เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
หนังที่ดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
Fantastic Beasts: The Secrets of Dumbledore (2022) – ลูกชั้นเป็นคนดีย์
  • จะบอกว่าเราโตกับแฟรนไชส์แฮร์รี่ พอตเตอร์ ก็ไม่ได้เสียทีเดียว แต่เราก็เห็นมันมาตั้งแต่ยังเล็ก ในโลกเวทมนตร์น่าค้นหา การใช้คาถา เหวี่ยงไม้กายสิทธิ์ หรือแม้แต่ขึ้นขี่ไม้กวาดก็ดูเป็นสิ่งน่าตื่นตา แต่สำหรับภาคแยก Fantastic Beasts ที่ดูน่าตื่นเต้นในการได้ย้อนไปดูภาคต้นในโลกเวทมนตร์ แต่ก็ดูจะไม่ได้น่าตื่นเต้นแบบตัวหนังชุดหลัก จนกระทั่งในภาคล่าสุดนี้ที่พาเราไปสำรวจภูมิหลังระหว่างกรินเดลวัลด์-ดัมเบิ้ลดอร์มากกว่าที่เคย อย่างใน Fantastic Beasts: The Secrets of Dumbledore




    The Secrets of Dumbledore สานต่อเรื่องราวจากภาคก่อน ที่ทัพของกรินเดลวัลด์หวังจะครองโลกด้วยการเปิดศึกกับมักเกิ้ล ดัมเบิ้ลดอร์ ซึ่งไม่อาจจะต่อสู้ด้วยตัวเองจากพันธะสัญญาเลือด จึงทำการรวมทีมเพื่อแทรกแซงแผนของกรินเดลวัลด์ ขณะเดียวกันที่โลกเวทมนตร์กำลังทำการเลือกตั้งหาผู้นำคนใหม่

    ทำใจไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ถึงชะตากรรมของแฟรนไชส์ หลังศักยภาพในภาคก่อนอย่าง The Crimes of Grindelwald ไม่ได้ทำให้เราตื่นตาหรือตื่นตะลึงแบบที่ตัวหนังชุดแรกหรือภาคแรกของแฟรนไชส์นี้ทำได้ ตัวหนังเปิดประเดิมมาด้วยฉากเผชิญหน้าที่ทำให้เราได้เห็น แมดส์ มิคเคลเซ่น ในบทกรินเดลวัลด์ ก่อนที่จะใส่ความเป็น “สัตว์มหัศจรรย์” เข้ามา มีตัวละครจากภาคก่อน แทรกด้วยฉากที่แสดงความเป็นโลกเวทมนตร์ตามบริบทในเรื่อง

    ส่วนหนึ่งที่ต้องขอชมก็คือ แคสติ้งนักแสดงที่ค่อนข้างเป็นตัวแบกของหนังเรื่องนี้ ทั้งการแบ่งรับแบ่งสู้ระหว่าง จู้ด ลอว์ และ แมดส์ มิคเคลเซ่น ที่เป็นเสมือนแกนกลางของหนัง รวมถึงนักแสดงสมทบรายอื่น ๆ ก็ฉายเสน่ห์ได้ตลอดทั้งเรื่อง ส่วนต่อมาก็คือ งานสร้างที่ยังคงความน่าตื่นตาทางด้านภาพและการฉายภาพโลกเวทมนตร์ในยุคนั้นได้ดี ผ่านการออกแบบตึกรามบ้านช่องและเสื้อผ้าหน้าผมที่สื่อถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างทางชาติพันธ์ได้น่าสนใจ นอกเหนือจากนี้ จังหวะการเล่าของภาคนี้ก็ถือว่าพัฒนาและดีกว่าภาคก่อนมาก โดยเฉพาะจังหวะการเล่าที่ขับเน้นการเล่าทางด้านภาพ (visual storytelling) มากขึ้นแทนการพรรณนาแบบภาคก่อน

    กระนั้นเอง มันยังติดหล่มเดิม ๆ ที่เราสัมผัสมาตั้งแต่ภาคแรก ทั้งจังหวะการเล่าเรื่องที่เน้นพรรณนา ซึ่งน่าจะติดมาจากสไตล์การเขียนวรรณกรรมของตัว เจ.เค. โรว์ลิ่ง ทั้งการเล่าพล็อตที่ไม่ชัดเจนในช่วงแรก ก่อนที่จะเห็นพล็อตหลักชัดขึ้นในช่วงเข้าองค์สอง หรือฉากที่ต้องเล่าเรื่องระหว่างตัวละครต่าง ๆ ก็ไม่ได้ส่งเสริมหรือก่อเกิดอารมณ์ร่วมแบบที่ภาพยนตร์ควรทำ แต่ยังดีที่ภาคนี้ได้มือเขียนบทแบบ สตีฟ โกล์ฟ ที่เคยเขียนบทแฮร์รี่ พอตเตอร์ ฉบับหนังมาก่อน จังหวะของหนังจึงอยู่กับร่องกับรอยมากขึ้น

