เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
หนังที่ดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
The King’s Man (2021) – บังเกิดองค์กรโคตรพยัคฆ์
  • ในขณะที่ปีที่ผ่านมา เป็นการบทสรุปของหนังสายลับเจมส์ บอนด์ ฉบับ เดเนียล เคร็ก และกำลังเตรียมหานักแสดงคนใหม่มารับบทสายลับของอังกฤษ กระนั้นเอง ท้ายปีก็ยังคงมีหนังสายลับอีกเรื่องจากแฟรนไชส์ Kingsman ที่ดัดแปลงจากคอมมิคจนกลายเป็นหนังในปี 2014 และก็กลายมาเป็นหนังภาคต้นที่ย้อนกลับไปสู่จุดกำเนิดองค์กรโคตรพยัคฆ์อย่าง The King’s Man

    The King’s Man เล่าเรื่องในช่วงเริ่มต้นของศตวรรษที่ 20 นำโดย ออร์แลนโด้ ดยุกแห่งอ็อกซ์ฟอร์ด พร้อมด้วยลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างคอนราด ได้ทำหน้าที่สร้างเครือข่ายคนรับใช้ในทวีปยุโรปเพื่อปฏิบัติการหน่วยข่าวกรองให้กับทางอังกฤษ ก่อนจะล่วงรู้ว่า มีองค์กรเบื้องหลังกำลังวางแผนในการสร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศที่อาจนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 1

    ภาคต้นของจุดกำเนิดองค์กรโคตรพยัคฆ์คิงส์แมน มาพร้อมเซ็ตติ้งที่อยู่ในช่วงยุคก่อนสงครามโลกที่จะมีวิทยาการล้ำหน้าและอาศัยกำลังพลมากกว่ายุทโธปกรณ์ เรื่องราวจึงนำเสนอเป็นเส้นตรงไล่ไปตั้งแต่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากการลอบสังหารราชวงศ์ออสเตรีย ซึ่งนำไปสู่จุดเริ่มต้นของมหาสงคราม และเป็นการยำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เข้ากับจักรวาลของคิงส์แมนได้อย่างเข้าที แทรกด้วยฉากแอ็คชั่นที่และมุกขำที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์

    ด้วยความเป็นภาคต้น การดู Kingsman ทั้งสองภาคก่อนหน้านี้จึงไม่ได้จำเป็นมากนัก แต่ด้วยภาพลักษณ์ที่เราพอจำได้ของสายลับมาดดีที่มาในชุดสูท ฉากแอ็คชั่นสุดโฉบเฉี่ยว และ ฉากขำป่วนมากมาย ก็เป็นตัวเซ็ตอารมณ์ที่ดีของ The King’s Man

    ยังคงเป็นจุดแข็งสำหรับแฟรนไชส์สายลับนี้เหมือนเคย อย่าง ฉากแอ็คชั่น ในแต่ละฉากที่ถูกออกแบบมาอย่างดี ทั้งฉากสู้กับรัสปูตินที่ผสมผสานท่าเต้นบัลเลต์ได้ชวนขำและน่าตื่นเต้น ฉากสู้กลางสมรภูมิสงครามที่ดูดุดันดุเดือด หรือแม้กระทั่งฉากไคลแมกซ์ ทั้งหมดทั้งมวลก็ผสมผสานการต่อสู้ระยะประชิด พ่วงด้วยการใช้ดาบและปืนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งพ่วงรวมเอาเทคนิคการถ่ายทำ มันก็ยังคงซึ่งเอกลักษณ์ความดีดสุดแรงม้าเอาไว้ได้

    นอกจากนี้ การยำประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 1 เข้ามาหาเรื่องราวภายในเรื่อง ก็ช่วยทำให้เรื่องราวมีน้ำหนักและความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งหลายช่วงงานสร้างก็เป็นส่วนช่วยทำให้เรื่องราวน่าเชื่อถือ อีกทั้งเนื้อเรื่องในภาคนี้ที่นำเสนอผ่านความสัมพันธ์พ่อ-ลูกอย่าง ออร์แลนโด้ และ คอนราด ก็ผลักดันผ่านความดราม่าจริงจังมากกว่าเป็นความโปกฮาแบบภาคก่อน ๆ ได้ค่อนข้างดี

    อย่างไรก็ดี The King’s Man ก็ไม่ได้สดใหม่แบบที่เราตื่นเต้นตื่นตาแบบภาคแรก ที่ทำหน้าที่เป็นการยั่วล้อขนบธรรมเนียมหนังสายลับได้อย่างเข้าที นั่นทำให้ตัวหนังหันมาบิดประวัติศาสตร์มายำในโทนจริงจัง ซึ่งอาจจะเติมแต่งด้วยตัวละครในประวัติศาสตร์ให้ดูแตกต่างอยู่บ้าง

    แต่กระนั้นเอง การดำเนินเนื้อเรื่องก็ไม่ได้ทำหน้าที่ได้ดีนัก มีหลายช่วงที่หนังทำหน้าที่สรุปประวัติศาสตร์อย่างย่นย่อ เพราะหนังพยายามทะเยอทะยานด้วยการทำหน้าที่สรุปสงครามโลกครั้งที่ 1 ให้จบภายในหนังเรื่องเดียว นั่นทำให้หนังมี pacing ที่ทั้งเร็วปานวอกด้วย montage กับบางช่วงที่หนังชะลอความเร็วลงเพื่อเล่าเรื่อง

    สรุปแล้ว The King’s Man คือภาคต้นของแฟรนไชส์โคตรพยัคฆ์ที่ไม่ได้สดใหม่แบบภาคแรกจึงหันมายำใหญ่ใส่ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 1 ได้อย่างน่าสนใจ แต่ด้วยความทะเยอทะยานของการพยายามสรุปประวัติศาสตร์จริง ทำให้ pacing การเล่าเรื่องค่อนข้างจะแย่ แต่ยังดีที่ยังคงเอกลักษณ์อย่างฉากแอ็คชั่นสุดดีดและแทรกความขำขันไว้ได้อย่างเข้าที

    3.5 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in