ความฉาบฉวยที่เต้นร่าบนแสงสีฟ้าชานมไข่มุ้ง
ความฉาบฉวยที่เต้นร่าบนแสงสีฟ้า
  • “ว่างป่าววะ”

    “พิมพ์คุยได้ แต่โทรไม่ได้นะ”

    “เคร กูมีเรื่องอยากระบาย แต่ไฟหอกูจะตัดตอนห้าทุ่มนะ”
    “เอาเลย”


            มีเรื่องที่ผมไม่สบายใจเรื่องหนึ่ง ผมไม่สามารถเอามันออกไปจากหัวได้ มันเป็นความสับสน ยุ่งเหยิง และเต็มไปด้วยคำถาม แม้ในความว่างเปล่า เปลี่ยวดายของย่ำคืนนี้จะทำให้ผมรู้สึกโหว่งเหวงบนเตียงนอนแต่ผมก็รู้สึกกระสับกระส่ายเต็มไปด้วยแรงดิ้นรน อยากจะหลุดออกจากพันธะอะไรบางอย่าง


    “เล่าแล้วอย่าตัดสินกันนะ แต่กูเองก็ตัดสินคนอื่นไปแล้วเหมือนกันว่ะ”
    “เออ ลองเล่ามา เล่าอย่างใจเย็น”


    “คือเมื่อวานว่างเลยโหลดแอปแชทหลังจากลบไปนานละ
    กูก็นั่งปัดเล่น ๆ แล้วเหมือนก็แมตช์อยู่หลายคน แต่กูก็ขี้เกียจทักไปคุย
    แต่ก็มีคุยอยู่สองคน หญิงคน ชายคนนึง
    ผู้หญิงก็ไม่มีอะไรมาก ก็คุยดี ชอบเพลงเหมือนกัน อยู่มอเดียวกัน คณะเดียวกัน เขาแบบคุยดีมากและชมกูว่าน่ารัก
    และบอกฝันดีไปแล้วเรียบร้อย
    ไอควายยยยยยย ว้อทเดอะฟัคคคค”


    “ห้ะ!!??!?!”



    “แต่วันนี้กูคุยกับเขา เขาบอกว่ากำลังจะไปปลูกป่าชายเลนกับเพื่อนต่างมอที่เจอในแอป
    กูก็เลยเฟล ๆ แบบเศร้าซึม
    เขาคุยหลายคน”


    “อ๋าาา”



    “แบบนัดง่ายจัง
    แบบ
    ...
    เข้าใจใช่ม้ะ ? ”

    “เข้าใจ”

    “ว่าแบบแล้วเมื่อวานที่คุยกับกูล่ะ”

    “เข้าใจ ๆ แต่การที่เขาบอกมึง ก็แสดงว่าเขาไม่แคร์ว่ามึงจะคิดยังไง"


    “อืม แล้วส่วนผู้ชายเนี่ย ก็ไม่มีอะไรมากเช่นเดิม มันถามว่าเรียนเสร็จยัง ถามเรื่องเรียน งานอดิเรกทั่วไป
    มันเล่าว่าเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์แต่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ
    แต่เมื่อวานกูต้องอ่านแล็ปก็เลยคุยแปปเดียว เลยบอกมันว่า ไปทำการบ้านก่อนนะ
    มันก็โอเค
    แล้วดึก ๆ สักห้าทุ่มมันก็ทักมาใหม่ ขอไอจี
    กูก็ให้ไป
    แล้วปรากฏว่าาาาา
    ไอฟวย ว้อทเดอะฟัค
    ฮาเร็มหนุ่มเกย์มันเยอะมากจนกูอยากจะร้องไห้
    แล้วมีแต่หนุ่มโชว์กล้าม ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    หนุ่ม ๆ ที่มันน่าจะขอจากในแอปอ่ะ
    โหดสัสรัสเซียยอดเยี่ยมกระเทียมดอง
    น่ากลัวฉิบหาย
    คือมันก็ไม่แปลกที่จะขอคนที่คุยนะ
    แต่ทำไมมึงเยอะขนาดนี้ล่ะ
    มึงจะสะสมทำคอลเล็กชั่นทำไม
    กูเฟล เจอมาสองเคสแบบนี้เลยลบแอปไปละ”


    “คงคุยเยอะแหละ มันจะดูแบบป๊อปปูล่าด้วยอ่ะ”



    “อีกเรื่อง น้องผู้ชายที่กูเคยชอบมานาน กูเพิ่งเก็ทว่าเขาก็เป็นคล้าย ๆ ผู้ชายคนนี้เลย
    แบบฟอลผู้ชายเยอะมาก แล้วผู้ชายก็ฟอลกลับตรึม
    แต่เป็นผู้ชายแบบต่างมอ กระจัดกระจายไปเรื่อยอะ
    เหมือนหาจากแอปเหมือนกัน
    คือถ้าฟอลเพื่อนเยอะก็ปกติมากนะ เพื่อนคณะ เพื่อนทำกิจกรรม
    แต่นี่ไม่ใช่อ่ะ
    มันคือผู้ชายจากในแอป
    เหมือนเขาก็ทำเหมือนกันเลย
    อันนี้กูจุกกว่า กูรู้สึกโง่เหมือนควาย”


