หลังอ่านแปลอังกฤษNF.
เด็กชายในชุดนอนลายทาง | John Boyne


  • ชื่อหนังสือ : The Boy in the Striped Pyjamas - เด็กชายในชุดนอนลายทาง
    ผู้แต่ง : John Boyne - จอห์น บอยน์
    ผู้แปล : วารี ตัณฑุลากร
    สำนักพิมพ์ : แพรวเยาวชน
    พิมพ์ครั้งที่ : 22 (พฤศจิกายน 2562)
    จำนวนหน้า : 202 หน้า
    คำโปรย : เรื่องราวของมิตรภาพซึ่งงอกงามขึ้นในสถานที่เหนือความคาดหมาย
    รายละเอียด : 
    "สวัสดี" บรูโนทัก
    "สวัสดี" เด็กชายคนนั้นตอบ
    เด็กชายตัวเล็กกว่าบรูโนและนั่งอยู่ที่พื้นด้วยสีหน้าหงอยเหงา เขาสวมชุดนอนลาายทางเหมือนอย่างที่ทุกคนที่อยู่อีกฝั่งรั้วใส่กัน รวมถึงหมวกผ้าลายทางบนศีรษะด้วย เขาไม่ได้สวมรองเท้าหรือถุงเท้า และเท้าของเขาก็ออกจะสกปรก บนแขนมีปลอกแขนที่มีรูปดาว
    บรูโนแน่ใจว่าเขาไม่เคยเห็นเด็กคนไหนผอมกะหร่องและโศกเศร้าเท่านี้มาก่อนในชีวิต แต่ก็ตัดสินใจว่าควรจะคุยกับเขาดู
    นี่คือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพริมรั้วลวดหนาม รั้วที่โหดร้ายที่สุดและสวยงามที่สุดสำหรับเด็กชายตัวเล็กๆสองคน


    ✿ บันทึกหลังอ่าน

    น้ำฝนได้หนังสือเรื่องนี้มาจากการร่วมกิจกรรม #BookBlindDate2020 ของกลุ่ม กองดองเธอนั้น อ่านมันเถอะนะ ซึ่งคู่เดทส่งหนังสือเรื่องนี้มาให้อ่าน

    บอกเลยได้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยากอ่านมานานแล้ว แต่ตัดใจซื้อมาอ่านไม่ได้สักที เพราะกลัว(ไปเอง)ว่าเนื้อหาด้านในว่าจะสะเทือนใจจนไม่ไหว เหมือนตอนอ่านหนังสือเรื่องราวของแอน แฟรงค์ จำได้ว่าพออ่านเรื่องราวของแอนจบคือต้องพักตัวเองระยะหนึ่งเลย มันสะเทือนใจ หน่วงแล้วก็มีความเศร้าอยู่ด้วย อินต่อไปอีกกับการหาประวัติ หาเรื่องราวสมัยนั้นมาอ่าน เปิดสื่อต่างๆ มานั่งดู ก็บวกความหน่วงเพิ่มไปอีก แล้วด้วยความคิดไปเองของตัวเองก็เลยขอละเรื่องนี้ไว้ก่อน ขนาดหนังมาฉายก็ไม่กล้าดู แล้วก็ได้แต่คิดว่า สักวันคงทำใจอ่านได้ เพราะอยากอ่านจริงๆ

    แล้วพรหมลิขิต(?)ก็ทำให้ได้อ่านเรื่องนี้จนได้ 

    เด็กชายในชุดนอนลายทาง เป็นการเล่าเรื่องราวของเด็กชายชาวเยอรมันตัวน้อยอายุ 9 ขวบที่อยู่ในบ้านพักหลังใหญ่กับครอบครัวอย่างมีความสุข จนวันหนึ่งเขาก็ได้รับข่าวร้ายว่าเขาต้องย้ายบ้าน ย้ายที่เรียนเพราะเรื่องงานของคุณพ่อ เขาขัดใจและเกลียดบ้านหลังใหม่ที่เล็กกว่าเดิม เขาคิดถึงคุณย่า คิดถึงเพื่อนๆของเขา คิดถึงราวบันได และคิดถึงการสำรวจไปตามมุมต่างๆของบ้านที่บ้านเดิม ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมสำหรับเขา จนวันหนึ่งเขาก็ได้พบคนที่เขาพอจะพูดคุยด้วยได้ เพื่อนที่ทำให้เขาสงสัยและหายเหงาได้

