เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
หนังที่ดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
Jurassic World Dominion (2022) – ไดโนเสาร์โรมรัน กับฝูงตั๊กแตนถล่มโลก
  • หมุดหมายของแฟรนไชส์หลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จ มักจะมีภาคสุดท้ายของไตรภาคเป็นบทสรุป เฉกเช่นจากที่เราเห็นได้ในไตรภาคใหม่ของ Star Wars หรือแม้แต่หนังซูเปอร์ฮีโร่ของ Avengers เองก็ถึงบทสรุปด้วยความพ่ายแพ้ก่อนไปสานต่อในภาคต่อ แต่สำหรับแฟรนไชส์ไดโนเสาร์คืนชีพที่กลับมาโรมรันในภาค Jurassic World ก่อนต่อด้วย Fallen Kingdom และมาสู่บทสรุปอย่าง Jurassic World Dominion

    Jurassic World Dominion เล่าเรื่อง 4 ปีหลังการล่มสลายของเกาะอิสลา นูบลาร์ จนเป็นเหตุทำให้เหล่าไดโนเสาร์ออกมาโรมรันทั่วโลก แคลร์ และ โอเว่น ซึ่งอยู่อาศัยร่วมกันในกระท่อมกลางหุบเขาในเนวาดา พร้อมด้วย เมซี่ ล็อควู้ด หลานสาวผู้ถูกโคลนขึ้นและกำลังอยู่ในการตามหาตัว ขณะเดียวกันกับที่องค์กร Biosyn ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อการค้นคว้ายารักษาโรคจากการวิจัยไดโนเสาร์ ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่มีเหตุฝูงตั๊กแตนกำลังระบาดและกินพืชไร่ จนอาจจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ นั่นทำให้ ดร. เอลลี แซตเลอร์ และ ดร. อลัน แกรนท์ เตรียมสืบหาว่าเหตุตั๊กแตนและ Biosyn เกี่ยวข้องกันหรือไม่

    หนังพาเราเข้าเรื่อง ด้วยการทำให้เห็นโลกปัจจุบันที่มีไดโนเสาร์และมนุษย์ต้องดำรงอยู่ร่วมกัน และสานต่อเรื่องราวจากภาค Fallen Kingdom ที่มีองค์กรใหม่ถือกำเนิดขึ้น และนำพาไปรู้จักชุดตัวละครจากภาคต้นฉบับอย่าง ดร. เอลลี, ดร. อลัน และ ดร. เอียน เข้ามามีบทบาทในภาคนี้ ในช่วงสององค์แรก หนังแบ่งสองเส้นเรื่อง นั่นคือเส้นเรื่องของชุดตัวละครหลักในไตรภาคใหม่อย่างโอเว่นและแคลร์ กับ เส้นเรื่องของชุดตัวละครเก่าที่ต้องตามหาความจริงจากเหตุตั๊กแตนระบาด โดยระหว่างทางก็มีการแทรกฉากไดโนเสาร์ในเซ็ตติ้งโลกปัจจุบันประปราย

    ส่วนที่ดีคงเป็น กลิ่นอายความ nostalgia ที่ถูกขับเน้นออกมา นับตั้งแต่ชุดตัวละครเก่ากลับมาพบหน้ากัน ปฏิสัมพันธ์ที่พวกเขามีกันในแต่ละฉาก รวมถึงกลิ่นอายเคมีและเสน่ห์จากพวกเขา และการ pay homage ที่บางฉากก็แทบจะทำซ้ำจากตัวหนังต้นฉบับ ก็น่าจะทำให้แฟน ๆ ของ Jurassic Park ยิ้มแก้มปริ

    นอกเหนือจากนี้ การออกแบบฉากที่เกี่ยวกับไดโนเสาร์ในเรื่องก็ทำได้สนุก นับตั้งแต่ ฉากไล่ล่าหนีไดโนเสาร์กลางเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก ๆ หรือแม้แต่ฉากเผชิญหน้าไดโนเสาร์ในลานน้ำแข็งกับคลานหนีไดโนเสาร์ ก็เป็นความระทึกขวัญที่ดีไม่น้อย แถมด้วย เซ็ตติ้งโลกในเรื่องที่น่าสนใจมาก ทั้งการพูดถึงตลาดมืดและดีลเลอร์ที่ซื้อขายไดโนเสาร์ ก็เป็นสิ่งที่น่าค้นหามาก

