เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
หนังที่ดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
Don’t Look Up (2021) – อย่าเอาอย่างรัฐบาลหัวรวย
  • เคยมีภาวะสิ้นปีเหมือนจะสิ้นใจมาหลายครั้ง พอใกล้สิ้นปี เราก็จะหันมามองในปีที่ผ่านมาว่าเราได้ทำอะไรหรือไม่ได้ทำอะไรไปบ้าง หลายปีสำเร็จ บางปีก็ดูล้มเหลวเฟล ๆ ชอบกล แต่ก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่แม้ปีเก่าผ่านไป มันก็ยังมีปีใหม่เข้ามาทุกปีเช่นกัน จากปกติที่เคยคิดว่าโลกจะแตกช่วงสิบปีก่อน แต่โลกก็ยังคงหมุนดำเนินไป จับพลัดจับพลูกับหนังใหม่ของ Netflix ที่ขนทัพนักแสดงมามากมายและมันพูดถึงภาวะโลกแตกเสียด้วยสิ หนังเรื่องนั้นคือ Don’t Look Up

    Don’t Look Up พูดถึงเรื่องราวของนักเรียนปริญญาเอก เคท ดิบิแอสกี้ และ ศาสตราจารย์ดาราจารย์ แรนดัล มินดี้ จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตทที่ค้นพบดาวหางดวงใหม่โดยบังเอิญ ซึ่งมีวิถีโคจรที่จะพุ่งเข้ามาชนโลกในอีกไม่ช้า และเนื่องด้วยเส้นผ่านศูนย์กลางของมันใหญ่จนอาจจะเป็นภาวะสูญพันธ์ของมวลมนุษย์ ทั้งสองจึงออกโรงเตือน เสียแต่ปราธานาธิบดี เจนี่ ออร์ลีน กลับไม่ได้สนใจและประวิงเวลารอก่อน ทำให้ทั้งสองตัดสินใจจะปล่อยข่าวผ่านสื่อแทน

    ด้วยชื่อชั้นของ อดัม แม็คเคย์ จึงโดดเด่นด้วยการนำเอาวัตถุดิบแบบหนังโลกแตกมาครอบด้วยความตลกร้ายปนเสียดสี ตัวหนังจึงขับเน้นด้วยบทสนทนาสุดเซอร์เรียลที่แม้บางอันจะดูเหนือจริง แต่ด้วยกลุ่มตัวละครหลายอย่างก็ดูคลับคล้ายคลับคลากลุ่มคนที่มีอยู่จริง ทั้งนายทุน รัฐ นักวิทยาศาสตร์ หรือแม้กระทั่งสื่อ นี่จึงไม่ใช่หนังโลกแตกที่จะมาพร้อมการเอาตัวรอดเชิงระทึกขวัญ หรือกู้โลกบู๊ล้างผลาญ แต่อัดแน่นไปด้วยประเด็นวิพากษ์สังคมแบบเหน็บแหนมมากกว่า

    ส่วนที่ดีมากก็คือ โทนการกำกับจังหวะแบบตลกเสียดสีของอดัม แม็คเคย์ ที่นำเอาบรรยากาศตลกร้ายไปใส่ในหนังโลกแตกอย่างมีเอกลักษณ์และค่อนข้างมีชั้นเชิง แถมด้วยบทสนทนาแต่ละประโยคบ่งบอกว่าซึ่งพฤติกรรมมนุษย์ รวมถึงทัศนคติที่มีอยู่บนโลกจริง จนเราอดขำไปด้วยไม่ได้ ซึ่งก็ต้องชมตัวบทภาพยนตร์ที่สร้างสรรค์บทพูด ซึ่งถึงแม้หลายช่วงหลายตอนออกแบบมาให้สร้างเสียงหัวเราะ แต่มันก็แทรกไว้ซึ่งความจริงที่อยู่บนโลก นอกจากนี้ การแสดงของทีมนักแสดงก็ทำหน้าที่ได้ดีและแข่งกันทำเสียงฮาได้ไม่น้อย (ยิ่งฟังพากย์ไทยจะยิ่งอินขึ้นไปอีก)

    กระนั้นเอง เรารู้สึกว่า Don’t Look Up เป็นหนังที่ไม่ได้วิพากษ์ลึกหรือลงประเด็นหนักหน่วงอะไรระดับนั้น หากแต่ขับเน้นให้เห็นผ่านพฤติกรรมแบบเหนือจริงหลายอย่าง ทั้งการมีตัวตนอยู่ของตัวละครแบบสุดโต่ง เช่น นายอำเภอที่มีประเด็นทางเพศแต่ก็ได้ตำแหน่งในทำเนียบ เพราะเป็นคนสนิท หรือแม้แต่เลขาฯ ประธานาธิบดีที่ได้ตำแหน่งเพราะเป็นลูกชาย หรือแม้แต่พฤติกรรมบางอย่างก็ดูสิ้นคิดสิ้นซากมาก ๆ หากแต่คนดูประเทศเราจะรู้สึกเชื่อมถึงได้ง่าย เพราะเราเห็นซึ่งความย่ำแย่นั้นอยู่แทบทุกวัน

