a mixtape for a friendyour basic trash
#79 | แปลเพลง THE 1975 - I Always Wanna Die (Sometimes)


  • Title: I Always Wanna Die (Sometimes) 
    Artist: The 1975
    Album: A Brief Inquiry Into Online Relationships (2019)

    นั่งคิด นอนคิด ตีลังกาคิดว่ามาเขียนบทนี้ทิ้งไว้ดีไหมหลังจากที่เคยดราฟไว้รอบนึงแล้วแต่ไม่มีโอกาสได้กดเผยแพร่เพราะไม่ยอมทำให้เสร็จสักที ตอนนี้คิดแล้วว่าต้องมาพิมพ์เก็บไว้ตรงนี้ถึงหลายคนจะรู้ความหมายและรู้จักเพลงนี้ดีมากไปแล้วก็ตาม เพื่อเผื่อว่าใครจะกดเข้ามาอ่านและได้รับรู้ถึงกำลังใจจากเพลงนี้ไปก็แล้วกัน

    คอนเสิร์ต The 1975 ผ่านไปจะเข้าสัปดาห์ที่สามแต่มันยังทุ้มอยู่ในใจ กลับมาฟังเพลงนี้อีกทีหลังจากนั้นความรู้สึกดี ๆ ก็ไหลเวียนมาปลอบประโลมใจได้เป็นอย่างดี เพลงนี้เป็นอีกเพลงโปรดของเราจาก ABIIOR เสมอตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟัง I Always Wanna Die (Sometimes) เป็นเพลงที่มีเนื้อหาพูดถึงมุมมองชีวิตของคนธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่เป็นอยู่ อุปสรรคในชีวิต การนึกคิดถึงการมีชีวิตอยู่ การตาย เป็นความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดที่ไม่ได้ซับซ้อนแต่กลับให้ความเข้าใจกับคนฟังที่รู้สึกแบบเดียวกันได้ และให้ความรู้สึกว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดีและเราจะมีชีวิตต่อไป


    "มีวันนึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงในปี 2017 อาจจะเป็นช่วงเวลาที่หม่นหมองที่สุดของแมตตี้ เขานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นแล้วเล่นเพลงนี้ให้ผมฟังด้วยกีต้าร์โปร่ง ผมรู้เลยว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดีหลังจากได้ฟังมัน" 
    - Jamie Oborne เจ้าของค่าย Dirty Hits ทวีตถึงเพลงนี้ 



    **บทนี้แปลจากบทสัมภาษณ์ของแมตตี้ The 1975 จากคลิปข้างบนและวิเคราะห์เพิ่มเติมโดยตัวผู้เขียนเองหากมีข้อผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย มีข้อคิดเห็นหรือติชมสามารถแสดงความคิดเห็นได้เสมอ** 


    LYRICS & TRANSLATION 


    I bet you thought your life would change

    But you're sat on a train again

    Your memories are sceneries for things you said

    But never really meant

    You build it to a high to say goodbye

    Because you're not the same as them

    But your death it won't happen to you

    It happens to your family and your friends

    I pretend


    ผมพนันเลยว่าคุณคงคิดว่าชีวิตคุณคงเปลี่ยนไป
    แต่คุณก็นั่งอยู่บนรถไฟขบวนเดิม
    ภาพความทรงจำกลายเป็นภาพวิวของสิ่งที่คุณเคยพูด
    แต่ไม่ได้ตั้งใจสื่อแบบนั้นจริง ๆ
    คุณสร้างมันขึ้นไปจนสูงเพื่อจะบอกลา
    เพราะคุณไม่เหมือนกับพวกเขา
    แต่การตายจะไม่เกิดขึ้นกับคุณ
    มันจะเกิดขึ้นกับครอบครัวและเพื่อนของคุณ
    ผมคงคิดแบบนั้น

    • "I bet you thought your life would change but you're sat on a train again" เป็นแนวคิดที่มีต่อการใช้ชีวิตเทียบกับการนั่งรถไฟไปจนสุดสถานีที่เปรียบเทียบสุดปลายทางนั้นเป็นเป้าหมายในชีวิต ที่สุดท้ายแม้จะผ่านไปจนถึงที่หมายแล้ว รถไฟก็ยังต้องกลับไปยังจุดเริ่มต้นแล้วก็เดินรถไปอย่างนั้น เหมือนกับชีวิตเราที่แม้จะตั้งเป้าหมายให้ตัวเองจนทำสำเร็จแต่แล้วยังไง เราก็ยังต้องทำแบบนั้นไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะสิ้นสุดที่อะไร เป็นการให้ความหมายของชีวิตที่ไม่ได้มีเป้าหมายอยู่จริง ๆ ผ่านมุมมองที่แมตตี้มอง

