เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
หนังที่ดูวันนี้ | Movie ReviewRulestheWorld
F9: The Fast Saga (2021) – ยำใหญ่ไปอวกาศ
  • เคยคิดเล่น ๆ ว่าแฟรนไชส์บ้านผีปอบคือแฟรนไชส์หนังที่มีการสร้างหนังหลายภาคมากที่สุด แต่ความเหนือโลกของแฟรนไชส์หนังผีตลกเรื่องนี้กลับชิดซ้ายไปเลย เพราะแฟรนไชส์ Fast & Furious ที่กลายพันธ์มาเป็นหนังแอ็คชั่นเต็มสูบและเพิ่มดีกรีความบ้าบิ่นมากขึ้นทุก ๆ ภาค ถึงขั้นสร้างภาคแยกเป็นของตัวเอง จนล่าสุดมาภาคที่สานต่อเรื่องราวใน F9: The Fast Saga


    F9 เล่าเรื่องราวหลังเหตุการณ์ภาคที่แล้วราว 2-3 ปี โดมินิค และ เล็ตตี้ ต่างหนีไปใช้ชีวิตเงียบสงบกับลูกอย่างไบรอัน จนกระทั่งวันนึงพรรคพวกสหายอย่าง โรมัน, เท็จ และ แรมซีย์ มาพร้อมสัญญาณขอความช่วยเหลือจากมิสเตอร์โนบอดี้ ที่ถูกสกัดกลางอากาศและทำการขโมยอาวุธที่เป็นภัยต่อโลก ดอม จึงกลับมาร่วมหัวจมท้ายปฏิบัติภารกิจช่วยโลกอีกครั้ง โดยที่หนึ่งในทีมที่ขโมยไปนั้นคือน้องชายของเขาเอง

    อาจเป็นความตื่นเต้นไม่น้อย ที่ได้เห็น จัสติน ลิน กลับมากุมบังเหียนแฟรนไชส์นี้อีกครั้ง หลังเจ้าตัวเคยปูพื้นและปรับเปลี่ยนแฟรนไชส์นี้ให้กลายเป็นแฟรนไชส์แอ็คชั่นมันส์ระเบิดระดับท็อป ที่อัพเกรดความเว่อร์วังของฉากขับรถที่ล้อเริ่มไม่ติดพื้นมากขึ้นไปทุกภาค ครั้งนี้เรื่องราวยังคงเล่าเป็นเส้นตรงเข้าใจง่าย แต่จะมีการปูพื้นภูมิหลังเสียหน่อย แทรกด้วยฉากแอ็คชั่นระเบิดระเบ้อและมุกขำเช่นเคย

    ส่วนหนึ่งที่ต้องชมก็คือ การสร้างฉากแอ็คชั่นทั้งหลายแหล่ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานวินาศสันตะโรที่ไต่ความเว่อร์วังใหญ่โตไปจนถึงไคลแมกซ์ได้น่าชื่นชม ทั้งในแง่การออกแบบและการถ่ายทำ ที่แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก นอกเหนือจากนี้ การกำกับของจัสติน ลิน อยู่ในปริมาณที่กำลังดี ทั้งในการดุลปมตัวละคร หยอดมุกและใส่ฉากแอ็คชั่นก็ทำได้เหมาะเจาะ

    กระนั้นเอง เพดานที่เราเคยกลัวไว้ของแฟรนไชส์ Fast & Furious มันก็พังทลายลง เพราะขณะที่ภาคก่อน ๆ อุดมไปด้วยฉากแอ็คชั่นที่โม้แหลกเวอร์ไม่ลืมหูลืมตา มาภาคนี้คือมันหลุดโลกไปเกินกว่าจะหาคำเชิงตรรกะมาอธิบายได้ ไม่เป็นไร บางครั้งเราต้องการหนังที่ดูสนุกได้โดยไม่จำเป็นต้องคิดมาก แต่หนังเรื่องนี้มันให้ผลตรงกันข้าม ทุกครั้งที่มีฉากแอ็คชั่นใหม่เข้ามา เราจะเห็นความเหนือมนุษย์ที่ฉุดออกจากความเป็นจริงไปทุกขณะ

    ส่วนตัวในแฟรนไชส์ตระกูล Fast เราชอบ Fast Five ที่ทำหน้าที่เป็นหนังปล้นรวมดาวจากภาคก่อน ๆ ได้ยอดเยี่ยมและมีฉากแอ็คชั่นสตันท์น่าตื่นตา และมันยังอยู่บนฐานของความเป็นจริงอยู่บ้าง โดยเฉพาะข้อสำคัญสุดคือ ความเป็นมนุษย์

    น่าตลกคือตัวหนังก็รู้ฐานะของตัวเอง ด้วยการใส่มุกอำตัวเองเอาไว้ แต่มันก็กลายเป็นความตลกที่เราขำขื่น ในเมื่อทุกองก์ของหนัง ตัวละครใดตัวละครนึงมักจะย้ำคำว่า ครอบครัว ให้เราฟังเสมอ แต่มันเป็นคำที่ฟังแล้วเราขำแทบทุกครั้ง เพราะแทบทุกคนที่อยู่ในครอบครัวซึ่งปรากฎตัวในแฟรนไชส์นี้ แทบจะไม่หลงเหลือความมนุษย์อยู่เลย ทุกคนล้วนมี plot armor ล้วนแข็งแกร่ง ล้วนเก่งกาจ จนมันทำให้เราไม่เหลือความลุ้นระทึกอยู่ในฉากแอ็คชั่นช่วงหลัง ๆ เลย เพราะเราคาดเดาได้ว่า ในที่สุดพวกเขาก็จะเอาชนะตัวร้ายได้อยู่แล้ว

    และยิ่งแย่หนัก เมื่อภาคนี้ตัดสินใจนำตัวละครที่คาดว่าเคยตายไปแล้ว กลับมาได้อีก มันกำลังทำเหมือนแฟรนไชส์นี้ทุกคนต่างเป็นอมตะซะอย่างนั้น


    สรุปแล้ว F9 คือหนังแอ็คชั่นเต็มลูกสูบที่มาพร้อมลูกบ้าในฉากแอ็คชั่นที่ยัดความเว่อร์วังที่ทะยานลอยตัวอยู่เหนือตรรกะ การกำกับที่ถ่วงอารมณ์ได้พอเหมาะ แถมฉากวินาศสันตะโรหลายฉากก็ทำได้น่าประทับใจ แต่มันก็ไม่ต่างจากดูโชว์ผาดโผนที่ไร้ซึ่งอารมณ์ร่วมกับตัวละคร เพราะตัวละครมันตัดขาดซึ่งความสมจริงจนยกให้พวกเขากลายเป็นตัวละครเหนือมนุษย์ที่โคตรเก่งกาจไปแล้ว

    อันนี้คือมันยังเป็นหนังแข่งรถอยู่ใช่ไหมครับ?

    3 / 5

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in