    กระนั้นเอง ถึงแม้จะเคลมว่าเป็นภาคบทสรุปของมหากาพย์ยุคจูราสสิค แต่หนังไม่ได้ทำให้รู้สึกแบบนั้นเลย ด้วยเรื่องราวมวลรวมมันออกแบบมาให้เหมือนเป็น “อีกบทหนึ่ง” เสียมากกว่าจะเป็นบทสรุป อีกทั้งการขยายเซ็ตติ้งมากมายในโลกที่เต็มไปด้วยไดโนเสาร์ อย่างเช่น ตลาดมืด ก็ถูกใส่เข้ามาเพื่อเป็นซีเควนซ์เล็ก ๆ ไม่ได้ขยายต่อไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่วัตถุดิบเหล่านี้ น่าจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจเสียยิ่งกว่าเรื่องราวซ้ำซากที่ว่าด้วยองค์กรที่หากินกับการฟูมฟักไดโนเสาร์เสียด้วยซ้ำ

    ธีมที่คลุมอยู่ในทุก ๆ ภาคของ Jurassic Park ก็คือการหมายเอาชนะธรรมชาติโดยมนุษย์ นับตั้งแต่การหยิบเอาเลือดไดโนเสาร์ที่อยู่ในตัวยุงจากยุคดำดำบรรพ์ ซึ่งอยู่ในฟอสซิลอำพัน และนำมาโคลนกลายเป็นไดโนเสาร์ให้มนุษย์เยี่ยมชม ก็ถือเป็นการกระทำอันโง่เขลานับตั้งแต่ภาคแรก ๆ ในหนัง แต่มันก็เป็นความน่าตื่นเต้นที่หากมนุษย์ได้เห็นไดโนเสาร์ได้ด้วยตาตัวเอง และน่าจะเป็นโจทย์สำคัญ นับตั้งแต่การมาของภาค Jurassic World ที่ว่า จะเป็นยังไง ถ้าไดโนเสาร์ดำรงอยู่บนโลกจริง ๆ?

    น่าเสียดายที่ไอเดียน่าสนใจหลายแหล่ ไม่ได้ถูกสานต่อ หรือถูกนำมาเล่าในทิศทางที่แปลกใหม่ เฉกเช่น การนำไดโนเสาร์มาเป็นอาวุธ หรือ การดำรงอยู่ของวงการประมูลไดโนเสาร์ หรือแม้แต่ ตลาดมืดที่ค้าขายไดโนเสาร์ หรือแม้กระทั่งหน้านายที่จัดหาและนำส่งไดโนเสาร์ มันดูเป็นโลกเกรดบีแต่ก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจไม่น้อย เพียงแต่ Jurassic World Dominion ก็ไม่อาจหาญพอจะนำไปในทิศทางนั้น ทั้งที่มันน่าจะเผยถึงความทะเยอทะยานของมนุษย์ที่อยากจะควบคุมธรรมชาติได้ดีไม่น้อย และน่าจะมากกว่าการที่ใช้ “ฝูงตั๊กแตน” มาสื่อธีมนี้ได้ดีกว่าเสียอีก

    สรุปแล้ว Jurassic World Dominion เป็นได้เพียงอีกหนึ่งบทของมหากาพย์จูราสสิคและไม่อาจเป็นบทสรุปของเรื่องราวไดโนเสาร์โรมรันพิภพโลกร่วมมนุษย์ได้ แม้ตัวหนังจะมาพร้อมเซ็ตติ้งและฉากไล่ล่าหนีไดโนเสาร์ที่น่าลุ้น และบรรยากาศหวนรำลึกความทรงจำจากหนังต้นฉบับ แต่มันก็ยังวกวนอยู่อย่างซ้ำซากผ่านเรื่องราวที่วนเวียนอยู่ในอ่าง เหมือนดูมนุษย์ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าจากความโง่เขลาที่มนุษย์พยายามจะควบคุมธรรมชาติ และไม่อาจจะหาทิศทางที่สดใหม่ให้กับแฟรนไชส์นี้ได้อีกแล้ว

    3 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in