื้นที่นี้ ไม่ใช่ที่สำหรับคนดีบริสุทธิ์ หรือ แม้แต่ความเห็นใจก็ไม่อาจเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พวกเขารอดพ้นจากเกมนี้ไปได้ ทุกคนต่างเอาตัวรอดเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตต่อไป และที่น่ารังเกียจที่สุด ก็คือยังมีคนที่ยังได้ผลประโยชน์จากการอยู่บนสุดของห่วงโซ่ระบบนี้

    สรุปแล้ว Squid Game คือซีรีส์ลุ้นระทึกสุดครีเอท นำเอาการละเล่นวัยเด็กมาเป็นเกมท้าตายเปี่ยมสีสันลูกกวาด โดดเด่นด้วยงานสร้างแสนสว่างชวนขนลุก ขับเน้นด้วยเรื่องราวดราม่าของตัวละครที่สื่อถึงเนื้อแท้ของมนุษย์ เมื่อตกอยู่ภายใต้เงินตรา กระนั้นเองบางช่วงก็อาจจะเล่าเนือยไปบ้าง แถมยังคาดเดาได้ นอกจากนี้ตรรกะตัวละครก็ไม่สมเหตุสมผลจนชวนหงุดหงิด แต่ก็ถือเป็นซีรีส์ระทึกขวัญที่ดูเพลิน ๆ ได้ไม่น้อย

    3.5 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in