เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
หนังที่ดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
The Matrix Resurrections (2021) – ต้นตอของทุกสรรพสิ่ง
  • หากพูดถึงแฟรนไชส์ที่สร้างแรงบันดาลใจ ก็คงจะมีพวกแฟรนไชส์สร้างชื่อในแต่ละประเภทหนังอย่างแอ็คชั่น ไซไฟ สยองขวัญ หรือแม้กระทั่งแฟนตาซีแบบ The Lord of the Rings ต้องยอมรับว่า ในชีวิตวัยเด็ก เราทันภาพจำของคีอานู รีฟส์ ในลุคโค้ทยาวแว่นดำสุดเท่ในแฟรนไชส์ The Matrix โดยที่ไม่ได้เข้าใจถึงปรัชญาภายในเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อเวลาล่วงเลยผ่าน เราก็ยกระดับให้มันเป็นหนึ่งในหนังดวงใจเป็นที่เรียบร้อย แต่ไม่นานนัก ลาน่า วาโชว์สกี้ หยิบเอาแฟรนไชส์เรื่องนี้กลับมาสร้างภาคต่ออีกครั้ง ภายใต้ชื่ออย่าง The Matrix Resurrections


    The Matrix Resurrections เกิดขึ้นหลังการรีบูตในภาค Revolutions ที่ก่อให้เกิดสันติระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร ทั้งในเมทริกซ์และเมืองไซออน จนกระทั่งหลายปีต่อมา นำโดยบั๊กส์ ที่ค้นพบโมดูลลับที่ก่อให้เกิดภาพซ้ำที่ฉายวนในเมทริกซ์ เธอจึงค้นพบว่า “นีโอ” ที่น่าจะตายไปแล้วจากการต่อสู้ครั้งก่อน ยังคงมีชีวิตหลบเร้นอยู่ภายใต้เมทริกซ์ เธอจึงหาทางที่จะปลดแอกตัวเขาออกมาให้จงได้

    ด้วยความคาดหวังที่ไม่สูงมากนัก จากการกลับมาสู่โลกเมทริกซ์ที่จบไตรภาคอย่างสมบูรณ์และเป็นความไซไฟคลาสสิคของทศวรรษก่อน แต่ ลาน่า วาโชว์สกี้ ที่กลับมากุมบังเหียนโลกมายาแห่งนี้อีกครั้ง ทำให้เราต้องหวนกลับไปรื้อฟื้นด้วย The Matrix ภาคแรกที่เต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่นสุดมันส์ เทคนิคซีจีสุดล้ำ (ในสมัยนั้น) และ อภิปรัชญาที่น่าขบคิด

    มาภาคนี้ Resurrections เกือบจะดำเนินรอยตามภาคแรกในช่วงต้นเรื่อง ที่หวนทำให้นึกถึงความคลาสสิคในฉากเปิด แต่แล้ว เรื่องราวที่แสนผันผวนทำให้เราคาดไม่ถึงความตระหนักในตัวเรื่องราวที่เป็นมากกว่า เรื่องราวของโลกจริงและโลกเมทริกซ์แบบภาคก่อน ๆ ก่อนที่จะแทรกด้วยฉากแอ็คชั่นที่แม้ไม่มากนัก แต่ก็ยังมาพร้อมอารมณ์ขันปันป่วนพอที่จะก่อให้เกิดเสียงหัวเราะได้

    ความหาญกล้าที่มากล้นในภาคนี้ คือความคาดไม่ถึงของเรื่องราวที่ถูกผูกเข้าหาและดำเนินเดินหน้าไป ซึ่งนั่นก็คือการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของชื่อชั้นแบบ The Matrix ที่ถูกกล่าวถึงในแง่ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่อภิปรัชญาแบบการมีตัวตนอยู่จริงแบบภาคแรก แต่มันคือแรงบันดาลใจที่ก่อผลกระทบในคนหมู่มาก และมันเป็นก็ตระหนักถึงการมีตัวตนอยู่ในโลกของเมทริกซ์ในแบบที่ไม่เคอะเขิน นอกจากนี้ เรื่องราวของหลักของเรื่องก็แปรเปลี่ยนจากการพูดถึงการดำรงและคงอยู่ของความเป็นจริง ให้กลายเป็นความรักระหว่างนีโอและทรินิตี้ที่ดูแข็งแรงมากพอที่จะสร้างความประทับใจ

