หนังที่ผมดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
Birds of Prey (2020) – เพราะฉันต่างหากที่ทุกคนต้องกลัว
  • ความจริงได้ดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงเข้าฉายสัปดาห์แรก ๆ แต่ติดพันจากภารกิจช่วงออสก้าร์ ทำให้ต้องเลื่อนมาหลายอาทิตย์จนกระทั่งเจ้าเม่นสายฟ้าเขี่ยแม่นางฮาร์ลีย์ลงจากตารางอย่างน่าใจหายจากรายได้ที่ไม่เข้าเป้านัก ทั้งที่ Birds of Prey ที่ถือเป็นหนังรวมดาวฮีโร่หญิงเรื่องแรกของค่าย DC ที่มาพร้อมความหาญกล้าในการเป็นหนังเรทอาร์เรื่องแรกของหนังที่ดัดแปลงจากค่ายคอมมิคนี้เช่นกัน



    Birds of Prey หรือในชื่อยาวเหยียดอย่าง Birds of Prey (and the Fantabulous Emancipation of One Harley Quinn) เอ่อ… จำแค่นกผู้ล่าก็พอเนาะ… เล่าเรื่องของ หญิงสาวสุดมั่นสติปั่นอย่าง ฮาร์ลีย์ ควินน์ ที่หลังเหตุการณ์ใน Suicide Squad ที่เธออกหักจากโจ๊กเกอร์ แต่ไม่มีใครในก็อทแธมกล้าหือจากความสัมพันธ์ที่เธอมีกับมิสเตอร์เจ. (ก็โจ๊กเกอร์นั่นแล) จนกระทั่งเธอตัดสินใจลุกออกจากเงาของโจ๊กเกอร์ ด้วยการประกาศกร้าวว่าเธอเลิกกับโจ๊กเกอร์แล้ว คนทั้งเมืองจึงหมายหัวและตามล่าเธอ พร้อมกับหัวหน้าแก๊งอาชญากรอย่าง โรมัน ไซโอนิส ที่หวังจะหมายเอาเพชรที่เด็กอย่าง แคสซานด้า เคน แอบจิ๊กมา

    ด้วยความที่เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่เรทอาร์เรื่องแรกของ DCEU (ไม่นับ Joker) ทำให้หนังมาพร้อมคำหยาบคายและฉากแอ็คชั่นที่รุนแรงไม่น้อย แปลกใจไม่น้อยที่หนังเรื่องนี้มีท่าทีในแบบ Deadpool ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะขณะที่หนังดำเนินหนังจะใช้การดำเนินเรื่องพร้อมบทบรรยายที่ ฮาร์ลีย์ ควินน์ พูดกับคนดูและคอยเล่าเรื่องไปพลาง ๆ แต่ก็เล่าแบบ non-linear ที่ตัดสลับระหว่างหลายเส้นเรื่องไปมาก่อนที่หนังจะขมวดทุกเส้นเรื่องเข้าหากัน


    ส่วนที่ดีมากก็คือ การแสดงของ มาร์โก้ ร็อบบี้ ในบท ฮาร์ลีย์ ควินน์ ว่าเธอเหมาะสมกับบทนี้อย่างยิ่งจริง ๆ ทั้งการสวมวิญญาณมอบจริตจะก้านที่ดูเป็นสาวใสแต่เต็มไปด้วยพิษสงก็ทำให้เธอดูน่าหลงใหลและไม่น่าไว้ใจในขณะเดียวกัน และนักแสดงสมทบคนอื่น ๆ ก็ทำหน้าที่ได้ดีเช่นกัน โดยเฉพาะในรายของ ยวน แม็คเกรเกอร์ ที่รับบท โรมัน ไซโอนิส ตัวร้ายได้อย่างโดดเด่น รวมถึงในรายของ แมร์รี่ อลิซาเบธ ไวน์สตีด ที่สวมบท เพชรฆาตหน้าไม้.. เอ๊ย ฮันเทรส ได้อย่างมีเสน่ห์และเท่มาก ๆ