    ซึ่งพออ่านจบ เรื่องนี้ไม่ได้หน่วงและดึงอารมณ์จนน้ำตาตก หรืออารมณ์เศร้าค้างเหมือนตอนอ่านเรื่องราวของแอน แฟรงค์ อาจจะเป็นเพราะเล่าในมุมมองของเด็ก 9 ขวบที่มีความไม่รู้เพราะยังเป็นเด็กบวกกับมีความไร้เดียงสาของเขา พาให้เราเข้าไปอยู่ในความคิดของเขา พาให้เราค่อยๆ ซึมซับสิ่งต่างๆ รอบตัวเขา ซึ่งมีแค่เพียงความสนุก ความตื่นเต้นในแต่ละวันที่ผ่านไป แล้วก็ความคิดถึงต่อเพื่อนคนนั้นของเขาเท่านั้น มีความกลัว ความไม่พอใจต่อสิ่งรอบข้างบ้างตามภาษาเด็ก แต่ความคิดของเขาไร้ความซับซ้อนใดๆ เลยจริงๆ 

    อย่างที่คำนำของหนังสือบอกไว้ว่า "... การจะอ่านเรื่องนี้ให้สนุก ควรอ่านโดยที่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร และดื่มดำไปกับปริศนาที่ซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัด ..."

    ตัวละครรอบตัวบรูโนก็เหมือนจะช่วยพาให้เขามีความไร้เดียงสาอยู่ด้วย ไม่มีใครบอกหรือตั้งใจทำสิ่งที่คิดว่าไม่ดีต่อเด็กเลย แม้แต่เพื่อนคนนั้นของเขา ที่รู้เรื่องราวหลายๆอย่างที่เกินกว่าเด็กของรับรู้แต่ก็ไม่ได้เปิดปากบอกบรูโนเลยสักคำ

    น้ำฝนคิดว่า ถ้าอ่านตอนสมัยที่ยังเด็กกว่าในตอนนี้ ก็อาจจะมีดราม่าและมีบริบทต่างๆ ที่ไม่เข้าใจในเนื้อหาที่ซ่อนอยู่ในเรื่องแน่ๆ แต่ในวันนี้ เรื่องราวเบื้องหลังตัวหนังสือที่ซ่อนไว้นอกเหนือจากความเข้าใจของเด็ก 9 ขวบก็ทำให้เราคิดและจิตนาการไปว่า อาจจะเป็นแบบนั้น หรืออาจจะเป็นแบบนี้ แต่สิ่งเดียวที่รู้ได้คือ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ผลลัพธ์ที่ออกมาของเรื่องนี้ ก็ยังคงเป็นไปตามเนื้อหาที่หน้าสุดท้ายบอกไว้อยู่ดี

    ไม่เศร้า ไม่ดราม่า มีหน่วงเล็กน้อย เศร้านิดๆ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสงครามโลกครั้งที่ 2 
    เห้ออออ

    ขอบคุณคู่เดทรอบนี้ด้วยนะคะ ที่ทำให้ได้อ่านหนังสือที่อยากอ่านมานานแล้วจริงๆ 


    P.S.
    → ตั้งใจจะลงวันวาเลนไทน์นะ แต่เกิดเหตุบางอย่างซะก่อน เลยได้ลงหลังวันวาเลนไทน์แทน 
    → หนังสืออยู่ในหมวดวรรณกรรมสำหรับเยาวชน ซึ่งด้วยสำนวนและเนื้อหาถือว่าเหมาะสมดีแล้ว คิดไปคิดมาก็ไม่ได้อ่านนิยายหมวดนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ //เหม่อ
    → กิจกรรม #BookBlindDate2020 เป็นกิจกรรมที่คนในกลุ่มมักจะเล่นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ใครสนใจเรียนเชิญได้ที่กลุ่ม กองดองเธอนั้น อ่านมันเถอะนะ


    More.
    → Goodreads

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in