    • "Your memories are sceneries for things you said but never really meant" ยังอยู่บนรถไฟที่ข้างนอกหน้าต่างที่เราเหม่อมองออกไปมีแต่ภาพความทรงจำและคำพูดในอดีตของตัวเองที่กลับมาตอกย้ำ ท่อนนี้แมตตี้ค่อนข้างจะเอนเอียงไปพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ พูดถึงคนพวกที่มีความรู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอ เช่น ไม่ดีพอกับคนที่อยู่ข้าง ๆ เท่ากับที่คนอื่นจะทำได้ เป็นความรู้สึกที่อยากจะเป็นคนที่เข้าใจคนอื่นหรืออะไรมากกว่านี้เพื่อที่จะเป็นคนแบบที่อยากเป็น และจริงใจกับคนอื่นมากขึ้น 

    • "You build it to a high to say goodbye because you're not the same as them"  ท่อนนี้พูดถึงลักษณะของตัวแมตตี้เองที่พยายามใช้ชีวิตอยู่แบบที่เหมือนกับทุกวันและทุกช่วงเวลาสามารถเป็นจุดจบความตัวเองได้ อารมณ์แบบที่ว่าใช้ชีวิตแขวนอยู่ในเส้นดายแต่ถ้าหากตกหรือตายขึ้นมาจะไม่รู้สึกว่าเสียดายและรู้สึกคุ้มค่าที่ได้ทำแบบนั้น ส่วนตัวแล้วถ้าพูดถึงตอนนี้คิดว่าอาจจะหมายถึงเรื่องการเขียนเพลงที่พูดความจริงเรื่องสังคมและพยายามประกาศให้คนทุกรุ่นเข้าใจแต่อาจจะมีบ้างที่ไปขัดใจใครเข้าจนต้องเสี่ยงอันตราย 

    • "But your death it won't happen to you, it happens to your family and your friends." ความจริงแล้วท่อนนี้เป็นอีกมุมมองของแมตตี้ต่อการตายหรือการฆ่าตัวตาย ด้วยความที่ว่าไม่มีความเชื่อทางศาสนาและคิดว่าการตายก็เหมือนกับตอนยังไม่เกิด คือจากการไม่มีตัวตนสู่การไม่มีตัวตนอีกครั้ง เขาไม่ได้กลัวความตายเพราะมันแทบจะไม่มีอะไรต่างจากเดิมเลย แมตตี้ก็เลยหาเหตุผลอื่นมารองรับว่าถ้าตายแล้วยังไงต่อ ซึ่งเขาก็คิดถึงแค่คนเบื้องหลังที่เขามีในชีวิตที่อาจเป็นคนพวกนั้นที่จะต้องรับผิดชอบสิ่งที่เขาทำไว้ และเสียใจ ท่อนนี้ไม่ได้ตัดสินคนที่ทำลงไปหรือคิดจะทำ เป็นมุมมองความคิดต่อชีวิตเขาเอง





    And I always wanna die, sometimes

    I always wanna die, sometimes


    ผมก็อยากตายอยู่เสมอ (เป็นบางครั้ง)
    ผมอยากตายอยู่เสมอ (เป็นบ้างครั้ง)


    • "And I always wanna die, sometimes, I always wanna die, sometimes." เหตุผลที่ต้องเป็นประโยคนี้และยังเป็นชื่อเพลงด้วย แมตตี้พูดว่าตอนนี้คำว่า "อยากตาย" ก็กลายเป็นเหมือนมีมที่นิยมใช้กัน ทั้งในชีวิตและโลกออนไลน์ คนต่างใช้มันเพื่อที่จะแสดงความรู้สึกต่อทุกอย่างที่ไม่ได้อย่างใจ หรืออาจจะเพราะความเบื่อหน่าย และเหน็ดเหนื่อยในการใช้ชีวิต ทุกวันที่มันย่ำอยู่กับที่ เป็นเสมือนการพูดแสดงความรู้สึกว่าอยากตาย เหมือนกับบ่นว่าหิวข้าวอะไรแบบนั้น แมตตี้บอกว่ามันน่าจะเป็นประโยคที่คนเห็นแล้วเข้าใจความรู้สึกที่สุดแล้ว



    You win, you lose, you sing the blues

    There's no point in buying concrete shoes

    I'll refuse


    คุณชนะ คุณแพ้ คุณร้องเพลงเศร้า 
    ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องทำร้ายตัวเอง
    เป็นผมคงปฏิเสธ


