เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
หนังที่ดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
The Last 10 Years (2022) – แด่ความรักครั้งสุดท้าย
  • มีไม่บ่อยครั้ง ที่สักช่วงเวลานึงของชีวิตที่เราจะหวนกลับมามองตัวเองว่า ชีวิตที่ผ่านมาเดินถึงเป้าหมายแค่ไหน หรือชีวิตที่ผ่านมา เราเสียเวลาไปกับอะไร ซึ่งก็มีไม่บ่อยครั้งที่เราตัดสินใจก้าวเดินต่อในหนทางที่ลำบากลำบน แต่อย่างน้อยมันก็คือเส้นทางที่เราตัดสินใจเดินเอง ในห้วงชีวิตที่ยังไม่รู้ไปสิ้นสุดที่ใดแต่มันก็น่าสนใจที่เราไม่รู้ว่าจะมีอะไรในภายภาคหน้า หากแต่หนังเรื่องล่าสุดที่ได้ไปดูอย่าง The Last 10 Years ก็สัมพัทธ์กับความคิดที่ว่าเช่นกัน

    The Last 10 Years เล่าเรื่องของมัตสึริ ทาคาบายาชิ หญิงสาวผู้เป็นโรคร้ายเกี่ยวกับปอดที่ไม่มีวันรักษาหายและส่งผลด้านการหายใจ จนทำให้เธออาจมีชีวิตยืนต่อได้อีกเพียง 10 ปี ขณะที่เธอพยายามจะใช้ชีวิตในช่วงสุดท้ายของเธออย่างปกติและตั้งใจจะไม่สร้างความสัมพันธ์ด้านความรัก เธอกลับโคจรมาพบกับ คาซึโตะ เด็กหนุ่มผู้เสียแรงจูงใจในการใช้ชีวิต และกลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตอันเหลวแหลกของเขา ในขณะที่คาซึโตะกำลังเริ่มชีวิตบทใหม่ มันก็อาจจะเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่มัตสึริเข้าสู่บทสุดท้ายของชีวิตเธอ

    ตัวหนังถูกสร้างจากวรรณกรรมที่สร้างจากเรื่องจริงของ รุกะ โคซากะ ซึ่งก็ป่วยเป็นโรคร้ายเช่นเดียวกับมัตสึริ ตัวหนังเปิดอย่างราบเรียบ เซ็ตติ้งเงื่อนไขของตัวละครชัดเจนทำให้เราเห็นเส้นทางของตัวละครที่อาจจะถูกกำหนดไว้แล้วอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนที่เรื่องจะพาตัวละคร คาซึโตะ เข้ามาในเรื่อง ความขัดแย้งทางทัศนคติในช่วงต้น ทำให้เกิดความน่าสนใจในการมองชีวิตที่ทั้งคู่มีและเรื่องราวก็พาทั้งคู่โคจรมาเจอกัน ในบรรยากาศของหนังที่พร้อมจะเรียกน้ำตาได้ทุกเมื่อ

    ส่วนที่น่าสนใจมาก ๆ ของหนังก็คือ การวางตัวหนังให้เราเห็นคุณค่าและความหมายของการใช้ชีวิต ผ่านตัวละครของมัตสึริและคาซึโตะ ทั้งที่หน้าหนังอาจถูกมองไว้เป็นหนังรักโรแมนติคได้โดยง่าย แต่หนังขับเน้นด้วยมวลรวมและบรรยากาศที่ไม่ต่างจากหนังชีวิต หลายส่วนของหนัง สามารถสร้างอารมณ์ร่วมผ่านเรื่องราวที่ แม้จะไม่ใช่การสู้ชีวิตก็ตาม แต่มันบอกถึงความพยายามในการใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติของมัตสึริ รวมถึงการเผยให้เห็นมุมมองที่เห็นซึ่งคุณค่าของชีวิตผ่านคาซึโตะ และทั้งสองกลายเป็นส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกันอีกด้วย อีกทั้งการพูดถึงสิ่งสำคัญอย่างครอบครัวที่เป็นกำลังใจและความช่วยเหลือให้มัตสึริอยู่เบื้องหลัง ก็เป็นสิ่งดีงามมากในเรื่องราวเหล่านี้

