เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
หนังที่ดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
Uncharted (2022) – ออกล่าสมบัติสุดขอบโลก
  • ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางครั้ง แฟรนไชส์เกมบางเกมที่เน้นการเล่าเรื่องบางครั้งก็เป็นหนึ่งในสื่อที่เล่าเรื่องได้ดีทัดเทียมภาพยนตร์เลยเสียด้วยซ้ำ จนกระทั่งบางเกมก็ประสบความสำเร็จจนได้ออกมาโลดแล่นเป็นภาพยนตร์ แต่ก็หาได้ยากที่ภาพยนตร์ดัดแปลงจากเกมเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จ (แบบ Arcane ที่เรายกให้เป็นหนึ่งการดัดแปลงจากเกมที่ยอดเยี่ยมที่สุด) จนมาถึงภาพยนตร์เรือธงแรกของสตูดิโอ PlayStation Productions อย่าง Uncharted

    Uncharted บอกเล่าเรื่องของ นาธาน เดรค เด็กหนุ่มบาร์เทนเดอร์ ผู้อาศัยในนิวยอร์ก และอาศัยความมือไวของตัวเองฉกของมีค่าจากลูกค้าในบาร์ จนกระทั่งวันหนึ่ง วิคเตอร์ “ซัลลี่” ซัลลิแวน นักล่าสมบัติชักชวนเนทให้มาร่วมล่าสมบัติของนักเดินเรือรอบโลกคนแรกในประวัติศาสตร์อย่าง เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน ที่ว่ากันว่ามีขุมทองกองใหญ่ซ่อนอยู่ ครั้งแรก นาธาน เกือบจะปฏิเสธไป แต่ทันทีที่ได้ยินชื่อพี่ชายที่หายไปนานอย่าง แซม ทำให้เขาตัดสินใจเข้าร่วมการตามล่าสมบัติครั้งนี้

    เราพอจะรู้จักกิตติศัพท์จาก Uncharted มาบ้าง ว่าเป็นหนึ่งในเกมผจญภัยที่ได้รับคำชมอย่างสูงและเป็นการผสมรวมการผจญภัยปนตลกและกลายเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์เกมที่ผู้คนหลงรัก จนค้นพบว่า Uncharted เดินเรื่องแทบจะคล้าย ๆ กับในตัวเกมที่เปิดมาด้วยฉากใหญ่ซึ่งเป็นเหตุการณ์โกลาหล ก่อนจะย้อนไปเล่าตั้งแต่ต้นใหม่ มีการฉากบู๊ไล่ล่าเล็ก ๆ แทรกด้วยการต่อปากต่อคำระหว่างตัวละคร การไขปริศนาและแทรกประวัติศาสตร์โลกเอาไว้ และไล่ไปสู่ฉากแอ็คชั่นน่าตื่นตาในองก์ท้าย

    ส่วนที่ดีคือ การออกแบบฉากแอ็คชั่นใหญ่ ๆ ในเรื่องที่เรารู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ตระการตา ทั้งฉากขายอย่างไต่กล่องสินค้ากลางเวหา และฉากเรือสำเภาลอยฟ้าช่วงท้ายเรื่อง ก็เป็นการออกแบบฉากแอ็คชั่นบ้าบิ่นที่สมฐานะแฟรนไชส์ Uncharted ที่ดี นอกเหนือจากนี้ การแสดงหลักของเหล่าทีมนักแสดง ทั้ง ทอม ฮอลแลนด์ ที่ยังคงทำหน้าที่นำเรื่องได้ดี และในรายของอันโตนิโอ แบนเดเรส ก็ฉายแววอำมหิตได้บ้าง

    อย่างไรก็ดี แม้จะเข้าไปดูด้วยความหวังที่ไม่มาก แต่ตัวหนังก็ไม่ได้ทำหน้าที่ได้ดีนัก ซึ่งปัญหาส่วนมากน่าจะมาจากการปูบทและไดเรคชั่นการกำกับที่เข้าขั้นแห้งแล้ง ทั้งการปูความสัมพันธ์ให้เราเห็นการทำงานร่วมกันครั้งแรกระหว่าง เนท-ซัลลี่ ซึ่งก็ไม่ได้จูงใจอะไรให้เราเชื่อขนาดนั้น มีการสร้างความขัดแย้งเรื่องความเชื่อใจ แต่ก็ไม่ได้ผูกเงื่อนไขและคลายปมที่สร้างแรงจูงใจได้ดีพอจะให้เรารู้สึกดีไปกับความสัมพันธ์เหล่านั้น แถมการขีดเขียนตัวละครก็มีแค่แรงจูงใจไม่กี่อย่าง ก็ทำให้ตัวละครดูแบนราบจนแทบไม่มีมิติตัวละครเลย

    แถมด้วยตัวบทที่ว่าด้วยการล่าสมบัติก็ดูตื้นเขินไม่น่าตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นการขีดเขียนให้ตัวละครออกเดินทางเพื่อตามล่าหาเบาะแส ก็ทำได้ยุ่งเหยิงแต่ไม่มีชั้นเชิงเสียเท่าไหร่ แถมช่วงเวลาในการค้นพบก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกทึ่งตะลึงงันแบบที่หนังประเภทนี้ควรจะเป็น ซึ่งถือว่าน่าเสียดายมาก ๆ

    นอกจากนี้ แม้นักแสดงอย่าง ทอม ฮอลแลนด์ จะทำหน้าที่ครองจอและแสดงฉากผาดโผนได้ดี แต่เรารู้สึกว่าการคัดเลือกตัวแสดงอย่าง ฮอลแลนด์ ในบทนาธาน และ วอห์ลเบิร์ก ในบทซัลลี่ ก็ดูจะ miscast ไปมาก ๆ เพราะหลายช่วงเราก็ยังคงติดภาพพ่อหนุ่มปีเตอร์มาในหนังนี้ (ยิ่งหนังใส่บุคลิกตัวละครที่แทบจะคล้ายกันมาด้วย) แถมบทซัลลี่ที่ต้องมีอายุและแสดงถึงความสูงวัยถูกใส่เข้ามา แต่ด้วยกายภาพของวอล์หเบิร์กที่กำยำก็ไม่ได้ทำให้เราเชื่อโดยสิ้นเชิง แม้บางช่วงบางตอนเคมีทั้งคู่จะค่อนข้างดีก็เถอะ

    สรุปแล้ว Uncharted คือหนังแอ็คชั่นผจญภัยที่ยังไม่ประสบความสำเร็จนัก ไม่ว่าจะมองในมุมที่ดัดแปลงจากเกมชื่อดังในชื่อเดียวกันหรือในฐานะหนังผจญภัยล่าสมบัติ ถึงแม้ตัวหนังจะมาพร้อมฉากแอ็คชั่นยิ่งใหญ่ออกแบบมาได้ดี แต่การกำกับและเขียนบทก็แห้งแล้งจนเกินไป มิติตัวละครที่น่าเอาใจช่วยก็ดูแบนราบ แถมเสน่ห์ของตัวเกมก็แทบไม่มี แม้เคมีของนักแสดงทั้งคู่จะดูเวิร์คอยู่บ้าง แต่สำหรับเราก็ยังไม่ซื้อในฐานะเนท-ซัลลี่อยู่ดี

    3 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in