เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
หนังที่ดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
Top Gun: Maverick (2022) – ภารกิจเลือดใหม่ฟ้าเหนือฟ้า
  • บางครั้งในใจก็คิดถึงหนังแอ็คชั่นยุคเก่า ที่มาพร้อมกลิ่นอายและพล็อตบาง ๆ จับต้องได้ แต่ก็ขับเน้นด้วยฉากแอ็คชั่นเลือดร้อนน่าตื่นตา ถ้าพูดง่าย ๆ เราก็เติบโตมากับหนังจากเจอร์รี่ บรัคไฮเมอร์ โปรดิวเซอร์มือทองที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังหนังบู๊มันส์ ๆ มากมาย หรือแบบยุคใหม่ นักแสดงที่มากับแบรนด์หนังบู๊ ก็คงต้องมี ทอม ครูซ เป็นอันดับต้น ๆ และเป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองกลับมาร่วมงานกัน ในภาคต่อของภาคแรกที่ทิ้งห่างมากกว่า 36 ปี อย่าง Top Gun: Maverick

    Top Gun: Maverick เล่าเรื่องราวหลังจากภาคแรกราวสามทศวรรษ กัปตัน พีท “มาเวอริค” มิทเชลล์ ที่ยังคงทำหน้าที่เป็นนักบินขับเครื่องบินเจ็ตรุ่นทดสอบ แต่แล้วเขาก็ได้รับมอบหมายให้ไปเป็นครูผู้ฝึกให้กับเหล่าสุดยอดนักบิน เพื่อเตรียมพร้อมในการทำภารกิจสุดแสนอันตรายในแดนข้าศึก โดยที่ไม่รู้ว่า หนึ่งในสุดยอดนักบินเหล่านั้น คือ ร้อยเอก แบรดลีย์ “รูสเตอร์” แบรดชอว์ ลูกชายของกูสที่เสียชีวิตไป การดุลความรู้สึกผิดในอดีตและการรับมือกับภารกิจที่ท้าตายในอนาคตคือสิ่งที่เขาต้องเผชิญหน้าในครั้งนี้

    ตัดสินใจเข้าไปดูโดยที่ยังไม่ได้ดูภาคแรกมาก่อน จึงเข้าไปแบบแบเบอร์ ตัวหนังเปิดมาด้วยฉากเปิด ที่มาพร้อมบรรยากาศที่แทบจะ pay homage ภาคแรกจนรู้สึกได้ ก่อนที่จะพาเรากลับมาสู่เรื่องราว นำด้วยตัวละครอย่าง มาเวอริค ที่เป็นนักบินเก๋าลายครามที่ยังเปี่ยมฝีมือแต่ก็หัวรั้น และเข้าไปสู่การแนะนำตัวละครรายล้อมต่าง ๆ ทั้งนักบินยอดฝีมือเลือดใหม่ ตัวละครเก่าจากภาคแรก โดยโครงสร้างที่แบ่งให้ช่วงสององค์แรกเป็นการเซ็ตติ้งเรื่องราว การฝึกปรือที่แทรกด้วยฉากเหินเวหาของเครื่องบินเจ็ต F-18 ที่น่าตื่นตา ก่อนนำไปสู่ไคลแมกซ์ที่สมการรอคอยไม่น้อย

    ส่วนที่ต้องชมมาก ๆ ก็คือ การตัดสินใจถ่ายทำฉากเหินเวหาทั้งหลายแหล่ ด้วยการถ่ายทำบนเครื่องบินเจ็ตจริง ๆ จนเรารู้สึกได้ถึงภยันตรายและความหวือหวาท้าตายในฉากเหล่านั้นได้อย่างยิ่งยวด ซึ่งก็ต้องชมด้วยเทคโนโลยีที่รุดหน้า จนถ่ายทอดงานภาพที่เสมือนจับเราไปอยู่ในค็อกพิทและงานเสียงที่แน่นจนพื้นสะเทือนได้เช่นนี้ และมันเป็นประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ที่น่าตื่นเต้นตื่นตามากเรื่องหนึ่ง

