หนังที่ผมดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
Escape from Mogadishu (2021) - สองแดนโสมข้ามสมรภูมิ
  • ใกล้ถึงฤดูกาลออสก้าร์มากทุกขณะ และเป็นช่วงเวลาที่หนังรางวัลเริ่มปักเวลาลงรอยฉายในบ้านเราแล้ว (แม้จะมีบ้านเรื่องที่หลุดผังไปก็ตาม) เฉกเช่นเดือนก่อนที่ได้ดูหนังญี่ปุ่นอย่าง Drive My Car กับหนังไทยอย่าง ร่างทรง ที่เป็นตัวแทนคัดเลือกเข้าชิงออสก้าร์สาขาภาพยนตร์นานาชาติ มารอบนี้ถึงคราวของประเทศเกาหลีใต้ที่นำเอาหนังดราม่าระทึกขวัญที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริงอย่าง Escape from Mogadishu เข้าชิง


    Escape from Mogadishu เล่าเรื่องในช่วงปี 1991 ว่าด้วยเจ้าหน้าที่สถานฑูตเกาหลีใต้อย่าง ฮันชินซอง ที่พยายามผูกมิตรกับรัฐบาลประเทศโซมาเลีย เพื่อให้ได้ตำแหน่งในองค์กรสหประชาชาติ ขณะเดียวกันพวกเขาก็ต้องรับมือกับวิธีล็อบบี้จากฟากรัฐบาลเกาหลีเหนือนำโดย ริมยองซู ขณะที่ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้า เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ฝ่ายกบฎดาหน้าโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการโซมาเลีย ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับสถานฑูตที่ให้การสนับสนุนรัฐบาล นั้นทำให้สองชาติที่เคยหันหลังให้กันต้องร่วมมือกันแบบเฉพาะกิจ

    ถึงแม้จะมีคนให้นิยามว่าเป็น Argo ฉบับเกาหลีใต้ แต่ส่วนไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเท่าไหร่ ตัวหนังเดินเรื่องเป็นเส้นตรง แทรกมุกตลกเล็กน้อย พร้อมนำเสนอผ่านมุมจากฝั่งเกาหลีใต้เป็นหลัก โดยช่วงองค์แรกจะพูดถึงการต่อสู้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ก่อนที่สงครามกลางเมืองโมกาดิชูจะอุบัติและเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สองชาติต้องเผชิญหน้าความเป็นความตายด้วยการเอาตัวรอดจากสมรภูมิ

    ส่วนที่ดีมาก ๆ ก็คือ ลำดับการเล่าเรื่องที่ไล่เรียงอารมณ์ได้อย่างดี โดยเฉพาะการแบ่งลำดับเหตุการณ์ ปูพื้นเรื่องราวก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเดินทางมาบรรจบกัน อีกทั้งตัวเรื่องราวยังให้น้ำหนักกับตัวละครแต่ละฝ่ายที่ต้องเอาชีวิตรอดได้น่าประทับใจ แถมยังแบ่งบทบาทตัวละครได้ดี อีกทั้งการเสริมแก่นหลักอย่างการเชื่อมสัมพันธ์ผ่านการหนีตายนี้ ก็ทำได้เยี่ยมและไม่ดูยัดเยียดจนเกินไป

    ส่วนนึงที่ต้องชื่นชมก็คือ จังหวะการกำกับที่ทำได้ดี ทั้งการหยอดมุกในช่วงแรก แทรกปมปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง การขยี้ทางอารมณ์ผ่านฉากสงครามกลางเมืองก็ทำได้ดีมาก โดยเฉพาะฉากหนีตายกลางเมืองโมกาดิชูที่เป็นฉากขายของเรื่อง ก็เป็นความระทึกขวัญสุดมันส์ที่ทำชวนลุ้นจิกเบาะไม่เบา ยิ่งไปกว่านั้น แก่นกลางของการร่วมมือเอาตัวรอดของสองชนชั้นที่เคยเป็นดั่งพันธมิตรร่วมชาติก็เป็นความตื้นตันแบบหวานปนขมที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าจดจำมากขึ้นไปอีก

    การเดินหน้าแข่งขันเพื่อเก้าอี้ตำแหน่งในองค์กรสหประชาชาติของสองแดนโสมจากดินแดนห่างไกลในแอฟริกาที่มีอำนาจมากกว่าในองค์กรนั้น ก็เป็นหนึ่งในความขัดแย้งย่อม ๆ ที่ทั้งสองชาติมี ความขมขื่นชวนเศร้าจากเรื่องราวนี้ ก็คือการเดินหน้าหาผลประโยชน์บนดินแดนของรัฐผู้เป็นเผด็จการ และกลายเป็นการส่งเสริมความทุกข์ยากโดยไม่คาดคิด โดยมีสิ่งที่สูญเสียคือชีวิตของผู้บริสุทธิ์ จนก่อให้เกิดเป็นสมรภูมิกลางเมือง ในท้ายที่สุดสองแดนโสมที่เคยปฏิปักษ์ต่างต้องวางอคติและค่านิยมลงไว้ เพียงเพื่อจะเอาชีวิตรอด ออกจากสถานที่ ๆ โหดร้ายที่สุดที่สามารถดึงด้านเลวร้ายของมนุษย์ออกมาได้อย่าง “สงคราม”

    สรุปแล้ว Escape from Mogadishu คือหนังดราม่าระทึกขวัญการเมืองที่น่าประทับใจ แถมเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่น่าภาคภูมิใจของเกาหลีใต้ ที่สามารถทำหน้าที่เล่าเรื่องแทรกความขัดแย้งทางการเมืองกับความโหดร้ายของสงครามได้อย่างเข้มข้น นำด้วยการลำดับทางอารมณ์และการกำกับจังหวะระทึกที่ลุ้นจนจิกเบาะ งานสร้างที่น่าเชื่อถือ แถมยังพูดถึงการก้าวข้ามความขัดแย้งระหว่างรัฐได้น่าชื่นชม

    4 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in