เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
หนังที่ดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
Blue Bayou (2021) – สู้เพื่อคนที่อยู่
  • อาจจะพูดได้ยาก แต่หลายคนอาจจะคิดฝันถึงวิถีชีวิตในต่างประเทศ อย่างเช่น การไปอาศัยในสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับการขนานนามเป็นดั่งดินแดนแห่งโอกาส กระนั้นเอง บางสิ่งที่วาดฝันอาจจะไม่ได้เป็นดั่งที่คิด อีกแง่มุมนึงที่ทำให้เราได้เห็นก็คือหนังเรื่องใหม่ของผู้กำกับ ฯ หนุ่มสัญชาติเอเชีย จัสติน ชอน อย่าง Blue Bayou ได้เข้าฉายที่ House Samyan


    Blue Bayou เล่าเรื่องของ แอนโทนิโอ เลอบลอง ชายวัยกลางคนวัยเกาหลีที่อพยพและถูกรับเลี้ยงโดยคนสหรัฐ ฯ มากว่า 30 ปี เขาอาศัยอยู่อย่างคนชายขอบในเมืองนิวออร์ลีนส์ พร้อมด้วยภรรยาอย่างเคธี่ และลูกติดอย่างเจสซี่ และหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นช่างสัก ด้วยประวัติอาชญากรรมและความบาดหมางที่มีกับตำรวจ ทำให้เขาถูกจับและถูกพิจารณาให้เนรเทศ เพราะกฎหมายการรับรองเด็กในปี 2000 นั่นทำให้แอนโทนิโอต้องหาทางที่จะให้ศาลพิจารณารับคำร้องในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งหากศาลสั่งยกคำร้อง เขาอาจจะไม่ได้กลับมาเหยียบสหรัฐ ฯ อีกเลย

    Blue Bayou ขับเน้นด้วยการเล่าเรื่องราวผ่านศูนย์กลางอย่าง แอนโทนิโอ ช่างสักผู้มีครอบครัวในแถบชานเมืองนิวออร์ลีนส์ ก่อนที่ชีวิตสุดแสนสมถะของคนชายขอบชั้นล่างจะถูกถ่ายทอดออกมาในเรื่อง ปรุงแต่งด้วยเนื้อหาที่เล่นกับอารมณ์อย่างการต่อสู้เพื่อได้สิทธิพลเมืองสหรัฐ ฯ กล่อมเกลาด้วยงานภาพที่ดูขุ่นมัวและให้อารมณ์แบบหนังฟิล์ม แถมยังแทรกเนื้อหาที่พูดถึงชาวต่างด้าวอย่างกล้าหาญ

    ส่วนที่ดีมาก ๆ ก็คือ เรื่องราวที่มอบแง่มุมความโหดร้ายของนโยบายเนรเทศของสหรัฐ ฯ ที่ดูจะไม่เป็นธรรมต่อผู้อพยพที่อาศัยมาอย่างยาวนาน อีกทั้งเนื้อหาของเรื่องที่ยังมีซับพล็อตด้วยการเล่าตัวละครสาวชาวเวียดนาม ก็ดูให้เกียรติชาวต่างด้าวผู้อพยพอย่างมาก นอกจากนี้การขับเน้นด้วยการแสดงของทีมนักแสดง โดยเฉพาะ จัสติน ชอน ที่ควบตำแหน่งเขียนบทและกำกับเองด้วย ก็สามารถกำกับจังหวะ รวมถึงใช้วิธีการเล่าที่สอดแทรกภาพเพื่อเสริมภูมิหลังของตัวละครได้น่าชื่นชม นั่นยิ่งทำให้ไคลแมกซ์ตอนท้ายเป็นการขยี้ทางอารมณ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง

    ด้วยเนื้อหาเรื่องราวที่ดูเป็นขั้วตรงข้ามของ Minari เมื่อต้นปี ซึ่งพูดถึงความฝันอเมริกันชนเช่นกัน Blue Bayou ขับเน้นด้วยความลำเค็ญของคนชนชั้นล่างที่ต้องกัดฟันดิ้นรนสู้ ต่อการความยากเข็ญที่สิทธิการอาศัยในประเทศถูกสั่นคลอน ด้วยเรื่องราวที่จับพลัดจับพลูให้ตัวละครต้องเผชิญกับช่วงชีวิตที่อาจกลับตาลปัตร ซึ่งความเก่งกาจและน่าติดตามของเรื่องราวนี้ คือการสำรวจวิถีชีวิตของผู้คนที่อพยพมาอาศัยในสหรัฐ ฯ ในหลายแง่มุม ทั้งช่วงชีวิตที่ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คาด ความผิดหวังของชีวิตที่อาจจะดีกว่านี้ ถ้าพวกเขาตัดสินใจอาศัยอยู่ในแผ่นดินเกิด รวมถึงการเผชิญกับบาดแผลทางจิตใจในวัยเด็ก

    Blue Bayou เป็นแรงผลักดันที่คอยให้ผู้คนได้สู้และตัดสินใจเพื่อชีวิต ซึ่งไม่รวมถึงชีวิตของตนเองแต่เพื่อของคนรอบข้างอีกด้วย แม้ทางออกจากดูไม่สวยหรูนัก แต่สุดท้ายแล้ว มันย่อมมีหวังดั่งตัวบทเพลงที่ขับร้องไว้

    สรุปแล้ว Blue Bayou คือหนังดราม่ากระชากน้ำตาของจัสติน ชอน ที่พูดถึงอีกด้านของฝันอเมริกันจากการกัดฟันสู้ของผู้อพยพชนชั้นล่างที่ถูกนโยบายเนรเทศเล่นงาน โดดเด่นด้วยการแสดงที่น่าประทับใจ และ เทคนิคการเล่าเรื่องกำกับจังหวะที่เผยให้เห็นภูมิหลังตัวละคร อีกทั้งยังให้เกียรติชาวต่างด้าวอย่างยิ่งยวด

    4 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in