    ในขณะที่ส่วนไฮไลท์ในการถ่ายฉากแอ็คชั่นเหล่านั้นประสบความสำเร็จ องค์ประกอบอื่น ๆ ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ทั้งการกำกับที่แบ่งจังหวะการเล่าได้ดีน่าติดตาม แถมยังถ่ายทอดงานภาพในส่วนของฉากแอ็คชั่นได้ดี ดูรู้เรื่องไม่สับสน และยังควบคุมแนวทางและโทนบรรยากาศของเรื่องได้โดยไม่เสีย

    นอกจากนี้ เรื่องราวของหนังก็ให้กลิ่นอายของหนังแอ็คชั่นยุค 80-90 มาก ทั้งการวางโครงเรื่องที่ใช้สององค์แรกบิ๊วเรื่องราว และความใส่ใจในการเล่าปมภูมิหลังความขัดแย้งที่แต่ละตัวละครมีให้เห็นภาพ รวมถึงความเสี่ยงของภารกิจ ก่อนนำไปสู่ฉากไคลแมกซ์ที่ยิ่งใหญ่น่าตื่นตามาก ๆ ในองค์ท้าย โดยที่ฉากสำคัญนั้นแทบไม่ต้องใช้ดนตรีประกอบเข้าช่วยเสียด้วยซ้ำ เพราะคนดูมีอารมณ์ร่วม รวมถึงรับรู้ความเสี่ยงของฉากเหล่านั้นด้วยตัวเอง มันจึงเป็นฉากแอ็คชั่นที่ลุ้นระทึกและสุดมันส์ และส่วนตัวเชื่อว่า ตัวหนังถูกทำออกมาเพื่อให้เกียรติและยกระดับต้นฉบับภาคแรกในปี 1986 ได้ดีมาก ๆ

    อย่างไรก็ดี ถึงแม้เรื่องราวมันจะถูกบอกเล่าตามสูตรสำเร็จ และตัวหนังก็แทบจะเป็นลานฉายแสงของทอม ครูซ ในฐานะนักแสดงนำ แต่มันก็ถูกเสริมสร้างในฐานะหนังแอ็คชั่นแบบ Top Gun ที่ถูกนำมาถ่ายทอดและบอกเล่าด้วยเทคโนโลยีการถ่ายทำในยุคใหม่ที่ดึงอารมณ์ร่วมของคนดูได้ดี

    ความน่าสนใจภายใต้เรื่องราวของทหารเรือ (ซึ่งทำหน้าที่ขับเครื่องบินรบ) แสนมุทะลุหัวรั้นคิดน้อยแบบมาเวอริค ซึ่งเป็นเลือดเก่า นั่นคือ การต้องเผชิญหน้ากับเหล่าเลือดใหม่และเทคโนโลยีที่จะมาแทนของเก่า ซึ่งก็สอดรับกับตัวตนและการถ่ายทำของ Top Gun: Maverick อย่างกับเป็นภาพสะท้อนซึ่งกันและกัน ทั้งความเก๋าในการถ่ายทำของจริง สอดรับกับตัวตนของมาเวอริค ที่ย้ำนักย้ำหนาถึงการ “ไม่ต้องคิด ทำเลย” ซึ่งตัวหนังแม้จะมีฉากบู๊น่าตื่นตาแต่ก็ไม่ได้สลับซับซ้อนเกินคาด แต่มันทำให้เราตื่นตาด้วยเทคนิคถ่ายทำที่สุดแสนจะ immersive และมันก็เป็นความเก๋าที่บางครั้งมันก็เอาชนะของใหม่แบบซีจีได้ด้วยซ้ำ (ถึงแม้ในหนังจะมีการใช้ซีจีเข้าช่วยในบางฉากก็ตามที)

    สรุปแล้ว Top Gun: Maverick คือหนังแอ็คชั่นแสนบันเทิงที่โคตรสนุก นำด้วยเทคนิคการกำกับและการถ่ายทำที่ immersive จนทำให้ฉากเหินเวหาเหล่านั้นน่าตื่นตา เสมือนเราได้ไปนั่งในค็อกพิทร่วมกับนักแสดง แม้ตัวหนังจะมาด้วยโครงสร้างสูตรหนังแอ็คชั่นยุค 80 ที่ใช้เวลาบิ๊วเรื่องราวและเล่าตัวละครทั้งหลายแหล่ แต่มันก็นำเราไปสู่ไคลแมกซ์สุดมันส์ที่สมค่าการรอคอยมาก ๆ สมควรค่าแก่การดูในโรงภาพยนตร์จริง ๆ

    4.5 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in