เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
หนังที่ดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
Morbius (2022) – เร่งเร้าให้ออกล่า
  • เป็นเรื่องปกติ ถ้าในช่วงบล็อคบัสเตอร์จะมีหนังจ่อรอเข้าฉาย เฉกเช่น หลาย ๆ คนที่เริ่มไปจองตั๋วรอดูหมอแปลกที่จะเข้าฉายในต้นเดือนหน้านี้ แต่ระหว่างทางก็เต็มไปด้วยหนังที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นคืออีกหนึ่งตัวละครคอมมิคจากจักรวาลสไปเดอร์แมนที่ Sony หยิบเอามาสร้างสานต่อจากความสำเร็จของ Venom นั่นคือ วายร้ายแวมไพร์อย่าง Morbius

    Morbius เล่าเรื่องของ ดร.ไมเคิล มอร์เบียส นายแพทย์อัจฉริยะผู้ป่วยโรคเลือด ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมเลือดเทียมของเขาเป็นหนึ่งในวิทยาการที่ช่วยคนทั้งโลก แต่ด้วยภาวะป่วยที่ไม่มีวันหาย เขายังคงตามหาวิธีการรักษาโรคเลือดที่ว่านี้ให้หายขาดด้วยการทดลองกับเลือดค้างคาว จนในวันหนึ่งการทดลองกลับผิดพลาด ทำให้เขากลายเป็นแวมไพร์ออกล่ามนุษย์

    หนังซูเปอร์ฮีโร่อีกหนึ่งเรื่องจากค่ายโซนี่ ที่นำเสนอเรื่องราวต้นกำเนิดของอีกหนึ่งวายร้ายคู่ปรับสไปเดอร์แมน เกริ่นนำด้วยชีวิตตัวละครหลักอย่าง มอร์เบียสในวัยเด็ก ที่เขาพานพบเพื่อนคนใหม่ ก่อนเติบโตกลายเป็นนายแพทย์ที่พยายามคิดค้นวิธีรักษา ก่อนที่การทดลองจะผิดพลาดและประดังมาด้วยฉากแอ็คชั่นปราดเปรียวว่องไวน่าตื่นเต้น

    ส่วนดีของเรื่องอันดับแรกก็คงหนีไม่พ้นการแสดง นำโดย จาเร็ด เลโต้ ที่ใช้เสน่ห์และทักษะการแสดงแบกหนังไว้ได้อยู่หมัด ทั้งในฉากที่ต้องต่อกรกับความกระหายเลือดหรือสภาพร่างกายในยามอ่อนแอ และเป็นภาพลักษณ์แอนตี้ฮีโร่ที่เท่ไม่น้อย ส่วนต่อมาก็คือ วิสัยทัศน์การนำเสนอฉากต่าง ๆ ที่ใส่กลิ่นอายความสยองขวัญเอาไว้ได้น่าสนใจ รวมถึงการนำเสนอฉากบู๊ก็เป็นความบันเทิงน่าตื่นตาอยู่ไม่น้อย

    อย่างไรก็ดี หนังเต็มไปด้วยความอิหลักอีเหลื่อที่ยากเกินจะก่อให้เกิดความรู้สึกบันเทิง ทั้งในแง่หนึ่งจากตัวบทที่แสนเชย ทั้งการวางให้เป็นหนังเล่าต้นกำเนิดแบบตรงไปตรงมาตามสูตร การใส่ตัวร้ายที่ล้าสมัย ชุดตัวละครที่ไม่จำเป็น (บางตัวละครถูกใส่เข้ามาเพื่อเข้ามาดูที่เกิดเหตุและไม่มีความคืบหน้าในการตามล่าหรือสืบสวนให้คนดูได้รับรู้) อีกทั้งมิติตัวละครในเรื่องก็แบนราบและยังไม่มากพอจะให้เกิดการค้นหาหรือเอาใจช่วยได้นัก

    นอกเหนือจากนี้ การกำกับและการเล่าเรื่องก็เป็นอีกองค์ประกอบที่ฉุดให้ตัวลงไปอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ ทั้งจังหวะการเล่าที่รีบเร่ง ตัดไปมาแต่ไม่อาจคงไว้ซึ่งอารมณ์ร่วม ทำให้ฉากไคลแมกซ์ของเรื่องกลายเป็นความเรียบเฉยทางอารมณ์ที่มีไว้เพื่อประกอบความตื่นตาทางด้านภาพเท่านั้น และมันจะกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ถูกหลงลืมได้โดยง่ายทันทีที่หนังจบ

    แถมด้วยฉากพิเศษระหว่างเครดิตที่ถูกใส่เข้ามา ก็ดูเป็นความตั้งใจโดยเฉพาะของทางค่ายที่อยากจะเร่งสร้าง Sinister Six เสียเต็มประดา แต่ด้วยความแห้งแล้งทางอารมณ์ที่หนังทั้งเรื่องมอบให้ ก็ไม่อาจทำให้เราตื่นเต้นไปกับการเผชิญหน้าในฉากเหล่านั้นได้ แล้วยิ่งคุณเร่งสร้างออกมาแต่ไม่ใส่ใจหนังเดี่ยว ชะตากรรมของแฟรนไชส์ในอนาคต อาจจะต้องมาเริ่มตั้งไข่ใหม่แบบอีกค่าย ที่ยักษ์ล้มตอนหนังรวมดาวฮีโร่ก็ได้นะ…

    สรุปแล้ว Morbius เป็นอีกหนึ่งความพยายามการสร้างหนังฮีโร่จากโซนี่ที่ไม่เข้าเป้าเท่าไหร่นัก แม้ตัวหนังจะมาพร้อมเรื่องราวน่าสนใจตามสูตร การแสดงที่แบกหนัง วิสัยทัศน์และฉากบู๊น่าตื่นตา แต่ด้วยการกำกับและเล่าเรื่องที่ย่ำแย่ไม่น่าติดตาม ทำให้ตัวบทที่แสนเชย แถมเต็มไปด้วยชุดตัวละครที่ไม่จำเป็นและพ่วงด้วยมิติอันแบนราบ ทำให้นี่เป็นความบันเทิงที่ห้วนชวนแห้งแล้งเหลือเกิน

    2.5 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in