    แม้บรรยากาศและการกำกับจะไม่ได้ขับเน้นและเร่งเร้าให้เกิดความเมโลดราม่าขนาดนั้น ถึงแม้จะมีบางส่วนดูปรุงแต่ง แต่มันก็บอกผ่านเรื่องราวที่รู้สึกจริงไม่น้อย ทั้งการตัดสินใจของตัวละคร การเคารพการตัดสินใจของตัวละครนั้น ความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร และการพร้อมจะอยู่เป็นความช่วยเหลืออยู่ข้าง ๆ นั่นจึงอาจทำให้เรา “รู้สึก” ไปกับบางส่วนของเรื่องราวนี้ไม่น้อย ซึ่งโดยส่วนตัวรู้สึกอินกับพาร์ทครอบครัวของเรื่องนี้มากพาร์ทความโรแมนติคของเรื่องเสียอีก

    นอกเหนือจากนี้ องค์ประกอบอื่น ๆ อย่างการแสดงก็ทำหน้าที่ได้ดีทั้งนักแสดงนำและสมทบ รวมถึงการคุมจังหวะกำกับและดนตรีประกอบโดย RADWIMPS ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ขับเน้นทางอารมณ์ได้ดีมาก ๆ ทั้งการสร้างหรือเสริมหรือขับเน้นในช่วงจังหวะที่เผยให้เห็นอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครได้ดี อีกทั้งยังก่อให้เกิดความโรแมนติคได้อีกต่างหาก

    ยากที่จะรู้สึกได้ว่า ชีวิตที่ไม่แน่นอนของคนเรา หากถูกกำหนดด้วยความตายให้กลายเป็นสิ่งที่ถูกประมาณการณ์ได้ เราจะรู้สึกอย่างไร สิ่งที่หนังทำคือการฉายให้เห็นภาพและสภาวะทางอารมณ์ที่ซับซ้อนของมัตสึริ ทั้งสิ่งที่เธอต้องรับมือ สิ่งที่เธอต้องวางตัวอย่างเป็นปกติ ให้ไม่เป็นภาระทางครอบครัวหรือเกิดภาวะผูกพันเพิ่มเติมด้วยการมีความรัก หลายช่วงหลายตอน เราได้เห็นสภาวะแตกร้าวจากมัตสึริ รวมถึงผู้คนรายล้อมเธอ ทั้งการถอดใจไม่สู้ต่อหรือการมีแรงใจในการมีชีวิต ที่แม้จะกำลังเดินหน้าไปสู่บั้นปลายของชีวิตก็ตาม

    มันสะท้อนให้เห็นมิติอันซับซ้อนของมนุษย์ ที่สุดท้ายล้วนต้องสิ้นสุดหยุดที่ความตาย เป็นหนทางที่มนุษย์ผู้ใดก็ไม่อาจหลีกหนีได้ แต่สิ่งที่ทำให้มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าค้นหา คือ ความพยายามอย่างหนักหน่วงในการใช้ชีวิตให้มันเปี่ยมไปด้วยความหมาย ถึงแม้มันจะเป็นวาระสุดท้ายที่ถูกกำหนดระยะเวลามาแล้วก็ตาม ฉะนั้นเอง เฉกเช่น มัตสึริ และ คาซึโตะ เรามาใช้ชีวิตอย่างมีความหมายนับแต่นี้ต่อไปกันเถอะ

    สรุปแล้ว The Last 10 Years คือหนังดราม่าสัญชาติญี่ปุ่นที่มาพร้อมเรื่องราวและพล็อตพร้อมกระชากน้ำตา ที่ทำให้เราได้เห็นซึ่งคุณค่าของชีวิตมากขึ้น แม้จะฉายด้วยความเป็นหนังรัก แต่ส่วนตัวอินกับพาร์ทครอบครัวมากกว่า นำด้วยการแสดงที่เปี่ยมเสน่ห์และเคมีของนักแสดงนำอย่าง นานะ โคมัตสึ และ เคนทาโร่ ซากะกูชิ รวมถึงนักแสดงสมทบ แถมดนตรีประกอบก็เป็นส่วนหนึ่งที่ขับกล่อมอารมณ์ได้ดีอย่างมาก

    4 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in