    อย่างไรก็ดี การฟื้นคืนชีพกลับมาของเมทริกซ์ครั้งนี้ ก็ไม่อาจจะกลับไปเทียบกับความคลาสสิคแบบภาคแรกได้เลย มันไม่ใช่การหวนกลับมาทวงบัลลังก์ไซไฟอภิปรัชญา แต่มันเป็นการกลับมาโหยหาอดีตด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่อาจทัดเทียมและทดแทนไตรภาคหลักได้ เพราะแม้มันจะเต็มไปด้วยช่วงเวลาตระหนักรู้มากมายในเรื่องแต่มันก็ยังเล่าออกมาในรูปแบบที่กระอักกระอ่วนชวนฮา มากกว่าจะลึกล้ำน่าหยั่งถึง หรือแม้กระทั่งธีมความรักที่เล่าออกมาอย่างหวานเลี่ยน มันก็ถูกผสมปนเปด้วยจังหวะยั่วล้อที่ประดักประเดิด ยังไม่นับฉากบู๊ที่เป็นเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์ที่ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างย่ำแย่และไม่น่าจดจำอีกด้วย

    กระนั้นเอง เรารู้สึกได้ถึงความเป็นส่วนตัวที่ลาน่ามีต่อแฟรนไชส์นี้ ความอัดอั้นตันใจที่เธอถ่ายทอดผ่านตัวละครอย่างนีโอ การกล่าวถึงและมีตัวตนอยู่ของ The Matrix อย่างห้าวหาญและคาดไม่ถึง ยังไม่นับการออกโรงแซะด้วยการกล่าวชื่อสตูดิโอแม่แบบไม่เคอะเขินถึงการยัดเยียดพยายามให้สร้างภาคต่อของแฟรนไชส์นี้มานานหลายต่อหลายปี เพราะสำหรับเธอ คำว่า The Matrix มันมีค่ามากกว่าการหยิบเอาโลกนี้มาขีดเขียนภาคต่อด้วยตัวละครใหม่

    สิ่งที่ลาน่าทำ มันคือการบ่งบอกว่า การมีตัวตนอยู่จริงอาจเป็นอภิปรัชญาที่สำคัญ แบบที่มันเป็นแก่นไอเดียหลักในไตรภาค แต่สำหรับ Resurrections เธอกลับมองเห็นว่า ความรักต่างหากที่เป็นต้นตอของทุกสรรพสิ่ง เป็นพลังงานที่ผลักดันให้ก่อเกิดแรงบันดาลใจในทุก ๆ อย่าง และเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญที่ทำให้เธอได้หวนกลับมาสู่แฟรนไชส์นี้ มันอาจจะไม่หนักหน่วงหนักแน่นเข้มแข็งในแบบที่เคยเป็นมา แต่มันก็เต็มไปด้วยความห่วงหาอาทรแบบที่เธอเคยฟูมฟัก

    สรุปแล้ว The Matrix Resurrections อาจจะไม่ใช่การกลับมาที่เข้มแข็งและลึกซึ้งแบบไตรภาคแรก อาจไม่ได้มาพร้อมฉากแอ็คชั่นประมือน่าตื่นตาที่มีเอกลักษณ์ แต่มันมาพร้อมความตระหนักซึ่งในตัวเอง เป็นผลงานที่เป็นส่วนตัวและบ่งบอกซึ่งความรู้สึกได้ว่า ผลงานชิ้นนี้มีค่าและมันเต็มไปด้วยพลังงานสำคัญอย่างความรักมากขนาดไหน อาจไม่ใช่การฟื้นคืนชีพของแฟรนไชส์ แต่อย่างน้อยมันก็ยังมีซึ่งเลือดเนื้อและจิตวิญญาณของเมทริกซ์ ถึงแม้มันจะตื้นเขินไปบ้างก็ตามที

    “แด่พ่อและแม่ ความรักคือต้นตอของทุกสรรพสิ่ง” – ลาน่า

    3.5 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in