เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
หนังที่ดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
Ghostbusters: Afterlife (2021) – การสานต่อและถึงบทส่งท้าย
  • เป็นเรื่องปกติ ถ้าหนังสักเรื่องประสบความสำเร็จและถูกเข็นภาคต่อออกมา แต่บ่อยครั้งที่ความตั้งใจที่จะสร้างแฟรนไชส์ ล้มเหลวเพียงเพราะภาคต่อนั้นไม่ดีพอจะให้เกิดกำไร แต่สำหรับบางเรื่อง มันก็มีโอกาสที่สองที่ไม่น่าเชื่อ หลังการรีบูตด้วยฉบับหญิงล้วนในปี 2016 ไม่ค่อยน่าพึงพอใจนัก ลูกผู้กำกับ ฯ บริษัทกำจัดผีต้นฉบับอย่าง เจสัน ไรท์แมน ประกาศสร้างภาคต่อที่เชื่อมโยงกับหนังสองภาคแรกเอง ซึ่งกลายมาเป็น Ghostbusters: Afterlife


    Ghostbusters: Afterlife เล่าเรื่องของครอบครัวหนึ่ง นำโดย คัลลี่ แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ย้ายมาตั้งรกรากอยู่ในเมืองกลางชนบทอย่างซัมเมอร์วิลล์ พร้อมด้วย เทรเวอร์ และ ฟีบี้ ในบ้านสุดสยองกลางไร่ที่เป็นสมบัติเดียวของตาอย่าง อีกอน ทิ้งไว้ให้ ขณะที่ทั้งสามพยายามปรับตัวให้เข้ากับการย้ายเข้ามาอยู่ เมืองก็เกิดแผ่นดินไหวทั้งที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนที่มีพลังหรือเหตุการณ์ประหลาดมากมายที่อธิบายด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ พวกเขาจึงหาทางแก้ไขปริศนาที่อาจจะเชื่อมโยงไปถึงบริษัทกำจัดผีในนิวยอร์ก

    ไม่ได้ย้อนดูสองภาคแรกมาตั้งแต่แรก แต่ก็ทำความเข้าได้ไม่ยากถึงโทนและบรรยากาศของเรื่อง ตัวหนังเล่าเป็นเส้นตรงง่าย ๆ ผ่านศูนย์กลางหลักคอยเดินเรื่อง ด้วยตัวละครแบบ ฟีบี้ (ซึ่งรับบทโดย เมคเคนน่า เกรซ) ซึ่งเป็นตัวละครที่รอบรู้ แต่แปลกแยกจากคนอื่น มีเซ็ตติ้งหลายอย่างที่ชวนให้คล้ายกับ Ghostbusters ภาคแรก ทั้งอารมณ์ขันแห้งหน้าตาย ตัวละครยิงมุก สลับกับบรรยากาศชวนขนพองสยองเกล้า

    ถึงแม้จะเป็นหนังที่ผลิตในสมัยใหม่ แต่เราก็เห็นได้จากการกำกับของ เจสัน ไรท์แมน (ลูกของผู้กำกับ ฯ อย่าง ไอวาน ไรท์แมน) ที่คุมโทนและบรรยากาศการเล่าเรื่องอย่างตรงไปตรงมา ให้ความรู้สึกเป็นเหมือนหนังสยองขวัญเชย ๆ สักเรื่องที่ใช้เวลาในการปูเรื่องสักหน่อย ก่อนที่จะค่อย ๆ เร่งเครื่อง และคลายปมในช่วงสุดท้ายของหนัง

    นอกเหนือจากนี้ เส้นเรื่องของตัวหนังก็ถูกขีดเขียนมาเพื่อให้ความเคารพในตัวหนัง Ghostbusters ค่อนข้างมาก ทั้งการหยอดอีสเตอร์เอ็กในหลายจุด รวมถึงการบิ๊วอารมณ์ในบางช่วงบางตอนก็สร้างอารมณ์ร่วมได้ดี แถมเรื่องราวทั้งหมดที่ขมวดรวมกัน ก็ดูเป็นการส่งท้ายที่ให้เกียรติ แฮโรลด์ รามิส นักแสดงสมาชิกบริษัทกำจัดผีผู้ล่วงลับได้ดีมาก ๆ

    กระนั้นเอง ด้วยความเชยที่ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ตัวหนังในช่วงองก์แรกจึงใช้เวลาไปกับปูเรื่องค่อนข้างนานทีเดียว ด้วยความค่อยหยอด ๆ ความหลอนลงมาทีละนิด การค่อยใส่ปริศนาให้เป็นเหมือนปริศนาแบบจิ๊กซอว์ลงละหน่อย แถมการตัดสลับเล่าแต่ละตัวละครในช่วงแรกจึงค่อนข้างจะเนือยพอสมควร นอกจากนี้เส้นเรื่องโดยรวมในภาคนี้ ก็ดูจะย้อนรอยภาคแรกจนแทบจะใช้เงื่อนไขเดียวกัน แต่ด้วยจุดประสงค์หลักในการให้เกียรติตัวละครอีกอนของรามิส ซึ่งก็ทำได้อย่างใส่ใจมาก จนน้ำตาซึม

    สรุปแล้ว Ghostbusters: Afterlife คือหนังภาคต่อของบริษัทกำจัดผีอย่างแท้จริง แม้การปูและดำเนินเรื่องที่แม้จะค่อนข้างนานในช่วงองก์แรก แถมเส้นเรื่องบางส่วนก็ดูจะย้อนรอยภาคแรกอยู่พอสมควร กระนั้นเอง ด้วยความตั้งใจหลักที่อยากจะให้เกียรติและความเคารพในตัวของแฮโรลด์ รามิส ซึ่งก็ทำได้ดีจนน้ำตาซึม เลยทำให้หนังเต็มไปด้วยกลิ่นอายถวิลหาอดีตที่ยอดเยี่ยมและกลายเป็นการรับช่วงต่อที่สวยสดงดงามไม่น้อย

    4 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in