เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
หนังที่ดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
Moonfall (2022) – เมื่อจันทราโคจรมาบรรจบกัน
  • หากย้อนไปมองช่วงทศวรรษก่อน ๆ ที่โรงหนังยังไม่มีแฟรนไชส์ฟอร์มใหญ่ภาคต่อหรือซูเปอร์ฮีโร่แบบปัจจุบัน เราก็อาจจะคุ้นชื่อผู้กำกับ ฯ อย่าง โรแลนด์ เอ็มเมอริช ที่โด่งดังจากการกำกับหนังภัยพิบัติล้างโลกภายใต้ธีมวันชาติอย่าง Independence Day ก่อนจะได้จับงานล้างโลกแนวถนัดในผลงานต่อมาอย่าง Godzilla, The Day After Tomorrow และ 2012 ซี่งดูเหมือนจะเป็นงานฟอร์มใหญ่และวินาศสันตะโรสุดที่เขาน่าจะเคยทำได้ แต่ดูเหมือนเอ็มเมอริชจะยังหาทางล้างโลกใหม่ ๆ ได้ ด้วยผลงานเรื่องล่าสุดอย่าง Moonfall


    Moonfall เล่าเรื่องของนักบินอวกาศ ไบรอัน ฮาร์เปอร์ และ โจ ฟาวเลอร์ ที่เอาชีวิตรอดจากการโจมตีของสิ่งทรงภูมินอกอวกาศมาได้ หากแต่ไม่มีใครเชื่อฮาร์เปอร์ นั่นทำให้ชีวิตของเขาสวนทางกับเพื่อนร่วมภารกิจกับฟาวเลอร์ไปคนละทิศทาง ตัดกลับมาปัจจุบัน เคซี เฮาส์แมน นักทฤษฎีสมคบคิด กลับพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า วงโคจรดวงจันทร์กำลังแคบลงและมีความเป็นไปได้ที่จะพุ่งชนโลก และเมื่อนาซ่าตรวจสอบว่าข้อมูลนี้น่าเชื่อถือ พวกเขาจึงต้องร่วมมือกันปฏิบัติภารกิจก่อนที่ดวงจันทร์จะพุ่งชนโลก

    ไม่ได้ลิ้มรสหนังภัยพิบัติในแบบฉบับของเอ็มเมอริชมาเสียนาน แม้ว่าหลายครั้งไอเดียจะดูบ้าบิ่นแต่ด้วยทุนสร้างและเนื้อหามันก็กลับเพิ่มความน่าเชื่อถือขึ้นมาได้ ไม่แม้แต่กับ Moonfall ที่นำเอาความบ้าคลั่งที่ไม่น่าเป็นไปได้อย่าง ดวงจันทร์หลุดวงโคจรมานำเสนอ หนังมาในรูปแบบสามองก์ที่คุ้นเคย ผ่านฉากเปิดที่นำเสนออันตราย การเกริ่นแนะนำตัวละคร ภัยพิบัติที่เริ่มต้นจนนำไปสู่ปฏิบัติการกู้โลกในองก์สุดท้าย รวมถึงบทสรุปที่น่าท้าทาย ท่ามกลางฉากวินาศสันตะโรมากมายที่เป็นสไตล์ของหนังแนวนี้

    ไม่ปฏิเสธว่า วิสัยทัศน์ของผู้กำกับ ฯ อย่าง โรแลนด์ เอ็มเมอริช ที่ถ่ายทอดความวินาศสันตะโรนั้น ยังคงทำงานอย่างหนัก ดั่งที่เราเห็นได้จากการนำเสนองานด้านภาพหลายอย่างที่ทำให้ดวงจันทร์ซึ่งเป็นดาวบริวารของโลกเรา กลายเป็นภัยพิบัติระดับมหันตภัยได้ชวนสะพรึง ทั้งในหลาย ๆ ฉากที่พระจันทร์ขึ้น หรือภัยพิบัติในรูปแบบต่าง ๆ เอ็มเมอริชก็ยังมีวิธีในการถ่ายทอดความโกลาหลที่ค่อนข้างดี นอกจากนี้ เทคนิคพิเศษหลายอย่างก็อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดูดี แม้จะมีบางช่วงดูลอยบ้าง แต่ด้วยการออกแบบที่ดีทำให้เทคนิคพิเศษหลายอย่างน่าตื่นตา ประกอบกับแนวหนังกู้โลกก็เป็นแนวหนังคนที่ต้องการดูหนังภัยพิบัติดูเอามันส์น่าจะดูสนุกอยู่ไม่น้อย

    อย่างไรก็ดี เราค้นพบว่า นี่คือหนังที่เต็มไปด้วยลูกสูตรหนังภัยพิบัติของโรแลนด์ เอ็มเมอริช ที่เราเคยมาแล้วแทบทุกเรื่อง ทั้งการแนะนำและเซ็ตติ้งตัวละครที่มีหลายแขนงก่อนที่พวกเขาจะร่วมหัวจมท้ายปฏิบัติภารกิจร่วมกัน ชะตากรรมตัวละครที่คล้าย ๆ กัน จนนำไปสู่ฉากจบที่เราพอจะคาดเดาได้ การสละไปซึ่งความสมเหตุสมผลหลาย ๆ อย่างระหว่างดำเนินเนื้อเรื่อง (แม้จะมีหลักการรองรับก็ตาม) แถมช่วงการดำเนินเรื่องในช่วงแรกยังไม่ได้น่าติดตามเท่าที่ควร เหมือนจะรอให้หนังเข้าสู่กาลอวสานก่อน ตัวหนังถึงจะถีบตัวและน่าสนใจขึ้นมาได้

    แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เป็นกลิ่นอายความเชยที่เอ็มเมอริชยังคงเชื่อมั่น ในแนวหนังภัยพิบัติที่เป็นเสมือนของคู่มือของเขา ในลูกสูตรหนังแบบนี้ แม้ว่ามันจะเชยและดูจะล้าสมัย แต่มันก็ยังคงเป็นความท้าทายในตัวผู้สร้างและคนดูเอง ที่ยังมีชิ้นงานที่หาญกล้าพอจะนำเอาทฤษฎีสมคบคิดมาสร้างเป็นหนังทุนสูงที่ยังพอที่จะมอบความบันเทิงได้พอทำเนา

    สรุปแล้ว Moonfall คือหนังภัยพิบัติเรื่องล่าสุดของโรแลนด์ เอ็มเมอริช ที่ยังมาพร้อมลูกสูตรหนังที่เราคุ้นเคยจากผลงานก่อนหน้า เหล่าตัวละครหลายแขนง เซ็ตติ้งตัวละครที่มักมาพร้อมปัญหาก่อนมารวมตัวกันหนีตายและช่วยโลก ทำให้ตัวหนังค่อนข้างคาดเดาได้ แถมช่วงแรกก็เล่าได้ไม่น่าติดตาม แต่ด้วยการนำเอาทฤษฎีสมคบคิดดวงจันทร์มาเขย่าเข้ากับปฏิบัติการกู้โลก ก็เป็นอะไรที่ยังคงบันเทิงได้ไม่น้อย แม้จะต้องถอดสมองออกไปบางส่วนบ้างก็ตาม

    3.5 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in