เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
หนังที่ดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
Gladbeck: The Hostage Crisis (2022) – วิกฤตการณ์จับตัวประกัน 54 ชั่วโมง
  • บางครั้งเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ก็เป็นบาดแผลที่คนร่วมชาติยากจะลืมเลือน หลายครั้งเหตุการณ์เหล่านี้ก็กลายเป็นยาขนานแรงที่กลายเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบเดิมซ้ำรอย ย้อนไปในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ในประเทศเยอรมัน หลังผ่านพ้นเหตุสะเทือนขวัญสังหารหมู่ในหมู่บ้านนักกีฬาในโอลิมปิคมิวนิคปี 72 ผ่านมาไม่นาน เหตุการณ์การจับตัวประกันอันลือลั่นที่กินระยะเวลานานเกือบ 3 วัน กลับเกิดขึ้นในเมืองเล็ก ๆ ในเยอรมันตะวันตกในปี 1988 เหตุการณ์นั้นถูกนำมาถ่ายทอดด้วยฟุตเทจจริงในสารคดีอย่าง Gladbeck: The Hostage Crisis




    Gladbeck: The Hostage Crisis
     เล่าเรื่องสุดระทึกขวัญของเหตุการณ์จับตัวประกัน ในเมืองกลัดแบ็ค ประเทศเยอรมณี ปี 1988 จากสถานการณ์การปล้นธนาคารดอยช์แบงค์โดยกลุ่มอาชญากรที่น่าหวาดหวั่น กลับกลายเป็นวิกฤตการณ์จับตัวประกันที่ตึงเครียด และกินระยะเวลานานถึง 54 ชั่วโมง

    เนื่องด้วยความสนใจในสารคดีอาชญากรรมเป็นทุนเดิม จึงตัดสินใจดูสารคดีเรื่องนี้ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าตัวหนังจะถูกเล่าโดยใช้ฟุตเทจที่มีอยู่จริงทั้งหมด นั่นก็เพราะ ณ เวลาที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี 1988 เหล่านักข่าวสื่อมวลชนก็ต่างเกาะติดรายงานสถานการณ์นี้จนคนทั้งประเทศเยอรมันให้ความสนใจ สารคดีจึงอุดมไปด้วยภาพนิ่งและคลิปวิดีโอ รวมถึงเสียงวิทยุที่บอกเล่าเหตุการณ์ไล่เรียงตั้งแต่เริ่มในธนาคาร จนอาชญากรตัดสินใจขับรถหนีออกไปยังเมืองละแวกใกล้เคียงและจับตัวประกันเพิ่ม ก่อนลุกลามบานปลาย กินอาณาบริเวณในแถบทางตอนเหนือของเยอรมันตะวันตก จนไม่อาจจะคาดเดาได้ว่า เหตุการณ์จะไปสิ้นสุดอย่างไร

    ความโดดเด่นของสารคดีเรื่องนี้ นั่นคือ การตัดสินใจใช้ฟุตเทจจริงทั้งหมดไล่เรียงเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นยันจบ ทั้งผ่านคลิปวิดีโอภาพข่าวที่ถูกถ่ายในสถานที่จริง รวมถึงภาพถ่ายที่เป็นภาพประวัติศาสตร์บันทึกเหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้ในแทบทุกมุมและทุกเหตุการณ์ นั่นจึงทำให้เราเกิดความรู้สึกน่าติดตามและสนใจในเรื่องราวไปได้จนจบ

    แถมด้วย การคุมจังหวะผ่านองค์ประกอบที่ถ่ายทอดในสารคดีก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งการตัดสลับภาพนิ่ง, ใช้คำบอกเล่าแบบแปะแทนเสียงคำพูดในเหตุการณ์ (ลักษณะเหมือนแปะพาดหัวหัว) ก็ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังดูเหตุการณ์นี้คลี่คลายต่อหน้าเราก็มิปาน ทั้งที่มันก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วเมื่อ 34 ปีก่อนเสียด้วยซ้ำ

    นอกเหนือจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้ ที่ลุกลามบานปลายออกนอกธนาคารในกลัดแบ็ค ไฮแจ็ครถบัสในเมืองเบรเมน จอดในปั๊มในกรันด์เบิร์กซี หรือหนีไปยังพรมแดนเนเธอร์แลนด์ และกลับเข้ามาในเมืองโคโลญจน์ แถมด้วยพฤติกรรมของอาชญากรที่คาดเดาไม่ได้ ก็ทำให้ยากจะคาดเดาว่า ผลลัพธ์ของเหตุการณ์นี้จะเป็นเช่นไร

    สิ่งที่เหนือจริงยิ่งกว่าวิกฤตการณ์จับตัวประกันนี้ ก็คือการที่เราได้ดูภาพเหตุการณ์จริงทั้งหมดนี้ จากการทำงานของสื่อมวลชนที่ทำงานอย่างใกล้ชิด ซึ่งก็ใกล้ถึงขนาดที่ว่า อาชญากรอย่าง “ฮานส์-เจอร์เกน รอสเนอร์” ลงมาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวอย่างเป็นกันเอง สูบบุหรี่ถามตอบ หัวเราะเริงร่ากัน ทั้งที่ด้านหลังของเขายังมีตัวประกันที่นั่งอยู่บนรถเมล์ และเขาก็ยังคงมีปืนที่ถือเอาไว้ในมือ พร้อมจะเหนี่ยวไกได้ทุกเมื่อ

    เหตุการณ์เหล่านี้ถูกจับภาพถ่ายทำตลอดตั้งแต่ต้นยันช่วงท้าย ๆ ของเหตุการณ์ จนเรารู้สึกเหนือจริง ด้วยความสงสัยที่ ว่า “ทั้งหมดที่เรากำลังดู นี่คือภาพจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ?” เพราะมันยากเกินจะเชื่อ แต่เหตุการณ์ทั้งหมดก็ถูกคลี่คลายลงต่อหน้าเรา และกลายเป็นการวิพากษ์การทำงานอันหละหลวมและปราศจากวิจารณญานของนักข่าวในสมัยนั้น รวมถึงการตอบสนองของตำรวจที่ล่าช้า จนเหตุการณ์ระทึกขวัญนี้จบลงอย่างไม่สวยนัก

    สรุปแล้ว Gladbeck: The Hostage Crisis คือสารคดีอาชญากรรมระทึกขวัญที่บอกเล่าเหตุการณ์การจับตัวประกันอันสะเทือนขวัญของเยอรมันในปี 1988 ผ่านฟุตเทจที่มีอยู่จริงทั้งหมด ด้วยเทคนิคถ่ายทอดที่แสนระทึกขวัญน่าติดตาม ทำให้เรารู้สึกใกล้ชิด ประหนึ่งได้ติดตามเหตุการณ์นี้สด ๆ ทั้งที่เป็นเหตุการณ์ในอดีต แต่ด้วยฟุตเทจเหล่านี้ ก็ก่อให้เกิดความรู้สึกที่เหนือจริงอยู่ไม่น้อย จนเราแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองในสิ่งที่เรากำลังรับชมเสียด้วยซ้ำ

    4 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in