    "แต่น้องคนนั้นอาจจะไม่ได้หาจากในแอปก็ได้นะ อาจจะแค่เห็นคนหล่อก็ฟอล ๆๆ กูก็เป็น แต่จากที่มึงบอกอาจหาจากแอปก็เป็นไปได้

    ไม่โง่หรอกมึง
    ไม่เห็นจะมีอะไรเรียกว่าโง่เลย"


    “แบบเขาก็สะสมผู้ชายเป็นฮาเร็มคอลเลคชั่นเหมือนกัน
    ถึงแม้จะไม่ได้หาจากแอป
    แต่เขาก็มีคลังหนุ่ม ๆ อ่ะ
    กูรู้สึกโง่ตรงที่หลงไปชอบได้ไง
    ปีนึงแล้ว
    ปีนึงที่ตัดใจไม่ได้"


    "ก็เราไม่รู้จักนิสัยเขาจริงๆไง"

    "ไม่รู้จักแล้วทำไมต้องไปชอบเขาวะ
    หมายถึงตัวกูน่ะ"

    "ภายนอกไง"


    "กูก็เลยเศร้ามาก ๆ

    กูแค่รู้สึกว่าเขามีอะไรบางอย่างที่ดึงดูดกู
    อีกเรื่อง อีกคนที่ไม่เคยเล่า
    แต่ประเด็นเดิมนี่แหละ
    ไอรูปที่มึงเคยบอกว่ากูหล่อน่ารักมากอ่ะ"

    "ทำไม?"

    "ที่ถ่ายกับโขดหินริมทะเล"

    "หล่อออก"


    "กูเคยเอาไปตั้งดิสในโซเชียลต่าง ๆ
    ปรากฏว่า ก็มีรุ่นน้องที่คณะสองสามคนแอดเฟซและฟอลไอจีมา
    แล้วก็มีคนนึงไลค์โพสต์กูหนัก ๆ ช่วงนึง มีไอจีกัน
    เวลาเจอก็เหมือนน้องเขาจะแอบมองนิดหน่อย
    แต่เขาไม่ใช่สไตล์กู กูชอบคนตัวสูงแบบมึง
    ซึ่งในไอจี เขาก็สะสมผู้ชายเยอะเหมือนกัน
    เหมือนเขาก็แค่สะสมกูไว้คนหนึ่ง

    ก็เท่านั้น ไม่ได้สลักสำคัญอะไรพิเศษ
    รู้สึกเหมือนเป็นแค่ object
    เห้อ มันก็เก็บไว้แค่มอง
    กูรู้สึกไม่มีคุณค่าเลย
    ถ้าจะชอบทำไมไม่ชอบแต่แรก
    แค่เพราะรูปนั้นมันดูดีแค่รูปเดียว"


    "อย่าคิดงั้นดิ มึงมีคุณค่าสำหรับเพื่อน และคนที่เข้าใจมึง นิสัยมึงไรงี้"

    "กูรู้สึกปลงที่ทำไมโลกออนไลน์มันฉาบฉวยขนาดนี้วะ"


    "ถ้าคาดหวังมันเหมือนฝันลม ๆ แล้ง ๆ อะ
    เราไม่รู้ชีวิตจริงเค้าด้วยซ้ำว่าเค้ามีใคร สนิทกับใคร"


    "จริง ๆ ก็ไม่ได้คาดหวัง กูคุยแบบไม่ได้รู้สึกอะไร
    แต่เหมือนกูไม่เคยรู้มั้งว่า มันมีงี้ด้วยหรอ
    คือกูไม่ได้คุยกับใครมานานมาก
    และไม่ได้สิงอยู่ในความสัมพันธ์บนออนไลน์ด้วย

    กูเลยช็อค" 


    "มันฉาบฉวยอยู่เเล้วอะ
    แต่มึงไม่ได้โง่หรอก"

    "ฆ่าผมให้ตาย
    ให้ตายดีกว่า"

    "ไอบ้าาา
    อย่าคิดมาก"


    "มันเลยทำให้กูไม่อยากเล่นโซเชียลอีกแล้ว ไม่อยากโพสต์รูปแล้วกลายเป็นรูป object อย่างหนึ่งบนมือถือเขา"


    "ถ้ามึงคิดว่าโพสต์รูปไป แล้วรูปมึงเป็นเเต่รูปนึงในมือถือเขา แล้วมันแปลกตรงไหนอะ มึงจะรู้สึกว่าเป็น1ในผู้ชาย ที่เค้าเอาไว้ดูเล่นหรอ?
    ความจริงมึงโพสต์ก็คือแชร์เรื่องราวตัวเอง
    คนรับรู้ เห็น ก็คือฟอลโลว์มึง
    ไม่เห็นจะต้องไปเเคร์แค่คน ๆ เดียว"