    แม็คเคย์ จึงทำได้เพียงเสียดสีประเด็นสังคมนายทุนรัฐ ฯ ผ่านแคมเปญแบบ Don’t Look Up ที่พูดถึงการเลือกฝ่ายเลือกข้างแบบผิวเผินเท่านั้น ครอบด้วยความตลกร้ายแซะจิกกัดผ่านบทพูดที่เฉียบแหลมมากพอจะก่อให้เกิดเสียงหัวเราะ แต่ไม่ได้เปิดประเด็นหัวข้อพูดคุยแต่อย่างใด นอกเหนือจากก่อให้เกิดความบันเทิงและการฉุกคิดเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม การถอดแบบสังคมจริงไปใส่ในเรื่องราว อย่างเช่น การทำชาเล้นจ์ หรือแม้แต่ การพูดถึงเรตติ้งข่าวผ่านภาพลักษณ์คนนำเสนอ ก็ทำให้หนังเหนือจริงเรื่องนี้ดูน่าเชื่อถือ และอาจทำให้ผลลัพธ์ของเรื่องเป็นสิ่งที่ไม่หากจากความเป็นจริงเสียทีเดียว

    ในทีแรก Don’t Look Up ที่เป็นชื่อเรื่อง เราเข้าใจว่ามันหมายถึงการ “อย่ามองฟ้า” ซึ่งเป็นทัศนคตินึงที่อย่ามองไปยังปัญหา ซึ่งในทีนี้ก็คือการไม่เชื่อว่าดาวหางกำลังจะพุ่งชนโลกจริง แม้จะมีนักวิทยาศาสตร์รวมถึงผู้คนบางกลุ่มพยายามออกโรงเตือนก็ตาม แต่ด้วยอำนาจของรัฐและนายทุน ซึ่งกุมการตัดสินใจในการช่วยโลกไว้ ด้วยการเห็นซึ่งผลประโยชน์มากกว่า มันจึงเป็นอะไรที่เสียดสีโลกจริงมากที่ มีผู้คนกลุ่มน้อยเท่านั้นที่อาจจะได้เข้าถึงข้อมูลชุดนี้และมีผู้คนจำนวนมากพร้อมจะเชื่อข้อมูลปลอม ๆ ที่บางฝ่ายปล่อยออกมา โดยไม่แหงนคอมองดูด้วยซ้ำว่าข้อเท็จจริงคืออะไร ทั้งที่ข้อเท็จจริงที่ว่า มันอาจจะเป็นเหตุที่ทำให้มนุษย์สูญพันธ์ด้วยซ้ำ

    ที่น่าเศร้าคือ เรายังคงมีเวลาในการสร้างสรรค์ทั้งเรื่องแย่และเรื่องดี การนำเอาวาทกรรมหลายอย่างให้กลายเป็นที่พูดถึง กลายเป็นมีม กลายเป็นชาเล้นจ์ กลายเป็นแฮชแท็ค และกลายเป็นเพียงกระแส โดยที่ไม่มีการตระหนักไปถึงซึ่งข้อเท็จจริงสุดท้ายที่ว่า Don’t Look Up ไม่ได้หมายความแค่ว่า “อย่ามองฟ้า” แต่อย่างใด แต่มันหมายถึง

    อย่าไปเอาไอ้พวกรัฐและนายทุนส้นตึกในเรื่องนี้เป็นแบบอย่างเด็ดขาด ถ้าไม่อยากจะตายห่ากันหมด

    สรุปแล้ว Don’t Look Up คือหนังตลกร้ายเสียดสีโดยอดัม แม็คเคย์ ที่นำเอาองค์ประกอบแบบหนังโลกแตกมาใส่ซึ่งความจริงแบบรัฐบาลเห็นแก่ตัว-นายทุนกินรวบ-สังคมโซเชียล-เรตติ้ง จนทำให้ความเหนือจริงของพฤติกรรมต่าง ๆ มากมายในเรื่องดูน่าเชื่อถือ แม้การแซะจิกกัดมากมายจะเป็นอะไรที่ดูผิวเผินและมีเพื่อสร้างเสียงหัวเราะก็ตาม แต่อย่างน้อย มันก็ก่อให้เกิดการฉุกคิดมากพอที่จะทำให้เราแหงนมองไปซึ่งข้อเท็จจริงที่ว่า อย่าเอาอย่างรัฐบาลหัวรวยเด็ดขาด

    ปล. เสียงต้นฉบับภาษาอังกฤษว่าเดือดแล้ว พากย์ไทยเดือดกว่ามากครับ

    4 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in