    นอกเหนือจากนี้ เรารู้สึกถึงกลิ่นอายความเป็นเวทมนตร์ในภาคนี้ แต่มันไม่ได้เปี่ยมมนตร์ขลังแบบที่เรารู้สึกได้จากหนังชุดหลักหรือ Fantastic Beasts ภาคแรกที่เราตื่นตากับเหล่าสัตว์มหัศจรรย์ การที่หนังใส่ชุดตัวละครที่เริ่มออกห่างจากนิวต์เรื่อย ๆ เหมือนให้เขาเป็นเพียงแค่หมากในเกมการเมืองของโลกเวทมนตร์ ซึ่งถึงแม้สิ่งเหล่านั้นจะดูน่าสนใจ แต่หนังก็ไม่ได้เกลี่ยรายละเอียดให้เขาเป็นเหมือนแกนกลางของเรื่องอย่างที่ควรจะเป็น ยังไม่นับตัวละครบางตัวที่บทจะหายก็หายเสียเฉย ๆ และบทจะมาก็ถูกใส่มาแบบงง ๆ

    และที่สำคัญ เราอยากสัมผัสกลิ่นอายเวทมนตร์แบบใหม่ ถ้ามันได้อยู่ในรสมือคนอื่นนอกเหนือผู้กำกับ ฯ อย่าง เดวิด เยตส์ บ้าง ซึ่งโดยส่วนตัว เราไม่ได้บอกว่า เยตส์ เป็นผู้กำกับ ฯ แฟรนไชส์ที่แย่ แต่เราเพียงแค่อยากเติมลมหายใจใหม่ ๆ ให้กับแฟรนไชส์ที่อาจจะไม่ได้ไปต่อจนถึงภาค 5 เท่านั้นเอง

    การนำสัตว์มหัศจรรย์มาใช้ในแฟรนไชส์ถือเป็นพัฒนาการที่น่าสนใจ ขณะที่ภาคแรกพูดถึงการทำความเข้าใจธรรมชาติของสัตว์เหล่านั้น ภาคสองพูดถึงนิสัยมนุษย์ที่กระหายความรุนแรง ส่วนภาคนี้มันพูดถึงการใช้สัตว์มหัศจรรย์เป็นเครื่องมือช่วยบ่งชี้คุณสมบัติของคน ในโลกเวทมนตร์น่าค้นหาเปี่ยมมนตร์ขลัง แต่กลับกันในวิธีการเลือกผู้นำที่จะเป็นผู้กรุยทางไปสู่อนาคตดันใช้ตัวเลือกตัดสินใจที่เป็นความเชื่อที่ยึดถือกันมาเป็นเวลานาน แทนที่จะเป็นการสำรวจคุณสมบัติที่น่าเชื่อถือหรือศักยภาพจริงของคนนั้น ๆ มันยิ่งทำให้เราเห็นว่า แม้ในโลกเวทมนตร์เอง มันก็ยังมีสิทธิพิเศษที่ไม่ได้ใช้ตรรกะของมนุษย์ในการตัดสิน และเป็นการตีค่าความดีที่ดูตื้นเขินไม่น้อย

    สรุปแล้ว Fantastic Beast: The Secrets of Dumbledore คือภาคต่อแฟรนไชส์พ่อมดแม่มดที่มีพัฒนาการพอทำเนา จังหวะการเล่าเรื่องที่อยู่กับร่องรอยมากและดูสนุกขึ้น นำด้วยแคสติ้งที่แบกด้วยการแสดงเปี่ยมเสน่ห์ล้วน ๆ กระนั้นเอง การเล่าเรื่องยังเต็มไปด้วยการพรรณนาแบบวรรณกรรมแบบภาคก่อน แถมด้วยการกำกับที่ตามมาตรฐาน พร้อมด้วยกลิ่นอายเวทมนตร์ที่ไม่อาจจะสัมผัสถึงมนตร์ขลังแบบชุดหลักได้เลย

    3.5 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in