    ส่วนต่อมาก็คือ การกำกับของ เคธี่ ยาน ที่ดุลโทนแนวของเรื่อง การเล่าเรื่องแบบ non-linear และผสมเรื่องแก๊งอาชญากรรมกับกลิ่นของหนังคอมมิคได้อย่างลงตัวมากและยังชูพลังหญิงได้อย่างพอดี อีกทั้งในฉากแอ็คชั่นที่ได้ แชด สตาเฮลสกี ผู้กำกับ ฯ John Wick ทั้งสามภาคมาช่วยกำกับฉากแอ็คชั่นเพิ่มเติม ซึ่งส่งผลให้ฉากแอ็คชั่นถูกออกแบบขึ้นมาอย่างสร้างสรรค์น่าตื่นเต้นและเสริมกับประเด็น feminist อย่างพอดี มีหลายฉากที่ตัวละครหญิงเหล่านั้นไม่สามารถสู้แรงผู้ชายตรง ๆ ไม่ได้ แต่หนังก็หาทางออกแบบฉากแอ็คชั่นให้สามารถต่อกรกับพวกเขาได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ โดยเฉพาะในฉากแอ็คชั่นช่วงท้ายและฉากแอ็คชั่นในช่วงกลางเรื่องที่เข้ากับโทนของเรื่องและเหมาะการที่หนังใช้เรทอาร์มาก ๆ อีกทั้งเพลงประกอบที่ประเคนเข้ามาตลอดเรื่องได้อย่างถูกจังหวะ


    ข้อเสียอย่างนึงก็คือ หนังใช้เวลาปูพอสมควรกว่าที่หนังจะขมวดเข้าสู่ความแอ็คชั่น แต่ถือว่าพอให้อภัยได้จากการเล่าเรื่องที่ต้องตัดสลับเส้นเรื่องไปมาและต้องทำให้เราเข้าใจถึงสภาพแวดล้อมและตัวละครทุกตัวโดยรอบ นอกจากนี้เรารู้สึกได้ถึงความล้น ๆ ระหว่างเรื่องไปบ้าง ไม่ว่าจะมาจากการเล่าเรื่องที่ใช้การเล่าแบบไม่เป็นเส้นตรงเพื่อสื่อถึงอารมณ์และบุคลิกตัวละครนำอย่าง ฮาร์ลีย์ ซึ่งแม้จะสอดรับและทำได้ดี แต่หลายครั้งก็ดูเกินและสะเปะสะปะไปบ้าง แต่ก็สามารถมองข้ามได้ หากมองดูองค์รวมที่หนังมอบความสนุกให้

    อย่างนึงที่เราคิดว่า เราชอบมากก็คือ การตีความตัวละครของฮาร์ลีย์ ควินน์ ซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อเทียบกับ Suicide Squad ที่แต่งตัวดูแรงกว่าจากชุดนุ่งสั้นเผยเนื้อหนัง มาเป็นชุดที่ดูน่ารักขึ้น โคร่งขึ้น เกะกะขึ้น แต่ก็ทำให้เราเห็นซึ่งเสน่ห์ของเธอมากกว่าเดิม เหมือนการปลดแอกจากเงาของผู้ชายอย่างมิสเตอร์เจ และมิสเตอร์เอ(เยอร์) ในหนังเรื่องก่อน ส่งผลให้ฮาร์ลีย์ เป็นฮาร์ลีย์มากกว่าที่เคยจะเป็น และทำให้เราเห็นว่า ผู้หญิงทุกรูปแบบพร้อมที่จะสู้และต่อกรในแบบของเธอเอง โดยไม่ต้องมารอให้ใครหรือผู้ชายหน้าไหนมาออกคำสั่ง และเราก็ยินดีที่พวกเธอจะเข้มแข็งในแบบที่พวกเธอเป็นเอง


    สรุปแล้ว Birds of Prey คือหนังฮีโร่อาชญากรรมที่ชูประเด็นหญิงโดยไม่ยัดเยียด มาพร้อมกับการแสดงของมาร์โก้ ร็อบบี้ ในบท ฮาร์ลีย์ ที่มีเสน่ห์และน่ารักน่าหยิกไม่หยอก อีกทั้งเส้นเรื่องแบบไม่เป็นเส้นตรงและสะเปะสะปะที่แม้จะใช้เวลาปูนานพอสมควร แต่ก็ดูตรงกับสไตล์ของหนังและฮาร์ลีย์อย่างพอเหมาะ อีกทั้งฉากแอ็คชั่นก็สร้างสรรค์และสนุกพอควรเลยล่ะ

    4 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in