    • "You win, you lose, you sing the blues" ชีวิตก็ต้องมีดี มีล้ม ถ้าวันไหนที่ไม่ได้ดั่งใจเราก็แค่ฟังเพลงหรือร้องเพลงเศร้า มันก็แค่ปัญหาที่เข้ามายุ่งเหยิงก่อนที่สักวันหนึ่งมันจะหายไป(ตาย) เพราะฉะนั้นก็แค่ก้าวผ่านตรงนี้ไปให้ได้ ไม่ได้เปรียบเทียบกับอะไรเลย แค่บอกว่าวันที่เจอเรื่องร้าย ๆ ก็ร้องเพลงปลอบตัวเองไปก็แค่นั้น

    • "There's no point in buying concrete shoes" รองเท้าคอนกรีต เป็นอีกเครื่องมือที่ใช้ฆ่าคนหรือฆ่าตัวตาย ลักษณ์คือการเทปูนลงในกล่องขณะที่เท้าทั้งสองข้างวางอยู่ในนั้นจากนั้นก็ถูกโยนลงน้ำเป็นการปลิดชีวิต ในที่นี้เปรียบเทียบเป็นการทำร้ายตัวเองหรือการปลดชีวิตตัวเอง ต่อให้ชีวิตจะยุ่งเหยิงแต่การจบชีวิตด้วยวิธีแบบนั้นก็ไม่ได้ดูดีซะเท่าไหร่ 




    And I always wanna die, sometimes

    I always wanna die, sometimes

    I always wanna die


    และผมก็อยากตายเสมอ เป็นบางครั้ง
    ผมอยากตายอยู่เสมอ เป็นบางครั้ง
    ผมอยากตาย




    Am I me through geography?

    A face collapsed through entropy

    I can hardly speak

    And when I try it's nothing but a squeak

    On the video

    Living room for small

    If you can't survive, just try


    ผมเป็นแบบนี้เพราะที่ที่ผมอยู่หรอ?
    ใบหน้าพังทลายลงไปตามเอนโทรปี
    ผมแทบจะพูดไม่ออกเลย
    และพอผมพยายามพูดก็ไม่มีเสียงออกมา มีแต่เสียงกรีดร้อง
    ในวิดีโอ
    ภาพห้องนั่งเล่นเล็ก ๆ
    ถ้าคุณเอาชีวิตรอดไม่ไหว ก็แค่พยายามต่อไป

    • "Am I me through geography?" เป็นการตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าหรือเราจะเป็นแบบนี้เพราะว่ามาจากที่ที่ตัวเองอยู่ เช่น ถ้าหากเกิดในสหรัฐอเมริกา ก็จะต้องนับถือศาสนาคริสต์ ถ้าหากเกิดที่อินเดียก็คงเป็นฮินดู แมตตี้บอกว่ามันประหลาดที่ต้องเกิดมาแล้วอยู่ภายใต้สิ่งต่าง ๆ แบบนี้ ที่เราต่างเป็นคนแบบที่เป็นอยู่เพราะเพียงแค่สถานที่หล่อหลอมให้เป็น

    • "A face collapsed through entropy entropy" หรือเอนโทรปีเป็นการวัดความไม่แน่นอนของระบบหรือความน่าจะเป็นที่จะเกิดสิ่งต่าง ๆ(x) ท่อนนี้อาจจะหมายถึงความรู้สึกที่อยู่ท่ามกลางความยุ่งเหยิงและไม่แน่นอนในสังคม ทุกอย่างมันวุ่นวายไปหมด

    • "I can hardly speak and when I try it's nothing but a squeak" แมตตี้พูดถึงช่วงก่อนที่จะไปเข้ารับการบำบัด เขาสูญเสียความมั่นใจและกลัวการออกไปข้างนอกครั้งนี้ที่จะบำบัดและเปลี่ยนเขาเป็นอีกคน เป็นความรู้สึกกลัวสูญเสียตัวเอง กลัวจะผิดพลาดไปจากเดิม และกลัวการทำให้ตัวเองดีขึ้น


    And I always wanna die, sometimes

    I always wanna die

    Always wanna die

    Always wanna die

    Always wanna die

    And I always wanna die

    Always wanna die

    Always wanna die, sometimes

    Sometimes

    Sometimes

    Sometimes

    I, sometimes, always wanna die

    Always wanna die

    Always wanna die

    Always wanna die, sometimes


    ผมก็ยังอยากตายอยู่เสมอ (เป็นบางครั้ง)
    ผมอยากตายอยู่เสมอ
    อยากตายอยู่เสมอ
    อยากตายอยู่เสมอ
    อยากตายอยู่เสมอ
    และผมก็ยังอยากตายอยู่เสมอ
    อยากตายอยู่เสมอ
    อยากตายอยู่เสมอ เป็นบางครั้ง
    บางครั้ง
    บางครั้ง
    บางครั้ง
    ผมอยากตายเป็นบางครั้ง
    อยากตายอยู่เสมอ
    อยากตายอยู่เสมอ
    อยากตายอยู่เสมอ เป็นบางครั้ง
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in