    "ใช่ กูคิดมาตลอดว่าแชร์เรื่องราวตัวเองกับเพื่อนที่รู้จัก คือมันดีมากที่กูได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวและทัศนคติกับเพื่อน บางคนไม่ได้สนิทก็ได้พูดคุย เรื่องหนัง หนังสือ เพลง สถานที่ ๆ กูไป ทำให้กลายเป็นเจอคนที่ชอบอะไรคล้าย ๆ กัน แต่พอมีคนแปลกหน้าที่ไม่เคยเจอตัวจริงมาก่อน กูก็รู้สึกไม่เหมือนเดิม พวกเขาอาจจะไม่ได้มองกูเป็นแค่เพื่อน"


    "แต่ถ้ามันทำให้รู้สึกไม่ดี ก็ไม่ต้องฝืน ทำสิ่งที่สบายใจเถอะ
    แต่กูรู้สึกว่า การเจอกันคุยกันเเบบออนไลนมันก็ฉาบฉวยงี้อะ
    เราไม่ได้ใช้เวลาในชีวิตประจำวันกับเขาขนาดนั้น
    เราไม่รู้ว่าเขาเป็นยังไงจริง ๆ ด้วยซ้ำ
    กูอยากเล่นนะเผื่อมีแฟน แถมยังมอเดียวกัน เห็นเพื่อนกูเคยปัดทีบอก หน้าตาสวย ๆ ดี ไรงี้อะ

    ก็อยากลอง แต่พอคิด มันโคตรฉาบฉวยเลยว่ะ
    เราใช้หน้าตาตัดสินอย่างแรก อันนี้เข้าใจ


    ก็เราลืมตานี่นา
    แต่ว่า บางคนอะ ชอบกันเพราะอยู่ด้วยกันไปเรื่อย ๆ
    ก็คือมันยากอ่ะมึง ที่เราอยากจะได้อะไรบางอย่างจริง ๆ จากในที่ ๆ มันมีแต่ความปลอมอะ
    ที่กูยังไม่เล่นสักที เพราะว่ามันต้องเป็นงี้ไง กูอยากได้ความรู้สึกที่มันจริงใจ
    เห็นหน้ากัน
    ไม่ใช่ผ่านจออย่างเดียวอะ"



    "มึงพูดเหมือนมันเป็นของเล่นชนิดหนึ่งเลยอ่ะ ซึ่งก็จริง
    โอเคพวก ความจริงคือหอกูมืดแล้ว โดนตัดไฟเรียบร้อย มึงจะนอนยัง?"



    "ตอนแรกจะดูยูทูป
    แต่ตอนนี้จะนอนละ
    แล้วจะนอนยัง?"

    "ห้องมันมืดมากจนกูนอนไม่หลับ



    เออกูอยากบล็อกผู้ชายคนนั้นอ่ะที่เจอในแอป กูถือว่ามันแปลกหน้ามาก ๆ แล้วไม่สบายใจเลย แต่ก็ไม่กล้า กลัวมันมาเสิร์ชชื่อแล้วฟอลมาใหม่ แต่แม่งก็ฟอลเยอะ กูหายไปแค่แอคเคาท์เดียวคงไม่ผิดสังเกตหรอก แต่ก็ไม่รู้แล้ว ความคิดตีกันสับสนไปหมด"

    "ทำเพื่อความสบายใจเราดิ
    มันก็ไม่เดือดร้อนหรอก
    งั้นลบเฉย ๆ ไม่ได้หรอ
    เอ้ยบล็อคดีกว่า
    จะได้ตามไม่เจอ
    เห้ยนอนก่อนนะ
    ฝันดี
    มีไรเล่าได้เลยนะ
    เพื่อนกัน
    บายย"

    “ฝันดี”


          แล้วผมก็กลับมาสู่ความเงียบงันอีกครั้ง ผมไม่ดิ้นทุรนทุรายคิดถึงเพื่อนคนนี้อีกต่อไป แต่เป็นความเงียบที่ผมพร้อมสวมกอดมัน ถึงแม้เรื่องที่ผมเล่าจะได้คุยกับมันแค่คืนนี้ ก่อนนอนก็ยังดี มันไม่คิดอะไร ไม่โกรธ ไม่หึงที่ผมไปคุยกับคนอื่น แต่อย่างน้อยมันก็ห่วงผมในฐานะเพื่อนสนิท แม้ผมเองจะไม่ได้ไปคุยอะไรกับใครจริงเลยนอกจากมันคนเดียว แสงสีฟ้ากระทบแยงตาผมในความมืด พรุ่งนี้ผมจะทักไปหามันเรื่องอะไรอีกดี…

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in